茶道 ห้องพิธีชงน้ำชา
ข้อห้ามมารยาทบนโต๊ะอาหารเยอะจัง จากมารยาทสังคมญี่ปุ่น
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

จากหนังสือ  มารยาทสังคมญี่ปุ่น

Japanese Etiquette:  An Introduction

 

หนังสืออ่านเพิ่มเติมวิชาสังคมศึกษา

กรมวิชาการ กระทรวงศึกษา

แปลโดย ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์

 

 

          หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่กระทรวงศึกษาไทย ส่งคนของกระทรวงมาติดต่อขอให้อาจารย์ช่วยหาเรื่องที่น่าสนใจแปลเกี่ยวกับมารยาททางสังคมของญี่ปุ่น เพื่อนักเรียนตามโรงเรียนจะได้ใช้เป็นความรู้เบื้องต้น อาจารย์จึงแนะนำหนังสือเล่มนี้ และต้องขอโทษจำรายละเอียดไม่ได้ รู้แต่ว่า อาจารย์ช่วยแปลหนังสือนี้ให้ตอนที่เรียนสำเร็จจากอเมริกาไปสอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใหม่ๆ เพราะเห็นว่ามีประโยชน์มาก สำหรับความรู้พื้นฐาน เกี่ยวกับมารยาทของญี่ปุ่น

        

         อาจารย์จำได้ว่า นำเรื่องนี้ไปคุยกับคนรู้จักชาวญี่ปุ่้นซึ่งทำงานที่วายดับบลิวซีเอ ในโตเกียว

 ทุกคนดีใจมากที่อาจารย์จะแปลหนังสือเล่มนี้ และในที่สุดทางกระทรวงก็ติดต่อขอลิขสิทธิ์การแปลได้เรียบร้อย

       

         พอดี Geechan เอาเรื่องการใช้ตะเกียบมาให้เพื่อนๆน้องๆอ่าน อาจารย์ก็เพิ่งจะคิดได้ว่า มีหนังสือเล่มนี้อยู่ ลืมไปเช่นเคยกว่าจะจำได้ ก็หลายอาทิตย์แล้ว เพราะส่วนใหญ่ หนังสือเล่มใหม่ที่พิมพ์ออกมา จะเอาจากเล่้มนี้ แล้วไปดัดแปลง เขียนเพิ่มเติม หนังสือเล่มนี้ ตอนที่อาจารย์แปลเพิ่งพิมพ์ออกมาโดยสำนักพิมพ์ Charles E. Tuttle ได้เพียงไม่กี่ปี และจากตอนนั้นถึุงปัจจุบัน หนังสือเล่มนี้ก็มีอายุ 28 ปีแล้ว แต่เนื้อหาโดยพื้นฐานก็ยังใช้ได้และมีประโยชน์มากทีเดียวสำหรับพื้นฐานความรู้ทั่้วๆไปจึงอยากนำมาให้เนื้อหาในเล่มบางส่วนมาให้เด็กวัดอ่านกันเป็นความรู้

 

ข้อห้่ามเวลาทานข้าวบนโต๊ะอาหาร

 

      ข้อห้ามบางประการเกี่ยวกับมารยาทบนโต๊ะอาหารของญี่ปุ่น

 

1.      ห้ามหยิบตะเกียบจนกว่าผู้อาวุโสคนใดคนหนึ่งจะหยิบขึ้นมาก่อน

2.      ห้ามขูดเม็ดข้าวจากตะเกียบ

3.      ห้ามอืดอาดชักช้าเมื่อตักอาหารจากจาน โดยที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะตักอะไรดี

4.      ห้ามทานอาหารจากซุปโดยไม่ยกชามซุปขึ้นจากถาด

5.      ห้ามตักอาหารจากจานซึ่งอยู่ไกลออกไปอีกฟากหนึ่งโดยที่ไม่ยกจานขึ้นมา

6.      ห้ามยกจานทางขวามือด้วยมือซ้าย หรือยกจานทางซ้ายมือด้วยมือขวา

7.      ห้ามหยิบอาหารที่มีซ็อสเหลวๆวางบนข้าว หรือทานข้าวราดน้ำซ็อส

8.      ห้ามหยิบและกัดอาหารซึ่งไม่อาจจะทานได้ในคำเดียว ขอให้แบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ

            ด้วยตะเกียบ

 

         เอาแค่นี้ก่อนนะึคะ เพราะว่า เพียงแค่ 8 ข้อ ยังมีอีกหลายข้อนะคะ เพียงแค่นี้ก็คงทำให้คนที่กำลังจะไปกินข้าวกับคนญี่ปุ่น รู้สึกอึดอัด หรือไม่ก็ประหม่าจนอาหารอร่อยๆหายอร่อยไปเลยก็ได้ เพราะมีหลายข้อทีเดียวที่คนไทยมีวัฒนธรรมแตกต่างกับคนญี่ปุ่น

         ลองถามตัวเองว่า ใน 8 ข้อ กฏเกณฑ์ของเรา มีมากเท่าคนญี่ีปุ่นมั้ย และมีกี่ข้อที่เราเพิ่งจะรู้ว่าทำมาตลอดและเป็นข้อห้ามของคนญี่ปุ่น

 

วัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างเกาหลี ญี่ปุ่น จีน และไทย

 

อาจารย์มีเพื่อนเกาหลีและเด็กนักศึกษาเกาหลีมาก ในขณะที่คนญี่่ปุ่น ต้องยกจานข้าวขึ้นและใช้ตะเกียบหนีบข้าว แต่คนจีนถ้าทำแบบนั้นก็โดนดุแน่ และเราก็คงจะหนีบไม่ได้ เพราะว่า ข้าวสวยเราไม่ได้เหนียว ที่บ้านคุณพ่อจะกินข้าวใส่จานข้าวแบบจีน แต่อาจารย์หรือลูกจะใช้ช้อนและส้อม ส่วนข้าวต้ม คนจีนจะต้องพลุ้ย ถ้ากินกับคนญี่ปุ่น คงตกใจแน่

 

อาจารย์ตอนอยู่เรียนอยู่ที่อเมริกา ชอบทานอาหารเกาหลีที่ร้านเกาหลี และเครื่องใช้ไม้สอยในการกินตั้งแต่ชามซุปทำด้วยสเตนเลส หรือ อะลูมิเีนียม จะร้อน ยกขึ้นมาไม่ได้ ซึ่งถ้าไปทำแบบนั้นในญี่ปุ่น จะเสียมารยาทมากในญี่ปุ่น และในบ้านเรา อาหารของเราส่วนใหญ่ เราจะกินกับจาน แล้วตักกับข้าวมา เราจะไม่มีการยกจานข้าวขึ้น หรือซดน้ำซุปแบบญี่ปุ่น แต่จะใช้ช้อนตัก แต่จะต้องเอามือประคองชามซุป ไม่ทราบจะอธิบายว่าไง เพราะจำได้ว่าตอนเด็กๆตอนอยู่ที่บ้าน ชอบเอามือข้างเดียวตักซุปกิน จะถูกคุณพ่อดุว่า มืออีกข้างหายไปไหน เวลากินจะต้องนั่งกินให้ถูกต้องและเอามือจับข้างๆชามซุปเบาๆ เพียงแค่นี้เราก็ไม่รู้จะทำยังไงดี

 

    ในเกาหลี คนเกาหลีไม่ถือว่าเสียมารยาท ถ้าจะเอากับข้าวใส่บนจานข้าวแล้วกิน แต่คนญี่ปุ่น นอกจาก โอะยะโคะดง เทนดง คะเระระอิซุ หรือปลาไหลบนข้าว เป็นต้น ส่วนใหญ

คนญี่ปุ่นจะไม่นิยมเอากับข้าวราดบนข้าว

   แต่อาหารไทยเราจะต้องเอากับข้าวมาคลุกเคล้ากินกับข้าว หรือไม่ก็จะเอากับข้าวราดบนข้าว ซึ่งเป็นของธรรมดาจึงจะอร่อย

   

     อาจารย์ยังจำได้พอทำแบบนั้น ที่บ้านคุณแม่ หรือเอากับข้าวมาใส่บนชามข้าว คุณแม่จะมองด้วยความรู้สึกแปลกๆเท่าที่สังเกต แถมลูกๆมาเลียนแบบอีกเลย โดน และจะดุลูกว่า เป็นการกินที่ไม่ถูกต้อง คือตีวัวกระทบคราด ก็เลยได้เรียนรู้ไปด้วย จากนั้นอาจารย์ก็สังเกตเห็นว่า คนญี่่ปุ่น จะกินกับข้าวและข้าวแยกกัน แล้วจะไปอร่อยได้ยังไง ตามความคิดตอนแรกๆที่ไปญี่ปุ่น ตอนนี้ชินเสียแล้ว จะให้กินแบบประเทศไหนได้ทั้งนั้น

 

    คนญี่ปุ่นที่แต่งงานกับสาวไทยที่ไปอยู่ญี่ปุ่น โดยเฉพาะคนต่างจังหวัด จะชอบกินปลา่ย่าง ส้มตำ ข้าวเหนียว จะได้ยินคนญี่่ปุ่นเก็ํบมานินทาให้ฟังเยอะมากว่า คนไทยกินข้าวไม่มีมารยาท ใช้มือปั้นข้าวเหนียว ใช้มือแกะปลาย่าง เอากับข้าวราดบนข้าว เหมือนข้าวให้แมวกิน เพราะแฉะและเลอะเทอะ ไม่น่าดู เอามือถือตะเกียบแล้วยกชามซุปมิโซะ ไม่รู้มารยาทการกินเลย แถมกินอาหารไปพูดไป เคี้ยวเสียงดัง และยกถ้วยซุปมิโซะ แบบเอานิ้วหนีบขึ้นมา เป็นต้น (ฟังเขาว่าเราจนชิน เห็นเป็นเมืองถ่อน คนเถื่อนเพราะปิดประเทศนาน เพิ่งจะเห็นต่างชาิติ เลยไม่รู้ว่าจริงๆใครเถื่อนกันแน่ เพราะไม่ใช่ประเด็นแต่เป็นความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมแค่นั้นเอง)

 

    ในขณะเดียวกัน เราเห็นคนญี่ปุ่นมีวิธีการกินแปลกกว่าเรา คนไทยก็ไม่ค่อยได้ถือสาอะไรมากมาย เพราะเราแบบง่ายๆ (คงไม่ได้เข้าข้างคนไทยนะคะ นอกจากพวกผู้ดีเก่าที่เข้มงวดเรื่องพวกนี้มาก แบ่งชนชั้นก็อีกเรื่องนะคะ) แต่ถ้าทำเสียงดังๆ เช่น เวลาซูดเส้นบะหมี่ทำเสียงดัง เราจะตกใจ อันนี้เราดูเหมือนรับไม่ได้ เพราะน่าเกลียดทีเดียวสำหรับเสียงซู๊ดของเส้นบะหมี่คนญี่ปุ่น

 

    มีบางเรื่องที่เกิดจากการที่อาจารย์ไม่ได้อยู่เมืองไทยนาน เห็นบ้านเรา ตามร้านอาหาร เวลาคนไทย คนจีนกินปลาหรือกินอะไรที่มีก้าง หรือกระดูก เห็นคนไทยส่วนใหญ่จะเอากระดูกหรือก้างปลามากองไว้ข้างหน้าจานตัวเอง อาจารย์เห็นแล้วไม่น่าดูเลย เพราะไม่ชินกับการที่เห็นคนกินแล้วเอามากองไว้ ที่ต่างประเทศยังไม่เห็นแบบนี้ ที่ญี่ปุ่นเขาจะต้องมีจานเล็กเฉพาะให้ใส่ก้างหรือกระดูก

 

    เมื่อพูดถึงวัฒนธรรม ถ้าเราไปอยู่หรือไปเที่ยวหลายประเทศ เราก็จะเข้าใจเองว่า วัฒนธรรมของแต่ละประเทศนั้นแตกต่างกัน จะเปลี่ยนไปตามประเภทของอาหารแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน แต่ดูเหมือนคนญี่ีปุ่นมักจะคิดว่า วัฒนธรรมการกินของคนญี่ปุ่นดีที่สุดถูกต้องที่สุด ซึ่งเวลาที่เราไปญี่ปุ่น เราก็ต้องพยายามทำตาม อย่าให้เสียมารยาท ให้เขาดูถูกเรา แต่เมื่้อคนญี่่ปุ่นมาบ้านเรา เราก็ต้องสอคนญีุ่่ปุ่นให้รู้จักวิธีการใช้ช้อนและส้อมให้ถูกต้อง อย่าลืมสอนว่า การซู๊ดบะหมี่ให้อร่อยในเมืองไทยนั้น เราไม่นิยมการทำเสียงดังแบบคนญี่ปุ่น ถ้าอยากจะทำเสียงดังต้องขอให้ไปกินร้านที่มีแต่คนญี่ปุ่น หรือไม่ก็เก็บไปกินที่ญี่ปุ่น

 

    หวังว่า ความรู้เล็กๆน้อย ที่อาจารย์เอามาเล่าให้ฟัง คงจะำทำให้เราเข้าใจความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมการกินของแต่ละประเทศ และที่สำคัญก็คืือ สอนให้เรารู้จักใจกว้าพอที่จะรับความแตกต่าง และสอนเขาให้รู้ว่าอะไรคือ วัฒนธรรมการกินที่ถูกต้องของเรา และของเขา ไม่ใช่การยัดเยียดทางวัฒนธรรมแบบที่คนญี่ปุ่นชอบใช้กับคนต่างชาิติโดยหารู้ไม่ว่าแบบที่คนญี่ปุ่นกินนั้นไม่ใช่วิธีการกินแบบสากลแต่อย่างไร

 

มีความคิดเห็นยังไงเขียนมาให้อาจารย์ฟังด้วยนะคะ

   

 

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-07-28 08:26:41 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัด พิมพ์มาดา

เพิ่งจะเห็นชื่อ คงเพิ่งเข้ามาใหม่ ขอบคุณสำหรับข้อคิดเห็น เราต้องรู้ของเขา เวลาไปบ้านเขา เราจะได้ไม่ทำให้เขามองว่าเราเสียมารยาท เขามาบ้านเราก็ต้องเรียนรู้ของเรา ไม่มีของใครดีกว่าของใคร

หลงเข้ามานานแล้วหรือยัง ถ้าสะดวกแนะนำตัว เด็กวัดคนอื่นๆจะได้รู้จักนะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-05-08 19:25:14 อีเมล์ : IP : 71.190.35.105

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : อะไรที่เป็นข้อดี ที่เป็นประโยชน์ก็น่าจะนำมาใช้ได้นะคะ การเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศต่างๆเราจะได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยน่ะค่ะ

โดย : พิมพ์มาดา วันที่ : 2009-05-08 17:33:17 อีเมล์ : IP : 222.123.220.245

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

なるほど  

ありがとうございます。

โดย : ayasa วันที่ : 2008-11-14 22:30:23 อีเมล์ : IP : 125.25.254.141

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน

อะไรที่เป็นวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เป็นสิ่งที่ดีที่เราต้องเรียนรู้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องทำเหมือนเขา เพราะการกินโซะบะหรือ บะหมี่เสียงดัง ก็มีชาติญี่ปุ่นที่ดังน่าเกลียดมาก ทำไมไม่ต้องไปหัดแบบเขา เพราะว่า ถ้าไปประเทศอื่น คงจะต้องมองมาทางเดียวกันหมด เพื่อดูว่าใครทำเสียงดังนั้น

สาวญีปุ่นก็กินเสียงดังนะคะ แต่ไม่ดังเท่า อาจารย์ไม่เคยคิดจะทำตาม แต่สังเกตเห็นว่า การที่เสียงดัง ยิ่งกินโซะบะเย็นจะเสียงดัง เพราะว่า เขาไม่ได้เคี้ยว ซู๊ดเข้าปากแล้วก็กลืน จึงดังมาก

ฟังแล้วขนลุกเลย คงกินได้เฉพาะในญีปุ่น ไปประเทศอื่น คนคงสงสัยว่า ทำไมไม่มีมารยาทเอาเสียเลย

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-09-05 04:21:28 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

เพิ่งจะทราบข้อห้ามเวลาทานข้าวบนโต๊ะอาหารของชาวญี่ปุ่นก็วันนี้หล่ะค่ะว่ามีเยอะมากมาย

เคยเห็นชาวญี่ปุ่นซดน้ำซุปเสียงดังมาก ก็เข้าใจว่าเป็นมารยาทของชาวญี่ปุ่นเพื่อบ่งบอกว่า

น้ำซุปนั้นอร่อยแค่ไหน ยิ่งเสียงดังยิ่งดี

แต่ว่าคนไทยเราห้ามทำแบบนั้นแน่ 

หนูจึงลองทำดูซึ่งก็ทำให้เราสำลักน้ำซุปไปเลยล่ะค่ะ

แหม..ทำยากจังนะคะ

โดย : 幸子 วันที่ : 2008-09-04 11:35:11 อีเมล์ : IP : 125.27.112.200

--------------------------------------------------------------------------------------------------