生け花 ห้องอิเคะบะนะ
เมื่อพันกว่าปีที่แล้ว ภาษาญี่ปุ่นเป็นยังไง ใน tosa nikki 土佐日記 อ่านกันได้เลยค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน

 

ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์    เขียน    

 

ภาษาที่ใช้ในสมัยเฮอัง

สำหรับอนุทิน

จะเป็นตัวอักษรฮิระงะนะหมด

 

 

การเดินทางสมัยก่อนจะใช้เรือ

 

 

หนังสือ 土佐日記 

        ทีคนญี่ป่นยังเรียนและอ่านกัน    

 

         

    เมื่อวานนี้ อาจารย์มีโอกาสเอาตำราเรียนเก่าๆ และสมุดโน๊ตที่เรียนสมัยอยู่อเมริกามาดู อดคิดถึงสมัยที่เรียนที่อเมริกาไม่ได้ เพราะเรียนเข้มดีจัง ก็เลยคิดว่า เด็กวัดคงอยากจะรู้ว่า เมื่อพันกว่าปีที่แล้ว สมัยเฮอัน ki no tsurayuki 紀貫之 ผู้แต่ง Tosa nikki土佐日記 อนุทินเืมืองโทะซะ เขียนอะไรไว้ และเขียนด้วยจุดประสงค์อะไร

 

     อาจารย์จำเรื่องราวได้ไม่แม่นยำนัก แต่จำได้ว่า ตอนที่เรียนที่มหาวิทยาลัยคาลิฟอร์เนียร์ เบอร์กเล่ย์ กับอาจารย์ที่สอนเรื่อง nikki bungaku 日記文学 อาจารย์ที่สอนซึ่งตอนนั้นเป็นอาจารย์ทีีปรึกษา จะเอาเรื่อง 日記 ต่างๆ มาให้เรียน โดยที่พวกเราจะต้องอ่านสักบทของแต่ละเรื่อง ด้วยภาษาเก่าที่เขียนจริงๆในสมัยนั้น  

 

      อาจารย์จำได้ว่า เรียนหนักมาก กว่าจะเปิดดิกฯแต่ละประโยคซึ่งเป็นภาษาเก่าได้ แต่ละคำ แล้วมาดูว่่า มีความหมายอย่างไร แล้วแปลว่่ายังไงนั้น ไม่ใช่เรืื่องง่ายเลย แต่อาจารย์ที่สอน สอนมีระบบมาก เพราะเป็นอาจารย์อเมริกัน ผ่านการเรียนที่ทรหดมาย่อมหาทางที่จะถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ที่ไม่ใช่นักศึกษาญี่ปุ่นเรียนภาษาเก่าญี่ปุ่นได้ เพราะท่านอาจารย์เองก็เหมือนอาจารย์ผ่านความยากลำบากในการเรียนวรรณคดีเก่าญี่ปุ่นมา จะมีเอกสารในการเรียน การสอนพร้อม

 

         อาจารย๋๋คิดว่า จำไม่ผิดแน่ว่า ในอาทิตย์หนึ่ง จะมีเรียนสามคาบ แทบจะหายใจไม่ออก เพราะต้องเตรียม ต้องอ่าน เพราะจะถูกเรียกตัวให้อ่านและแปลในห้องเพราะมีเรียนอยู่ไม่กี่คน และต้องตอบให้ได้ทุกจุด แต่ถ้าไม่ได้เรียนที่อเมริกา ก็ึคงไม่มีทางอ่านและเข้าใจภาษาเก่าๆเหล่านี้ได้ และก็คงไม่มีปัญญาที่จะอ่าน และแปลนวนิยายเก่าๆในสมัยเมจิของญี่ปุ่นได้

   

    อาจารย์จำได้ว่า ชอบเรื่อง Tosa nikki土佐日記 หรือ อนุทินเืมืองโทะซะมาก เพราะว่า การจดบันทึกส่วนตัว หรือ อนุทินเป็นเรื่องที่ผู้หญิงทำกัน ไม่ใช่ผู้ชาย เพราะในสมัยนั้น ผู้หญิงจะเขียนด้วยตัวอักษรฮิระงะนะ เวลาจด หรือเขียนอะไร แต่ถ้าเป็นผู้ชายจะใช้ได้แต่ตัวคันจิ เพื่อแสดงความเป็นลูกผู้ชาย

 

    เรื่องนี้จึงเป็นที่น่าสนใจมาก ที่ ki no tsurayuki 紀貫之 ตอนนั้นจะต้องออกจากเมืองโทะซะ เพื่อกลับไปยังเมืองเกียวโต หลังจากที่ส่งตัวไปปฏิบัติหน้าที่ทางราชการครบวาระ เพราะพวกขุนนางสมัยก่อนส่วนใหญ่จะมีชีวิตสุขสบายอยู่ในเมืองเกียวโต สำหรับคนญี่ปุ่นในสมัยนั้น ไม่ว่าการเดินทางออกจากบ้านเกิดตัวเองไปยังอีกเมืองหนึ่ง ก็คงไม่ต่างกับการที่ถูกเนรเทศ หรือถูกปล่อยเกาะ เหมือนเงนจิ ในเรื่อง hikaru genji 光源氏 ยอดนักรักเงนจิ

 

      ในกรณีของ Tosa nikki土佐日記 ki no tsurayuki 紀貫之กำลังออกจากเมือง โทะซะ เพื่อกลับไปยังเมืองเกียวโต จึงเป็นเรื่องใหญ่มาก ความรู้สึกเศร้า ใจหาย ความอาลัยอาวรณ์ ความผูกพัน คงมีมากมาย เขา่จึงเขียนบันทึกเกี่ยวกับสิ่งต่างๆและประสบการณ์ที่เกิดขึ้นและพบเห็น ในระหว่างการเดินทางกลับสู่เมืองเกียวโต หลังจากจากเมืองเกียวโตเสียสองปี ความรู้สึกผูกพัน ในท้องถิ่นที่ตัวเองเคยอยู่ และในระหว่างที่ตนประำจำหน้าที่อยู่ที่เมืองโทะซะ ki no tsurayuki 紀貫之ต้องสูญเสียลูกสาวสุดที่รักของตัวเอง ตลอดจนความรู้สึกที่ตัวเองต้องเดินทางกลับเมืองเกียวโตล่าช้ากว่าที่คาดหมายไว้ คงเป็นความรู้สึกที่ทรมานทีเดียวในสมัยนั้น

 

       ในระหว่างการเดินทาง ki no tsurayuki  紀貫之 ได้บันทึกเรื่องราวต่างๆที่เขาพบเห็น บันทึกเรื่องราวการที่เกิดขึั้น และการที่ต้องถูกส่งตัวไปปฎิบัติหน้าที่ในแดนไกล จึงเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อน เกินกว่าที่จะบรรยายได้ และเป็นอนุทินสำคัญที่ทำให้คนในสม้ยต่อๆมารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในสมัยนั้น

   

        ki no tsurayuki 紀貫之เขียนเป็นอนุทินระบายความรู้สึกของตัวเอง ทั้งที่เป็นผู้ชาย ในรูปแบบของอนุทิน ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมากในสมัยเฮอัง เพราะในสมัยเฮอังผู้หญิงในวังเท่านั้นที่จะเขียนบันทึกหรืออนุทินเป็นฮิระงะนะ ส่วนผู้ชายจะเขียนเป็นคันจิ  แต่ ki no tsurayuki 紀貫之เขียนอนุทิน Tosa nikki土佐日記เป็นตัวอักษรฮิระงะนะ เสมือนตัวเองเป็นผู้หญิง

 

      กล่าวกันว่า   ki no tsurayuki 紀貫之คงจะเขียน Tosa nikki土佐日記 หรือ อนุทินเืมืองโทะซะนี้ขึ้น ตอนช่วงแรกของศตวรรษที่สิบ หรือประมาณปี ค.. 935 จากอนุทินนี้ อาจกล่าวได้ว่าเป็น nikki bungaku 日記文学 เรื่องแรกในประเทศญี่ปุ่นก็ว่าได้ แถมผู้เขียนบันทึกเป็นผู้ชายอีก แต่ต่อมาจากเนื้อหาใน ki no tsurayuki 紀貫之 เขียนใน Tosa nikki土佐日記 แม้จะเรียกว่า อนุทิน ก็ตาม แต่โดยเนื้อหาแล้ว กล่าวกันว่า น่าจะเรียกว่าเป็นการบันทึกการเดินทาง หรือนิราศ ที่เราเรียนๆกันมากกว่าในบ้านเรา

 

         อาจารย์จำเรื่องทั้งหมดไม่ค่อยได้ และไม่อยากเล่าอะไรที่จำไม่ค่อยได้ แต่มีต้นฉบับนิดหน่อยที่เคยเรียนที่พอจะมีเก็บไว้มาให้อ่านกันเล่นๆ จะได้มีโอกาสเห็นว่า สมัยเมื่อพันกว่าปีที่แล้ว ภาษาญี่ปุ่นที่อาจารย์เรียน กับภาษาปัจจุบันตอนนี้ต่างกันมากน้อยแค่ไหน อ่านแล้วรู้สึกยังไง เอาแค่ตอนแรกเริ่มที่เขาเขียนแล้วกันนะคะ ใครๆก็รู้จักประโยคนี้กันดี เอาเพียงแค่หอมปากหอมคอ เปิดโลกทัศน์ตัวเองแล้วกันนะคะ

  

      をとこもすなる日記といふものを、をむなもしてみんとてするなり。(「日本古典文学大系、岩波書店)

 

อ่านแล้วเป็นยังไง สนุกไหม และรู้สึกยังไง อย่าลืมเขียนมาคุยกันนะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-09-18 12:35:17 อีเมล์ : IP : 71.190.34.34

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัด 名無しさん

คงจะยังไม่ค่อยเข้าใจ ที่บอกว่า ผู้หญิงใช้ฮิระงะนะ นั้นคือ ใช้แทบทุกตัว แต่ในเรื่องนี้ แม้จะเห็นคำว่า 日記เป็นคันจิก็ตาม แต่ถ้าเทียบกับภาษาที่ผู้ชายต้องใช้ในสมัยนั้นเป็นเหมือนภาษาจีนเลยค่ะ ทุกตัว

ดังนั้น เขาเขียนในฐานะที่เป็นผู้หญิงด้วยภาษาฮิระงะนะ แม้จะมีคันจิมาบ้างแต่ก็น้อยมากค่ะ คือจากตำแหน่งของเขาในสมัยนั้น คนรู้ว่า เขาแกล้งเป็นผู้หญิง และจากประโยคแรกเขาก็ประกาศชัดว่า เขาเป็นผู้ชาย แต่อยากจะเขียนอนุทินแบบที่ผู้หญิงเขียนกันค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-09-21 20:18:49 อีเมล์ : IP : 71.190.34.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : ขอบคุณสำหรับคำอธิบายนะครับ ภาษาโบราณนี่ไม่ว่าจะประเทศไหนก็เข้าใจยากจริงๆ เลยครับ เหมือนกลอนนิราศบ้านเราก็มีน้อยคนที่จะอ่านแล้วเข้าใจได้ในทันที...

พูดถึงภาษาโบราณ เวลาผมไปเปิด 国語辞典 ก็จะเจอกับพวกตัวอย่างที่เขายกมาจากนวนิยาย หรือกลอน ซึ่งอ่านแล้วไม่เข้าใจเลย บางประโยคพอจะเดาๆ ได้บ้าง แต่อย่างที่อาจารย์ยกมาให้ผมอ่านครั้งแรกแล้วเดาไม่ออกเลย โดยเฉพาะคำว่า ผู้ชาย ก็เข้าใจว่า を มันออกเสียงเป็น お ได้แต่ไม่คิดว่าจะใช้ตัวนี้ครับ

และที่อาจารย์บอกว่าผู้หญิงส่วนมากมักจะไม่ค่อยเขียนตัวคันจิ แต่ก็น่าแปลกดีัที่คำว่า 日記 เป็นคันจิ...หรือว่าจะเป็นการสื่อว่าเป็นตัวเขาจริงแล้วเป็นชายที่แกล้งเป็นผู้หญิง...

โดย : 名無しさん วันที่ : 2009-09-21 19:32:09 อีเมล์ : IP : 112.142.113.177

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน

     อาจารย์ขอเอาภาษาญี่ปุ่นปัจจุบันมาให้เราดูกันนะคะ จะได้รู้ว่า ภาษาเก่าที่ว่านี้ ต่างกับภาษาปัจจุบันตรงไหน 

     

   をとこもなる日記といふものを、をむなもてみんとてするなり。

   (ภาษาญี่ปุ่นเก่า)

   男がするというそうな日記とうものを、女(であるわたし)も してみようと思って、するのである。 (ภาษาญี่ปุ่นปัจจุบัน)

     จะเห็นได้ว่า ในประโยคที่ขึ้นต้น 土佐日記 หรือ อนุทินเมืองโทะซะ นี้ ในภาษาปัจจุบันจะมีคำกริยา するถึงสามคำ คำกริยาใช้บ่อยมากทีเดียว เวลาเรียนภาษาเก่า

     คำกริยา するสามแห่งในประโยคได้แก่

     をとこもなる日記(ภาษาญี่ปุ่นเก่า) ก็คือ

     男がするというそうな日記  (ภาษาญี่ปุ่นปัจจุบัน) ซึ่งมีความหมายว่า

      ถ้าผู้ชายเขียนสิ่งซึ่งเรียกกันว่า อนุทิน日記 ได้  

    โดยที่ผู้เขียนใช้คำว่า ในความหมายว่า 「書く」 แม้เมื่อเปลี่ยนเป็นภาษาปัจจุบัน จะเป็นเพียงคำกริยา するก็ตาม

       をむなもてみんとてするなり。(ภาษาญี่ปุ่นเก่า)

        女(であるわたし)も てみようと思って、するのである。(ภาษาญี่ปุ่นปัจจุบัน) ซึ่งมีความหมายว่า

       ฉันผู้ซึ่งเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ก็อยากจะลองเขียนอนุทินดูบ้าง

    โดยที่ ผู้เขียน หรือ ki no tsurayuki 紀貫之 ต้องการใช้ึำึคำว่า するเ็ป็นกรณีพิเศษในประโยคนี้ ในความหมายที่ต้องการแทนคำว่า 「書く」เขียนแต่คนทั่วไปนำไปใช้ คงใช้ไม่ได้แน่

 สรุปเนื้อหาของประโยคนี้   

 男がするというそうな日記とうものを、女(であるわたし)も してみようと思って、するのである。

   ถ้าผู้ชาย (สามารถที่จะ) เขียนสิ่งซึ่งเรียกกันว่า อนุทิน หรือ 日記 ได้ ผู้หญิงอย่างฉัน (แกล้งเป็นว่าตัวเองเป็นผู้หญิง จะได้เขียนอนุทินได้) ก็อยากจะลองเขียนอนุทินดูบ้าง

     เป็นยังไงบ้างคะ วรรณกรรมญี่ปุ่นข้ามยุค ข้ามสมัยที่สนุกๆยังมีอีกเยอะ ทำให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในสมัยเฮอัง  อย่าลืมเขียนมาคุยกันนะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-09-20 19:30:59 อีเมล์ : IP : 71.190.34.34

--------------------------------------------------------------------------------------------------