生け花 ห้องอิเคะบะนะ
こころ จิตใจใครกันแน่ บทที่ 8 หาคำตอบกันเองนะคะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

จากหนังสือ

 

こころ

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 8

 

แปลโดย ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์

กนก ศฤงคารินทร์

 

อาญาจากสวรรค์

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัดที่ร้องมาว่าติดแล้วค่ะ

 

         อาจารย์มีโอกาสเอาหนังสือเล่มนี้มาพิมพ์ให้ทุกคนได้อ่านอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้จับมา

นานปี แต่ทำไมอ่านทีไร จึงไม่เคยรู้สึกเบื่้อ ทั้งที่ตอนที่แปล ไม่นับเวลาตอนแปล อย่างน้อยก็

อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อให้แน่ใจว่าเก็บใจความได้ครบหรือไม่อย่างน้อยก็หกครั้ง แล้วก็ตรวจทาน

เมือแปลเสร็จอีกประมาณหกครั้ง จนเรียกว่าท่องขึ้นใจได้ก็คงว่าได้ แต่อ่านและพิมพ์กี่ครั้ง

โคะโคะโระ ก็ยังเป็นนวนิยายที่อ่านแล้วไม่เคยเบื่อ ทำให้เห็นถึงชีวิตคนญี่ปุ่น ผู้ชายญี่ปุ่นที่เกิด

ในสมัยเมจิอย่างเซนเซ และภรรยาเซนเซ อ่านแล้วเห็นภาพชีวิตผู้หญิงญี่ปุ่นที่แต่งงานกับผู้ชาย

ญี่ปุ่น แม้เวลาจะผ่านไปร้อยกว่่าปี ก็ยังแปลกใจว่า ชีวิตผู้หญิงญีปุ่นไม่ได้แตกต่างจากสมัยเมจิ

มากนัก แม้คนรุ่นใหม่ดูเหมือนจะแตกต่างกับคนรุ่นเก่าก็ตาม แต่จริงๆต่างกันมากหรือไม่ ขอให้

ลองอ่านกันไปเรื่อยๆ อย่างน้อยคงจะให้คำตอบตัวเองได้

---------------------------------------------------------- 

 

         โชคดีที่การคาดการณ์ของเซนเซไม่ได้เป็นจริง คนที่ไร้ประสบการณ์อย่างข้าพเจ้า

ในขณะนั้นไม่อาจเข้่าใจแม้แต่ความหมายแจ่มชัดที่แฝงอยู่ในคำคาดการณ์ของเซนเซเลย

ข้าพเจ้ายังคงไปหาเซนเซเหมือนเดิม และโดยที่ไม่ทันรู้ตัว ในที่สุดข้าพเจ้าก็ได้กินข้าวร่วม

โต๊ะกับเซนเซ ผลที่ตามมาโดยปริยายก็คือ ข้าพเจ้าก็ต้องคุยกับภรรยาเซนเซด้วย

        

        ข้าพเจ้าเองเป็นมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่งซึ่งไม่ได้เย็นชา เฉยเมยกับผู้หญิง แต่ด้วยความ

ที่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม และจากสภาพแวดล้อมที่เป็นมาจนปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้าแทบจะไม่เคย

สนิทสนม กับผู้หญิงอย่างจริงจัง นั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ความสนใจ

ส่วนใหญ่ของข้าพเจ้ามักจะจำกัดเฉพาะ กับผู้หญิงซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เมื่อพบกับ

ภรรยาเซนเซที่หน้่าบ้านคราวก่อน ข้าพเจ้าประทับใจในความสวยงามของเธอ หลังจาก

ที่ได้พบเธออีก ข้าพเจ้าก็ยังประทับใจในความสวยงามของเธอเช่นเดิม นอกเหนือ

จากที่ว่านี้ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าคงไม่มีอะไรที่จะพูดเกี่ยวกับเธอเป็นพิเศษ

       

     แทนที่จะพูดว่าเป็นเพราะภรรยาเซนเซไม่มีอะไรเด่นเป็นพิเศษเลย น่าจะพูดว่าเธอ

ไม่มีโอกาส แสดงออกถึงลักษณะพิเศษที่มีอยู่น่าจะถูกต้องกว่า ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนกับว่า

ภรรยาเซนเซนั้นเป็นส่วนหนึ่งของตัวเซนเซ ภรรยาเซนเซเองก็คิดว่า ข้าพเจ้าเป็นนักเรียน

คนหนึ่ง ที่มาหาสามีเธอ เธอจึงต้อนรับข้บสู้ข้าพเจ้าอย่างเต็มใจ ดังนั้นถ้าเอาตัวกลาง

ซึ่งก็คือ เซนเซออกไปล่ะก็ เราืัทั้งสองคนก็คงไม่มีอะไรผูกพันกันเลย เพราะฉะนั้นภรรยา

เซนเซซึ่งข้าพเจ้า พบในครั้งแรกนั้น นอกจากความสวยงามของเธอแล้ว ข้าพเจ้าก็ไม่มี

ความรู้สึก อะไรหลงเหลืออยู่เลย

       

     วันหนึ่ง ข้าพเจ้าถูกบังคับให้ดื่มเหล้าที่บ้านเซนเซ ตอนนั้นภรรยาเซนเซก็มานั่งข้างๆ

เพื่อรินเหล้าให้ด้วย รู้สึกว่าเซนเซอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เซนเซจึงพูดกับภรรยาว่า

 

    เธอก็ดื่มด้วยสักหน่อยสิ

 

    แล้วเซนเซก็ยื่นถ้วยที่ตัวเองดื่มแล้วให้ภรรยา หลังจากที่ภรรยาเซนเซปฏิเสธไปว่า               

 

     แต่ดิฉัน……’  แต่แล้วเธอก็รับถ้วยเหล้าด้วยท่าทีที่อึดอัดใจ เธอเผยอริมฝีปากอัน

งดงาม แล้วยกถ้วยซึ่งมีเหล้าที่ข้าพเจ้ารินให้ประมาณครึ่งหนึ่งขึ้นจรดริมฝีปาก จากนั้น

การพูดคุยระหว่างเซนเซและภรรยาก็เริ่มขึ้น

 

 

    แปลกจริง คุณแทบจะไม่เคยบอกใ้ห้ดิฉันดื่มเลยนี่คะ

 

     ก็เพราะเธอไม่ชอบน่ะสิ แต่นานๆดื่มทีก็ดีจะได้สบายใจไงล่ะ

 

     

          ไม่เห็นเป็นอย่างงั้นสักนิดเลย มีแต่จะทรมาน แต่พอคุณดื่มเหล้าเข้าไปหน่อยแล้ว

           ดูคุณจะอารมณ์ดีจังนะคะ

    

          อารมณ์ดีเป็นบางครั้งเท่านั้นแหละ ไม่ได้หมายความว่าเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ไหน

 

          แล้วคืนนี้ เป็นยังไงคะ

          

           คืนนี้รู้สึกสบายใจดี

 

           ถ้างั้นจากนี้ไปทุกเย็นก็ดื่มทีละหน่อยสิคะ

 

            ไม่ได้หรอก

 

            ดื่มเถอะค่ะ คุณจะได้ไม่เหงาไงล่ะคะ

 

              ที่บ้านเซนเซมีเพียงเซนเซ ภรรยา และสาวใช้เท่านั้น ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าไป

ตามปกติบ้านเซนเซจะเงียบ และดูเหมือนว่าข้าพเจ้าจะไม่เคยได้ยินเสียงหัวเราะดังเลย

ก็ว่าได้ จนบางครั้งทำให้รู้สึกเหมือนกับว่า มีข้าพเจ้าและเซนเซเท่านั้นในบ้านหลังนี้

 

            ถ้ามีเด็กๆอยู่ด้วยก็คงจะดีกว่านี้นะคะ ภรรยาเซนเซหันมาพูดกับข้าพเจ้า

 

             จริงด้วยครับ ข้าพเจ้าตอบ

 

           แต่ในใจข้าพเจ้าไม่ได้เห็นด้วยกับเธอเลย ในตอนนั้นข้าพเจ้าไม่เคยมีลูกจึงได้แต่

คิดว่าเด็กๆเป็นเพียงสิ่งที่น่ารำคาญเท่่านั้น

 

           ถ้าอย่างงั้นไปขอมาเลี้ยงสักคนดีมั้ย เซนเซพูดขึ้น

        

            ลูกบุญธรรมน่ะไม่ไหวหรอกค่ะ คุณว่าจริงมั้ยคะ เธอหันมาทางข้าพเจ้าอีก

 

           ถังยังไงเราก็คงจะไม่มีืทางมีลูกของเราเองหรอก เซนเซพูด

        

           ภรรยาเซนเซไ้ด้แต่นิ่งเงียบ ข้าพเจ้าจึงถามแทนขึ้นว่า

              

            ทำไมล่ะครับ

 

            เซนเซหัวเราะเสียงสูง และตอบว่า

      

            ก็เพราะเป็นอาญาจากสวรรค์ไงล่ะ

 

            สำหรับบทนี้ไม่ทรา่บว่า จะมีแฟนๆหนังสือ และเด็กวัดที่เดาออกมั้ยคะว่า่ทำไม

 เซนเซจึงตอบว่า เป็นอาญาจากสวรรค์ 

 

         อ่านแล้วเริ่มรู้สึกยังไงบ้างคะ เขียนมาระบายให้เด็กวัดคนอื่นๆฟังหน่อยนะคะ

 

 

 

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-06-20 09:12:54 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัด วิตามินซี

ต้องขอโทษกว่าจะเวียนมาเขียนให้อ่านได้ ติดตามต่อว่า เซนเซเป็นหมันตามที่เด็กวัดเดาไว้หรือเปล่านะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-09-10 12:09:53 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : หนูว่าต้องมีใครเป็นหมันแน่ๆ

โดย : vitamin C วันที่ : 2008-06-20 17:04:59 อีเมล์ : IP : 58.9.27.128

--------------------------------------------------------------------------------------------------