|

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน
เมื่อคืนก่อนไปงานสมาคมของคนอังกฤษทีช่วยคนอังกฤษที่ลำบากในอเมริกา
มีโอกาสคุยกับคนอังกฤษที่อายุเลข 5-8 ยังทำกิจกรรมมากมายให้สังคมเขา
และมีคนชอบประเทศเรา ชอบอาหารไทย ชอบคนไทยที่มีน้ำใจ ฟังแล้วปลื้ม
และมีโอกาสคุยกันเรื่องอาหารคุยไปคุยมาถามว่า อาจารย์ทำอะไร ก็เลยคุยให้ฟัง
เขาถามว่า พริกบ้านเราเผ็ดมากแต่อาหารอร่อยมาก คนไทยกินพริก
ตั้งแต่เด็กเลยหรือ แกบอกว่า อ่านจากหนังสือว่าพริกแต่ดั้งเดิมมาจากจีนใช่ไหม
อาจารย์ก็เลยได้มีโอกาสเล่าให้เขาฟังเพราะเขียนอย่างละเอียดใน หนังสือตำนาน
อาหารญี่ปุ่นฯ
จากหนังสือเล่มนี้ทำให้อาจารย์ต้องมานั่งทบทวนอีกครั้งว่า คนไทยเรา
กินพริกมานาน แต่เราไม่เคยสนใจหรือรู้ว่า เรากินมาตั้งแต่เมื่อไร หรือมีความ
เป็นมาอย่างไร ที่เล่า่ให้เขาฟังได้ เพราะคนญี่ปุ่นศึกษาเรื่องนี้ ทำให้อาจารย์รู้
น่าเสียดายที่ไม่ใช่คนไทยค้นคว้าเรื่องพริกของบ้านเรา
ยังคิดในใจว่า ถ้าเขาถามว่า แล้วประวัติเรื่องพริกของบ้านเราล่ะเป็นมายังไง
คงแย่แน่ ทำให้ตอกย้าคำกล่าวที่ว่า คนไทย เป็นชนชาติที่รักสบาย รักสนุก
ไม่ขวนขวายจนเคยตัว มิน่าเล่า คนญี่ปุ่นจึงชอบชมคนไทยว่า ขี้เกียจ ไปเมืองไทย
ทำงานกับคนไทยก็ขยันเอามาชมให้ฟังอยู่เรื่อยว่า คนไทยส่วนใหญ๋(ผู้ชาย) ไม่เอา
งานเลย ชอบคุยว่าจบจากไหน แต่งานการไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่ขวนขวาย
ภาษาก็ไม่เป็นใช้การไม่ค่้อยได้ (ฟังมาจนชินและชาหมดแล้ว เขาว่าซึ่งๆหน้า
ทั้งที่ฝรั่งที่ไม่ใช่คนเอเชีย เขาก็ไม่เสียมารยาทว่าต่อหน้าขนาดนี้ ฟังเขาว่าคนไทย
ตอนอยู่ญี่ปุ่น หน้าหงายทุกที เขาคงแกล้งลืมว่า อาจารย์ก็เป็นคนไทยคนหนึ่งเหมือนกัน
รู้สึกเจ็บปวด จึงต้องพยายามพิสูจน์ว่า ไม่ใช่ทุกคน จนทุกวันนี้
เรื่องพวกนี้ยังมีอีกเยอะ ไว้ค่อยๆเขียนให้ฟังนะคะ หัวอกเดียวกันที่ว่า ทำไม
คนญี่ปุ่นดูคนไทยไม่ขี้น)
อาจารย์จึงคิดว่าถึงเวลาที่คนไทยเราทุกคนน่าจะต้องเอาจริงเอาจังมากกว่านี้หรือเปล่า
อายุไม่เกี่ยงเรื่องอายุ แม้อายุจะไม่ใช่้สิบกว่าปีเหมือนเด็กวัด หรืออายุเลข 2 หรือ 3 เหมือนเด็กวัดคนอื่นๆก็ตาม แต่อาจารย์ถือว่าโชคดีที่มาเรียนที่อเมริกา มีโอกาสเห็นคนมีอายุมากแล้วก็ยังกระฉับกระเฉ่ง อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ทำกิจกรรมมากมายจึงไม่มีความรู้สึกว่า ตัวเองแก่เกินกว่าที่จะเรียน
วันนี้พริกที่เราคิดว่าเผ็ดเหมือนพริกขี้หนู ที่ไม่เผ็ดก็มี เราเคยรู้มาก่อนมั้ย มีอะไรอีกเยอะแยะที่เราควรจะขวนขวายและรู้ จะได้คุยให้ต่างชาติดฟังได้
สำหรับรายละเอียดถ้าสนใจหาซื้ออ่่านได้ในหนังสือตำนานอาหารญี่ปุ่นฯ
อ่านเรื่องที่อาจารย์เขียนให้อ่านนี้แล้ว มีอะไรเล่าให้อาจารย์ฟังบ้างคงจะดีใจมาก
เพราะเป็นเรื่องพริกที่เรากินอยู่ทุกวัน
พริกในเกาหลีเป็นพริกจากญี่ปุ่น
จากบันทึกดั้งเดิมในปีค.ศ.1542 บันทึกว่า หมอสอนศาสนา
ชาวโปรตุเกสเป็นคนถวายพริกให้แก่ ดะอิเมียว โอโตะโมะ โยะชิงิ
ในสมัยนั้น ญี่ปุ่นไม่ได้ใช้พริกกินกับอาหาร แต่ใช้เป็นยา หรือไม่ก็มี
ไว้เป็นของดูเล่น ในคาบสมุทรเกาหลีีประสิทธิภาพของพริกกลายเป็นสิ่งที่มี
ประโยชน์อย่างมาก ในประเทศเกาหลีมีทฤษฎีเกี่ยวกับพริกว่า ‘พริกเป็นสิ่ิง
ที่ได้รับสืบทอดจากประเทศญี่ปุ่น’ กล่าวกันว่าในศตวรรษที่ 16 ทหารญี่ปุ่น
ที่ไปรบในเกาหลี เป็นคนที่นำเอาพริกเข้าไปในเกาหลี
มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับพริก เช่น พริกมีไว้เป็นของดูเล่นก็มี หรือมีไว้
ใช้กันความหนาวก็มี แต่ในหนังสือบันทึกของญี่ปุ่น กลับบันทึกเรื่องราวแตกต่าง
กับที่พบในบันทึกของเกาหลี บันทึกของญี่ปุ่นบันทึกไว้ว่า ‘ในสมัยก่อนญี่ปุ่น
ไม่ได้ใช้พริก เมื่อตอนที่ฮิเดะโยะชิส่งทหารไปรบในคาบสมุทรเกาหลี
ทหารญี่ปุ่นเป็นคนเอาเมล็ดพริกจากเกาหลีเข้าไปในญี่ปุ่น’ นอกจากนั้น
ก็ยังมีเรื่องเล่าอีกว่า พริกเข้าไปในญี่ปุ่นพร้อมๆกับปืนซึ่งได้จากโปรตุเกส
ไม่ว่าทฤษฎีและเรื่องเล่าเกี่ยวกับพริกจะเป็นอย่างไรก็ตาม ที่แน่ชัดที่สุด
ก็คือ หลังจากที่โคลัมบัสค้นพบพริกแล้ว หลังจากนั้นอีกประมาณ 100 ปี
พริกก็แพร่หลายเข้าไปในญี่ปุ่น คำว่าพริก เป็นคำที่มาจากตัวอักษรคันจิ
唐 โท ซึ่งมีความหมายว่า ‘มาจากต่างประเทศ’ หรือ ‘มาจากภายนอก’
ส่วนคำว่า 芥子 คะระชิ (มัสตาร์ด หรือ พริก) เป็นคำที่มีใช้อยู่แล้วในญี่ปุ่น
ดังนั้นคนญี่ปุ่นก็เลยเอาคำว่า 唐 โท ไปต่อเข้ากับคำว่า 芥子 คะระชิ (มัสตาร์ด หรือ พริก) ทำให้พริกมีชื่อเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า 唐辛子
โทงะระชิ หรือ พริก (แปลความหมายตามตัวอักษรก็คือ พริกจากต่างประเทศ)
โดยที่คนญี่ปุ่นใช้พริกเป็นเครื่องเทศโดยการเอาไปตากแห้ง
พริกไม่เผ็ดในญี่ปุ่น
กล่าวกันว่าพริกที่ปลูกในญี่ปุ่นมีมากกว่า 50 ชนิด และในระยะหลังนี้
มีพริกที่ส่งเข้าไปขายในญี่ปุ่นมากขึ้น ทำให้พริกที่ปลูกในญี่ปุ่นมีน้อยลง
ในบรรดาพริกที่ปลูกในญี่ปุ่นจะมี 2 พันธุ์คือ พันธุ์ที่มีรสเผ็ด และรสหวาน
พันธุ์ kumataka熊鷹 (แปลความหมายตามตัวอักษรก็คือ หมีและเหยี่ยว)
เป็นพริกสีแดงที่ถือว่าเป็นพันธุ์ที่เผ็ดที่สุดที่ปลูกในญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะนำไป
ตากแห้งและใช้เป็นเครื่องเทศ (โคชินเรียว) พริกชิชิโตเป็นพริกที่จัดอยู่ใน
ประเภทหวานแกมเผ็ดเป็นพริกพันธุ์ที่คนจะกินเมื่อตอนที่พริกยังเป็นสีเขียว
ที่ปลายของพริกจะบุ๋มคล้ายกับจมูกสิงห์ จึงมีชื่อว่า ชิชิโต ‘พริกสิงห์’
นั่นเอง พริกพันธุ์นี้ในจำนวน 10 เม็ดจะมีหนึ่งเม็ดที่เผ็ด
พริกพันธุ์ที่ปลูกที่ฟุชิมิ ในเกียวโตจะไม่เผ็ด ถ้าเอาพริกที่ว่านี้ไปกิน
กับคะทซึโอะบุชิ (ปลาแห้งไสเป็นแผ่นบาง) และโชยุ (ซี่อิ้วญี่ปุ่น) จะออก
รสหวานอร่อย นอกจากนั้นในญี่ปุ่นยังมีพริก ‘มังงันจิ’ ซึ่งถือว่าเป็นพันธุ์
ที่มีมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ในวัด กล่าวกันว่าพริกพันธุ์นี้เป็นพริก
ที่เกิดจากการ ผสมพันธุ์ระหว่างพริกหยวกลูกใหญ่กับพริกหยวก
คาลิฟอร์เนียร์วอนเดอร์ ความยาวของพริกพันธุ์นี้จะมีความยาวกว่า
15 เซ็นติเมตร เป็นพริกพันธุ์ที่ถือว่ามีรสหวานแถมเนื้อพริกยังหนาอร่อย
ส่วน ‘ฮะ โทงะระชิ’ (พริกใบ) ใบของพริกจะมีรสเผ็ดมากคนญี่ปุ่นมักจะใช้
พริกนี้ไปต้มและนึ่งหรือไม่ก็ใส่ในอาหาร
|