剣道 ห้องเคนโด
เพื่อนคู่ใจที่ขาดไม่ได้
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สนุกกับการเขียนภาษาญี่ปุ่น

 

 

แปลโดย  . ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์

                                                     ดร. สุณีย์รัตน์ เนียรเจริญสุข

 

  สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน

     วันนี้มีข่าวดีมาแจ้งให้ทราบ ความฝันเล็กๆน้อยๆแต่มีค่ามากก็คือ อาจารย์อยาก

จะให้แฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคนที่สนใจภาษาญี่ปุ่น เรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่น มีหนังสือ

ที่เป็นเสมือนเพื่อนคู่้หูไว้ใช้เวลาเขียน หรือเวลาที่สงสัย อยากจะรู้ว่าเขียนจดหมาย

ภาษาญี่ปุ่นยังไง จะได้ไม่ต้องทรมานมาก

 

     เด็กวัดทุกคนคงจำได้ใช่มั้ยนะคะว่า มีเด็กวัดเขียนมาว่า อยากเขียนให้เพื่อน

แต่ภาษาญี่ปุ่้นยังไม่แข็งต้องมาให้อาจารย์ช่วย ตอนนั้น อาจารย์อึดอัดมาก เพราะ

ถ้าอาจารย์พิมพ์หนังสือเล่้มนี้ ออกไปแล้ว ก็คงบอกว่าไปซื้อเล่้มนี้ไปใช้ได้ แต่

ก็ทำไม่ได้ เพราะหนังสือที่มีประโยชน์เล่มนี้ พิมพ์ออกมาสองครั้งหมดเกลี้ยง

ในเวลาอันรวดเร็ว แต่เนื่องจากมีคำผิดก็เลยต้องจับให้แก้ให้ถูกต้อง แต่ก็ลำบาก

มาก เพราะเรื่องการวางรูปแบบ ต้องทำใหม่หมดกว่าจะมีคนทำให้จริงๆ ก็ต้อง

ใช้เวลาถึง 5 ปี ตามเท่าไรงานก็ไม่ออกมา

 

     ในที่สุด สนุกกับการเขียนภาษาญี่ปุ่น กำลังจะออกมาขายกลางเดือน

กรกฎาคม หรืออีกสองอาทิตย์เท่านั้น ผู้ที่ร่วมกันแปลและเข็นหนังสือเล่มนี้ออก

มา ก็ไม่ใช่ใครอื่น ลูกศิษย์ก้นกุฎิของอาจารย์อีกคนซึ่้งตอนนี้เรียนจบปริญญาเอก

เรียบร้อยและเป็นอาจารย์เจริญรอยตาม

     อาจารย์ขออนุญาตแนะนำลูกศิษย์ก้นกุฏิอีกคนที่กำลังมีบทบาทในเมืองไทย

เป็นอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

     ดร. สุณีย์รัตน์ เป็นลูกศิษย์ที่อาจารย์สอนเพียงเทอมเดียวตอนที่สุณีย์รัตน์

เรียนปีหนึ่งที่รังสิต ตอนนั้นทารุณมาก อาจารย์ต้องวิ่งรอกจากท่าพระจันทร์ไป

สอนที่รังสิตที่เพิ่งเปิดร้อนก็ร้อน อะไรก็ยังไม่มี ไม่เหมือนตอนนี้ต้นไม้คงขึ้น

เต็มไปหมด

     อาจารย์จำสุณีย์รัตน์ได้ดีเพราะตั้งใจเรียน ตัวเล็กๆ นั่งเรียนแถวข้างหน้ากับ

เพื่อนเขาอีกคนชื่อพัชรี ซึ่งเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นไทย อาจารย์จำได้ดี สอนคนเรียน

ดีมาก แล้วพอจบคอร์สนั้น อาจารย์ก็ลาออกจากธรรมศาสตร์ไปญี่ปุ่น แต่จำชื่อ

และหน้านักเรียนได้ดี

 

     สิบปีผ่านไป สุณีย์รัตน์ทำงานบริษัทญี่ปุ่้น มีประสบการณ์การทำงาน แล้ว
ในที่สุดก็ได้ทุนรัฐบาลไปญี่่ปุ่น และพอไปญี่ปุ่นก็ไปเจอเพื่อนร่วมงานอาจารย์

ทำงานที่สถาบันวิจัยฯด้วยกัน สุณีย์รัตน์ได้ที่อยู่อาจารย์เลยติดต่อมาหาอาจารย์

อาจารย์ดีใจมากนั่งคุยกับสุณีย์รัตน์หลังจากไม่ได้เจอกันสิบปี และรู้ว่าไปเรียน

ปริญญาโท สุณีย์รัตน์บอกว่า อาจารย์หนูอยากทำงานเป็นอาจารย์ หนู
ทำงานมาแต่หนูไม่ชอบ
อยากเป็นอาจารย์ อาจารย์สอนหนูหน่อยได้มั้ย

อาจารย์ก็เลยถามว่า ถ้าอยากเป็นอาจารย์ อาจารย์เอาหนักนะ สู้มั้ย ไม่งั้นเสียชื่อ

อาจารย์ สุณีย์รัตน์ บอกว่าสู้ อาจารย์ก็เริ่มถ่ายทอดวิชาให้ และรับเข้ามาให้หัด

ทำงานพิเศษ ตอนนั้นไม่รู้จะให้เข้ามาช่วยทำอะไร เพราะทำอะไรยังไม่เป็นเลย

ต้องสอนงาน และให้สุณีย์รัตน์จดสิ่งที่อาจารย์สอน จากนั้นมา สุณีย์รัตน์ก็มา

ทำงานกับอาจารย์อาิทิตย์ละวันสองวัน เป็นเงินรายได้พิเศษ มีอะไรก็ปรึกษากับ

อาจารย์ ทั้งปริญญาโทและเอก อาจารย์เป็นพี่เลี้ยงส่งไปสู้บนสังเวียน และสุณีย์รัตน์

ก็สู้จริงๆ อาจารย์ู้ว่าลำบากแค่ไหนกว่าจะได้ปริญญาเอก

 

    สุณีย์รัตน์ อยากจะสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยที่อาจารย์สอนอยู่ แต่อาจารย์รู้ว่า

เข้ามาเรียนไม่มีทางได้ปริญญาเอกแน่ บอกให้สู้ต่อที่มหาวิทยาลัยที่เรียนปริญญาโท

ต่อ ในที่สุด สุณีย์รัตน์ก็เรียนสำเร็จ และอาจารย์จำได้ว่า สุณีย์รัตน์เอาหัวข้อวิจัยมา

ให้ดู อาจารย์บอกว่าดีมาก หัวข้อนี้ ถ้าพยายามได้ปริญญาเอกแน่

     วันเวลาผ่านไป สุณีย์รัตน์ ลูกศิษย์ตัวเล็กๆที่เคยสอนตอนนี้ก็กำลังทำงานหนัก

เหมือนที่อาจารย์ทำอยู่ทุกวันนี้ มีคนชอบแซวว่าทั้งศิษย์และอาจารย์ตัวเล็กนิดเดียว

แต่เล็กพริกขี้หนู

     จะยังไงก็ตาม สำหรับชีวิตการเป็นอาจารย์คงไม่มีอะไรภูมิใจเท่ากัีบการที่ศิษย์

ประสบความสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงาน มีความรับผิดชอบทำงานอย่างเต็มที่

และทุ่มเท ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่

    หลังจากเรียนสำเร็จก็ยังแปลหนังสือร่วมกับอาจารย์ เรามีความผูกพันกันไปกินข้าว

ด้วยกันตอนอยู่ญีุ่ปุ่น สนุกด้วยกัน ทำงานหนักด้วยกัน ล้วนเป็นความทรงจำที่ดี

 

    ใครจะไปรู้ ในอนาคตอันใกล้นี้ แฟนๆหนังสือ และเด็กวัดใน โรงเรียน
เด็กวัดปรียา
ที่กำลังช่วยกันทุ่มเท แบ่งปันความรู้ และช่วยกันทำให้

โรงเรียนเด็กวัดเป็นที่พักพิงของคนที่อยากเรียนรู้จริงๆ ในอนาคตอันใกล้

อาจจะมีเด็กวัดหลายคนที่อาจจะมีบทบาททางด้านต่างๆ ไม่ว่าทางด้าน

การงาน หรือด้านไหนก็ตามสามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ ทำงานร่วม

กับคนญี่ปุ่น เช่นเดียวกับลูกศิษย์อาจารย์คนอื่นๆที่อาจารย์ทุ่มเทความรู้

เล็กๆน้อยให้

      มันเป็นความอบอุ่นและสายใยที่เรามีต่อกัน ดีใจที่ศิษย์รับฟัง เข้าใจ

ความหวังดี และพยายามทำตามคำแนะนำอย่างดี และสู้จนเรียนสำเร็จ

 

     หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสืออีกเล่มที่มีคุณค่า ขอให้ทุกคนหาซื้อไว้ใช้และใช้ให้

เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ หนังสือทุกเล่มที่วางขายผ่านการกลั่นกรองเรื่อง

เนื้อหา และการทุ่มเทของอาจารย์ทุกเล่ม เพียงแต่หวังให้ทุกคนที่ขวนขวาย

หาซื้อไปใช้ให้เกินคุ้มกับเงินที่ลงทุนไป อาจารย์ก็ดีใจแล้วค่ะ

 

    ------------

   สำหรับหนังสือเล่มนี้ จะมีเรื่องเกี่ยวกับ การเขียนไปรษณียบัตร จดหมาย

โน้ตย่อกันลืม และวิธีการเขียนประวัติของตัวเองเพื่อใช้ในการสมัครงาน ฝึกฝน

ทักษะการเขียนรูปประโยคเป็นภาษาญี่ปุ่น เพื่อที่ว่าเวลาที่เราจะต้องเขียนประโยค

ต่างๆเราจะได้เขียนได้อย่างมั่นใจ

 

   ในหนังสือเล่มนี้จะแบ่งวิธีการเขียนใหญ่ๆ ออกเป็น 3 แบบ คือ

- ในกรณีที่เขียนถึงบุคคลทั่วไป

- ในกรณีที่เขียนถึงผู้ที่มีอาวุโสกว่า

- ในกรณีที่เขียนถึงเพื่อนและคนที่เราสนิทด้วย

 

    นอกจากนี้ยังรวบรวมรูปประโยคต่างๆที่ใช้ในบริษัทเข้ามาอีกด้วย ในแต่

ละบทจะมีตัวอย่างรูปประโยคต่างๆ และตอนท้ายของแต่ละบทจะมีคำถาม

แบบฝึกหัดให้ผู้เรียนได้เรียนและหัดเขียนประโยคเอง

 

    ตอนท้ายหนังสือเล่มนี้ยังสรุปหัวข้อทั่วไปที่ใช้ในการเขียน และรูปประโยค

ที่เพื่อนเขียนมาพร้อมทั้งคำเฉลยคำถามแบบฝึกหัดอีกด้วย 

 

    นอกจากผู้เรียนจะเพลิดเพลินกับการเขียนเรื่องราวต่างๆในชีวิตประจำวันแล้ว

ผู้เรียนยังใช่ฝึกทักษะ พัฒนาการอ่านและการพูดได้อีกด้วย

    หนังสือเล่มนี้ยังให้ความรู้เกี่ยวกับ เรื่องการส่งการ์ดปีใหม่ญี่ปุ่นและไทยว่า

เหมือนกันหรือไม่

 

   สำหรับคนที่ทำงานบริษัทญี่ปุุ่น อาจจะเป็นเลขานุการให้ผู้จัดการญี่ปุุ่น ต้อง

ทำหน้าที่รับโทรศัพท์เวลาที่แขกโทรไปหาหัวหน้า ต้องจดข้อความที่แขกขอร้อง

เพื่อแจ้งให้หัวหน้าทราบ ความรู้เบี้องต้นในการจดโน็ตย่อที่ว่านี้ก็มีคำอธิบาย

พร้อมตัวอย่าง และวิธีการจดให้อย่างครบครัน ไม่เพียงแต่จะได้รับความรู้่เท่านั้น

แต่ยังจะได้เรียนรู้ว่าจะต้องจดอย่างไรจึงจะถูกต้องและไม่เสียมารยาท

 

    หวังว่าเด็กวัดมีโอกาสว่าหนังสือออกเมื่อไรก่อนคนอื่น คงจะหาซื้อกัน ก่อนที่จะ

ขายหมดเสียก่อน ถ้าหมดก็คงช่วยอะไรไม่ได้ เพราะอาจารย์ก็ทำหน้าที่เข็นออกไป

หนังสือแต่ละเล่มก็ต้องรีบหาซื้อกันเอง เพราะพิมพ์จำนวนจำกัด และขอบคุณแฟนๆ

หนังสือทุกคนที่ให้กำลังใจ หาซื้อไปใช้กันจำนวนมากขึ้นทุกที คงจะต้องพิสูจน์กัน

ต่อไปว่าคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นเรียนจริง และขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม

 

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-07-03 03:52:28 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ตอบกระทู้

--------------------------------------------------------------------------------------------------