生け花 ห้องอิเคะบะนะ
ขอโทษที่เกิดมาเป็นมนุษย์ 生まれてすみません
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

จากหนังสือ มองแดนซากุระ

 

 

 

 

เขียนโดย  . ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์

 

生まれてすみません

ขอโทษ….. ที่เกิดมาเป็นมนุษย์

 

 

     คงไม่มีคำพูดใดที่จะเจ็บปวด ลึกซึ้ง กินใจเท่ากับคำพูดของนักเขียนชื่อดังชาว

แดนอาทิตย์อุทัย ชื่อ osamu dazai 太宰治(だざいおさむ) เขาเกิดในปี ค.. 1908 และฆ่าตัวตาย

ในปีค.. 1948 หลังสงครามโลกครั้งที่สองเพียงสองสามปี คำพูดที่แทงใจและเจ็บ

ปวดที่เขาทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์เตือนใจเมื่อระลึกถึงเขาก็คือ umarete sumimasen

生まれてすみませんแปลเป็นภาษาไทยว่า ขอโทษ….. ที่เกิดมา(เป็นมนุษย์)

อาจารย์คิดว่า คงไม่มีคำพูดใดที่จะประชดประชัน สร้างความเจ็บปวด และขมขื่น

ให้มนุษย์ชาติได้เท่ากับคำพูดประโยคสั้นๆที่ว่านี้ของดะซะอิ

 

     ทำไมดะซะอิจึงช่างสรรหาคำพูดดังกล่าวนี้มาใช้ อะไรเป็นแรงผลักดันให้เขา

ใช้คำพูดเช่นนี้ ดิฉันคิดว่า ในคำพูดเพียงไม่กี่คำของดะซะอิแฝงไว้ซึ่งความรู้สึก
ขมขื่น ปวดร้าวอย่างเต็มที่ ซึ่งตัวดะซะอิคงไม่อาจจะบรรยาย หรือกล่าวออกมาเป็น

คำพูดที่ยืดยาวกว่านี้ได้

    จากคำพูดดะซะอิทำให้อาจารย์วาดภาพดะซะอิ ในสภาพที่กำลังยืน หรือนั่ง

คุกเข่่าก้มศีรษะ ขอขมาเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆได้ ด้วยความรู้สึกละอายใจ เจ็บปวด

ขมขื่น พร้อมด้วยความรู้สึกวิงวอนขอให้เพื่อนมนุษย์ได้โปรดเห็นใจ และยกโทษ

ให้แก่เขาในฐานะที่เขาเผชิญโชคร้ายเกิดมาเป็นมนุษย์ในสังคมนี้

 

     พอลืมตามาดูโลก ดะซะอิเกิดมารู้แต่ว่า ตนเองมองโลก และสังคมด้วยมุมกล้อง

ที่แตกต่างจากคนอื่นๆ เขาเรียนที่มหาวิทยาลัียโตเกียว มีโอกาสเรียนและศึกษา

วรรณคดีฝรั่งเศส และมีส่วนร่วมกิจกรรมกับพวกคนหนุ่มในสมัยนั้นวิเคราะห์ปัญหา

สังคมของมาร์กซิส ผลงานส่วนใหญ่ของดะซะอิ จะเน้นถึงความตระหนักของเขา

ที่มีต่อสภาพสังคมที่เป็นอยู่ในขณะนั้น

 

     ดะซะอิเป็นบุคคลที่เกิดมาในตระกูลมั่งคั่งศักดินาเก่าที่มีทั้งฐานะและมีเกียรติ

ในสังคมญี่ปุ่นในสมัยนั้น ดะซะอิเองตั้งแต่เด็กไม่เคยรู้จักคำว่า หิว แต่เขาก็ไม่

เคยได้รับความอบอุ่น โดยเฉพาะจากพ่อของเขา พ่อของดะซะอิเป็นนักการเมือง

และเคยเป็นสมาชิกสภา ดะซะอิเกิดมาอย่างสุขสบายท่ามกลา่งความมั่งคั่งของ

ครอบครัว แต่แทนที่ดะซะอิจะมีความสุขเขากลับรู้ิสึกละอายใจตัวเองที่ว่าเงินทุก

บาททุกสตางค์ที่ครอบครัวได้มานั้น เป็นเงินที่ได้มาอย่างง่ายดายจากเงินภาษี

และความยากลำบากของชาวนา ตลอดจนราษฎร โดยที่พ่อของเขาไม่ได้ทำอะไร

ที่เป็นประโยชน์แก่สังคมเลย เมื่อดะซะอิอายุ 20 กว่า เขาได้มีโอกาสศึกษาและทำ

กิจกรรมร่วมกับนักศึกษาวิเคราะห์สังคมแบบมาร์กและเลนิน ทำให้ดะซะอิยิ่งเห็น

ความเน่าเฟะของสังคม เขาพยายามที่จะให้ใฝ่หาความสวยงามที่เขาคิดว่าน่าจะ

ยังมีหลงเหลืออยู่ในสังคมของมนุษย์ แต่ก็รู้สึกว่าความหวังที่เขาตั้งใจไว้มีแต่ริบหรี่

ลงทุกที

 

      ดะซะอิเป็นนักเรียนที่มีลักษณะพิเศษของตัวเองที่ว่าเขาสามารถเอาเรื่องจริงๆ

ของเขามาเขียนและผูกเรื่องขึ้นเพื่อที่จะประกาศและสารภาพให้ชาวโลกได้รับรู้

ความปวดร้าวของเขา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เขาสังกัดอยู่ในพวก

ลัทธิธรรมชาิตินิยม เพราะสไตล์ของเขาแม้จะคล้ายกับ ลัทธิธรรมชาิตินิยม

ก็ตามแต่เขามีลักษณะการเขียนที่เป็นศิลป์มากกว่า ดังนั้น เขาจึงเป็นนักศิลปินที่

ปั้นตัวเองให้เป็นตัวตลกในการที่จะให้ความบันเทิงแก่ผู้ชม ทั้งๆที่เขาเองมีแต่

ความหวาดกลัวหวาดผวาเหมือนนอนหลับฝันร้าย เรื่องดังๆของเขาที่สะท้อน

ความรู้สึกจริงๆของเขาก่อนที่จะเขาจะตายในปี ค.. 1948 ก็คือ ชะโย หรือ

เป็นภาษาไทยว่า ตะวันเบี่ยงและ นินเงงชิคะคุ หรือภาษาไทยว่า

ขาดคุณสมบัติความเป็นมนุษย์

 

      อ่านแล้วเป็นยังไง เขียนมาให้ฟังนะคะ

 

(อ่่านต่อตอนต่อไปนะคะ)

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-06-15 10:47:53 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

อาทิตย์นี้ใครที่ติดตาม โคะโคะโระ และเรื่องพวกนี้ได้อ่านแน่ จะเขียนให้อ่าน

เพราะน่าสนใจมากที่เราจะต้องได้อ่านและเรียนรู้

ถ้าไม่มีใครเขียนอะไรมา อาจารย์ก็คิดว่า ไม่มีใครสนใจ ก็ไม่ต้องให้อาหาร
ดีมากค่ะ เด็กวัดวิตามินซี

นักเขียนคนนี้ดังมากๆๆในญีปุ่น ทำไมดัง หาคำตอบต่อนะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-06-19 22:05:44 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

แกคงรู้สึกแย่กับตัวเองมากๆเลยนะคะ อาจารย์ แล้วหนูก็ว่าแกคงเป็นคนดีมากๆเลยที่รู้สึกได้ถึงขนาดนั้น

ว่าแต่ว่าเรื่องเซนเซนี่ยังไงต่อเหรอคะ 

ขอบคุณค่ะ

โดย : vitamin c วันที่ : 2008-06-19 21:20:29 อีเมล์ : IP : 58.9.31.59

--------------------------------------------------------------------------------------------------