生け花 ห้องอิเคะบะนะ
こころ จิตใจใครกันแน่ บทที่ 4 หาคำตอบกันเองนะคะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

บทที่ 4

 

 

 

      สวัสดีค่ะ แฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคนอ่านมาสามบท เรื่องราวยังไม่ค่อยจะคลี่คลายอะไรให้
เห็นเลยนะคะ เหมือนที่เพื่อนอาจารย์บอกมั้ยคะ

      แต่จากนี้้ไปขอให้เตรียมตัวเตรียมใจ ตามที่เพื่อนรักบอกมาว่า วางหนังสือนิยายเล่มนี้ไม่ลงจริงหรือเปล่า แต่คงต้องรอให้อาจารย์เวียนมาพิมพ์ให้อ่านทีละนิดนะคะ ถ้าลืมก็เขียนมาทวงได้ค่ะ เพราะตามที่รู้ๆกัน โรงเรียนเรามีหลายห้อง เล่นซ่อนหาก้น หากันไม่เจอก็มีนะคะ       

----

   

      ข้าพเจ้ากลับไปที่โตเกียวตอนปลายเดือน ส่วนเซนเซนั้นออกจากสถานที่ตากอากาศก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่กล่าวลาเซนเซแล้ว ข้าพเจ้าถามเซนเซว่า

 

         จากนี้ไปผมขอไปเยี่ยมเซนเซที่บ้านบ้างได้มั้ยครับ

         เซนเซตอบรับง่ายๆเพียงแค่

           ได้ซิ ตามสบาย

        

       ตอนนั้นอาจจะเป็นเพราะข้าพเจ้าคิดว่าตัวเองสนิทกับเซนเซมากแล้ว จึงคา่ดคิดว่าคงจะได้รับคำตอบที่อบอุ่นมากกว่านี้จากเซนเซ และจากคำตอบรับที่ไม่ค่อยจะสนิทสนมเป็นกันเองนี้ ทำให้ความมั่นใจที่ข้าพเจ้ามีอยู่สั่นคลอนลง

        

        เซนเซมักทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกผิดหวังด้วยเรื่องเหล่านี้ บางครั้งก็ดูเหมือนว่าเซนเซรู้ตัว

แต่บางครั้งก็ดูเหมือนว่าเซนเซไม่รู้ตัวเลย แม้ว่าข้าพเจ้า จะผิดหวังเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ ซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ตาม ข้าพเจ้าก็ไม่เคยคิดที่จะตีตัวออกห่างจากเซนเซแม้แต่น้อย แต่กลับเป็นว่า ทุกครั้งที่เซนเซทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกไม่สบายใจ ข้าพเจ้าก็ยิ่งอยากเข้าไปใกล้ชิดเซนเซมากยิ่งขึ้น

 

         ข้าพเจ้าคิดว่าถ้าข้าพเจ้ายิ่งก้าวไปข้างหน้าเท่าไร ความหวังที่ตั้งไว้ก็คงจะสมดังใจสักวัน ข้าพเจ้ายังหนุ่มแน่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เลือดหนุ่มนี้จะทำให้ข้าพเจ้าคิดอยากจะผูกมิตรและเข้าหามนุษย์ทุกคน ข้าพเจ้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมความรู้สึกที่ว่านี้จึงเกิดขึ้นกับเซนเซเพียงคนเดียว จากวันที่เซนเซเสียชีวิตไปแล้ว

   

         ข้าพเจ้าจึงเริ่มเข้าใจเป็นครั้งแรกว่า ตั้งแต่แรกเซนเซไม่ได้จงเกลียดจงชังข้าพเจ้าแต่อย่างไร ท่าทีที่ดูเมินชา และคำทักทายที่ไร้ความรู้สึกที่เซนเซแสดงต่อข้าพเจ้าในบางครั้งนั้น ไม่ไ้ด้แสดงออกถึงความไม่พอใจที่เซนเซอยากจะเลี่ยงคบหากับข้าพเจ้า เซนเซผู้น่าสงสาร เพียงแต่อยากจะเตือนคนที่เข้าไปกล้ชิดกับเซนเซว่า ตนนั้นไม่มีคุณค่าใดๆที่คนคนนั้นควรจะเข้าไปใกล้ชิดสนิทสนมด้วย และดูเหมืนอว่าคนซึ่งไม่ยอมเปิดใจสนิทสนมกับใครอย่างเซนเซนั้นจะดูถูกตัวเองก่อนที่จะดูถูกคนอื่น

 

     ข้าพเจ้าตั้งใจจะไปเยี่ยมเซนเซ จึงเดินทางกลับไปโตเกียว หลังจากกลับมาแล้วยังมีเวลาอีกประมาณสองอาทิตย์ก่้อนเปิดเทอม ข้าพเจ้าจึงคิดว่าจะไปหาเซนเซสักครั้งในช่วงนั้น แต่ว่าหลังจากกลับมาได้สองสามวัน ความรู้สึกต่อเซนเซเช่นตอนที่อยู่ที่คะมะคุระก็ค่อยๆจางลง ยิ่งไปกว่านั้น บรรยากาศของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยสีสัน อีกทั้งแรงกระตุ้นอันรุนแรงที่ทำให้ความทรงจำเก่าๆฟื้นคืนกลับมช่วยย้อมจิตใจข้าพเจ้าอย่างเข้มข้น ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าเห็นนักเรียนนักศึกษาบนท้องถนน ข้าพเจ้าจะรู้สึกถึงความตื่นเต้น และความหวังที่มีต่อปีการศึกษาใหม่ที่กำลังจะมาถึง จึงทำให้ลืมเรื่องเซนเซไปพักหนึ่ง

    

            หลังจากเปิดเทอมได้สักหนึ่งเดือน จิตใจข้าพเจ้าดูเหมือนว่าจะหย่อนอะไรไปสักอย่าง ข้าพเจ้าเิริ่มเดินไปบนท้องถนนด้วยหน้าตาเหมือนมีอะไรขาดหายไป พอมองไปรอบๆห้องตัวเอง มึความรู้สึกราวกับว่าต้องการอะไรสักอย่าง ในขณะนั้นเอง ใบหน้าเซนเซจะลอยขึ้นมาในหัวข้าพเจ้าทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกอยากจะไปหาเซนเซขึ้นมาอีก

 

       ครั้งแรกที่ข้าพเจ้าไปบ้านเซนเซ  เซนเซไม่อยู่ ข้าพเจ้าจำได้ว่าครั้งที่สองที่ไปนั้นเป็นวันอาทิตย์ถัดไป วันนั้นอากาศดีืท้องฟ้าแจ่มใสราวกับจะซึมซาบเข้าไปในตัวข้าพเจ้า แต่วันนั้นเซนเซก็ไม่อยู่บ้านอีก ตอนที่อยู่ที่คะมะคุระ ข้าพเจ้าเคยได้ยินเซนเซพูดออกมาเองว่า ส่วนใหญ่จะอยู่บ้านเป็นประจำ และยังได้ิยินอีกว่า เซนเซไม่ชอบออกไปไหนมาไหน

 

        ข้าพเจ้า ผู้ซึ่งมาหาเซนเซตั้งสองครั้งและไม่ได้พบเซนเซทั้งสองครั้ง พอนึกถึงคำพูดเซนเซที่ว่านี้ขึ้นมาก็เกิดความรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ข้าพเจ้าจึงไม่ได้รีบเดินออกจากหน้า้บ้านเซนเซ ได้แต่มองหน้าสาวใช้และยืนด้วยความลังเลใจอยู่ตรงนั้น สาวใช้จำได้ว่า่เคยรับนามบัตรข้าพเจ้าเมื่อคราวที่แล้ว จึงบอกให้ข้าพเจ้ารอก่อน แล้วสาวใช้ก็เดินกลับเข้าไปข้างในบ้าน จากนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นภรรยาเซนเซออกมาแทน เธอเป็นภรรยาที่สวยทีเดียว

 

       ภรรยาเซนเซบอกข้าพเจ้าอย่างสุภาพว่า เซนเซอยู่ที่ไหน เธอบอกว่า ในวันเดียวกันของ

ทุกเดือน ถือเป็นกิจวัตรประจำที่เซนเซจะถือดอกไม้ไปไหว้สุสานที่โซชิงะยะ

 

      เพิ่งออกไปได้ครู่นี้เองค่ะ ยังไม่ถึงสิบนาทีล่ะมั้ง ภรรยาเซนเซบอกข้าพเจ้าด้วยท่าทางที่เห็นใจ

    

       ข้าพเจ้าจึงได้แต่โค้งและเดินออกไปข้างนอก เมื่อเดินมาถึงตัวเมืองอันจอแจสักพักหนึ่ง ข้าพเจ้าก็เกิดความรู้สึก อยากจะลองเดินเล่นไปเรื่อยๆจนถึงโซชิงะยะ เพราะอยากจะรู้ว่ามีโอกาสได้พบเซนเซหรือเปล่า จึงรีบเดินออกไปทันที

 

 

 

 

 

         

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-05-21 12:13:15 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :   

ขอบคุณมากนะคะ w 

ที่เข้าไปฟังเพลงของแอนทซัง แล้วหลงเข้ามาอ่านเรื่อง โคะโคะโระ (จิตใจ) ทำให้รู้จัก เซนเซ อ่านเร็วจังนะคะ รวดเดียวสี่บทเลย แย่เลย อาจารย์คงต้องทำการบ้านหนัก เพราะต้องพิมพ์เข้าไปอีก

 

แถม w  ยังมีน้ำจิตน้ำใจ เขียนมาบอกอาจารย์ว่าติดตามอ่าน และเห็นคุณค่าของหนังสือที่อาจารย์ตั้งใจให้พวกเราอ่าน ทุกๆความคิดเห็น มีค่าสำหรับอาจารย์นะคะ เพราะทำให้อาจารย์รู้ว่า ของที่มีค่า คนไทยเราก็รู้ค่าเหมือนกัน แม้จะไม่ชิน หรือบางเรื่องอาจจะยาก แต่เราก็ต้องคอยเปิดหูเปิดตา เราเพื่อจะได้อ่านอะไรแปลกๆ ซึ่งธรรมดาไม่มีโอกาสอ่าน เพียงเพราะภาษาเป็นอุปสรรค แต่ถ้าแปลมาให้แล้ว พวกเราก็ยังไม่สนใจที่จะอ่าน ก็คงช่้วยไม่ได้

ขอบคุณอีกครั้งแล้วแวะเข้ามาอีกนะคะ

โดย : preeya วันที่ : 2008-05-22 01:17:38 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ

อาจารย์ปรียา หลงเข้ามาฟังเพลงการ์ตูนตอนเด็กๆ และเดินเลยมาถึงเรื่องของ "เซนเซ" ขอบคุณอาจารย์ที่นำเรื่องน่าสนใจมาให้อ่านค่ะ

จะติดตามต่อไปค่ะ

โดย : w วันที่ : 2008-05-21 13:54:21 อีเมล์ : IP : 125.24.146.169

--------------------------------------------------------------------------------------------------