茶道 ห้องพิธีชงน้ำชา
ใช้ยังไงดี おめでとうございます หรือ おめでとうございました ช่วยกันหาคำตอบได้
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะ แฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน

 

 

                                          สวัสดีปีใหม่ คือ

             あけましておめでとう

                                          แล้ว おめでとう ใช้ยังไง

               

 

 ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์  เขียน

 

     จากการวิจัยเรื่องไม่เป็นไร เราคงเห็นแล้วว่า ภาษาในแต่ละภาษามีจุดที่น่าสนใจ และยิ่งมาคิด มาเรียนอย่างลึกซึ้ง เราจะเห็นความคล้ายคลึง และความแตกต่างกันของแต่ละสำนวนได้ชัดเจนทีเดียว

   

     เวลาที่อ่านจดหมาย อ่านอีเมล์ อ่านหนังสือ อ่านอะไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นภาษาไหน หัวสมองจะกลั่นกรองความหมาย ทำให้รู้ ทำเข้าใจว่า ผู้พูดอยากจะบอกอะไร จึงอ่านผ่านๆ ไม่ได้ ยิ่งในสังคมที่พัฒนาอย่างมาก หรือไฮเทค เช่น ประเทศอเมริกา การเขียน และการใช้ภาษาเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งในการติดต่อสื่อสาร ไม่ได้ใช้การติดต่อเพียงแค่พูดคุยกันด้วยปาก และที่แปลกใจมาก ทำให้เห็นชัดถึงความแตกต่างนี้ก็คือ ตอนที่ได้รับจดหมายว่า ให้ไปเข้าพิธีสาบานตนว่าจากนี้ไปจะเป็นสัญชาติอเมริกันนั้นทั้งที่ใช้เวลาต้องเตรียมตัว ต้องไปสัมภาษณ์ ต้องไปทำอะไรเยอะแยะ

 

      จดหมายที่ส่งมาเขียนเพียงหนึ่งบรรทัดว่า ขอให้ไปเข้าพิธีสาบานตน ยังงงว่า นี่มันเป็นจดหมายที่สำคัญมากๆ แต่ไม่มีการพูดกันยืดเยื้อ เข้าเนื้อหาเลย

แล้วก็มีรายละเอียดว่าที่ไหน เมื่อไร ต้องเอาอะไรไปบ้าง

 

      ส่วนในภาษาญี่ปุ่น จดหมายราชการ กว่าจะอ่านว่า ที่เขียนมาต้องการบอกอะไร ต้องอ่านแล้วอ่านอีก เพราะใช้ภาษาเขียนที่แสนจะยาก แล้วก็ยาวยืด ไม่รู้ว่า จะให้ทำอะไร

 

     สมัยไม่มีอีเมล์ อ่านจดหมายธรรมดาที่คนญี่ปุ่นส่งมา ต้องอ่านหลายรอบ ตอนที่ยังไม่ชิน เดาไม่ออกว่า อยากจะบอกอะไร แยกไม่ออกว่า เป็นเพียงคำทักทาย หรือเรื่องจริงๆที่ต้องการสื่้อ

 

     ทำให้อาจารย์ยิ่งตระหนักถึง การใช้ภาษาอย่างมาก แม้แต่ปัจจุบัน ถึงจะไม่เคยเจอหน้ากัน และไม่รู้จักกัน อ่านการเขียน ก็รู้ว่าคนที่เขียนนั้น ในระดับหนึ่งนิสัยเป็นคนอย่างไร เพราะสะท้อนให้เห็นอุปนิสัยได้อย่างมากจากภาษาที่ใช้เขียน

 

    เมื่อวานนี้ อาจารย์นั่งจัดของ อ่านโปสการ์ดที่เพื่อนๆส่งมา ทำให้อดคิดต่อไปไม่ได้ว่า มีอะไรที่น่าสนใจในภาษาญี่ปุ่น มีสำนวน มีข้อสงสัยที่ถามเพื่อน ถามอาจารย์ บางครั้งได้คำตอบมาก็ยังรู้สึกสงสัยอยู่ แต่ก็รับฟังไว้เพื่อไปหาคำตอบเองเพิ่ม บางทีก็หาได้ บางทีก็หาไม่ได้เพราะไม่มีแหล่งที่จะให้หา

 

       ตอนที่อยู่ที่ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่คนญี่ปุ่นจะอธิบายเรื่องเกี่ยวกับขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมไม่ได้ พอถามก็บอกว่า เป็นขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมที่ใช้กันมานาน เป็นสำนวนที่คนญี่ปุ่นใช้ตอบ เช่น เพราะเป็นเกาะ เพราะปิดประเทศมานานก็เลยเป็นแบบนี้

 

        ฟังคำตอบแบบนี้ทีไรก็คือ ต้องหยุดถาม อย่าไปเซ้าซี้มาก เดี๋ยวเจ้าของภาษารำคาญใจ เพราะเขาตอบไม่ได้ ก็เหมือนคนไทยที่เวลาคนต่างชาติถาม ทำไมคนไทยนัดไม่เป็นนัด ทำอะไรผิดก็ไม่เห็นจะขอโทษ ผิดนัดและมาสายเป็นเรื่องปกติธรรมดา และทำได้เป็นประจำ คนไทยก็ตอบไม่ค่อยได้ เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนไทย เราก็คงไม่รู้จะตอบว่าไงนอกจากตอบไปตามเรื่อง ตามความคิดของแต่ละคน ซึ่งเขาเรียกว่า bunkaron 文化論

 

       วัฒนธรรม ประเพณีที่ไม่เกี่ยวกับภาษาตามที่ยกมา คงอธิบายอย่างมีเหตุผลไม่ได้ แต่การวิจัยที่อาจารย์วิจัยมาตลอดก็คือ ภาษาสะท้อนสังคมวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะพิสูจน์ และสำรวจหาคำตอบได้ ทำให้อาจารย์คิดถึงสำนวนที่เคยมีเด็กวัดถามมานานแล้วว่า คำว่า

 

ありがとうございます・ありがとうございました。ใช้ต่างกันอย่างไร

 

       จาำกคำถามนี้ อาจารย์เคยตอบไปแล้ว แต่เป็นคำตอบที่เพื่อนๆญี่ปุ่นตอบมาให้อีกที ตอนที่อยู่ที่ญี่ปุ่นก็สังเกตคนญี่ปุ่นใช้กัน ซึ่งคำตอบที่ได้มาก็พอรับได้ แต่พอมาอ่านโปสการ์ด และอ่านหนังสือเล่มอื่นๆ ตลอดจนที่อาจารย์ โมะริตะ เขียนเกี่ยวกับสำนวนที่คล้ายคลึงกันในภาษาญี่ปุ่นที่สร้างความสับสน ก็ยิ่งทำให้เข้่าซึ้งถึงความซับซ้อน ของการใช้สำนวน แต่ละสำนวนมากขึ้น

 

        ข้อสงสัยที่อาจารย์อยากให้ช่วยกันคิด เพราะใช้กันบ่อยๆ เห็นกันอยู่เรื่อย อีกไม่กี่เดือนก็จะขึ้นปีใหม่ ในชีวิตประจำวัน ต้องขอบคุณคน ต้องแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสต่างๆ

 

        อาจารย์อยากให้เด็กวัดช่วยกันคิดว่า สำนวนที่อาจารย์ยกมาข้างล่างนี้ ใช้ได้หรือไม่ ใครที่เรียนมา และสงสัยอยากรู้ อยากได้คำตอบ เข้ามาและเปลี่ยนพูดคุยกันได้ ตกลงจะต้องใช้ยังไงจึงจะถูก เป็นการเรียนที่ต้องใช้ความคิด ถูกผิดไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

 

1. おめでとうございます/おめでとうございました。

 

2. 新年(しんねん)おめでとうございます/新年(しんねん)おめでとうございました

 

3. あけましておめでとうございます/あけましておめでとうございました。

 

4. いってきます/いってきました。

 

5. あっ、ここにある/あっ、ここにあった!

 

6. まあ、(おどろ)/まあ、(おどろ)いた!

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-09-19 19:36:29 อีเมล์ : IP : 71.190.34.34

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนเด็กวัดทุกคนค่ะ

               พอตอบคำถามอาจารย์ปุ๊บ เปิดอีกทีปั๊บ อาจารย์เฉลยแล้ว   ขอโทษ อาจารย์ด้วยค่ะ เมื่อช่วง สองสามวันที่ผ่านมาฝนตกหนักมาก จะเข้าโรงเรียนก็ลำบาก ไฟในมช.ก็ดับ ทำอะไรไม่ได้เลยค่ะ 

               อ่านที่อาจารย์เฉลยแล้ว  เข้าใจได้มากเลยค่ะ 

               ขอบคุณมากค่ะ

โดย : maya วันที่ : 2009-09-30 21:10:48 อีเมล์ : IP : 112.142.134.44

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัด maya

อาจารย์ไขข้อสงสัยให้แล้วในอีกห้องหาอ่านเองนะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-09-30 01:02:55 อีเมล์ : IP : 130.199.3.140

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

อาจารย์คะ ขอเพิ่มอีกนิดค่ะ  ถ้าเป็นไปตามหลักการที่เป็นลักษณะของไวยากรณ์ ก็ไม่น่าจะผิดนะคะ

แต่ ส่วนใหญ่แล้วเป็นสำนวนที่ใช้อย่างเป็นเหมือนประเพณีการกล่าวแสดงความรู้สึกที่ปัจจุบัน ณ เวลานี้น่าจะเหมาะสมกว่า  ถ้าเหตุการณ์ที่น่าจะบอกความยินดี แล้ว เราไปบอกเมื่อมันผ่านไปแล้ว ดูแปลกๆนะคะ 

4. いってきます/いってきました。ข้อนี้ทำให้นึกถึงตอนที่คุณเลอร์นเนอร์ คุยกันเรื่องไปดูนิทรรศการแล้วใช้รูปประโยค mite kimashita ก็ไม่แปลกนะคะ แต่ ถ้าเป็นสำนวนในชีวิตประจำวันน่าจะเป็นประโยคแรกน่าจะเหมาะกว่าค่ะ

โดย : maya วันที่ : 2009-09-27 23:21:48 อีเมล์ : IP : 114.128.110.13

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนเด็กวัดทุกคนค่ะ

ลองฝึกดูค่ะ

1. おめでとうございます/おめでとうございました。

   ความหมายคือ ขอแสดงความยินดี  เมื่อต้องการให้สุภาพจะใช้ omedetoo  gozaimasu  สำนวนการแสดงความยินดี ต่างๆ จะเห็นเป็นประโยคในรูปปัจจุบันเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ ถ้าเป็นการบอกขอบคุณหรือความรู้สึกต่างๆที่ผ่านมาแล้ว คงต้องมีสำนวนที่ต่างไปจากนี้อีกค่ะ เช่น Osewa ni  narimashita.

(อันนี้ลองคิดเปรียบเทียบให้อาจารย์ อาจจะยังไม่ตรงประเด็นค่ะ  เป็นการแสดงความคิดเห็นค่ะ)

  

 

2. 新年(しんねん)おめでとうございます/新年(しんねん)おめでとうございました

  ข้อนี้อธิบายก็คงคล้ายๆกันกับข้อแรก เพราะ  ความหมายคือ สวัสดีปีใหม่  แปลตามตัวอักษรคือ เรามีความสุขในวันปีใหม่ (จาก ภาษาญี่ปุ่นสนุก 1) เพราะ สำหรับการอวยพรในวันปีใหม่เริ่มตั้งแต่วันปีใหม่ และต่อเนื่องเรื่อยไปประมาณ 2 อาทิตย์(1มกราคม ถึง 15 มกราคม) เมื่ออวยพรปีใหม่ด้วยสำนวนข้างต้นแล้ว ก็จะมักจะตามด้วยคำต่อไปนี้ 昨年中はいろいろおせわになりました。คือ ขอบคุณมากสำหรับทุกๆสิ่งที่ผ่านมา หวังว่าคงจะเอ็นดูเช่นที่แล้วมา

 

3. あけましておめでとうございます/あけましておめでとうございました。คำอธิบายคงเหมือนข้อ1-2 ค่ะ

 

4. いってきます/いってきました。น่าจะเป็นข้อนี้เพราะเป็นสำนวนที่ใช้ประจำในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่น(แสดงความคิดเห็นค่ะ) เวลาที่จะออกจากบ้านคนญี่ปุ่นจะไม่เดินออกไปเฉยๆ แต่จะส่งเสียงบอกคนในบ้านว่า いってきます(itte หมายถึงไป kimasu หมายถึงมา) ความหมายคือไปแล้วนะเดี๋ยวกลับมา ส่วนผู้ที่อยู่บ้านก็จะบอกว่า itte rasshai หมายถึง เชิญเถอะ หรือ ไปเถอะ

 (เวลาดูซีรีย์ญี่ปุ่น จะเห็นการแสดงออกแบบนี้เสมอๆ ถึงแม้จะสถานะความเป็นอยู่อย่างไรก็จะเห็นการแสดงออกที่ว่านี้ค่ะ)

 

5. あっ、ここにある/あっ、ここにあった  เหมือนกับหาอะไรอยู่แล้ว หาเจอ ก็แสดงความรู้สึกว่า อ้าว อยู่นี่เอง เจอแล้วล่ะ

 

6. まあ、(おどろ)/まあ、(おどろ)いた! ประโยคที่มีคำอุทานนำหน้า แสดงอาการตกใจ อุ๊ย ตกใจหมดเลย

    แสดงความคิดเห็นด้วยคนค่ะอาจารย์

   ทำตามที่เข้าใจค่ะ ยังไงก็ขอรบกวนอาจารย์ช่วยดูให้ด้วยค่ะ   

   ขอบคุณค่ะ

 

โดย : maya วันที่ : 2009-09-27 23:10:34 อีเมล์ : IP : 114.128.110.13

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัด tobi

ขอบคุณมากและดีใจที่มีแนวหน้าเข้ามาช่วยตอบ เด็กวัดคนอื่น อย่านอนทับสิทธิ เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นว่าเข้าใจว่ายังไงนะคะ จะได้มีหลายๆหัวคิดนะคะ

สำหรับเด็กวัดที่อยากจะแสดงความคิดเห็น ขอให้ทำในห้องนี้ และอย่าไปอ่านคำเฉลยนะคะ

อาจารย์จะเอาไปเฉลยอีกห้อง ไม่งั้นจะติดนิสัย รอจะอ่านแต่คำตอบไม่คิดเองนะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-09-26 09:49:08 อีเมล์ : IP : 71.190.34.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ขอตอบตามความเข้าใจนะครับ

1. おめでとうございます/おめでとうございました。

2. 新年(しんねん)おめでとうございます/新年(しんねん)おめでとうございました

3. あけましておめでとうございます/あけましておめでとうございました。

สามข้อนี้ผมคิดว่าน่าจะใช้สำนวนแรกซะมากกว่านะครับ ส่วนอันหลังไม่ค่อยเห็นนะครับ คือต้องการเน้นว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้น ยังไม่เลยผ่านช่วงเวลานั้นๆ  

4. いってきます/いってきました。ข้อนี้สำนวนแรกน่าจะเป็นการบอกว่าจะไปซึ่งยังไม่ได้ไป คือยังไม่เกิดเหตุการณ์ แต่ในสำนวนหลังคือได้ไปมาแล้ว คือเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาแล้ว 

 

5. あっ、ここにある/あっ、ここにあった! ข้อนี้น่าจะใช้สำนวนหลังเช่นกัน ในเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นการหาบางสิ่งบางอย่างเจอ จึงอุทานออกมาว่า "อยู่ที่นี่เอง" ซึ่งหมายความว่าอยู่มาตั้งแต่อดีตจนถึงตอนที่เจอ

 

6. まあ、(おどろ)/まあ、(おどろ)いた!ข้อนี้ก็น่าจะใช้สำนวนหลังเพราะต้องการเน้นว่าผู้พูดถึงทำให้ตกใจโดยบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งอาการตกใจเกิดหลังจากถูกทำให้ตกใจ

อธิบายตามความเข้าใจ(รึเปล่า) ไปแล้วก็ยังงงเองเลยครับ ยังไงก็ฝากอาจารย์ช่วยตรวจดูด้วยนะครับ ที่เข้าใจผิดก็ได้เข้าใจได้ถูกต้องขึ้น

ขอบคุณครับ

โดย : tobi วันที่ : 2009-09-24 01:50:19 อีเมล์ : IP : 124.157.191.119

--------------------------------------------------------------------------------------------------