剣道 ห้องเคนโด
わたし & あたし ดูละครญี่ปุ่นแล้วได้ยินบ่อย ๆ ทำไมเรียกตัวเองว่า あたし
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ตั้งแต่เรียนภาษาญี่ปุ่นมายังไม่เคยได้อ่าน หรือได้เห็นคำว่า あたし ในหนังสือเลยค่ะ  แต่คำนี้ได้ยินเฉพาะในละครเวลาที่ตัวละครที่เป็นผู้หญิงจะเรียกตัวเองมักจะพูดว่า あたしは。。。。。

บางทีก็ได้ยินคำว่า きみ、ぼく 、あんた (คำนี้ได้ยินในเพลง) อะไรประมาณนี้เวลาผู้ชายพูด  ทีนี้ก็เลยไม่เข้าใจว่าคำไหนใช้ได้กับหญิงหรือชาย แล้วถ้าเราก็อยากจะใช้บ้างจะต้องใช้ตอนไหนเหรอคะ  ใช้พูดกับเพื่อน หรือแฟน หรือคนที่อายุมากกว่าได้รึป่าว  แล้วนอกจากคำพวกนี้แล้วยังมีคำอื่นอีกมั้ยคะ ที่เขาใช้เรียก ฉัน, เธอ, เอง, ข้า, บ่า, ไอ่, มรึง, กรู  น่ะค่ะ

ใครพอจะรู้บ้างคะ ช่วยอธิบายให้เข้าใจทีเถอะค่ะ

โดย : หัวหน้าห้อง วันที่ : 2008-06-27 11:36:06 อีเมล์ : IP : 61.7.168.170

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด nikki

เป็นการตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจมาก ทั้งที่เป็นวัยรุ่น รู้จักคิด สังเกต และยกตัวอย่างประกอบชัดเจน

อาจารย์จะเขียนให้อ่าน ว่าข้อสังเกตนี้ว่า เป็นยังไง เป็นเรื่องสำคัญที่อาจารย์เขียนไปบ้างแล้ว

 แต่ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าวัยรุ่นเอง รู้สึกแบบนี้ ขอเวลา กลับมาเขียน เมื่ออาจารย์พร้อมนะคะ

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-09-14 09:55:16 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : สังเกตดูแล้ว เหมือนคนญี่ปุ่นเขาไม่ค่อยใส่ใจเรื่องการปลูกฝังภาษาให้กับเด็กรึเปล่าครับ
ทำไมตัวการ์ตูนถึงพูด โอเระ แล้วก็ โอมาเอะ แทบทุกตัวละครที่เป็นผู้ชายเลย ถ้าเป็นการ์ตูนบ้านเรา
จะเป็นในเอนิเมจะมีแต่ ฉัน นาย เธอ หยาบสุดคงจะเป็น แก
ถ้าเป็นคอมมิก ก็มีแต่ ฉัน นาย เธอ หยายสุดก็ แก เหมือนเดิม
ยกเว้นภาพยนต์บ้านเรา ที่มี กุ มึง โผล่ออกมากให้ได้ยินกัน
แต่ของญี่ปุ่น มีตั้งแต่สากเบือยันเรือรบเลย แปลกจัง แอบ สงสัยนะครับ เจอคำว่า โอเระ กับ โอมาเอะ ครั้งแรก ตอนดู เอนิเม นี่แหละครับ หะหะ

โดย : ืnikki วันที่ : 2008-09-13 20:48:03 อีเมล์ : IP : 222.123.130.132

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีแฟนๆหนังสือ เด็กวัด และเด็กวัดอ้อม

อาจารย์ขอขอบคุณเด็กวัด 由美子 ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้อาจารย์ แก้เรียบร้อยแล้วค่ะ

 เวลาเพสไม่ทันสังเกตขอบคุณมากนะคะ

  ขอเอามา  โพสใหม่ให้อ่านที่ตรงนี้ จะได้รู้ว่า คำสรรพนามที่รู้จักและใช้กันจริงๆมีเท่าที่รู้ๆกัน

แต่เวลาที่ใช้จริงๆในชีวิตประจำวัน ไม่ได้เหมือนที่เราเรียนค่ะ เพราะต้องปรับความสัมพันธ์ และต้องปรับสถานะภาพของแต่ละฝ่าย ยุ่งยากทีเดียว

  おまたせいたしました。ขอโทษที่อาจารย์ทำให้ต้องรอคอยอ่านเรื่องว่า คนญี่ปุ่นใช้คำสรรพนามเรียกกันยังไง

   อาจารย์ขอยกคร่าวๆ เพราะว่า เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อน ไว้เรียนไปได้หน่อย

แล้วเขียนมาถามอาจารย์เวลาไม่เข้าใจดีกว่านะคะ รายละเอียดไว้ซื้อหนังสือ ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น เล่มที่ ศ ตาเกยิโร โทมีต้า และอาจารย์เขียนเรียบเรียงใหม่นะคะ วันนี้เอาเท่าที่จำเป็นรู้ก่อนนะคะ

ในทุกภาษาจะมีคำเรียกอีกฝ่ายทั้งสุภาพ และไม่สุุภาพ แล้วแต่ความสัมพันธ์และความสนิทสนม ตลอดจนสถานะทางสังคม ก่อนอื่นเรียนคำเรียกที่สุภาพก่อนนะคะ ไม่งั้น เดี๋ยวไปใช้ผิดๆ จะเป็นการ

เสียมารยาท โดยเฉพาะคำแสลง คนญี่่ปุ่นเองก็ยังไม่ค่อยจะใช้กัน ก็เหมือนทุกสังคม คนที่มีการศึกษา เราไม่อยากใช้ภาษาที่ไม่ไพเราะและหยาบกับอีกฝ่าย เพราะว่าคนจะดูถูกว่า ไม่มีมารยาท ไม่รู้จักกาละเทศะ

   เอาล่ะ ขอเล่าเรื่องคร่าวๆของคำสรรพนามที่ใช้เรียกกันในภาษาญี่ปุ่น

    คำสรรพนามบุรุษที่ 1
 ที่สุภาพที่สุดก็คือ
 watakushi わたくし ดิฉัน ผม (I)

                             watakushi (tachi) わたくしたち พวกเรา พวกผม (We)

           watakushi domo) わたくしども พวกเรา พวกผม (We)

         boku ぼくผม

                             bokutachi  ぼくたちพวกผม

         ore おれ กู ข้าฯ (ไม่สุภาพ) (ผู้ชายใช้)

                             oretachi  おれたち พวกกู พวกข้าฯ (ไม่สุภาพ) (ผู้ชายใช้)

    คำสรรพนามบุรุษที่ 2

       เช่น  anata  あなた คุณ

               anata gata あなたがた พวกท่าน

             anata tachi  あなたたちพวกคุณ

               kimi きみ เธอ (ผู้ชายใช้)

                kimi tachi  きみたち พวก เธอ (ผู้ชายใช้)

             omae おまえ มึง เอ็ง (ผู้ชายใช้)          

    คำสรรพนามบุรุษที่ 3 ในภาษาญีุปุ่นจะใช้เรียกคนที่อยู่ใกล้ตัว ไกลออกไปหน่อย และไกลมาก ด้วยการใช้ kono, sono, ano

          kono kata このかた ท่านนี้

   konokata gata このかたがた พวกท่านเหล่านี้

           kono hito このひと คนนี้

    konohito  tachi このひとたち คนเหล่านี้

          Sono kata そのかた ท่านนี้

   Sonokata gata そのかたがたท่านเหล่านี้

   Sono hito そのひとคนนี้

   Sonohito そのひとたち  คนเหล่านั้น

    

         ano kata あのかた ท่านนี้

   anokata gata あのかたがたท่านเหล่านี้

   ano hito あのひと คนโน้น

   anohito  あのひと(たち) คนเหล่าโน้น

   ที่ใช้ทั่วไปก็มี

         Kare かれ เขา (ผู้ชาย)

    kanojo かのじょเขา (ผู้หญิง)

    Karera かれら พวกเขา (ผู้ชาย)

    Kanojora  かのじょらพวกเขา (ผู้หญิง)

 ให้คร่าวๆแค่นี้ก็คงมึนแล้วนะคะ

      ขอให้จำไว้ว่า คนญี่่ปุ่นจะไม่นิยมใช้คำสรรพนามมากเหมือนกับในภาษาอังกฤษ วิธีที่ใช้เรียกอีกฝ่ายก็คือ เรียกจากชื่อ นามสกุลของเขา เช่น tanaka san たなかさん คุณทะนะคะ แต่จะไม่เรียกชื่ออีกฝ่ายเหมือนบ้านเรา แต่ถึงแม้จะรู้ว่าเขามีคำสรรพนามพวกนี้ แต่เวลาใช้จริงๆยังซับซ้อนทีเดียวไม่ใช่เรื่องที่แปลออกมาง่ายๆแบบนี้ ว่า สุภาพไม่สุภาพ บุรุษที่หนึ่ง ที่สอง แค่นั้นก็พอ

        ว่่างๆ เข้่าไปอ่านเรื่องพวกนี้ในห้องอื่นที่เคยมีคนถามมาแล้ว เกี่ยวกับเรื่อง anata คุณ หรือเธอ แต่จริงๆไม่ค่อยใช้กันเองนะคะ

     

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-07-18 11:14:18 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ แฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน

ตอนนี้ภาพพจน์ของมังงะ กำลังเปลี่ยน มันจะคล้ายกับ graphic novel ของที่นี่

เพราะญี่ปุ่นเลียนแบบจากตะวันตก แล้วก็เอาไปทำเป็นแบบสไตล์ญี่ปุ่นจนไม่รู้ว่าใครลอกใคร

มีเยอะเลยค่ะ

 ที่นี่คำว่า comic ก็เปลี่ยนไปมากเช่นกัน ไม่ใช่สิ่งที่คนสมัยก่อนเข้าใจกัน

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-06-29 03:16:44 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ขอบคุณค่ะสำหรับคำอธิบายของอาจารย์นะคะ ไม่อย่างนั้นจะไปกันใหญ่

เท่าที่เคยได้ยินก็มี 私,あたし,僕(boku) ,俺 (ore),我々(wareware)เท่านี้อันอื่นไม่เคยเห็นได้ยินเลย ก็มึนๆไปเลย 

ถ้าแปลการ์ตูนคงจะเจอภาษาแปลกๆหรือพวกภาษาวิบัติ(ที่คนแต่งคิดขึ้นเองหรือเปล่า)ที่เราไมรู้อีกเยอะนะคะ ยิ่งพวกการ์ตูนโบราณ หรือแนวเหนือธรรมชาติ คนแปลพวกนี้ต้องหาขอมูลกันสุดๆตามกันไม่ทันเลยที่เดียว (หรือว่าอาศัยแปลมั่วบ้างแหล่ะ ดำน้ำกันเป็นว่าเล่น)เป็นนักแปลยากเหมือนกันนะเนี้ย นอกจากต้องรู้ซึ้งถึงวัฒนธรรมแล้วต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อเรื่องแล้วยังเจอภาษาแปลกๆอีกด้วย แต่เดี๋ยวนี้ก็มีคนทำแปลการ์ตูนเยอะ(เป็นอาชีพเสริมมั้ง)

โดย : gakusei วันที่ : 2008-06-29 03:13:50 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด gakusei

ขอบคุณมากค่ะ เด็กวัดที่เอาข้อมูลมาใ้ห้อ่าน

เราคงไม่อยากเอาข้อมูลที่ถูกๆผิดๆแบบนี้ มาจำกัน

เปลืองที่ในหัวสมอง นอกจากเราจะเป็นสิงห์มังงะ

ติดโรคอ่านมังงะก็เป็นอีกเรื่อง

ดีที่เอามาให้ดู เพราะว่า ถ้าเราอยากรู้คำเรียกเก่าๆ

เราก็ต้องเรียนภาษาเก่าให้เข้าใจไปเลย  

ไม่ใช่เอาแต่คำเรียกมาใช้เฉยๆ เพราะความเท่ห์เก๋

แล้วมั่วใช้กับภาษาใหม่ แล้วคนอ่านก็เข้าใจผิดๆถูก

คงแย่เหมือนกัน แต่นั่นเป็นโลกของคนมังงะเข้าใจได้

 

ขอให้ช่วยล้างฟิล์มความเข้าใจที่เขาให้มาจากเว็บที่ได้มาด้วย

อาจารย์เห็นเยอะแยะตามเว็บต่างๆ ผิดๆถูกๆ อธิบายกันอย่าง

สนุกสนานเต็มไปหมด แล้วแต่ที่ตัวเองเข้าใจ ด้วยความมัน

เหมือนพากย์หนังไทยแบบที่เรารู้ๆกันนั่นแหละ

บางทีก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมคนที่เขียนเรื่องพวกนี้

ไม่ค่อยกลัวเรื่องผิดถูก  และความรับผิดชอบ ตลอดจน

ผลกระทบที่มีต่อคนก็ไม่รู้

ไม่ว่าทั้งไวยากรณ์ และสำนวนต่างๆในภาษาญี่ปุ่นที่เข้าใจกัน

ที่อธิบายผิดๆยังมีเยอะแยะ

ถ้าเราจะเรียนกันผิวเผิน ก็คงต้องไปเรียนกันที่เว็บอื่น

ที่มีเกมส์ มีอะไรต่อมิอะไร  ให้เราเสพย์และมอมเมาอย่างเต็มที่

ปัจจุบันคนที่ป่วยเป็นโรคจิตเพราะวันๆอ่านแต่พวกนี้ มีเพิ่มขึ้น

อย่างมากในสังคมญี่ปุ่นปัจจุับัน คนญี่ปุ่นปัจจุบันอ่านมากขนาด

ที่แยกไม่ออกเสียแล้วว่า โลกจริงๆ และโลกที่ สร้างขึ้นในมังงะ

หรือในเกมส์ไม่เหมือนในชีวิตจริง

อาจารย์จึงได้แต่พยายามบอกว่า เราต้องเรียนภาษาญี่ปุ่น

ให้เข้าใจอย่างแท้จริง ถ้าเข้าใจ ไม่ต้องท่องสูตรจำพวกนี้

เพียงเพื่อจะพิชิตอ่านมังงะ และถ้าจุดมุ่งหมาย

ของแต่ละคนเพียงเพื่ออยากเรียนภาษาญี่ปุ่น

เพืืออ่านมังงะเท่านั้น ก็ไม่ลำบาก ไม่จำเป็นต้องรู้คำเท่าไรก็อ่าน

มั่่วได้แล้วเพราะไม่ต้องอ่านมาก มีภาพประกอบให้อยู่แล้ว

ทั้งเดาทั้งมั่ว และใช้ฮิระงะนะเยอะ คันจิน้อย ก็สนุกแล้วค่ะ

เป็นที่น่าเสียดายที่ว่า ทั้งที่มีอะไรมากมายเกี่ยวกับญี่่ปุ่นที่

ควรจะรู้ แต่เราชอบอะไรที่ง่ายๆ สนุกๆ คงเข้ากับนิสัย

ประจำชาติเราก็ได้

เพียงแค่จะเอาภาษาที่เขาใช้กัน มาใช้ให้ถูกต้องก็ยังจำกัน

ไม่ค่อยจะได้ แถมยังต้องจำภาษาที่ใช้ในมังงะที่จะแต่งเรื่อง

ให้มัน สนุกแค่ไหน ก็ได้ เพราะมันเป็นมังงะ

 

ทั้งๆที่ีจริงๆ มีเพียงไม่กี่คำที่ใช้ในภาษาญีปุ่่น

ถ้าเราเรียนภาษาเก่า ภาษาท้องถิ่นก็ว่าไปอย่าง

หวังว่าคงเข้าใจ และที่หัวหน้าเขียนมาก็ถูกต้อง

จริงๆเขาใช้อยู่กี่คำในชีัวิตประจำวัน

ถ้าเอาภาษาต่างๆที่ใช้ในมังงะ ซึ่งเป็นภาษาวิบัติที่ใช้กันในหมู่

คนรุ่นเดียวกัน และคิดว่าจะเอาไปใช้กับคนทั่วไป ก็ต้องบอกว่า

โทษทีใช้ผิดงานและคงจะไม่มีทางที่จะพูด

เป็นภาษาญี่ปุ่นที่คนที่มีการศึกษาใชักัน

ก่อนอื่น คนที่อ่านมังงะ เราต้องเข้าใจก่อนนะคะว่า

การอ่านมังงะ คือ อะไร  ผูอ่านได้อะไรจากการอ่านมังงะ

ที่จริงน่าจะเรียกว่า ดูมังงะ น่าจะถูกต้องกว่า

 เพราะมีแต่ภาพในสี่เหลี่ยม และคำพูดประกอบนิดหน่อยเท่านั้น

มันเป็นอีกโลกหนึ่ง เราเคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมคนญีุ่ปุ่นชอบอ่านมังงะ

เหมือนที่เด็กวัดออยและอีกหลายคนสงสัย ทำไมคนญี่ปุ่นมีโรงหนังโป๊

ฉายหนังทีืทำอย่างลามกอนาจารให้คนเข้าไปดูได้อย่างเปิดเผย

อาจารย์ยังไม่ได้แตะต้องที่จะไปตอบเรื่องพวกนี้ เพราะมีประวัติ

ศาสตร์ของมันที่เราจะต้องเรียนรู้ ไม่ใช่ตอบไปให้มันปากเท่านั้น

และทำไมพวกผู้ชายญี่ปุ่นแทบทุกคนจึงอ่านหนังสือมังงะ

และทำไมในนั้นจะต้องมีภาพที่แสนจะไม่น่าดูของหญิงสาว

ญี่ปุ่นใส่ในหนังสือพิมพ์ เช่น ในหนังสือพิมพ์กีฬา

จะต้องมีหน้าที่ถ่ายภาพถ่ายสาวใจกล้า ใจถึง ที่ตั้งท่าอย่างท้าทาย

ให้คนถ่าย ไม่มีคำว่า ศิลปะอะไร สำหรับคนญี่ปุ่นแปลกจริงๆ มันหยาบ

โลนจริงๆ ทำไมต้องมาภา่พพวกี้ั้มาใส่ในหนังสือพิมพ์ด้วย แล้วพวกผู้ชาย

ญี่ปุ่นก็อ่านกันหน้าตาเฉยบนรถไฟกางอ้าซ่า แถมกางแบ่งให้อาจารย์ดูด้วย

เพราะนั่งอยู่ข้่างๆอายจริงๆ มองหน้าคนอ่านเท่าไร เขาก็ไม่รู้สึก แต่สิ่งพวกนี้

อธิบายได้ค่ะ เพราะอาศัยในญีปุ่น และศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรม ประวัิติศาสตร์

สังคม ความนึกคิดของคนญี่ปุน

นักวิชา่การต่างชาิติที่เขียนวิจารณ์เรื่องพวกนี้ก็มีเยอะ

อาจารย์เข้าใจที่หัวหน้าเขียนสงสัย ว่าจริงๆในชีวิตประจำวันเขาใช้กันกี่คำ

กันแน่  อาจารย์ขอบอกตรงๆว่า อาจารย์อยู่ญี่ปุ่นยี่สิบปี คำสรรพนามเป็ฺนเรื่องที่

ยุ่งยากซับซ้อนแต่ในชีวิตประจำวันจริงๆ ใช้อยู่ไม่กี่คำ แต่ถ้าในมังงะ เราต้องทำความเข้าใจ

ก่อนนะคะว่า คนที่ชอบอ่านมังงะ เขาต้องการอะไรจากมังงะ

หรือจากการดูภาพในหนังสือมังงะ เนื้อหาในนั้นเป็นแบบไหน

ถ้าเราอ่านจนติดงอมแงม คนอ่านคนนั้นจะเป็นยังไง เคยคิดถึงจุดนี้มั้ยคะ

และเคยคิดมั้ยว่า โลกของคนที่อ่านมังงะ กับโลกแห่งความจริง

เหมือนกันมั้ย

 

ทำไมคนญี่ปุ่นจึงชอบอ่านหนังสือพวกนี้มากๆๆๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่

เกิดอะไรขึ้นกับสังคมญี่ปุ่นหรือ แต่การอ่านมังงะของคนญี่ปุ่น ไม่ได้เพิ่งอ่าน

กันเมื่อวานนี้ เมื่อสามสิบปีที่แล้วก็อ่านกันเต็มไปหมด แต่ตอนนี้เพิ่มจำนวนมาก

แต่ขยายกว้างในทุกระดับคนอ่าน ทั้งซะระิริมัง วัยรุ่น เด็กสาว เด็กเล่น รวมทั้งแม่บ้าน

ที่เคยอ่านนิยาย อ่านมังงะ  แถมญี่ปุ่นยังส่งออกวัฒนธรรมมังงะ

ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ในญี่ปุ่นไปตามประเทศต่างๆ

 

คนที่ชอบอ่านมังงะตามประเทศต่างๆก็เพิ่มขึ้น มันสะท้อนให้เห็นอะไรบ้าง

ในสังคมญี่ปุ่น เราเคยคิดกันอย่างจริงจังบ้างมั้ย นอกจากวิ่งไปซื้อมาอ่าน

มันๆสนุกๆ แล้วก็ติดกันงอมแงม

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-06-29 03:05:04 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : ขอบคุณ gakusei ซัง มาก ๆๆๆ เลยนะคะ ที่อุตส่าห์ข้อมูลมาให้  มันมีเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย  ตอนนี้เกิดเครื่องหมายคำถามขึ้นมาเกี่ยวกับคำพวกนี้เพียบเลย  รออาจารย์ช่วยไขความกระจ่าง และข้อเท็จจริงในการใช้ในแต่ละคำอยู่นะคะ  เรื่องนี้น่าสนใจจัง อัพเดทเดือนกรกฎา japankiku.com จะต้องเอาเรื่องนี้ไปไว้ในเกร็ดญี่ปุ่นซะแล้ว  เพราะัมันสุดยอดดดจริง ๆ เลยค่ะ

โดย : หัวหน้าห้อง วันที่ : 2008-06-28 22:08:07 อีเมล์ : IP : 61.7.168.7

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีคะคุณหัวหน้าห้อง เราก็เคยสงสัยเหมือนกันกับพวกสรรพนามนี้เหมือนกัน มีเยอะมาก

พอดีว่ามีเวปหนึ่งมีข้อมูลอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้พอดีเลยเอามาให้อ่านกัน หวังว่าจะให้ประโยชน์ไม่มากก็น้อย

(เจ้าของสงสัยเขาเป็นนักแปลการ์ตูนอยู่ด้วยนะเนี้ย รู้ละเอียดดีจัง)

เฉพาะคำแทนตัวเองนะ

1. 私 (watashi/watakushi) เป็นทางการและสุภาพ ตอนเรียนอาจารย์เคยสอนว่า ถ้าเจอคำว่า watakushi ให้แปลว่าข้าพเจ้าโลด... เราจะเจอคุณหนูผู้เรียบร้อย หรือผู้สูงศักดิ์ในการ์ตูนแทนตัวด้วยคำนี้อยู่บ่อยๆ เจอทีไรตะน็อคปวดหัวทุกทีเพราะต้องคิดนานมากว่าจะแปลเป็นอะไร...

2. あたし(atashi) คำแทนตัวที่เด็กสาวๆชอบใช้ ถ้าคุณผู้ชายใช้คำนี้ คุณจะได้เปลี่ยนชื่อเป็นคุณประเทืองในทันใด ^^'' (ในกรณีนี้ก็จะแปลเป็น "เดี๊ยน" ได้อย่างสบายใจเช่นกัน ;P)

3. 僕 (boku) เด็กผู้ชายใช้เป็นส่วนใหญ่ และคนที่ใช้ก็มักจะเป็นเด็กหนุ่มที่ค่อนข้างเรียบร้อยซะด้วยสิ แต่คำๆนี้ก็ไม่ใช่คำที่เป็นทางการอยู่นั่นเอง และส่วนใหญ่คนที่ใช้คำๆนี้จะใช้กันจนถึงอายุประมาณ 30 กว่าๆ ฟังดูสุภาพและไม่เป็นทางการดี

4. 俺 (ore) เอกสิทธิ์สำหรับผู้ชาย ใช้ได้ตั้งแต่เด็กยันแก่ แน่นอนว่าไม่สุภาพและผู้หญิงไม่ควรใช้ สมัยเรียนไม่เคยเจอคำๆนี้ซ่อนตัวอยู่ในซอกหลืบไหนของหนังสือเลยซักนิด เจอครั้งแรกเล่นเอาเปิดดิกฯมือเป็นระวิง

5. 我(ware) ส่วนใหญ่มักจะเจอเป็นรูปที่เป็นพหูพจน์แล้ว 我々(wareware) หรือ 我ら (warera) อันนี้ตะน็อคเจอครั้งแรกในเรย์เอิร์ธมั้ง ไปซื้อฉบับญี่ปุ่นมาอ่านแล้วเจอเข้า เล่นเอาก๊งไปเหมือนกัน

6. 妾(warawa) เจอคำนี้กันมั่งมั้ยฮับ? แต่ใครที่อ่าน X ของแคลมป์คงเคยเจอแน่นอน เพราะเป็นคำที่เจ้าหญิงฮิโนโตะใช้แทนตัวเอง สมัยก่อนสาวๆจากตระกูลซามูไรจะใช้คำนี้แทนตัวกัน คนธรรมดาไม่ใช้คำๆนี้กันหรอก

7. わし (washi) คำนี้สาวๆสมัยก่อนจะใช้แทนตัวเองกับคู่สนทนาที่สนิทสนมกัน ถ้าอ่านการ์ตูนทีมีฉากแถวชานเมือง แล้วด็มีคุณยายแก่ๆอยู่ด้วยล่ะก็ เราอาจจะเจอคุณยายแทนตัวเองเวลาคุยกับลูกหลานด้วยคำๆนี้ แต่ในปัจจุบันกลายเป็นภาษาของผู้ชายที่มีอายุให้แทนตัวเองเวลาคุยกับคนที่อาวุโสเท่ากันหรือน้อยกว่าไปแล้วล่ะ คนใช้คำนี้มักจะเป็นคนแถวชานเมืองหรือไม่ก็คนคันไซเป็นส่วนใหญ่

8. わて (wate) คล้ายๆข้างบนเลย แต่คำนี้ใช้กันแถบคันไซเป็นส่วนใหญ่อ่ะนะ

9. わたい/あたい (watai/atai) คำนี้สาวๆสมัยก่อนแถบย่านร้านค้าของโตเกียวใช้กันมาก ปกติจะใช้กับคนที่สนิทกัน ปัจจุบันกลายเป็นภาษาบ้านนอกที่ไม่ค่อยมีใครใช้แล้ว

10. おら/おいら (ora/oira) สมัยก่อนสาวๆเมืองเอโดะมักจะแทนตัวด้วยคำๆนี้กัน ปัจจุบันกลายเป็นภาษาของผู้ชายแปลคล้ายๆ 俺 แต่จะให้อารมณ์เชยๆและออกบ้านนอกนิดหน่อย

11. 我が輩 (wagahai) เป็นภาษาผู้ชาย ใช้ในหมู่ซามูไรสมัยก่อน คนที่ใช้คำนี้มักจะแฝงความภาคภูมิใจในตัวเองไว้ด้วย เทียบอารมณ์กับปัจจุบันก็ประมาณคำว่า おれ様(oresama)

12. おいどん (oidon) ใช้มากแถบจังหวัดคาโกชิมะ ความหมายประมาณเดียวกับ 我が輩 (wagahai)

13. 余/予 (yo) มีความหมายประมาณเดียวกับ わたくし/われ(watakushi/ware) ยังไม่เคยเจอ แล้วก็กำลังหวังว่าอย่าให้เจอเลย (><)

ขอขอบคุณตะน็อคเจ้าของเวปนี้http://tanok.exteen.com/category/Non-Fiction/page/6 มากๆๆค่า

ขอถามอาจารย์ด้วยว่า ข้อมูลนี้ถูกต้องหรือเปล่าค่ะ ขอบคุณคะ

โดย : gakusei วันที่ : 2008-06-28 21:12:13 อีเมล์ : IP : 125.24.33.123

--------------------------------------------------------------------------------------------------