柔道 ห้องยูโด
เริ่มต้นปูพื้นฐานเรียนกันใหม่ จากประโยคต่างๆ เด็กวัดสนใจเข้ามาร่วมกันได้เลยค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน

 

 

         ภาพหิมะที่ตกเมื่อเดือนกุมภาฯ 2009

ถ่ายหน้าบ้านตอนที่เพิ่งย้ายมาใหม่ๆ

 

 

                หิมะเต็มหน้าบ้าน เปิดประตูออกไปไม่ได้

อีกไม่นานก็จะเป็นบรรยากาศ

ใบไม้ร่วง ก็คงจะสวยงามมากเช่นกัน

 

 

       เหลืออีกไม่กี่เดือนสำหรับคนที่จะไปสอบวัดระดับก็คงต้องเริ่มต้น เตรียมตัวสอบ ไม่งั้น ก็คงเหงื่อแตกเพราะ ต้องเตรียมดูหนังสือสอบ ส่วนคนที่พ้นวัยเรียน โชคดีไม่ต้องเรียนแบบอัด เรียนแบบเอาจริงๆ เข้าใจให้เต็มที่ได้ เพราะไม่ต้องไปสอบแข่งเพื่อเข้าทำงาน หรือไปเรียนต่อ

 

         สำหรับอาจารย์ ชีวิตการเรียนในเมืองไทย การสอบเป็นเรื่องที่ตึงเครียด ทรมาน ไม่สนุก สอบที ต้องตั้งหน้าตั้งตาื่ท่องจำ เพราะอาจารย์ไทยชอบวัดว่า ที่บรรยาย หรืออธิบายไปนักศึกษา ท่องจำได้มากน้อยแค่ไหน ใครที่ท่องจำเก่งๆ ตอบเหมือนที่อาจารย์บรรยาย ก็จะทำสอบได้คะแนนดี ใครที่เรียนเก่งแบบนี้ไปเมืองนอก มักจะเรียนแบบทรมาน เพราะใช้ไม่ได้กับระบบการเรียนเมืองนอก

 

       ตอนที่อาจารย์ไปเรียนที่ญี่ปุ่นต้องเขียนรายงานเป็น ไม่มีการสอบปรนัยแบบเมืองไทย แต่ที่แย่ก็คือ ระบบการศึกษาของญี่ปุ่น อาจารย์ญี่ปุ่น ไม่เคยส่งรายงานที่นักศึกษาส่งไป กลับมา ให้พร้อมกับหมึกสีแดง หรือข้อคิดเห็นให้นักศึกษารู้ว่าถูกผิดตรงไหน เลยไม่รู้ว่า จริงๆ เป็นยังไง และอาจารย์ญี่ปุ่นตรวจรายงานเรายังไง จึงได้คะแนนออกมาตามที่เห็น

        

       แต่ในอเมริกาที่มหาวิทยาลัยคาลิฟอร์เนียร์ เบอร์กเล่ย์  (University of California, Berkeley) ที่อาจารย์ไปเรียน เวลาสอบจะต้องทำรายงาน และสอบในห้อง ถ้าเป็นวิชาที่ต้องทำในห้องเชน สอบไวยากรณ์ภาษาเก่าญี่ปุ่น เช่น ข้อสอบแปล และตีความหมายจาก เรื่อง genji monogatari 源氏物語 ไม่มีการสอบปรนัย และอย่าหวังว่า ท่องจำแล้้วจะสอบผ่านได้คะแนนดี แต่ต้องอ่านหนังสือมากมายเป็นตั้ง ทั้งหนังสือบังคับ และแนะนำทุกอาทิตย์ ไม่อ่านก็อย่าเข้าไปห้องเรียนดีกว่าเสียเวลา เพราะไม่รู้เรื่องว่า อาจารย์สอนอะไร และต้องเรียนแบเข้าใจ ต้องถาม และต้องรู้จักวิเคราะห์จากที่อ่านมา ว่าตัวเองเข้าใจเนื้อหายังไง และมีความคิดเห็นของตัวเองจากที่อ่านอย่างไร จึงเป็นการเรียนรู้ที่แท้จริงไม่ใช่รับลูกเดียว

 

           รายงานที่ส่งไปให้อาจารย์ที่สอนแต่ละวิชา อาจารย์อเมริกันจะต้องอ่าน พร้อมกับเขียนข้อคิดเห็นในข้อสอบหรือรายงาน แล้วก็ให้คะแนน ใครข้องใจ ไปคุยกับอาจารย์ที่สอนได้เสมอ เพราะไม่ใช่เรื่ืองที่เป็นความลับ เราคิดว่าเราทำได้หรือไม่ได้ เห็นด้วยกับคะแนนที่อาจารย์ให้มาหรือไม่ ไปคุยได้ ถ้าข้องใจ แต่อาจารย์จะเห็นด้วยหรือไม่ อีกเรื่อง

          

          ก็เลยทำให้อาจารย์คิดว่า จากนี้ไป เราคงจะต้องค่อยๆมาเรียนแบบโละของเก่าๆที่จำมาผิดๆถูก เอาแต่คำแปล แล้วก็เอาไปใช้ไม่ได้ เริ่มเรียนจากประโยคง่ายๆ แล้วก็ค่อยๆขยาย สำหรับคนที่เริ่มต้นเรียน และคนที่เรียนมาหลายปี แต่พื้นไม่ค่อยจะแข็งแรง ก็จะได้เริ่มต้นเรียนอย่างเต็มที่ เช่น ที่ยกตัวอย่างมาข้างล่าง

 

       คำว่า furu 降る มีหลายรูปแบบ อยากรู้ว่า แต่ละประโยค มันต่างกันมั้ย สมมติว่า ใน 100% แต่ละประโยค แสดงความตั้งใจของผู้พูดที่จะบอกอีกฝ่ายว่า หิมะตกหรือไม่ ความเป็นไปได้เป็นอย่างไร ช่วยกัน แปลแล้วก็เขียนความคิดเห็นตัวเองมา เรียนกันอย่างเข้าใจ ไมต้องกลัวผิด อาจารย์จะได้รู้ว่าเราเรียนมายังไง เข้าใจยังไง

 

 

1. Ashita wa yuki ga furi masu.

   あしたは雪が降ります。

 

2. Ashita wa yuki ga furu ka, furanai ka wakarimasen.

    あしたは雪が降るか、降らないかわかりません。

 

3.  Ashita wa yuki ga furu daroo to omoi masu.

    あしたは雪が降るだろうと思います。

 

 

4.  Ashita wa yuki ga furu ka, doo ka wakarimasen.

    あしたは雪が降るかどうかわかりません。

 

5.  Ashita wa yuki ga furu kamoshire masen.

    あしたは雪が降るかもしれません。

 

 

6.  Ashita wa yuki ga furu to omoi masu.

    あしたは雪が降ると思います。

 

 

 

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-30 22:49:43 อีเมล์ : IP : 71.190.46.165

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีครับอาจารย์

สนใจ เดี๋ยวจะเข้ามาติดตามด้วยคนนะครับ

ปล บ้านสวยมากเลยครับ น่าอยู่มากๆเลย เห็นแล้วชักอยากจะไปเรียนต่ออเมริกาบ้างเลยครับ

โดย : ad วันที่ : 2009-09-07 14:41:32 อีเมล์ : IP : 10.1.20.169

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด Hua,maya

ขอฝึกด้วยคนค่ะ  (ทบทวนความรู้เพื่อเตรียมตัวสอบค่ะ)

1.あしたは雪が降ります พรุ่งนี้หิมะตก   (ความเป็นไปได้ 100%)

   เป็นการพูดบอกเล่า แสดงว่าผู้พูดอาจจะได้ยินจากการพยากรณ์อากาศว่าพรุ่งนี้หิมะตกแน่นอน ทำให้ผู้พูดมีความมั่นใจว่าจะเป็นอย่างนั้น   

 (ครูประจำชั้นปรียา) ขอเรียงใหม่จะได้เข้าใจง่ายๆนะคะ

  ถูกต้องค่ะ   (ความเป็นไปได้ 100%)

(เด็กวัด Hua)

6.あしたは雪が降ると思います。

คิดว่าพรุ่งนี้หิมะตก (ความเป็นไปได้ 50%) เป็นความคิดของตัวเองว่าหิมะน่าจะตก

(ครูประจำชั้นปรียา)  (ความเป็นไปได้ 90%) คนญี่ปุ่นถ้าไม่แน่ใจ เขาจะไม่ค่อยใช้ と思います。ผู้พูดจะต้องมีข้อมูลเห็นชัดๆจากข่าว และแน่ใจมากจะพูดประโยคนี้

อาจารย์ลืมใส่อีกข้อ (ครูประจำชั้นปรียา)

あしたは雪が降

るでしょう。 คิดว่าพรุ่งนี้หิมะคงจะตก (ความเป็นไปได้ 80%) คล้ายกับข้อข้างบน คือแน่ใจทีเดียว แม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็คิดว่า หิมะคงจะตก

(ครูประจำชั้นปรียา)

3.あしたは雪が降るだろうと思います。

คิดว่าพรุ่งนี้หิมะคงจะตก (ความเป็นไปได้ 70%) ทั้งสุ่มเดาและคิด ความเขื่อมั่้นน้อยลง

(ครูประจำชั้นปรียา)

5.あしたは雪が降るかもしれません。

พรุ่งนี้หิมะอาจจะตก (ความเป็นไปได้  60%)  พรุ่งนี้หิมะอาจจะตกก็ได้  ไม่แน่ใจ แต่ก็ยังมีหวังพอสมควร

(เด็กวัด Hua)  2.あしたは雪が降るか、降らないかわかりません。

ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้หิมะตกหรือไม่ตกนะ (ความเป็นไปได้ 50%) เป็นเหมือนการพูดคุยกันเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศ 

 (ครูประจำชั้นปรียา)  ถูกต้องค่ะ

(เด็กวัด Hua)  4.あしたは雪が降るかどうかわかりません。

พรุ่งนี้หิมะจะตกหรือเปล่า อาจจะตกหรือไม่ตกก็ได้ ไม่รู้ซิ เป็นการตอบคำถามแบบเป็นกลาง เนื่องจากตัวคนพูดก็ไม่ทราบเหมือนกัน  เหมือนเวลาคนถามว่าขนมนี้อร่อยไหม ถ้าเราไม่เคยกิน เราจะตอบว่าอาจจะอร่อยหรือไม่อร่อยก็ได้ประมาณนั้น 

 (ครูประจำชั้นปรียา) ความเป็นไปได้ 40%)  คือไม่เอาด้วย ตอบแบบไม่มีความมั่นใจ

   ขอขอบคุณแนวหน้าทั้งสองคน ที่เข้ามาช่วยกันตอบ ตามความคิดเห็นอาจารย์ อาจารย์คิดว่าตัวเลขที่ว่านี้ไม่น่าจะตายตัวมากมาย เพราะอาจารย์ไม่คิดว่า คนที่พูดจะคิดว่ากี่เปอร์เซ็นต์เวลาพูด แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้เราไปใช้เพื่อแสดงให้อีกฝ่ายรู้ว่า ผู้พูดมีความมั่นใจขนาดไหน ยิ่งในการสนทนาทางธุรกิจ หรือจะคุยกับใคร ก่อนจะแสดงความคิดเห็น หรือรับปากอะไรคำลงท้ายพวกนี้ช่วยได้มาก ถ้าเราไม่อยากรับปาก และแบ่งรับแบ่งสู้ก็ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องจะได้ไม่เข้าใจผิดกันนะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-09-06 20:59:40 อีเมล์ : IP : 96.232.65.225

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ขอฝึกด้วยคนค่ะ  (ทบทวนความรู้เพื่อเตรียมตัวสอบค่ะ)

1.あしたは雪が降ります

พรุ่งนี้หิมะตก   (ความเป็นไปได้ 100%)

เป็นการพูดบอกเล่า แสดงว่าผู้พูดอาจจะได้ยินจากการพยากรณ์อากาศว่าพรุ่งนี้หิมะตกแน่นอน ทำให้ผู้พูดมีความมั่นใจว่าจะเป็นอย่างนั้น  

 

2.あしたは雪が降るか、降らないかわかりません。

ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้หิมะตกหรือไม่ตกนะ (ความเป็นไปได้ 50%)

เป็นเหมือนการพูดคุยกันเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศ

 

3.あしたは雪が降るだろうと思います。

พรุ่งนี้คิดว่าหิมะคงจะตก (ความเป็นไปได้ 80% ขึ้นไป)

เป็นการคาดเดาของผู้พูดโดยตรง อาจจะสังเกตจากสภาพแวดล้อม เช่นวันนี้หิมะตก พรุ่งนี้ก็น่าจะตกด้วยเช่นกัน

 

4.あしたは雪が降るかどうかわかりません。

พรุ่งนี้หิมะจะตกหรือเปล่า อาจจะตกหรือไม่ตกก็ได้ ไม่รู้ซิ (ความเป็นไปได้ 50%)

เป็นการตอบคำถามแบบเป็นกลาง เนื่องจากตัวคนพูดก็ไม่ทราบเหมือนกัน  เหมือนเวลาคนถามว่าขนมนี้อร่อยไหม ถ้าเราไม่เคยกิน เราจะตอบว่าอาจจะอร่อยหรือไม่อร่อยก็ได้ประมาณนั้น

 

5.あしたは雪が降るかもしれません。

พรุ่งนี้หิมะอาจจะตก (ความเป็นไปได้ น้อยกว่า 50%)

เป็นการสัณนิษฐานว่าหิมะจะตก แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเป็นจริง

 

6.あしたは雪が降ると思います。

คิดว่าพรุ่งนี้หิมะตก (ความเป็นไปได้ 50%)

เป็นความคิดของตัวเองว่าหิมะน่าจะตก

 

ข้อ 2-6 เป็นการคิดและคาดเดาของตัวผู้พูดเอง ซึ่งอาจจะเป็นจริงหรือไม่ก็ได้ แต่ข้อ 3 จะมีความเป็นไปได้มากกว่าข้ออื่นๆ เพราะดูจากสภาพแวดล้อมประกอบ ส่วนข้อ 1 นั้นความเป็นไปได้น่าจะ 100% เนื่องจากผู้พูดมีความมั่นใจว่าจะต้องเกิดแน่นอน แสดงว่าคงจะได้รับทราบจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ ถึงได้พูดขึ้นมาเช่นนั้น

โดย : hua วันที่ : 2009-09-02 10:47:14 อีเมล์ : IP : 61.90.38.83

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์ 

 ทำการบ้านมาส่งค่ะ  ทำตามความเข้าใจเท่าที่ได้เรียนมาและเรียนเพิ่มเติมบ้างค่ะ

1. Ashita wa yuki ga furi masu.

   あしたは雪が降ります。

   พรุ่งนี้จะมี(หิมะ)ตก(ลงมา) เป็นประโยคบอกเล่าธรรมดารูปสุภาพ (masu  form)

 

2. Ashita wa yuki ga furu ka, furanai ka wakarimasen.

    あしたは雪が降るか、降らないかわかりません。

    พรุ่งนี้หิมะจะตกปล่าวหรือไม่ตกก็ไม่รู้ 

(furu อยู่ในรูปdict  form)เป็นประโยคคำถามเพราะตามด้วย ka,

(หรือไม่ตกก็ไม่รู้ furanai )

wakarimasen. (รูปปฏิเสธมาจาก wakarimasu ความหมาย ไม่รู้ )

 

3.  Ashita wa yuki ga furu daroo to omoi masu.

    あしたは雪が降るだろうと思います。

    พรุ่งนี้คาดว่า//คิดว่าหิมะคงจะตกแน่ๆเลย  น้ำหนักน่าจะอยู่ที่ daroo หรือปล่าวคะ

      เป็นการคาดคะเนจากความคิดของตัวผู้พูดเอง

 

    daroo คงจะ

 to omoi masu  เป็นการคาดเดาว่าจะเกิด......(หิมะตก) หรือไม่

 แต่ เดาว่าหิมะน่า จะตกตามความคิดของผู้พูด

 

4.  Ashita wa yuki ga furu ka, doo ka wakarimasen.

    あしたは雪が降るかどうかわかりません。

    พรุ่งนี้ไม่รู้ว่าหิมะจะตกหรือไม่  ถ้าจะใช้ว่าไม่ทราบจะดูสุภาพกว่า จะบอกว่าไม่รู้หรือปล่าวคะอาจารย์  เป็นการแสดงว่าไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์จะเป็นยังไงค่ะ

 

5.  Ashita wa yuki ga furu kamoshire masen.

    あしたは雪が降るかもしれません。

    พรุ่งนี้หิมะอาจจะตก

     kamoshire masen เป็นการคิด คาดเดา หรือ มีอะไรทำให้ผู้พูดรู้สึกว่าน่าจะเกิดหิมะตก  (อันนี้หนูไม่ค่อยเห็นใช้กันเลยค่ะอาจารย์)

   

 

 

6.  Ashita wa yuki ga furu to omoi masu.

    あしたは雪が降ると思います。

   พรุ่งนี้คิดว่า(หิมะ)จะตกลงมา

    ข้อนี้กับข้อ3 หนูว่าข้อ 3 หิมะคงตกแน่นอนกว่าข้อนี้ เพราะ น้ำหนักความคิด การคาดเดา น้อยกว่าข้อ3 ค่ะ

    อาจารย์คะ  สรุปแล้วหิมะจะตกหรือไม่ตกก็ไม่ทราบค่ะ เพราะ โจทย์ที่อาจารย์ให้มา ถ้าเป็นข้อที่ 1 มีการพยากรณ์อากาศแน่นอนแล้วว่าหิมะจะตกวันพรุ่งนี้ๆ ก็จะมีหิมะตกลงมาตามที่พยากรณ์ไว้  แต่ ทุกข้อจะเป็นการคาดเดา และ เป็นเรื่องในอนาคตตามลักษณะของประโยคที่อาจารย์ให้มาเป็นตัวอย่างค่ะ

   

   

 

 

 

โดย : maya วันที่ : 2009-08-31 23:24:27 อีเมล์ : IP : 117.47.151.39

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

อาจารย์คะ 

อ่านแล้วแต่ขอติดอาจารย์ไว้ก่อนค่ะ 

ถ้าอาจารย์ไม่กำหนดว่าต้องส่งการบ้านเมื่อไร  ( พรุ่งนี้จะมาคิด แล้วส่งอาจารย์ค่ะ)

ขอเวลาเตรียมเอกสารสำหรับงานพรุ่งนี้ก่อนนะคะ  เดี๋ยวจะเข้ามาทำค่ะ

โดย : maya วันที่ : 2009-08-30 23:58:50 อีเมล์ : IP : 222.123.30.52

--------------------------------------------------------------------------------------------------