柔道 ห้องยูโด
อ้าวโพสใหม่ ทบทวนความเข้าใจอีกครั้ง แกนสำคัญในภาษาญี่ปุ่น (ตอนจบ)
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

 

จากหนังสือ กลยุทธ์การสนทนาภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1

 

ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์/ กนก ศฤงคารินทร์    แปล

 

    

สวัสดึค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน

     แนวโน้มการพูดรวบรัดหรือพูดให้น้อยๆ

    จะใช้บ่อยในกระบวนการของคำที่ใช้เรียงกัน เช่น ถ้าเป็นคำนามวลียาวๆ ก็จะตัดให้สั้นลงเหลือ 4 พยางค์ และมักจะใช้ 2 พยางค์แรกของคำสองคำมาต่อเข้าด้วยกัน เช่น

 

 

東京大学(とうきょうだいがく) โทเคียว ดะอิงุคุ    東大(とうだい)  โทดะอิ (มหาวิทยาลัยโตเกียว)

 

卒業論文(そつぎょうろんぶん) โซะทซึเงียวรงบุง     卒論(そつろん) โซะทซึรง (บทความหรือเรื่องที่ต้องเขียนส่งประกอบเวลาที่จะจบปริญญาตรี)

・      

なつかしいメロデイー นะทซึคะชี เมะโระเดะ   ナツメロนะทซึ เมะโระ (เพลงประทับใจ หรือเพลงแห่งความหลัง) 

 

マスコミュニケーション มะซึโคะมิวนิเคชง  マスコミมะซึโคะมิ (สื่อสาร หรือ Mass Communication) 

 

日本銀行(にほんぎんこう) นิฮงงินโค  日銀(にちぎん)     นิทซิงิน (ธนาคารหรือแบ็งค์ชาติญี่ปุ่น)

 

 

           ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ マスコミュニケーションเมื่อย่อให้สั้นลง จะเกิดเกิดการ เปลี่ยนแปลงทางหน่วยเสียงขึ้น  กลายเป็น マスコミ

   

          และคำว่า นิฮงงินโค  日本銀行(にほんぎんこう) จะเห็นได้ว่า คำอ่าน นิทซิ ที่ใช้แทนเสียงของ นิ ใน นิฮง 日本(にほん) นั้น อ่านออกเสียงเป็นอีกแบบ เมื่อย่อลง แต่ยังคงใช้คันจิตัวเดียวกัน แต่อ่านคนละแบบ กลายเป็น นิทซิงิง 日銀(にちぎん)

 

稲田大学(わせだだいがく) วะเซะดะ ดะอิงะคุ   早大(そうだい)  โซดะอิ (มหาวิทยาลัยวะเซะดะ, เอกชน)

 

慶応大学(けいおうだいがく) เคโอดะอิงะคุ   慶大(けいだい)  เคดะอิ (มหาวิทยาลัยเคโอ, เอกชน)

 

農林水産省(のうりんすいさんしょう) โนริงซุอิซังโช   農水省(のうすいしょう) โนซุอิโช (กระทรวงเกษตรและการประมง)  

 

生命保険(せいめいほけん) เซเมโฮะเคง     生保(せいほ) เซโฮะ (ประกันชีวิต)

 

健康保険(けんこうほけん)  เคงโคโฮะเคง 健保(けんぽ)  เคมโปะ (การประกันสุขภาพ)

 

中華人民共和国(ちゅうかじんみんきょうわこく) ทซูคะจินมิงเคียววะโคะคุ   中国(ちゅうごく)  ทซูโงะคุ (ประเทศจึน)

 

大韓民国(だいかんみんこく) ทะอิคังมินโคะคุ  韓国(かんこく)  คังโคะคุ (ประเทศเกาหลี)

 

()(あつか)説明書(せつめいしょ) โทะริอะทซึคะอิ เซะทซึเมโชะ 取説(とりせつ) โทะริ เซะทซึ (คู่มือคำอธิบายวิธีการใช้ต่่างๆ)

 

Personal computer    パソコン พะโซะคง (คอมพิวเตอร์ที่ตอนแรกออกใหม่ คนญี่ีปุ่นใช้เขียน ใช้งานแทนพิมพ์ดีด ก็เลยกลายเป็นคำที่นิยมใช้และเข้าใจกันในหมู่คนญี่ปุ่น ความหมายต่างกับที่ใช้กันในอเมริกา )

 

Word processor    ワープロ วะปุโร (เวิร์ดโพรเซสเซอร์ จะเป็นการใช้คอมพิวเตอร์

 เช่น พีซี อะไรทำนองนี้)

 

        ในภาษาญี่่ปุ่นจะมีคำพวกนี้มากมาย และจะเห็นได้ว่า คนญี่ปุ่นมีความสามารถที่จะรวบร้ดทำให้มันสั้นและสื่้อกันได้ ไม่เหมือนของไทยรับมาทั้งดุ้น ไม่ค่อยจะปรับจะเปลี่ยน

ซึ่งเรื่องที่น่าทึ่งเกี่ยวกับการใช้ภาษาของญี่ปุ่นยังมีอีกเยอะ รวมทั้งการเอาคำคันจิ มาอ่านแบบญี่ปุ่น ไม่ก็ผสมกับเสียงแบบจีน และยังทำคำนามให้เป็นคำกริยา ด้วยการเติม する เข้าไป พวกนี้เป็นเรื่องที่เกิดจากการคิดค้นของคนญี่ปุ่น จึงได้ชื่อว่า เก่งเรื่องเลียนแบบและทำดีกว่า เจ้าของเสียอีก

 

 อ่านแล้วคิดว่าต่างกับภาษาไทยเรามากไหมคะ วิธีการของเขาและของเรา วิธีการของเราทำยังไงกันคะ

   

 

 

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-09-13 14:07:16 อีเมล์ : IP : 96.232.65.225

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

 สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด 名無しさん

    ขอบคุณมากสำหรับข้อคิดเห็น ถูกต้องและเห็นด้วยที่ว่า ภาษาเยอรมัน เป็นภาษาที่เข้มงวดเรื่องกฏเกณฑ์มีระบบอย่างมาก คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ที่เรียนภาษาเยอรมันจะชอบเพราะเข้ากับนิสัยที่ละเอียด พิถีพิถันของเขา

ส่วนจุดที่ว่า เราย่อ เช่น ใหญ่ไม่งอกน้ำยำ หรือที่ เส้นใหญ่ไม่ใส่ถั่วงอก น้ำ ต้มยำ อันนี้คิดว่า เป็นการใช้ภาษาที่รวบรัด เพราะบ้านเราใช้ตะโกนสั่ง หรือเขียน มันช่วยได้เยอะทีเดียว ในภาคปฎิบัติ

  แต่อาจารย์ยังคิดว่า ในภาษาญี่ปุ่นเขามีลูกเล่นมากกว่าเราเยอะ มีทั้งเอาคันจิต่อท้ายด้วยคำว่า ซุรุ  เอาคันจิมาย่อสั้นตามที่คนญี่ปุ่นชอบใช้กัน แต่ปัญหาก็มีคือ คนมีอายุบางคน เขาก็มั่วใช้ตามคนอื่นไปอย่างนั้นเอง เคยถามว่า คำที่ใช้มาจากอะไร คนแก่ก็ตอบว่า าไม่รู้เหมือนกัน เห็นคนใช้ก็ใช้บ้าง

  ยังมีอะไรที่น่าสนใจในภาษาญี่ปุ่น ที่เป็นปริศนา เพราะคนสร้างภาษา สร้างคำ ออกกฏ บางครั้ง มากมายจนจับกฏไม่ได้ เช่น การใช้ o/go/mi/on อาจารย์อ่านดู ก็ยังจับไม่ได้ว่า แล้วจะอธิบายยังไงดี คือคนที่ใช้เป็นก็รู้ว่าจะต้องใช้คำไหน แต่ถ้าคนต่างชาติจะทำยังไง ดูเหมือนมันซับซ้อนมากทีเดียว เพราะในภาษาญี่ปุ่นมีทั้งคำยกย่อง คำสุภาพ คำถ่อมตัว และคำที่ฟังแล้วไพเราะหู แล้วยังคำ nyooboo kotoba สมัยก่อน ทำให้ภาษาญี่ปุ่นมีคำมากมาย เรียนแล้วไม่เบื่อ หาก้นบึงไม่เจอ สนุกค่ะ น่าติดตาม

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-09-16 19:42:41 อีเมล์ : IP : 96.232.65.225

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : จริงๆ แล้วผมคิดว่าการย่อคำให้กระทัดรัดเป็นลักษณะหนึ่งของภาษาญี่ปุ่น และเข้ากับลักษณะของคนญี่ปุ่นดีคือเป็นคนที่กระฉับกระเฉง

รูปย่อแสดงให้เห็นถึงการที่ภาษานั้นมีความยืนหยุ่นสูง อันนี้ผมไม่แน่ใจนะครับ แต่ผมเคยไปถามคนที่เรียนภาษาเยอรมันเขาบอกว่าภาษาเยอรมันเป็นภาษาที่ค่อนข้างเข้มงวดในเรื่องของไวยากรณ์สูงมาก อย่างในภาษาไทยเราละประธานได้ และใช้กันบ่อยด้วย แต่ในภาษาเยอรมันต้องมีประธานระบุเสมอ ผิดถูกอย่างไรใครทราบก็ช่วยแนะนำด้วยก็แล้วกันนะครับ

อย่างในภาษาไทยเราเองก็มีการย่ออยู่เยอะเหมือนกันนะครับผมว่า
อย่างเช่น
โทรศัพท์มือถือ ก็ย่อกันสั้นๆ ว่า มือถือ ซึ่งคำนี้ดูแล้วให้ความหมายไปในทางที่ว่า "สามารถพกพาไปได้ด้วยมือ" ซึ่งก็คล้ายๆ กับคำว่า mobile ในภาษาอังกฤษ
ซึ่งก็เป็นที่น่าประหลาดใจว่าคำนี้ก็มีการย่อในภาษาญี่ปุ่นสั้นๆ ว่า keitai (携帯) ย่อมาจาก keitaidenwa ซึ่งคำว่า เคย์ไต ก็มีความหมายว่า สิ่งที่สามารถพกพาไปได้ด้วยมือเช่นกัน

แต่ในภาษาไทยก็มีลักษณะเด่นคล้ายๆ กับภาษาญี่ปุ่นก็คือ ตัวย่อ อย่างที่อาจารย์ยกมา ชื่อมหาวิยาลัยส่วนมาก ญี่ปุ่นจะย่อให้เหลือเพียงคำว่า dai เพียงคำเดียว ซึ่งภาษาไทยก็ย่อว่า มอ (ม.) เช่น ม.เชียงใหม่ ถ้าย่อลงไปอีกก็จะเป็น ม.ช. อะไรทำนองนี้ครับ

และบางอย่างก็เป็นคำย่อเฉพาะสถานที่ อย่างเวลาเราไปสั่งก๋วยเตี๋ยว "เล็กโฟพิเศษเกี๊ยว" หมายถึง "ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก เย็นตาโฟ เพิ่มเกี๊ยวเป็นพิเศษ"

จริงๆ เรื่องเปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละภาษานี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจดีครับ เพราะมันเหมือนกับปริศนาที่ชวนให้ติดตามดีครับ

โดย : 名無しさん วันที่ : 2009-09-16 19:00:08 อีเมล์ : IP : 114.128.44.87

--------------------------------------------------------------------------------------------------