生け花 ห้องอิเคะบะนะ
อนุทินคะเงะโร นิคคิ (4) เชิญอ่านต่อได้นะคะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

 

สมัยก่อนผู้หญิงชนชั้นสูงจะไปไหนมาไหน

ต้องไปด้วยแคร่ไม่ให้ใครเห็นหน้า

 

 

 

かげろう日記

 

                                                        เขียนโดย ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์

 

 

    

    สำหรับ คะเนะอิเอะเอง หลังจากแต่งงานกับผู้เขียน เขาก็ยังมีเมียน้อยอีก 5 คน ปรากฎ

การณ์นี้ส่อเห็นได้ชัดว่า ในภาคปฏิบัติ ผู้ชายมีเมียได้หลายคน แต่จะไม่มีฐานะเท่าเทียมกับ

เมียหลวง มักจะไม่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณชน แต่ก็เป็นที่ยอมรับกัน ในอนุทินนี้ ผู้เขียน

ไม่ได้กล่าวอ้างหรือหยิบยกขึ้นมาเขียนแม้แต่น้อยเลยว่า ผู้หญิงในสมัยนั้นมีสิทธิเท่าเทียม

กับผู้ชายในการมีคู่ได้หลายคนแบบผู้ชาย  

  

    โดยทั่วไป ในสมัยนี้ฐานะของผู้หญิงจะเปลี่ยนอย่างมากหลังแต่งงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

ผู้เขียนมักจะอยู่บ้านของเธอเอง และคะเนะอิเอะ จะไปเยี่ยมเป็นครั้งคราว ทั้งนี้เพราะว่า ใน

สมัยเฮอัง ผู้หญิงไม่ต้องออกจากบ้านของตัวเองทันทีหลังแต่งงาน แต่กลับเป็นว่า ผู้ชายจะ

เป็นฝ่ายเข้าไปอาศัยอยู่ หรือไปเยี่ยมผู้หญิงที่บ้าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การที่ผู้ชายมีภรรยา

หลายคน

เป็นที่ปฎิบัติกันในสมัยเฮอัง

 

      ผู้เขียนในเรื่องไม่ได้อาศัยกินอยู่กับคะเนะอิเอะ จะมีก็อยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อสามีเธอได้รับเลื่อน

ตำแหน่งเป็นขั้นที่สาม ตอนนั้นเท่านั้นที่เธอย้ายไปอยู่ใกล้บ้านพักของสามี แต่ก็ไม่ได้อาศัย

อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน นอกจากนั้น ก็ไม่ปรากฏว่ามีหลักฐานอะไรที่กล่าวอ้างอิงถึงการที่สามี

ไปอาศัยกับผู้หญิงคนอื่น นอกเหนือจากเมียหลวงอย่างแน่นอน

 

      แม้แต่ภรรยาหลวง โทะคิฮิเมะ จากสภาพสังคมในสมัยนั้น ตลอดจนเหตุการณ์และความ

ไม่มั่นคงในชีวิตแต่งงานของเธอ บ่อยครั้งที่โทะคิฮิเมะเขียนบันทึกถึงความเหงา และชีวิตที่

น่าเบื่อที่ต้องอยู่ในบ้่านตามลำพัง

      

        ในอนุทินเธอบันทึกว่า

    

       กลางคืนของฉันช่างอ้างว้างเดียวดา่ย

       พูดจริงๆแล้ว แทบจะไม่มีเวลาไหนเลย

       ที่ฉันรู้สึกว่ามีความสุขอย่างแท้จริ

 

   จากการที่ผู้หญิงแต่งงานแล้วไม่ได้อาศัยอยู่กับสามี ตลอดจนตัวบทกฏหมายที่กำหนด

ว่า ผู้ชายจะมีภรรยามากกว่าหนึ่งคนไม่ได้ (แต่ในภาคปฎิบัติผู้ชายมักจะมีเมียหลายคน)
จึงทำให้ผู้เขียนซึ่งอยู่ในฐานะเมียน้อย ไม่อาจจะไปหาสามีได้อย่างเปิดเผย และยังถือว่า

เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมในการที่เธอจะแวะไปหาสามี เมื่อเธอต้องการ เช่น เมื่อคะเนะอิเอะ

ไม่สบายเธอก็ไม่มีโอกาสจะดูแลเยียวยาสามีได้ เพราะอยู่กันคนละที่กับคะเนะอิเอะ

เธอบันทึกว่า

 

     ฉันไม่อาจไปดูแลเขาได้ทั้งๆที่ฉันควรจะทำ

     ฉันรู้แต่ว่า่ ถ้าเขาป่่วยก็คงไม่เป็นไร

     เพราะฉันไม่อาจทำอะไรได้นอกเหนือจากนี้

 

    ไม่เพียงแต่ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายรอว่า เมื่อไรสามีจะไปเยี่ยม เพราะไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน

เท่านั้น การไปเยี่ยมสามีของเธอก็ยังไม่เป็นที่นิยมปฎิบัติกันอย่างเปิดเผย ทั้งๆที่เมื่อตอน

ที่ คะเนะอิเอะป่วยหนัก แต่เธอก็ได้แต่เขียนจดหมายไปให้กำลังใจ จนกระทั่งในที่สุด

สามีเขียนจดหมายไปหาเธอว่า

 

      ฉันอยากให้เธอมาเยี่ยมฉันตอนเย็นสักวันหนึ่ง

       แม้การมาอย่างเปิดเผยจะเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ก็ตาม

       แต่ฉันก็ไม่ได้พบกับเธอมาตั้งนานแล้ว

 

       ผู้เขียนบันทึกว่า เธอรู้สึกเป็นห่วงและกังวลมาก ถ้าใครรู้เข้า คนจะคิดอย่างไรเกี่ยวกับ

การที่เธอไปหาเขา แต่เมื่อคะเนะอิเอะเขียนมาอีก ในที่สุดเธอก็เลยตัดสินใจเสี่ยงไปหา

คะเนะอิเอะ

     

      ในสมัยเฮอัง การแต่งงานทางการเมืองโดยเอาลูกสาวไปแต่งงานกับเจ้าชายเพื่อจะ

ได้เป็นจักรพรรดินั้น เป็นการกระทำที่ปฎิบัติกันอย่างมากในสมัยตระกูลฟุจิวะระรุ่งเรือง

และครอบงำ คุมบังเหียนทางการเมืองในสมัยนั้น บางคนอาจจะมองในแง่ว่า ทำให้ผู้หญิง

มีศักดิ์ศรี เพราะในสมัยนั้น การคลอดลูกผู้หญิงดีกว่าลูกผู้ชาย จะได้ใช้ประโยชน์ทางการ

เมืองได้

 

      แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้ง ฐานะของผู้หญิงก็เป็นเพียงเครื่องมือทางการเมือง ที่ถูก

ปฎิบัติเสมือนสิ่งที่ไม่มีชีวิต ดังนั้น ไม่เพียงแต่การแต่งงานดังกล่าวจะทำให้ผู้หญิงมี

ฐานะด้อยกว่้าผู้ชายเท่านั้น แต่ผู้หญิงยังถูกจำกัดบทบาททางสังคม โดยกำหนดว่า

 ’ผู้หญิงไม่ควรให้ชายอื่นนอกจากสามี หรือพ่อตนเองเห็นหน้าดังนั้น เมื่อออกจาก

บ้าน ผู้เขียนจะนั่งในแคร่ที่มีม่านปิดชิด หรือแม้แต่เมื่ออยู่ในบ้านของเธอเอง เธอมักจะนั่ง

อยู่หลังม่าน เธอไม่เคยเล่าถึง การพบปะกับชายคนอื่น นอกจากสามีและพ่อ แม้แต่ตอนที่

อุมะ โนะ คะมิมาสู่ขอลูกบุญธรรมของเธอ จากที่เธอบันทึกพอจะเดาได้ว่า เธอพูดจาก

หลังม่านที่บังระหว่างเธอและ อุมะ โนะ คะมิ  เธอบันทึกว่า

 

   เขายื่นจดหมายให้ฉัน

   และเด็กรับใช้รีบเร้าคำตอบจากฉัน

   ฉันจึงเลื่อนตัวเข้าไปใกล้ม่านด้วยเข่าของฉัน

 

   อุมะ โนะ คะมิ เงียบอยู่พักใหญ่

   ฉันจึงยิ่งรู้สึกอึดอัดในความเงียบของเขา

   เขาคงไม่แน่ใจว่าฉันอยู่ที่นั่น

   ฉันจึงกระแอมให้เขารู้ว่าฉันอยู่ที่นั่น

 

    ชีวิตของผู้เขียนซึ่งเป็นชีวิตของผู้หญิงชั้นสูงในสมัยนั้น จะมีชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ยุ่ง

เกี่ยวกับเรื่องของรัฐ ตลอดจนโลกภายนอก โดยทั่วไป ผู้หญิงในสมัยเฮอังจะฝึกหัด เขียน

ลายมือให้สวย หัดแต่งโคลงกลอน เย็บหรือชุนเสื้อผ้าให้สามี และตัวเอง นอกจากนั้นก็

มักจะวุ่นกับการเตรียมตัวเตรียมใจต้อนรับการไปเยี่ยมของสามี ตลอดจนการออกไป

นมัสการพระตามวัดต่างๆในบางโอกาสเท่านั้น

 

    ตลอดเรื่องที่เธอบันทึก มักจะเป็นเรื่องความทนทุกข์ทรมานในการเฝ้าคอยการไป

หาของเขา และความเศร้าเสียใจที่ได้ข่าวการไปมีผู้หญิงใหม่ของสามี ซึ่งความรู้สึกที่

ว่านี้ มีตั้งแต่ตอนแต่งงาน จนกระทั่งเธอตัดสินใจแยกกับสามี

    จากการที่ความสุขของเธออยุ่ที่การไปเยี่ยมของสามีนี้เอง เมื่อสามีไม่ไปหาเธอนานๆ

เข้าความรู้สึกว้้าเหว่ เหงา เศร้า ตลอดจนความรู้สึกที่ว่า เธอถูกทอดทิ้งทำให้ผู้เขียนเกิด

ความไม่มั่นคงทางด้านจิตใจ และทุกข์ทรมาน แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ นอกจากโทษว่า เป็น

เวรกรรมของเธอเท่านั้น ดังจะเห็นได้จากหลายๆตอนในอนุทินนี้

 

          ฝุ่นที่เกาะรอบๆหมอนของคุณมากขึ้นทุกที

          แต่ฉันก็ยังใช้ชีวิตกลางคืนของฉันคนเดียวอย่างเดียวดาย

          ฉันเฝ้าแต่บอกตัวเองว่า อย่าไปคิดถึงคุณ

          คุณจำได้มั้ยถึงคืนพายุฝนที่คุณมาแล้วก็รีบจากฉันไป

 

          คุณ (คะเนะอิเอะ) พูดถึงเดือนกรกฏาคม

          คุณอยากจะบอกฉันให้พึงพอใจกับการพบของเรา

          ที่มีน้อยพอๆกับดาวบนท้องฟ้า หรืออย่างไร

 

          ฉันสรุปว่า ความทุกข์ที่เกิดขึ้นของฉัน

          เกิดจากชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกหนีได้

         กรรมเก่าในชาติก่อน ซึ่งฉันยังคงต้องยอมรับกรรมนั้น

 

      

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-07-08 11:09:55 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด sakuranbo

(เด็กวัด sakuranbo) อ่านจบแล้วค่า อาจารย์

รู้สึกเศร้าจังเลยค่ะ สงสารผู้หญิงสมัยนั้นมากๆเลยนะคะ

(ครูประจำชั้นปรียา) สมัยนี้แม้จะไม่แย่เท่าสมัยก่อน แต่ก็ยังถูกกดขี่เพศเหลือเกิน

(เด็กวัด sakuranbo) ใช่ค่ะ หนูกำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ที่เชียงใหม่ค่ะ

กำลังทำรายงานเกี่ยวกับบทบาทของสตรีในยุคนี้ด้วย แต่หาข้อมูล(ภาษาไทย)ยากจังเลยค่ะ

(ครูประจำชั้นปรียา) ดีใจมากค่ะ ที่สนใจเรื่องพวกนี้ เรื่องเก่าๆของญี่ปุ่นมีอะไรที่น่าสนใจอย่างมาก สมัยที่สอนที่เมืองไทย และญี่ปุ่นไปพูดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่หลายครั้ง ยังจำได้ว่ามีอาจารย์ชื่อ คล้ายอาจารย์ มีอะไรนำหน้าปรียา สอนภาษาญีปุ่นน่ารัก คล่องแคล่ว ไม่ทราบยังอยู่มั้ยคะ ชื่ออะไรจำไม่ได้ แต่จำหน้าตาได้ ชอบเชียงใหม่ คราวหน้าไปเมืองไทย ต้องแวะไปหาแฟนๆ  เด็กวัดและ

แอนทซังที่เชียงใหม่แล้วล่ะมั้ง  ถ้าอาจารย์คนที่พูดถึงยังอยู่ ฝากความคิดถึงด้วยนะคะ

ดีใจมาก ที่ได้ยินนักศึกษาไทยบ่นว่า ข้อมูลภาษาไทยมีน้อยมาก

อาจารย์เป็นนักวิจัยต้องการข้อมูลของไทย ไม่เคยมีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันที่ศึกษาอย่างจริงจังให้

อ้างอิงได้ คนไทยที่ไปเรียนที่ญีปุ่นได้ปริญญากลับมามีเยอะ แต่พอกลับมาเราก็สอนอย่างเดียว

บ้านเรา ไม่มีการค้นคว้า เป็นเรื่องเป็นราวหรือบันทึกแบบญี่ีปุ่น หรือแบบชาวตะวันตก

ขอให้ดูสังคมบ้านเราปัจจุบันว่า ในอนาคต บ้านเราจะมีวัฒนธรรม และจะมีอะไรเหลือ

ที่บอกว่าเป็นของไทยบ้าง หรือมีการวิจัยอะไรที่สามารถที่จะเก็บไว้ให้คนรุ่นต่อไปค้นคว้า

ศึกษาได้บ้างคะ มองดูการศึกษา และสิ่งที่วัยรุ่นปัจจุบันสนใจดูนะคะว่าฉาบฉวยขนาดไหน

 (อาจารย์ไม่ต้องห่วงเรื่องการก๊อปปี้นะคะ หนูอ้างอิงอย่างเคารพทุกครั้งแน่นอนค่ะ^^)

(ครูประจำชั้นปรียา) อาจารย์ไม่ได้เขียนเพราะกลัวหนูจะก๊อปปี้อะไร อย่าเข้าใจผิด แต่อาจารย์เห็น

คนบ้านเรา ส่วนใหญ่ที่ไม่มีความรู้เท่้าที่ควร ไม่รู้ว่า เวลาเอาของคนอื่นไปใช้ ต้องอ้างอิง ไม่ใช่

ทำเหมือนกับเป็นของตัวเอง อ่านดูใครๆก็รู้ หรือบทความที่นำมาใช้ เอาของคนที่เขาเขียน

ไปแปล ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นบอกหรอกค่ะว่า เอามาจากหนังสือของผู้เขียนท่านใด

แม้แต่ชื่อหนังสือก็ยังไม่บอกเลยว่า เอามาจากหนังสืออะไร อ่านดูก็รู้ว่า ไม่ใช่คนนั้นเป็น

คนเขียน เพียงแต่แปลออกมา แต่ก็ไม่ใหเครดิตคนเขียนอีก น่าเศร้าใจ

บางคนทั้งที่รู้ แต่ก็ไม่กระดากใจ จะเอาไปใช้โดยไม่อ้างอิง หรือลอกเลียนแบบโดยที่ไม่รู้สึกอาย

ทั้งที่หัวสมองตัวเองก็มี แต่อย่างว่าเป็นเรื่องของประเทศต่างๆที่ในอดีตเป็นแบบนี้

แต่ทางเอเชียยังรักษาโรคนี้ไม่หาย

อาจารย์เห็นเยอะมาก จึงต้องเขียนเตือน แต่จะได้ผลสักแค่ไหนก็ไม่รู้ อยู่ที่จิตสำนึกของคนๆนั้นมากกว่า ยิ่งคนญี่ปุ่นก๊อปเก่งมาก คนที่ไปเรียนญีปุ่นอาจจะติดนิสัยมาก็ได้ ในญี่ปุ่นตอนนี้เขา

เอาหนัก อีกไม่เท่าไรเขาก็คงออกกฏออกมาแบบทางตะวันตกแล้ว

แต่อาจารย์เรียนทั้งสองประเทศ เลยเห็นความแตกต่างอย่างมาก ที่อเมริกา เรื่องใหญ่มาก การลอกเลียนแบบคนโดยที่ไม่มีการขออนุญาต หรือเอาไปใช้หน้าตาเฉย เปลี่ยนแปลงนิดหน่อยก็ยังพอทนได้

แต่ส่วนใหญ่เลียนเลยค่ะ แบบดูแล้วก็รู้เลย รูปแบบ และเนื้อหาวิธีการต่างๆ

บางทีความที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ เอาคำพูดหรือเอาไอเดียไปใช้ หรือเอาไปทั้งดุ้นก็เห็นมาแล้ว

เยอะแยะ ชื่อหนังสืออาจารย์ ตามที่รู้ๆกัน ชื่ออะไรก้ตามที่อาจารย์ใช้

คนก็เอาหยิบเอาไปใช้เฉยเลย คนเหล่านี้ไม่รู้หรอกว่า ถ้าคนฟ้องขึ้นมา หนักแน่เลย

(เด็กวัด sakuranbo) หนูขอบพระคุณอาจารย์มากเลยนะคะที่สร้างโรงเรียนเด็กวัดนี้ขึ้น

เพราะทำให้หนูได้ใกล้ชิดกับอาจารย์มากขึ้นค่ะ หลังจากติดตามอ่านหนังสือของอาจารย์มานาน ^^

(ครูประจำชั้นปรียา) คงต้องขอบคุณ หัวหน้าห้องที่อยากให้แฟนๆอาจารย์ได้คุยกับอาจารย์และ

ถามเรื่องต่างๆโดยตรงนะคะ โรงเรียนเด็กวัดปรียาต้องการเห็นเมล็ดที่หว่านโตวันโตคืน ไม่ต้องการ

ปริมาณ และไม่สนใจเรื่องปริมาณค่ะ เรื่องคุณภาพสำคัญมากสำหรับอาจารย์ค่ะ

ดีัใจที่มีคนเห็นคุณค่า ดีใจที่เห็นนักศึกษาไทย แสวงหาความรู้ไม่ได้เอาเวลาไปใช้ในสิ่งที่ไร้สาระ อาจารย์ให้คำปรึกษาได้เสมอ อยากรู้เรื่องอะไร หรือคำแนะนำอะำไร เขียนมาคุยได้ เสมอ ว่าแต่ว่า เข้าไปลงทะเบียนให้เพื่อนๆเด็กวัดรู้จักหรือยังคะ จะได้แสดงความคิดเห็น และเข้ามาช่วยๆเพื่อนๆเด็กๆ จะได้เก่งๆ

เรื่องที่เขียนยังไม่จบนะคะ มีอะไรที่อาจารย์ช่วยได้ เขียนมาถามได้เสมอค่ะ

ขอบคุณมากที่ติดตามอ่านหนังสืออาจารย์ ยังมีอีกเยอะให้อ่านค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-07-23 21:27:31 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

อ่านจบแล้วค่า อาจารย์

รู้สึกเศร้าจังเลยค่ะ สงสารผู้หญิงสมัยนั้นมากๆเลยนะคะ

ใช่ค่ะ หนูกำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ที่เชียงใหม่ค่ะ

กำลังทำรายงานเกี่ยวกับบทบาทของสตรีในยุคนี้ด้วย แต่หาข้อมูล(ภาษาไทย)ยากจังเลยค่ะ

ตอนนี้อยู่ในขั้นพยายามหาsourceเท่าที่ได้ให้มากที่สุดน่ะค่ะ

(อาจารย์ไม่ต้องห่วงเรื่องการก๊อปปี้นะคะ หนูอ้างอิงอย่างเคารพทุกครั้งแน่นอนค่ะ^^)

หนูขอบพระคุณอาจารย์มากเลยนะคะที่สร้างโรงเรียนเด็กวัดนี้ขึ้น

เพราะทำให้หนูได้ใกล้ชิดกับอาจารย์มากขึ้นค่ะ หลังจากติดตามอ่านหนังสือของอาจารย์มานาน ^^

โดย : ซากุรัมโบะ^^ วันที่ : 2008-07-14 00:31:31 อีเมล์ : IP : 124.157.165.242

--------------------------------------------------------------------------------------------------