茶道 ห้องพิธีชงน้ำชา
ใครเคยเห็นเครื่องไฮเทคนี้ไหมคะ ในญี่ปุ่น
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน

 

 นี่คือเครื่องขนาดเท่าWalk Man สมัยก่อน

พอสั่งอาหารเขาจะกดปุ่มและจะมีไฟขึ้น

หมายความว่า แขกกำลังรอเดี๋ยวคนเสริฟจะเอาอาหารมาให้

 

 

 

 

      อาจารย์ตอนนี้กำลังจะรวบรวมเขียนเรื่องเกี่ยวกับการใช้ 働く、勤める,努める、務めるมีตั้งหลายคำ ถ้าจะเอาเีพียงแค่สองคำมาเทียบเขีัยนเป็นหัวข้อวิจัย ก็คงใช้เวลาเป็นปีๆ อาจารย์คงไม่มีเวลาที่จะเจาะลึกมากมายขนาดนั้น เด็กวัดที่อยากเรียน หลังจากที่โรงเรียนเด็กวัดปรียาย้ายเรียบร้อยแล้ว แต่คงต้องใช้เวลา เพราะต้องขนย้ายเยอะทีเดียวทั้งโรงเรียน และเรื่องข้อจำกัดเวลาของคนที่ช่วยทำให้อีกด้วย

 

      เมื่อถึงตอนนั้นอาจารย์ก็คงจะมีโอกาสช่วยเด็กวัดที่กำลังอยากเรียนภาษาญี่ปุ่น เริ่มเรียนบ้างแล้ว และเริ่มท้อเพราะเริ่มยากไม่เข้าใจ และเด็กวัดที่เรียนตามมหาวิทยาลัยเอกภาษาญี่ปุ่น หรือโทก็ตาม ต้องทำรายงานต่างๆ ตลอดจนเด็กวัดที่ทำงานกันเต็มไปหมดแต่ก็ยังแสวงหาความรู้ให้ตัวเอง ด้วยการแบ่งเวลาที่แสนน้อยนิดเข้ามาเรียน อาจารย์ก็คงจะพยายามตามความสามารถและเวลาที่มีจำกัดทุกวันแต่จะเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ

 

      ตามที่เด็กวัดทราบกันดี โรงเรียนเด็กวัดปรียา บทความและแบบฝึกหัด เป็นความรักความทุ่มเทที่อาจารย์ทำมากับมือคนเดียวเกือบจะสองปีแล้ว วันๆก็ต้องแบ่งเวลาไปทำงานต่างๆของตัวเอง ต้องอ่านหนังสือวิชาการ อ่านหนังสือต่างๆที่น่าสนใจ และยังต้องแปลหนังสือที่ตัวเองรัก และเขียนเรื่องต่างๆให้เด็กวัดได้อ่านกัน

 

      แม้งานจะล้นมือ แต่อาจารย์ก็เต็มใจเสมอที่จะแบ่งปันความรู้ีที่อาจารย์พอจะมีอยู่บ้างให้เด็กวัดที่อยากแสวงหาความรู้ ด้วยการเขียนมาถาม อ่านอะไรก็ไม่อ่านเฉยๆแต่ต้องหัดรู้จัก แสดงความคิดเห็นของตัวเอง ก็จะทำให้โรงเรียนเด็กวัดปรียาเป็นโรงเรียนที่เหมือนแหล่งข้อมูล หรือห้องสมุดกลางที่พวกเราเข้ามาเรียน เอาคำถามต่างๆมาเรียนกัน และแลกเปลี่ยนความรู้ กี่ยวกับเรื่องต่างๆเกี่ยวกับสังคม วัฒนธรรม วรรณคดี ความนึกคิดของคนญี่ปุ่น และภาษาญี่ปุ่่นได้อย่างเต็มที่

 

       อาจารย์คนเดียว ความคิดและความฝันที่อยากจะทำโน่นทำนี่มีมากมาย แต่มีอยู่หัวสมองเดียว และมีอยู่สองมือ ย่อมมีขีดจำกัด และยังมีภาระรับผิดชอบในชีวิตประจำวันที่มากพอสมควร แต่อาจารย์ก็แบ่งเวลามาทำได้เกือบจะสองปีแล้ว และอาจารย์ก็คงจะพยายามถ่ายทอดความรู้ให้เด็กวัดที่อยากเรียนรู้อย่างจริงจัีงต่อไป เพื่อให้เด็กวัดที่ได้ความรู้จากอาจารย์เอาความรู้ที่ได้ไปสอนเพื่อนๆ น้องที่กำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นต่อไป ไม่ใช่เห็นแก่ตัว อยากได้แต่ความรู้คนเดียว เพราะเราต้องรู้จักแบ่งปัน ไม่ใช่จะเอาอย่างเดียวไม่รู้จักคำว่า ให้

 

     อาจารย์เขียนนิทานคันจิที่สืบเนื่องจากความสงสัยของเด็กวัดให้เรียนกันแล้ว แต่กว่าจะปั้นคันจิแต่ละตัวได้ ต้องอ่านต้องค้นคว้า ต้องคิดนิทานเอง จึงใช้เวลา แต่ก็ไม่เคยท้อถอย ถ้าเด็กวัดเอาไปเรียนและใช้ได้เป็นประโยชน์ก็ดีใจแล้วค่ะ และเป็นกำลังใจให้อาจารย์ทำต่อไปได้

    

     ที่สำคัญที่สุดก็คือ ทุกคนจะต้องหัดเรียน หัดอ่านหนังสือนอกตำราเรียน เมื่ออ่านต้องคิดและต้องสงสัย หนังสืออาจารย์ที่ทำๆออกมาก็คงจะมีประโยชน์ถ้าทุกคนจะเห็นคุณค่าไม่งั้นหนังสือเหล่านั้นก็เป็นเพียงหนังสือที่รกบ้าน รกหิ้งหนังสือ ฝุ่นจับเพราะไม่มีใครสนใจหยิบไปใช้กันอย่างเต็มที่นะคะ อย่าลืมว่า วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล ต้องยากลำบากไปจึงจะได้สินค้ามา

 

อยากให้เด็กวัดช่วยกันดูรูปภาพว่า อาจารย์เอามาให้ดู อยากให้ดูอะไรเป็นพิเศษ นอกเหนือจากไฮเทค มีใครช่วยบอกได้ไหมคะ คนที่รู้ภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ ช่วยกันดูหน่อยนะคะ

 

    よろしく。

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-10-03 08:05:01 อีเมล์ : IP : 71.190.34.252

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนเด็กวัดทุกคนค่ะ

              ในสมัยก่อนเรามักจะได้ยินได้ฟังว่าภาษาสากลที่ใช้กันทั่วโลกคือภาษาอังกฤษ(เป็นนักเรียนก็จะถูกสอนให้ฝังอยู่ในหัวสมองว่าแบบนี้) การสื่อสารระหว่างประเทศภาษาที่ใช้ก็คือภาษาอังกฤษ(นะ) แต่ สมัยนี้การใช้ภาษาสื่อสารไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่า ภาษาเดียวเท่านั้นค่ะ

              รูปที่อาจารย์เอามาให้ดู ก็มีภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่นที่มีการนำเอาอักษร ฮิรางานะ และ คาตาคะนะ มาใช้ในการสื่อสารด้วย ภาษาสากลไม่ได้มีภาษาอังกฤษภาษาเดียวแล้วล่ะค่ะอาจารย์

              คงเป็นสิ่งที่สังเกตุได้แล้วก็หยิบยกมาแลกเปลี่ยนกันค่ะ  อาจจะมีเพื่อนเด็กวัดคนอื่นมีความคิดเห็นแตกต่างมากกว่านี้ก็ได้ค่ะอาจารย์

โดย : maya วันที่ : 2009-10-03 08:08:20 อีเมล์ : IP : 71.190.34.252

--------------------------------------------------------------------------------------------------