剣道 ห้องเคนโด
เหยียบขาไม่เป็นไร อย่าปัดแข้งปัดขา
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

จากหนังสือ ภาษาญี่ปุ่น 5 สนุก

 

 

 

 

足をふまれました。

คนเหยียบขา

 

              สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน

 

               ก่อนอื่น อาจารย์ขอขอบคุณแฟนๆหนังสืออาจารย์ เด็กวัดทุกคนที่มีส่วนร่วมทำให้โรงเรียนเด็กวัดปรียา สนุกสนาน เรียนกันได้เต็มที่ สบายๆเพราะเรารักที่จะเรียน และอยากจะเติมวิตามิน

กับอาจารย์

              อาจารย์ขอขอบคุณแฟนๆหนังสือที่ให้กำลังใจอาจารย์ วิ่งกันไปหาซื้อหนังสือชุด

 ภาษาญี่ปุ่น สนุก ซึ่งออกมาแล้วห้าเล่มตามร้านหนังสือ และแบบปกก็เป็นฝีมือของเราเอง

และฝีมือหัวหน้าห้องที่ช่วยทำให้สวยงาม ตามที่เราเห็นๆกัน

 

            นอกจากนั้น ยังมีแฟนๆหนังสือที่มีน้ำใจเขียนมาให้กำลังใจอาจารย์ ด้วยคำพูดที่อบอุ่นว่า อ่านแล้วได้ความรู้เกี่ยวกับญี่ปุ่นและภาษาญี่ปุ่นมากขึ้น บางคนก็เขียนมาให้กำลังใจว่า  หนังสืออาจารย์แต่ละเล่มมีคุณภาพมาก (พร้อมกับขอโ์ทษที่ชมอาจารย์ เพราะวัฒนธรรมญี่ปุ่นไม่ทำกัน)

(ไม่เป็นไรค่ะ เขียนตามความรู้สึก และควาามจริงใจออกมาเลยนะึคะ อาจารย์ไม่ใช่คนญี่ปุ่นค่ะ)

 

            สิ่งเล็กๆน้อยๆที่้ว่านี้ เป็นกำลังใจ และพลังให้อาจารย์ เดินหน้าต่อไป และมีคุณค่ามากกว่าเงินทองสำหรับอาจารย์ เราเป็นคนไทย เราเคยเป็นชนชาิติมีน้ำใจดีต่อกัน และอยากให้รักษาสิ่งดีๆเหล่านี้ไว้

          

        อาจารย์รักเมืองไทย กลับไปเมืืองไทยทีไร ทุกครั้งที่ได้สัมผัสกับความมีน้ำใจของคนไทย หลังจากที่อาศัยอยู่สังคมญี่ปุ่น และตอนนี้ที่อเมริกา ที่แล้งน้ำใจมานาน มันเหมือนน้ำทิพย์ที่หยดเข้าไปในจิตใจ ทำให้มีกำลังใจหว่่านเมล็ดต่อไป ขอขอบคุณทุกคนนะคะ และหวังว่า เราคงจะร่วมกันยืนหยัด

ทำให้โรงเรีียนเด็กวัดปรียาเป็นสถานที่เรียนภาษาญี่ปุ่นที่มีคุณภาพและได้ความรู้อย่างแท้จริง และยังมีเพลงของเว็บของหัวหน้าห้องทำให้เราได้บรรยากาศในการเรียน คงหาไม่ได้ในเว็บอื่นอีกแล้วนะคะ

    

              วันนี้อาจารย์อยากจะเอาเรื่องที่อ่านใน ภาษาญี่ปุ่น 5 สนุก 足をふまれました。คนเหยียบขา มาให้พวกเราอ่าน เพราะว่า ในภาษาญี่ปุ่นจะใช้รูป ukemi 受身(うけみ) รูปถูกกระทำบ่อยมาก และรูปถูกกระทำที่คนญี่ปุ่นใช้และที่คนไทยใช้ ในภาษาญี่ปุ่นและไทย มีทั้งที่คล้ายคลึงกัน และแตกต่างกันอย่างมาก

 

          บ่อยครั้งทีเดียวที่ในภาษาไทย เราไม่ต้องใช้รูป passive ถูกกระทำ แต่ญี่ปุ่นจะใช้ ทำให้เวลาที่เราเรียนรูปถูกกระทำแล้ว ใช้ไม่ถูก เหมือนดึงลิ้นชักที่ใส่ของคนละอย่างออกมานั่นเอง

         

           ในภาษาไทย บ่อยครั้งที่เราใช้รูปกระทำเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งที่ดี หรือ

พึงประสงค์ เช่น ไม่ได้ทำการบ้่าน หรือลืมเอาการบ้านไปโีรงเรียน เราอาจจะระบายความเสียใจ

กับเืพื่อนว่า

 

            Kyoo sensei ni shikarareta.

     今日(きょう)先生(せんせい)にしかられた

                 วันนี้ (ฉันผม) ถูกครูดุ

 

      หรือเราอาจจะบอกเพื่อนที่จะชวนเราไปเที่ยวงานปาร์ตี้ด้วย รูปที่ไม่ถูกกระทำ active ก็ได้ว่า

คงไปด้วยไม่ได้ เพราะเมื่อวาน แม่เพิ่งดุว่า เอาแต่เที่ยว รูปประโยคก็ใช้เป็น  รูปธรรมดา

ไม่ถูกกระทำ หรือ active ก็ได้ในภาษาไทย เช่น

               

                 

      Haha wa watashi o shikatta.

                   母はわたしをしかった。

                   แม่ดุฉันผม

 

           อาจารย์เรียนรูปถูกกระทำ มาหลายสิบปี และทั้งที่เข้าสอนนักเรียน อาจารย์ก็ยังไม่เห็นว่า

จะมีหนังสือตำราไหน หรืออาจารย์ญี่ปุ่นคนไหน ที่สามารถสอนนักเรียนต่างชาิติไม่ว่าทั้งเอเชีย

 หรือนักเรียนชาวตะวันตกให้เรียนแล้วเข้าใจได้ เพราะมันซับซ้อน โครงสร้างการใช้รูปถูกกระทำ

ไม่เหมือนกับของภาษาอื่น กว่าจะเข้าใจ จะต้องใช้เวลา และต้องเข้าใจอย่างแท้จริงถึงจะใช้ได้

          หรือไม่ตามตำราเรียนภาษาญี่ปุ่นหรือที่ไหนก็ตาม ที่เห็นๆก็เห็นเล่้าซ้ำๆกัน ไม่อาจที่จะ

ย่อยให้ผู้เรียนเข้าใจได้ เพราะมันซับซ้อน เหมือนที่เด็กวัด nani เขียนมา จนเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ได้ไป

แตะต้องเพราะเหมือนวิทยานิพนธ์ที่อาจารย์จะต้องมานั่งค่อยๆเขียนให้ทุกคนเข้าใจทีละนิด

หัวข้อนี้ อาจารย์ญี่ปุ่นในอเมริกา และนักศึกษาไทยที่ไปเรียนญี่ปุ่น เขียนกันเยอะ แต่ก็ยังเอา

มาทำอะไรไม่ค่อยได้ เพราะเรียนแต่จากมุมมองของญี่ปุ่นที่สอนเรา

 

         เอาล่ะวันนี้ เอาของเล็กๆน้อยที่ได้จากหนังสือ ภาษาญี่ปุ่น 5 สนุก มาให้อ่าน เช่นเคย

เมื่อไรที่อาจารย์หยิบหนังสือชุดนี้ขึ้นมาอ่านเองเมื่อไร ก็จะต้องมีเรื่องมาเขียนให้พวกเราได้

อ่านกันทุกทีแล้วก็ต้องขอให้พวกเราไปติดตามหาซื้อ หาอ่านกันเองต่อ แล้วอาจารย์ก็ได้แต่

นั่งร้องเพลงรอว่า จะมีใครบ้างหนอที่จะซาบซึ้ง หนังสือชุดนี้เหมือนที่อาจารย์ซาบซึ้ง แต่ก็ดีใจ

ที่เว็บมาสเตอร์เจโดะระมังงะ เขียนมาบอกอาจารย์เองว่า ผมโต เพราะหนังสือชุดนี้ของ

อาจารย์คร้บ ทำให้อาจารย์ดีใจที่ตอนนี้มีโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ มีโอกาสอ่านหนังสือชุดนี้

ของอาจารย์ที่ใช้เวลาทุ่มเทแปลคนเดียวถึงเจ็ดปี เมื่อ 23 ปีที่แล้ว และตอนนี้กลายเป็นมรดก

ตกทอดให้นักเรียนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นรุ่นใหม่ได้เรียนกันอย่างเต็มที่

            -------------

             

          เมื่อเช้าวานนี้ คุณเลอร์นเนอร์ต้องขึ้นรถไฟที่แสนจะแน่นไปที่ทำงานของเขา เมื่อไปถึง

ที่ทำงาน คุณเลอร์นเนอร์รู้สึกเหนื่อย จึงนั่งพักอยู่สักครู่ก่อนที่จะเริ่มทำงาน คุณโยะชิดะถามคุณเลอร์นเนอร์ว่า เป็นอะไรหรือเปล่า คุณเลอร์นเนอร์เล่าให้ฟังว่า รถไฟแน่น และยังเล่าต่อว่า

          

             Dare ka ga ashi o fumi mashita

              誰かが足をふみました

    มีคนเหยียบขาผม

     

            คุณเลอร์นเนอร์จำได้ว่า ในกรณีนี้ เขาควรจะใช้ รูปกริยาถูกกระทำ จึงจะถูกต้องและ

เหมาะสม ดังนั้น คุณเลอร์นเนอร์จึงพูดใหม่ว่า

     

           X  ashi ga fumare mashita

                 足がふまれました

      ถูก(คน)เหยียบขาผม

 

            คุณโยะชิดะเข้าใจได้ทันทีว่า คุณเลอร์นเนอร์อยากจะพูดว่าอะไร เธอจึงบอกคุณ

เลอร์นเนอร์ว่าที่ถูกต้องจะต้องพูดว่า

            

             ashi o fumare mashita

               足をふまれました

    ถูก(คน)เหยียบขาผม

   รายละเอียดขอให้ไปหาซื้ออ่านต่อเองนะคะ เพราะำไม่มีเวลาพิมพ์หมด

ทั้งเรื่องค่ะ

 

         เด็กวัดคงจะสงสัยว่า อาจารย์ทำไม ใช้รูปประโยคที่คุณเลอร์นเนอร์ใช้ไม่ได้  เหตุผล

ก็คือ

           

                 X  ashi ga fumare mashita

                      足がふまれました

           ถูก(คน)เหยียบขาผม 

 

     ถ้าใช้ ashi ga足が ผูู้พูดจะ เน้นที่ ขาแทนที่จะเน้นถึงผลของการกระทำที่ได้รับ

จากอีกฝ่าย ซึ่งก็คือ เหยียบ ดังนั้นจึงใช้ไม่ได้ เช่นเดียวกัน ถ้าเราอยากจะพูดว่า ถูกเพื่อน
ที่ทำงานปัดแข้งปัดขาผม
เราก็จะใช้ว่า

        

   Kaisha de dooryoo ni ashi o hipparareta.

   会社(かいしゃ)同僚(どうりょう)(あし)(いん)()られた

         แปลความหมายตามตัวอักษรก็คือ ผมถูกเพื่อนที่ทำงานดึง หรือลากขาผม

 

 

 

 

        คำว่า hipparu 引っ張るความหมายโดยทั่วไปก็คือ

 

1)      ดึง หรือชักชวน เช่น ขี้เกียจไม่อยากออกไปเที่ยวกับเพื่อน แต่เพื่อนมาลากไป หรือ

     ถูกตำรวจลากตัวไป หรือในกรณีที่ถูกพี่น้องหยอกล้อกัน เช่น ถูกพี่แกล้งลากแข้ง ลากขา

     ก็ใช้ได้

 

2)      ใช้ในกรณีที่โดยที่ตัวเองไม่ได้นึกไม่ได้ฝัน เช่น ลูกน้องทำอะไรผิดพลาดเกี่ยวกับเรื่อง

       งานที่ทำอยู่ ตัวเองเป็นหัวหน้ารับผิดชอบ ก็เลยต้องจำยอมรับผิดชอบ

 

 

3)     เป็นสำนวนที่ใช้ในความหมายว่า มีคนแอบใช้วิธีการสกปรก กลั่นกลั่นอีักฝ่ายใน

      ที่ลับ เช่น  กระจายข่าวเกี่ยวกับอีกฝ่ายในทางที่เสียหาย หรือแกล้งไปบอกคนอื่นเกี่ยวกับ

      อีกฝ่าย ในแง่ลบ ทำให้อีกฝ่ายเสียหาย โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ เพราะหวังผลประโยชน์

      ส่วนตัวของตัวเอง

 

      ในกรณีนี้จะเหมือนกับสำนวนที่ใช้ในภาษาไทยที่ว่า ปัดแข้งปัดขา อีกฝ่าย ด้วยเรื่อง

 ผลประโยชน์ หรือเหม็นหน้า เพราะทนเห็นอีกฝ่ายดีกว่า หรือเหนือกว่าตัวเองไม่ได้ ในกรณีนี้

สำนวนนี้ในภาษาญี่ปุ่นจะใช้บ่อยพอๆกับในภาษาไทย

 

       แต่ที่น่าสนใจอย่างยิ่งเกี่ยวกับสำนวนนี้ก็คือ ในภาษาอังกฤษ คำว่า hipparu 引っ張る

หรือ pull someone’s leg นั้น กลับไม่ได้มีความหมายที่รุนแรง หรือไม่ดี แต่อย่างไร จะมี
ความหมายเพียงแค่ หยอกล้อ หรือล้อเล่นอีกฝ่าย เป็นต้น เช่น ที่โรงเรียนเพื่อนชอบเอา

กระดาษมาแอบแปะ และเขียนอะไรข้างหลัง หรือเอาเทปมาแปะ เป็นการหยอกล้อกันสนุกๆ

ไม่ได้รุนแรงเหมือนสำนวนที่ใช้ในภาษาไทยและญีปุ่น

 

      ขอให้เราเอาสำนวนนี้ไปใช้ในทางที่ดี แบบภาษาอังกฤษดีกว่านะคะ อย่าเลียนแบบ

ความหมายในภาษาไทยและญี่ปุ่นนะคะ เพราะเป็นการกระทำที่ไม่สร้างสรรค์ และคนรู้เข้า

คนที่ปัดแข้งปัดขาคนก็จะเสียหายเองมากกว่า

   

     อ่านแล้วไม่เข้าใจตรงไหน เขียนมาถามได้นะคะ しからないから ไม่ดุนะคะ J

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-06-10 13:06:10 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ตอบกระทู้

--------------------------------------------------------------------------------------------------