柔道 ห้องยูโด
อ้าวโพสใหม่ ทบทวนความเข้าใจอีกครั้ง แกนสำคัญในภาษาญี่ปุ่น (1)
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

 

 

จากหนังสือ กลยุทธ์การสนทนาภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1

 

ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์/ กนก ศฤงคารินทร์    แปล

 

 

 สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน

 

    แม้หนังสือสองเล่มนี้จะยังไม่มีโอกาสให้เด็กวัดหาซื้อไปอ่านกัน ก็ไม่ต้องเสียใจ อาจารย์ขอเรียบเรียงจากในบทมาให้อ่านอีกครั้ง จะได้รู้ว่า หนังสือทั้งสองเล่มนี้มีอะไรมากมายขนาดไหน  มีทุกอย่างเกี่ยวกับการสนทนาและเรื่องของไวยากรณ์ เข้าใจง่ายตลอดจน กลยุทธ์ที่ใช้กันเวลาสนทนา

 หนังสือเล่มนี้เป็นที่รู้จักกันดีในอเมริกา และมีประโยชน์มากสำหรับคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่น เพราะคนเขียนเป็นนักวิจัย และเป็นนักวิชาการ

 ไม่ใช่เป็นเพียงครูสอนภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น

จะออกสู่สายตาอีกครั้งให้หาซื้อไปใช้ได้เดือน เมษายน และพฤษภาคม

 

 

อะไรที่เข้าใจอยู่แล้วไม่ต้องพูดถึง

 

    โดยทั่วไปแล้วในภาษาญี่ปุ่นไม่ว่าส่วนไหน หรือทุกส่วนของประโยคละได้ทั้งนั้น ตราบใดที่ส่วนที่ละไม่พูดถึงนั้นเป็นที่ เข้าใจ กันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคำนาม คำกริยา หรือแม้แต่คำช่วยในภาษาญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาษาพูดมักจะไม่ต้องใช้คำช่วย

     

      ในภาษาญีุ่่ปุ่น สำนวน จะมีความเกี่ยวพันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่าในภาษาอังกฤษ แกนกลางของภาคแสดงของประธานในภาษาญี่ปุ่นจะไม่มีกฏเกณฑ์เข้มงวดเท่ากับในภาษาอังกฤษ กล่าวคือ แทนที่ภาษาญี่ปุ่นจะเป็นไปตามกฏ ประธาน กริยา กรรม เช่น ในภาษาอังกฤษ จะไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป

 

    แต่ในภาษาญี่ปุ่น สิ่งที่จำเป็นต้องพูดถึงในเนื้อหาที่เจาะจงพิเศษจะต้องเอาไปเติมข้างหน้าของคำกริยา ที่อยู่ท้ายประโยค การพูดถึงเรื่องหรือข้อมูลที่ไม่จำเป็นแสดงให้เห็นถึงความไม่คล่องแึคล่วในการสนทนาภาษาญี่ปุ่น และยังชี้ให้เห็นถึงการขาดทักษะในการสนทนาของผู้พูด

 

    ข้อแนะนำข้างล่างนี้ นำไปใช้ได้ เมื่อผู้พูดอยากจะละไม่พูดถึงสิ่งนั้นๆได้

 

1)     หัวข้อเรื่องของประโยค และเนื้อหาการสนทนา

 

เมื่อผู้พูดพูดถึงหัวข้อเรื่อง โดยการใช้คำช่วย วะ は ในการสนทนา โดยทั่วไป ผู้พูดไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำอีก นอกจากจะมีความจำเป็นพิเศษขึ้นมา เช่น

 

เมื่อหัวข้อเรื่องนั้นดำเนินอยู่ในส่วนของเรื่องการสนทนาใหม่ หรือย่อหน้าใหม่

ผู้พูดอาจกล่าวถึงหัวข้อเรื่องนั้นอีกครั้ง เพื่อบอกเป็นนัยให้อีกฝ่ายรู้ว่า หัวข้อเรื่องเดียวกันนั้นยังเป็นหัวข้อที่ยังอยู่ในการสนทนา

 

2)     การตอบคำถาม

                ในการตอบคำถาม อะไรที่กล่าวมาแล้วในประโยคคำถาม มักจะละไม่ต้องพูด

   ถึงอีก

 

3)     การตีความ ข่าวสารข้อมูลจากสถานการณ์

         คำสรรพนามที่ตีความจากสถานการณ์ มักจะไม่ต้องกล่าวถึงอีก เช่น คำว่า ผม (ぼく)(わたし)ดิฉัน ถือว่าเป็นคำที่รู้ๆกันอยู่แล้ว

 

4)     ข้อมูลร่วมทางด้านสังคมและวัฒนธรรม

       ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ผู้พูดจะต้องสาธยาย หรือพูดถึงความรู้ ทางด้านสังคมและวัฒนธรรมที่ต่างฝ่ายมีร่วมกันอยู่แล้ว

 

5)     คำช่วยทางไวยากรณ์

        โดยทั่วไปแล้วการละคำช่วย จะจำกัดเฉพาะในภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการเท่านั้น

 

ข้อมูลเพิ่มเิติม

 

          ภาษาพูดในภาษาญี่ปุ่น แม้แต่อนุประโยคหลักก็อาจจะละได้ ในกรณีที่ว่านี้อาจทำได้ เมื่อคู่สนทนาเข้าใจเนื้อหาที่พูดคุยกันดีอยู่แล้ว

 

(a)   คะเอตตะระ (โด เดะซึ คะ)

                (かえ)ったら(どうですか)。

     (ถ้าคุณ) กลับไปบ้านซิ (จะเป็นไง หรือ ดีไหม)

                

(b)   ทะคะอิ คะระ (คะอิ มะเซน)

                (たか)いから(()いません)

                ราคาแพง (ก็เลยไม่ซื้อ)

 

               การเน้นไม่กล่าวถึงสิ่ิงที่ชัดเจน หรือรู้กันดีอยู่แล้วนั้น รวมถึงการตัดคำซ้ำๆ หรือการซ้ำแล้วซ้ำอีกในเวลาที่สนทนา

 

              แต่ในสถานการณ์จริงๆ ผู้พูดจะใช้คำซ้ำบ่อยมากในการสนทนาภาษาญี่ปุ่น สิ่งที่เราต้องการเน้นในที่นี้คือ เมื่อเปรียบเทียบกับภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่นจะมีข้อจำกัดทางไวยากรณ์ที่หลวมกว่า ทำให้เกิด แนวโน้มการพูดรวบรัดหรือพูดให้น้อยๆ ปรากฏการณ์ แนวโน้มการพูดรวบรัดหรือพูดให้น้อยๆเห็นได้ชัดในภาษาญี่ปุ่นมากกว่าในภาษาอังกฤษ

 

(มีต่อ)

 

อ่านแล้วได้ความรู้เพิ่มจากที่ตัวเองเคยรู้มาบ้างไหมคะ อย่าลืมเขียนมาเล่าสู่กันฟังนะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-09-13 14:00:44 อีเมล์ : IP : 96.232.65.225

ตอบกระทู้

--------------------------------------------------------------------------------------------------