剣道 ห้องเคนโด
โทษที ごめんなさい!ขอเพิ่มหน่อยนะคะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

 

 

จากภาษาญี่ปุ่น 2 สนุก หน้า 35-37

 

 

 

 

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน

 

  วันนี้อาจารย์ขอเอาหัวข้อเก่าที่เคยรวบรวมถาม เด็กวัดไปแล้ว และเด็กวัดกวางตอบมา และคุยกันไปแล้ว แต่พอดีอาจารย์มีบทความเพิ่มที่เขียนเกี่ยวกับ gomen ごめんなさい

อยากเอามาต่อให้พวกเราอ่านกันอีกครั้ง จะได้ตอกย้ำความเข้า่ใจให้ถูกต้องไปเลยนะคะ

 

---------------------

เมื่อบ่ายวานนี้ที่สำนักงานที่คุณเลอร์นเนอร์ทำงานอยู่มีงานเลี้ยงรับรอง

แขกผู้มีเกียรต์ิ คุณเลอร์นเนอร์ได้รับเชิญให้ขึ้นไปกล่าวคำปราศรัย

ภาษาญี่ปุ่่นสั้นๆ เนื่องจากงานนี้เป็นงานที่เป็นพิธีการ คุณเลอร์นเนอร์

รู้สึกตื่นเต้น และอ่านชื่อแขกผิด  คุณเลอร์นเนอร์จึงรีบกล่าวคำขอโทษ

ด้วยการพูดว่า

 

ごめんなさい

โกะเมน นะซะอิ

(โทษครับ)

 

            แขกที่อยู่ในงานส่วนใหญ่ก็เลยหัวเราะขอบใจซึ่งก็ช่วยทำให้บรรยากาศ

และแขกในงานคลายความตึงเครียดลง แม้ว่าคุณเลอร์นเนอร์จะรู้สึกสูญเสีย

ความมั่นใจในภาษาญี่ปุ่่นของตัวเองไปบ้างก็ตาม

            ต่อมาคุณทะคะดะเล่าให้คุณเลอร์นเนอร์ฟังว่า การที่แขกในงาน

พากันหัวเราะก็เพราะว่า คำว่า ごめんなさい โกะเมน นะซะอิ (โทษครับ)

ฟังแล้วเหมือนผู้หญิงพูด แต่คุณโยะชิดะให้ความเห็นว่า เป็นเพราะ

สำนวนที่คุณเลอร์เนอร์ใช้ฟังแล้วเหมือนเด็กๆมากกว่า

……………………………..

  คุณเลอร์เนอร์ควรจะพูดว่า

            失礼しました。

ชิทซึเร ชิมะชิตะ

            แปลความหมายตามตัวอักษรก็คือ ผมเสียมารยาท

 

           

         แทนที่จะพูดว่า  ごめんなさい โกะเมน นะซะอิ (โทษครับ) ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนวนต่างๆที่คนญี่ปุ่่นส่วนใหญ่ใช้ที่บ้านกับสมาชิกในครอบครัว ในขณะที่ 失礼しました。ชิทซึเร ชิมะชิตะ แปลความหมายตามตัวอักษรก็คือ ผมเสียมารยาท  จะใช้ในสถานการณ์ทางสังคม เด็กๆมักจะกล่าวคำขอโทษพ่อแม่หรือไม่ก็ครูบาอาจารย์ด้วยการพูดว่าごめんなさいโกะเมน นะซะอิ

(โทษครับ) แต่ 失礼しました。ชิทซึเร ชิมะชิตะ แปลความหมายตามตัวอักษรก็คือ

ผมเสียมารยาท มักจะไม่ค่อยใช้ในระหว่างสมาชิกใน ครอบครัวすみませんซุมิมะเซง

(โทษครับ) จะใช้เพื่อขอโทษและเป็นพิธีการน้อยกว่า失礼しました。ชิทซึเร ชิมะชิตะ ยังใช้ได้ทั้งกับคนในบ้านและคนภายนอกรวมทั้งผู้ใหญ่ เด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายอีกด้วย ถ้าเด็กเล็กใช้

すみませんซุมิมะเซง (โทษครับ) กับพ่อแม่ตัวเอง พ่อแม่ฟังแล้วคงจะเกิด

ความรู้สึกยังไงชอบกล

           

         ในกรณีที่ใช้นอกบ้านごめんなさい โกะเมน นะซะอิ (โทษครับ)

มักจะใช้ในสถานการณ์ที่คล้ายกับว่าผู้พูดพูดกับอีกฝ่ายท่ี่อยู่ในครอบครัวเดียว

กันเด็กๆและผู้ใหญ่ มักจะใช้สำนวนนี้ในการพูดคุยที่เป็นกันเอง ยกตัวอย่างเช่น

เด็กอาจจะบอกกับคนแปลกหน้าที่ตนบังเอิญไปเหยียบขาอีกฝ่ายในรถไฟเข้า

หรือผู้ที่อาวุโสกว่าก็อาจจะใช้กับผู้ที่ด้อยอาวุโสกว่าก็ได้แม้แต่ในสำนักงาน

 ในกรณีที่ผู้พูดไม่ต้องพูดอย่างเป็นทางการ

 

            ความแตกต่างระหว่างสำนวนที่เป็นทางการ และสำนวนที่ใช้ในสังคม

 เช่น สำนวน 失礼しました。ชิทซึเรชิมะชิตะ (ขอโทษที่เสียมารยาท)

และสำนวนที่แสดงความคุ้นเคยกว่าซึ่งก็คือ ごめんなさい โกะเมน

นะซะอิ (โทษครับ) นั้น ยิ่งวันสำนวนทั้งสองดูเหมือนจะมีความหมาย

น้อยลงทุกที บางคนอาจจะเร่ิ่มใช้สำนวนที่แสดงความคุ้นเคยสนิทสนมใน

สถานการณ์ทางสังคมที่เป็นทางการด้วยความจงใจหรือไม่จงใจก็ได้

แต่ถ้าท่านอยากเป็นนักพูดที่ดีทางด้านภาษาญี่ปุ่่นจริงๆการเลือกสำนวน

ให้เหมาะสมและเข้ากับสถานการณ์ก็ยังถือว่าเป็นสิ่ิ่งที่สำคัญ

 

 

จากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของอาจารย์เอง เลยแปลให้อ่านเป็นความรู้ค่ะ

 

 

            จากการสัมภาษณ์คนญี่ปุ่น ปรากฏว่า ごめんなさい เป็นรูปแบบที่แสดงการขอโทษที่ใช้ภายในครอบครัว เพื่อน รุ่นน้อง และเด็กๆ

 

         ごめんなさいอาจใช้ได้ในสถานการณ์ต่างๆ ดังต่อไปนี้คือ

1.      อาจใช้เป็น โยะบิคะเคะ よびかけ ที่เรียกความสนใจของอีกฝ่าย คล้ายๆกับ Excuse me ในภาษาอังกฤษ เช่น ผู้พูดอาจจะหยุดเด็กที่กำลังเล่นอย่างสนุกสนานให้มาสนใจผู้พูดด้วยการพูดว่า ちょっとごめん(なさい)ねぼくのままは(โทษนะคะหนู คุณแม่ล่ะ (ไปไหนคะ))

 

2.      อาจใช้เป็นคำขอโทษเมื่อเวลาทำอะไรผิด หรือทำอะไรที่ไม่เหมาะสมต่ออีกฝ่าย และก่อความยุ่งยาก ลำบากให้แก่อีกฝ่าย เช่น ごめんなさい水をここしちゃった。 (โทษนะคะ ทำน้ำหกเลอะเสียแล้ว))

 

3.      อาจใช้เมื่อเวลาที่ไปสายหรือไม่ก็ผิดสัญญากับอีกฝ่าย ごめんなさい遅れちゃって (โทษนะคะ ที่มาสาย)

 

4.      หรือเมื่อผู้พูดรู้สึกเสียใจในการกระทำที่ไม่เหมาะสมของตัวเอง เช่น หลุดปากหรือ พลั้งปากไปเปิดเผยความลับของเพื่อนให้อีกฝ่ายโดยไม่ได้เจตนาทั้งๆที่เพื่อนอุตส่าห์ไว้ใจเล่าความลับให้ฟัง ในกรณีดังกล่าว ผู้พูดอาจจะพูดกับอีกฝ่ายว่า 言っちゃいけないのに言ってしまってごめんなさい。(ทั้งๆที่รู้ว่า ไม่ควรพูดเรื่องนี้ออกไป แต่ก็หลุดปากไปจนได้ ต้องขอโทษด้วย)

 

5.      อาจจะใช้ในกรณีที่ผู้พูดเกิดทำอะไรใครให้อีกฝ่ายต้องเสียใจเพราะคำพูดของตน ผู้พูดอาจจะกล่าวขอโทษด้วยการพูดว่า ごめんなさい  ぼくがわるかったんです。 (ต้องขอโทษด้วย ผมไม่ดีเอง)

 

6.      อาจจะนำมาใช้เป็นคำขอโทษ เมื่อถูกพ่อแม่ กล่าวตักเตือน เวลาที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม ในสถานการณ์ดังกล่าวนี้ เด็กที่ถูกดุอาจจะก้มหน้าลง พูดเสียงอ่อย เป็นการยอมรับผิด พร้อมกับพูดกับพ่อหรือแม่ว่า ごめんなさい。(ขอโทษครับ) กับพ่อแม่เป็นการขออภัย วิธีการใช้ที่ว่านี้้ เหมือนกับที่อาจารย์ มิซึตะนิ กล่่า่วไว้ใน ภาษาญี่ปุ่น 2 สนุก

 

            พวกหนุ่มๆสาวๆญี่ปุ่น มักจะใช้คำว่า ごめん (โทษที หรือ โทษ..) เป็นคำขอโทษ แทนคำว่า ごめんなさい(ขอโทษครับ)

 

         ผู้ให้สัมภาษณ์ญี่ปุ่นฝ่ายชาย อายุประมาณ 30-40 ปี ให้ความเห็นว่า พวกเขาจะไม่ค่อยนิยมใช้ ごめん (โทษที หรือ โทษ) เพราะใช้แล้วรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเด็กๆหรือไม่ก็เป็นผู้หญิง คำที่นิยมใช้แทนคำนี้คือ すみません หรือ ごめんなさい (ขอโทษครับ)

      

         ผู้ให้สัมภาษณ์ญี่ปุ่นฝ่ายชายอายุ 38ปี และ อายุ 42 ปี ทั้งสองคนให้ข้อคิดเห็นที่น่าสนใจและวิจารณ์การใช้คำว่า ごめん (โทษที หรือ โทษ..)   และ คำว่า ごめんね (โทษทีนะ..)  ที่พวกผู้หญิงชอบใช้ว่า

 

1.      ごめんね (โทษทีนะ..) เป็นคำขอโทษที่มีน้ำหนักเบาเกินกว่าที่จะนำมาใช้เป็นคำขอโทษได้ เพราะไม่ได้ขอโทษจากใจ แต่จากปาก

 

2.      ごめんね (โทษทีนะ..)  ไม่ได้สื่อความรู้สึกที่แท้จริงเกี่ยวกับความรู้สึกสำนึก หรือความรับผิดชอบของผู้พูดที่ใช้เลย ในทางตรงกันข้ามยังทำให้เกิดความรู้สึกว่า ผู้พูดไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดในสิ่งที่ตนทำลงไป แต่การที่ต้องพูดごめんね (โทษทีนะ..)  หรือ ごめん (โทษ)  ก็เพราะไม่มีหนทางอื่น หรือทางเลือกอื่น จึงต้องจำใจพูดไปอย่างนั้นเอง เพื่อแสดงความมีมารยาท และความสุภาพเรียบร้อยมากกว่า

 

3.      โดยทั่วไปแล้วคำว่า ごめん (โทษ)  ไม่ได้สะท้อนให้เห็นภาพที่ดีของผู้พูดที่ใช้สำนวนนี้เลย อาจจะเป็นเพราะごめん (โทษ)  ไม่สามารถที่จะสื่อความรู้สึกที่แท้จริงของผู้พูดได้ก็เป็นได้

 

        เป็นยังไงบ้างคะ แฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน หลังจากที่อ่านเรื่องสำนวนการใช้ ごめん(なさい) และเรียนภาษาญี่่ปุ่นกันมามากมาย สำนวนแต่ละสำนวนในภาษาญี่ปุ่น ช่างลึกซึ้ง และซับซ้อน ดังนั้น การที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้ ไม่ได้หมายความว่า เราใช้ภาษาญี่ปุ่นได้ดี หรือเก่งแล้ว เพราะเราอาจจะพูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่อง แต่คำพูดของเราสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีแก่อีกฝ่ายอย่างมากก็ได้

 

        ดังนั้น ภาษาจึงสะท้อนวัฒนธรรม เราจึงเรียนภาษาเพียงแค่ใช้ไวยากรณ์ให้ถูกต้องเท่านั้นไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-05-31 05:30:12 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ตอบกระทู้

--------------------------------------------------------------------------------------------------