柔道 ห้องยูโด
คำเติมหน้าคำยกย่อง お・ご ใช้กันยังไง ช่วยกันหาคำตอบนะคะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะ แฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน

 

 

                                           ต้องขอโทษด้วยเพราะรีบๆเขียน

 

                                           ก็เลยต้องพิมพ์ให้อ่านใหม่

                                           

 

 

     เช้านี้ อาจารย์นั่งทำงาน และอ่านหนังสือไปเจอหลายคำที่คำว่า เด็กวัดแต่ละคน จำวิธีใช้ คำสุภาพ และคำยกย่องง่ายๆพวกนี้ได้แม่ยำแค่ไหน

 

เมื่อไรจะใช้  お・ご

 

อาจารย์ก็เลยลองเขียนมาให้ช่วยกันหาคำตอบง่ายๆค่ะ

 

…..出口             親切

 

…..教育             返事

 

….令名             説明

 

….一緒             写真

 

 

ลองทำดูนะคะ ผิดถูก ไม่เป็นไร จะได้ลองใช้ดูว่าถูกต้องหรือเปล่านะคะ

 

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-31 22:28:10 อีเมล์ : IP : 71.190.46.165

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด 名無しさん

 อาจารย์ลืมตอบคำตอบที่เด็กวัดตอบมา คำว่า 返事 ใช้ได้ทั้ง ご・お โดยทั่วไป เวลาที่เขียน จะใช้ ご返事 และอาจารย์ก็ติดใช้คำนี้ ไม่ว่าเวลาพูด หรือเวลาเขียน

   แต่ผู้หญิงญี่ปุ่นบางคนจะใช้ お返事 และเวลาที่แม่ดุลูกถามว่า เข้าใจไหม ทีหลังอย่าทำอีกนะ ได้ยินหรือเปล่า ถ้าลูกไม่ตอบ แม่ก็จะคาดคั้น ด้วยการใช้คำว่า お返事は ไหนคำตอบอยู่ที่ไหน ทำไมเงียบ ไม่พูดอะไร เป็นคำที่ใช้กับลูก

แต่โดยทั่วไปในสถานการณ์ที่เป็นทางการ ไม่ใช้ お返事

การใช้  ご・お ไม่เพียงแต่ซับซ้อนยุ่งยาก ถ้าใช้ได้คำใดคำหนึ่ง ยังดีกว่าสองคำ เพราะต้องแยกว่าใช้เมื่อไร ให้ถูกต้องด้วย แล้วยังมีแยกเป็น  ご・お ในกรณีที่ยกย่อง ถ่อมตัว สุภาพ หรือเพื่อความไพเราะอีก

มีเยอะแยะเลยค่ะ ชินๆตา อ่านเจออยู่บ่อย แต่แบ่งละเอียด และซับซ้อนทีเดียว ไม่ได้เหมือนที่อาจารย์สอนมาว่า เป็น คำญี่ปุ่นก็ใช้ตัวนี้ ถ้าคันจิก็ใช้ตัวนี้ เพราะเห็นวิจัยกันจนมึนทีเดียว

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-09-18 21:36:52 อีเมล์ : IP : 71.190.34.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัด hua, nanashisan

ถ้าคำอธิบายเพียงแค่บอกว่า ถ้า 和語 ก็ให้ใช้ お ตามที่เขาสอนมาตามที่เด็กวัดฮั้ว เข้าใจ ถ้ามันง่ายแบบนั้น อาจารย์บอกกฎครั้งเดียวก็ใช้ได้แล้วถูกต้องมั้ยคะ ลองไปหาอ่านที่เด็กวัด nanashisan เจอและยกคำถามขึ้นมา ตัวอาจารย์เองก็ยังสงสัยว่า คำว่า 和語 คือ คำที่คนญี่ปุ่นสร้างขึ้นนี้ คือ คันจิ หรือว่า คันจิทีมีลูกผสม ตามด้วยฮิระงะนะ ซึ่งพอถามคนญี่ปุ่นทีไร เขาก็ได้แต่เห็นด้วย แต่ก็ตอบไม่ได้ ตอบได้แต่ว่า เขาเคยชิน

อาจารย์จึงต้องมานั่งดูใหม่เพราะมันเยอะจริงๆ ทั้งที่ขัดแย้งกัน และที่พอจะเอาเข้ากฎได้

เพียงแค่ที่เด็กวัดยกมา ก็ตอบได้ทันทีว่า ที่เขาสอนๆเรามา เขาไม่ได้ทำวิจัย ยิ่งสอนต่างชาติจะเอาอะไรมากมาย สอนๆให้พอรอดตัวไปก็ได้

 お料理、お大事、お元気、お写真、お電話、お勉強、お仕事 (ทั้งๆ ที่คำว่า 仕 ก็อ่านแบบจีนแท้ๆ แต่ทำไมถึงใช้ お) ทุกคำอ่านเสียงอนทั้งนั้น แล้วกฎที่สอนเรามาจะไปประยุกต์ใช้ได้ยังไง ยังสงสัย จึงต้องมานั่งเรียนด้วยกันใหม่เอง เรียนเอง รื้อถอนเอง อะไรที่ไม่มีเหตุผลให้ท่องจำก็ต้องโละทิ้ง และโละหรือซ่อมบ้านใหม่ใช้เวลา แต่ก็ยังดีกว่าฐานไม่แน่นนะคะ


โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-09-07 23:20:21 อีเมล์ : IP : 96.232.65.225

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ขอฝึกด้วยคนนะคะ

จากที่เรียนมานั้น การทำให้คำนามหรือคำศัพท์ให้กลายเป็น 尊敬語(そんけいご)

ได้นั้นใช้การเติมหรือ  ที่ข้างหน้าคำนั้นๆ  แต่จะเป็น หรือนั้นต้องแล้วแต่คำนั้นๆ ไป โดย

คำที่เป็น 和語(わご)หรือคำญี่ปุ่นมาแต่เดิม จะใช้

คำที่เป็น 漢語(かんご)หรือคำที่มาจากภาษาจีน จะใช้

お出口        ご親切

ご教育        お返事

ご令名        お説明

ご一緒        お写真

ไม่แน่ใจว่าจะถูกกี่ข้อค่ะ

โดย : hua วันที่ : 2009-09-07 17:34:48 อีเมล์ : IP : 61.90.40.20

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัด 名無しさん

อาจารย์พยายามจะเอาคำที่ใช้นำหน้า ด้วย お・ご・おん・み เป็นต้น ที่คนญี่ปุ่นใช้กันบ่อยๆ มาให้ฝึกกัน

ยังไม่อยากที่จะเฉลย เพราะอยากให้ทุกคนมีโอกาสได้ทำกันมากๆก่อน แต่บอกได้ว่า ที่ตอบมามี หนึ่งคำที่ใช้ไม่ถูก

ご令名 ใช้ยกย่องหมายถึงชือเสียงอันโด่งดัง หรือชื่อเสียงที่คนรู้จักกันดี

ขอให้พยายามต่อไป และดีมากที่ยกตัวอย่างต่างๆมา เรื่องว่าใช้ยังไง คงจะต้องเก็บไว้อีกนาน เพราะมีเรื่องที่จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้พวกนี้เยอะเหลือเกิน อาจารย์เอง สมัยที่เรียนก็ต้องใช้วิธีจำแบบได้ยินบ่อยก็จำได้

แต่พอไปทำงานที่สถาบันวิจัยฯ ก็ยังตกใจว่า เขาแบ่งละเอียดมากๆ แต่ไม่สอนวิธีจำให้หรอกนะคะ

ยังมีอะไรที่เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นที่เราทุกคนจะต้องเรียนรู้ และน่าทึ่งทั้งนั้น มันสนุกกว่าเรียนอะไรผิวเผิน

ใครที่ชอบเรียนอะไรผิวเผิน คงต้องไปเรียนกับอาจารย์อื่น เพราะอาจารย์เป็นนักวิจัย สอนอะไรต้องสอนให้ถึงแก่นจึงจะเรียกว่าเรียน บางอย่างแม้จะไม่มีกฎเกณฑ์ แต่ถ้าเราเข้าใจความซับซ้อนก็สนุกทีเดียว

อาจารย์จะเอาที่เขียนด้วยพู่กันของใหม่ไปโพส ไม่ได้ต้องการที่จะเอาความสวยงามอะไร แต่อยากให้เด็กวัดได้เรียน ได้เห็นวิธีการเขียนด้วยพู่กัน จะได้ชินเวลาไปอ่านภาษาเขียนที่คนญี่ปุ่นเขียนมาให้นะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-09-07 04:22:27 อีเมล์ : IP : 96.232.65.225

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

 สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน เด็กวัดแป๋ว และเด็กวัด 名無しさん

 ขอตอบคำถามของเด็กวัดแป๋ว ลายมืออาจารย์เป็นครั้งแรกที่พอดีเมื่อสองปีที่แล้ว ไปร้านขายผ้าแถวบ้าน เห็นมีปากกาคล้ายๆพู่กัน ก็เลยซื้อไว้จะได้ลองใช้ดู ที่อาจารย์เขียนได้ เพราะว่า ไม่เข้าใจว่าเรียนภาษาญี่ปุ่นมาตั้งกี่ปี ไม่เคยมีอาจารย์ญี่ปุ่นคนไหนสอนวิธีการเขียน หรือบอกว่า เขียนไม่สวย ต้องเขียนแบบนี้แบบนั้น

     พอไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนปี 1988 ตอนนั้นเหนื่อยจากงานสอนประจำที่ธรรมศาสตร์ ไปญี่ปุ่นใหม่ๆตอนนั้น ขอพัก ไม่ยอมไปทำงานประจำ ไปสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเอเชีย เพราะอยากจะเอาเวลามาเขียนหนังสือ เรียนและเอาตัวรอดในญี่ปุ่น แล้วก็เรียนวิธีการเขียนภาษาญี่ปุ่นด้วย ปากกาลูกลื่น ไม่ใช่พู่กันนะคะ เรียนทางไปรษณีย์เอง จ่ายไม่กี่พันเยน นั่งเขียนทุกวัน วันละ สิบห้านาที เพราะเขียนนานกว่านั้นไม่ไหว มันต้องใช้สมาธิอย่างมาก จะมีแบบฝึกหัดให้หัดเขียน พอเขียนจนคิดว่า เขียนสวยกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ก็จะส่งไปให้ครูตรวจ จะมีครูหลายคนตรวจแล้วส่งกลับมา ถ้าเขียนไม่ได้ ก็ต้องเขียนส่งไปแก้ตัวใหม่

        อาจารย์ชอบการเรียนอะไรด้วยตัวเอง สนุก ไม่ชอบแข่งขันกับใคร แข่งกับตัวเองทุกเช้า ช่วงสามโมงเช้า ก็จะเริ่มเขียนทุกวัน เขียนได้เกือบปีพอดีก็ต้องไปเป็นนักวิจัย พร้อมกับเขียน เรียนและเอาตัวรอดในญี่ปุ่น และ ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นของอจ โทมีต้าจนเสร็จภาระ แล้วก็เข้าเป็นนักวิจัยเต็มตัว

        แล้วก็เขียนได้ใบประกาศนียบัตรมาครบสิบใบ ถ้าอาจารย์จะสอบเพื่อเอาใบประกาศนียบัตรรับรอง ก็เป็นครูสอนการเขียนได้ แต่อาจารย์ไม่ต้องการ เพราะไม่ได้ต้องการจะไปเป็นครูสอนอะไร แต่ที่เรียนเพราะความแค้นมากกว่าว่าทำไม ไม่มีใครสอนให้เราเขียนให้เป็นภาษาญี่ปุ่นที่สวยๆได้

     วันก่อนพอดีเห็นปากกาที่ซื้อมาก็เลยลองมาเขียนเป็นครั้งแรก เพราะไม่เคยเขียนด้วยปากกาคล้ายพู่กันแบบนี้  แต่เคยเรียน โชะโด 書道  อยู่หนึ่งวัน เพราะต้องจัดรายการพานักศึกษาอเมริกาไปลิ้มรสวัฒนธรรมญี่ปุ่นตอนซัมเมอร์ เพราะอาจารย์เป็นครูที่ต้องคอยดูแล นักศึกษาที่ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นเร่งรัดที่เบอร์กเล่ย ต้องพาไปชมและเข้าพิธีชงชา จัดดอกไม้ และเขียนพู่กัน เป็นต้น สนุก อาจารย์ชอบ คนญี่ปุ่นไม่ใช่ว่าทุกคนจะเขียนได้นะคะ เด็กวัดแป๋ว เหมือนคนไทย ลายมือเหมือนไก่เขี่ยเต็มไปหมด จริงมั้ยคะ

     อาจารย์สมัยมัธยมเคยเรียนชวเลข ชอบสอบได้ชวเลขชั้นกลาง เพราะได้เรียนฟรีกับบราเดอร์เบอร์นาร์ดที่สอนที่รร อัสสัมชัญ แต่มาสอนที่รร อัสสัมชัญศึกษาสำหรับนักเรียนที่สอบได้ที่หนึ่งถึงที่สิบของห้อง ฟรี

      ยังจำชื่อครูสอนและซาบซึ้งในความรักและทุ่มเทสอนของท่านไม่ได้ แล้วก็ยังสนับสนุนให้ไปลองสอบ ศิลปินเกร็กหรือภาษาชวเลข  อาจารย์ก็สอบผ่านได้ใบมาค่ะ ได้มาแต่ละใบเพราะอยากเรียนไม่ใช่เพราะอยากมาประดับ หายไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้

---

สวัสดีค่ะเด็กวัด 名無しさん 

  ขอบคุณมากสำหรับแนวหน้า名無しさん ที่เข้ามาพยายามทำ อะไรที่อาจารย์เอามาให้ทำ ขอให้รู้ว่า เป็นเรื่องสำคัญ เรื่องง่ายๆ ใครๆก็รู้ อาจารย์ไม่สนใจ ไม่ประเทืองสมอง ดังนั้น ใครที่รักความก้าวหน้า ก็ขอให้พยายามเข้ามาทำ เรื่อง การใช้ o/go ตอนที่อยู่ที่สถาบันวิจัยฯมีเพื่อนร่วมสถาบันวิจัยฯ เก็บข้อมูลพวกนี้ แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีข้อสรุปที่แน่นอน อาจารย์รู้ว่าแต่ละคน คงจำกันปวดหัว แต่อาจารย์ใช้บ่อยจนชิน ก็เลยเอามาให้ประลองฝีมือ

        ยังมีอะไรที่น่าสนใจในภาษาญี่ปุ่นที่เราไม่เคยแม้แต่ไปแกะไปเกาถึง เพราะเรียนแต่ไวยากรณ์ที่เขาให้มาจากตำราเรียนเท่านั้น มันเป็นการเรียนแบบญี่ปุ่นที่อัดให้ท่องจำแบบเอเชีย และไม่ค่อยจะสนใจในการวิเคราะห์

         อาจารย์เรียนอะไรท่องจำไม่ได้ต้องพยายามหาทาง แต่ส่วนใหญ่ก็คงเห็นใช่มั้ยคะว่า มันลำบาก ที่จะจับให้เป็นระบบและเข้าใจ แต่พอเรียนชอบและเรียนมาทางด้านเปรียบเทียบ ก็เลยอยากเอามาเรียนร่วมกัน ดูซิแล้วพอจะหาคำตอบได้หรือเปล่า

เด็กวัดคนอื่นๆ พยายามเข้ามาทำนะคะ ไม่ต้องกลัวผิด


โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-09-05 14:34:07 อีเมล์ : IP : 96.232.65.225

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : สวัสดีครับอาจารย์ และเพื่อนๆ เด็กวัดทุกคนครับ

จากความรู้ที่มีมาก็ยังทำให้สับสนอยู่กับวิธีใช้คำสองคำนี้อยู่ครับ จนบัดนี้ก็ยังไม่เข้าใจหลักการของมันที่แท้จริง เลยทำให้ต้องใช้ความจำมาก

จากที่ผมเข้าใจคือ
คำว่า お ส่วนมากจะตามด้วยคำที่เป็น 和語 (wago: คำที่มีในภาษาญี่ปุ่น ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นคำที่คนญี่ปุ่นคิดคำอ่านขึ้นมาเอง โดยการรับเอาอิทธิพลมาเพียงตัวอักษรของจีน)
เช่น
พวกที่มีคันจิตัวเดียว
お金 (เสียงอ่าน คาเนะ เป็นเสียงแบบคุง เลยน่าจะเ้ป็นคำญี่ปุ่น ใช่หรือป่าวครับ)
お茶
お皿
お酒
お宅
お子(さん) *คำว่า お子 แบบไม่มีคำว่า さん นี่ผมก็ไม่เคยเจอเหมือนกันนะครับ
พวกที่มีคันจิสองตัวเช่น
お友達
お出口
ลักษณะพิเศษของพวกคันจิสองตัวคือพวกนี้จะออกเสียงแบบคุง (เสียงญี่ปุ่น) ทุกตัว
แต่ผมกลับมีหลายคำที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
เช่น
お時間
ท้องสองเสียงเป็นการอ่านแบบจีน 時 ถ้าเป็นแบบเสียงคุงควรอ่านว่า とき ส่วนคำว่า 間 ควรอ่านว่า あいだ เลยไม่เข้าใจว่าทำไมคำนี้ถึงต้องใช้ お แทนที่จะใช้ ご
เช่นเดียวกับอีกหลายคำ ที่อ่่านแบบเสียงจีนแต่ก็ใช้ お
お料理、お大事、お元気、お写真、お電話、お勉強、お仕事 (ทั้งๆ ที่คำว่า 仕 ก็อ่านแบบจีนแท้ๆ แต่ทำไมถึงใช้ お)

ส่วน ご ผมรู้สึกว่าจะดูง่ายกว่า お หน่อย ตรงที่ส่วนมากแล้ว ご จะใช้กับคำที่มาจากภาษาจีน(คันโกะ:漢語) ซึ่งส่วนมากก็จะประกอบด้วยคันจิ 2 ตัว
เช่น
ご両親、ご兄弟、ご家族、ご説明、ご案内、ご主人、ご命令、ご面倒
แต่ก็มีบางคำที่ยังไม่เข้าใจสาเหตุ เช่นคำว่า
ごゆっくり
คำว่า ゆっくり นี่ดูเหมือนจะเป็นคำญี่ปุ่นแท้ๆ ซึ่งผมก็คิดว่าเป็นเช่นนั้นนะครับ แต่ทำไมถึงใช้ ご ล่ะครับ...

ส่วนการบ้านของอาจารย์ที่ลองทำมานะครับ

出口             ご親切

 

教育             お返事

 

令名             ご説明

 

一緒             お写真

 
令名 อันนี้ไม่เคยได้ยินครับ...


ส่วนหลักการจริงๆ ว่าจะเลือกใช้ยังไงคงต้องรบกวนขอให้อาจารย์ช่วยชี้แนะแล้้วล่ะครับ

โดย : 名無しさん วันที่ : 2009-09-05 13:31:00 อีเมล์ : IP : 114.128.104.167

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ อาจารย์ปรียาที่น่ารักและเพื่อนๆเด็กวัดทุกคนค่ะ

         อาจารย์ค่ะ เนี่ยเป็นลายมืออาจารย์หรือค่ะ ....ถ้าใช่เขียนได้ใกล้เคียงกับคนญี่ปุ่นเลยนะคะเห็นบ่อยๆว่าลายมือคล้ายกันแบบนี้นะคะ ถึงจะออกแนวยุ่งๆหยิงๆ ไปบ้าง...อืมแต่ก็ออกมาสวยนะคะเป็นสไตส์ของตัวเองดีนะคะ

        ที่เคยเรียนมา お คำอื่นไม่เคยเจอเลยคะ อยากช่วยเข้ามาตอบแต่ยังไร้ความสามารถอยู่เลยคะ แต่ก็จะขอสู้ สู้ ไม่ยอมถอยอยู่แล้วคะ แล้วจะกลับมาใหม่ค่ะ

          แต่ว่าอาจารย์ค่ะ แบ่งแถวให้แล้วใช่ไหมค่ะ เพียงให้หาคำตอบว่าหมายความว่าอย่างไรใหม่ค่ะ

โดย : เด็กวัดแป๋วค่ะ วันที่ : 2009-09-05 09:38:58 อีเมล์ : IP : 118.174.124.159

--------------------------------------------------------------------------------------------------