柔道 ห้องยูโด
อนาคต อยากเขียนหนังสือไวยากรณ์ ให้คนต่างชาติได้อ่าน mirai/shoorai
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะ แฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน

 

 

อนาคต อยากเขียนหนังสือไวยากรณ์ไทย

ให้คนต่างชาติที่สนใจภาษาไทยได้ใช้กัน

ควรจะใช้ คำไหนคะ

未来・将来 

ตอนนี้ความฝันเป็นจริงแล้ว

ดีใจค่ะ

 

                              

 

    อาจารย์กำลังรวบรวมคำตอบที่อยากจะตอบคำถามที่เด็กวัด อึ่้งอ่าง และเด็กวัด maya แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และอาจารย์ยังติดการบ้าน เพราะสองคำนี้ื้ใช้ยากดีจัง เข้าใจ แต่จะอธิบายยังไง ในเมื่อมีส่วนที่เหลื่อมล้ำกัน และต่างกัน จะทำยังไงให้เข้าใจ

    ในห้ัวคอมฯของอาจารย์จะมีเพลงที่มีคำว่า  mirai โผล่ออกมาทันที แต่ไม่ยักมี shorai

อาจารย์คิดถึงเพลงดังและเพลงโปรดของ kiroro キロロ ขึ้นมา แล้วก็ทำให้คิดถึง วิธีการใช้ที่ค่อนข้างแตกต่างระหว่าง mirai/shoorai ได้มากขึ้น

 

    อาจารย์ขอเอาเพลงที่มีคำว่า miraiมาให้เด็กวัดช่วยกัน

1.      แปล

2.      เด็กวัดพอจะเห็นมั้ยว่า ทำไมใช้คำว่า  mirai  

3.      ทำไมไม่ใช้ shoorai

4.       ถ้าจะใช้ shoorai จะใช้ได้มั้ย

 

   คิดว่าคงยากพอสมควร แต่อยากให้พยายามดูนะคะ

 

ほら 足元(あしもと)()てごらん

Hora ashimoto o mite oran


これがあなたのむ道

Kore ga anata no ayumu michi


ほら 前を見てごらん

Hora mae o mite oran


あれがあなたの未來

Are ga anata no mirai

 

 

     ขอให้ลองช่วยกันทำดูนะคะ แล้วอาจารย์จะเอาประโยคที่มี shoorai มาให้ลองแปล เรามีวิธีการเรียนหลากหลาย และเรียนแบบใหม่ๆ

       เราจะต้องช่วยกันคิดทีละขั้น เพื่อหาคำตอบ จะได้สนุก เรียนร่วมกันอย่างมีขั้นตอน ลึกซึ้ง และสนุก

 

     ไม่มีอะไรที่มีค่าเท่ากับ การที่ทำอะไรแล้วตัวเองสนุก แล้วคนเรียนก็ต้องสนุกด้วย อาจารย์ขอถือโอกาสนี้ เอาหนังสือ ที่อาจารย์ใฝ่ฝัน อยากจะเขียนเกี่ยวกับไวยากรณ์ไทย ให้คนต่างชาิติที่เคยว่าต่อหน้าอาจารย์ว่า นักวิชาการไทย ไม่เห็นจะเขียนหนังสือไวยากรณ์ไทย ที่คนต่างชาติใช้ได้เลยจริงทุกประการที่เขาว่าคนไทย เพราะคนต่าชาติที่สนใจภาษาไทย เมืองไทย อยากเรียนรู้ ไม่ใช่เรียนแล้วไปพูดจ้อยๆง่ายๆ แต่เขาชอบเรียนอย่างลึกซึ้ง (ไม่ได้ครอบคลุมถึง ชาวต่างชาิืติประเภทไปเที่ยวหาความสนุกสนานกับชีวิตกลางคืน และสาวไทยตามบาร์ราคาถูกที่เขารู้จักเราด้านเดียว) คนต่างชาิติที่อยากได้หนังสือก็ต้องผิดหวัง เพราะที่วางขายมีแต่หนังสือง่ายๆที่ไปเมืองไทยรู้จักสาวไทยแล้วก็เขียนออกมาเอาเงินพิมพ์ขายร่วมกันทำกับคนไทย แต่ละเล่มไปดู ซื้อมาดูว่าตามที่เขาว่าเราไหม ก็ต้องยอมรับว่า จริงๆ เพราะส่วนใหญ๋ คนเขียนเป็นใครก็ไม่รู้เขียนๆออกมา ภาษาเที่ยวบาร์ ภาษาทั่วไป ง่ายๆที่ใช้ มั่วเขียนเต็มไปหมด คำพูดเหล่านี้

 

      วันนี้ และณ.จุดนี้ ความฝันเป็นจริง มาหลายปีแล้ว เพราะอาจารย์เคยบอกตัวเองว่า ในอนาคตจะต้องเขียน หนังสือไวยากรณ์ไทย ที่คนไทยเองไม่เห็นคุณค่าและไม่สนใจภาษาไทยของเราเอง จะได้เรียนรู้ และเข้าใจมากขึ้น แล้วจะได้เอาความรู้ไปสอนคนต่างชาติให้ถูกต้อง

 

     อนาคตที่คาดหวังว่าจะเขียน  หนังสือไวยากรณ์ไทย ก็เขียนได้สำเร็จตามฝัน ในกรณีนี้อาจารย์ควรจะใช้คำไหนดีเอ่ย mirai หรือ shoorai

 

     เมื่อวานนี้จะสั่งซื้อหนังสือ อยากรู้ว่า หนังสือปกอ่อนที่ทางสำนักพิมพ์ที่อังกฤษส่งมาให้วางขายแล้วหรือยัง เพราะไม่ได้เช็กดูนานแล้ว ตกใจ เพราะเพิ่งจะรู้ว่า ตกข่าวเพราะมัวแต่ยุ่งๆ เห็นหนังสือปกอ่อนออกมา มีมืออาชีพ เขียนรีวิวอย่างดีเยี่ยมให้คนเขียนเช่นอาจารย์และเพื่อนที่ใช้เวลาเจ็ดปี ได้เงินหรือ ไม่ได้ แต่ได้กำลังใจ ความสุขใจเมื่ออ่านรีวิวหนังสือเล่มนี้ที่ตัวเองทุ่มเทเวลา และเข็นจนสำเร็จออกมา

 

        เป็นริีวิวที่ดีเยี่ยม ไม่รู้จะขอบคุณยังไง สำหรับคำรีวิวที่มีคุณค่าให้กำลังใจ อ่านแล้วรู้ว่า เขาอ่านจริงๆ และเข้าใจ สิ่งที่อยากให้คนอ่าน รีวิวจากคนต่างชาติที่เป็นมืออาชีพระดับเยียม 1ใน 500 ของคนที่รีวิวให้ amazon.com รวมทั้งรีวิวของอีกคน ที่เขียนตอนเป็นปกแข็ง อ่านแล้ว หายเหนื่อย และดีใจที่ทำให้คนต่างชาติได้รู้จักภาษาไทยมากขึ้น และตอนนี้เขาก็เลือกที่จะใช้ขีวิตในเมืองไทยของเรา ทั้งที่เคยมีประสบการณ์ใช้ชีวิตในประเทศต่างๆมามาก รู้หลายภาษา คิดแล้วน่าภาคภูมิใจ แทนที่จะเลือกอยู่ประเทศอื่น แต่เขากลับเลือกไปอยู่เมืองไทยของเรา

 

      ขอให้เราสร้างความประทับใจให้คนต่างชาติด้วยความเป็นไทยของเรา มีน้ำใจ ให้ความช่วยเหลือ ไม่ใช่เห็นคนต่างชาติทีไรก็นึกว่าเขาโง่กว่าเรา ตั้งหน้าตั้งตาจะหลอกเอาเงิน เอาเปรียบง หรือขายของโก่งราคา ไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย ถ้าคนอื่นทำกับเรา เราคงรู้สึกไม่ดีเช่นกัน

 

ขออนุญาตนำรีวิวที่เขียนเกี่ยวกับหนังสือที่อาจารย์ใช้เวลา 7 ปี ตั้งแต่ตอนทำงานประจำที่ญี่ปุ่น แล้วก็ค่อยๆทำกัน บินไปหากัน บินไปทำตอนปิดภาคเรียน แล้วมาสำเร็จจริงๆตอนที่ลาออกจากญี่ปุ่น เพราะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ลาออกแล้ว ก็จะต้องเขียนให้เสร็จ และใช้เวลาอีกสองปีเต็มๆกว่าจะเขียนหนังสือนี้เป็นรูปร่าง หวังว่า เด็กวัดและแฟนๆหนังสือ คงจะร่วมดีใจกับอาจารย์ที่เรามีหนังสือระดับไปอวดชาวโลกไปให้คนต่างชาิติทั่วโลกหาซื้อไปใช้ไปอ่านได้  อาจารย์เชื่อมั่นว่าหนังสือเล่มนี้คงไม่หายไปจากสังคมตะวันตก เพราะเป็นกรรมสิทธิ์ ของ Cambridge University Press ที่ไม่ได้พิมพ์หนังสือเพื่อเงินอย่างเดียวแบบบ้านเรา ดีใจค่ะ  

ขอให้อ่่านดูนะคะ ที่เขาเขียนรีวิว ที่ดีใจมากก็คือ คนรีวิวเขียนเสร็จไปแล้ว แต่อดไม่ได้ ต้องกลับเข้ามาเขียนรีวิวเพิ่ม เพราะคงไปอ่านต่อเรื่อง คำลงท้ายในภาษาไทย เช่น เนี่ย เหรอ นะ เป็นต้ัน แล้วชอบใจ และสรุปว่า This book is FUN!  หนังสือเล่มนี้ สนุก ตามที่อาจารย์ตั้งใจไว้ว่าจะต้องเขียนให้คนอ่านแล้ว สนุก  ไม่ใช่ง่วงหลับไปเลย

 

         หนังสือเล่มนี้เมื่อเป็นปกแข็ง ขายเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ขายได้จำนวนไม่มาก เพราะเขาต้องการขายเป็นหนังสืออ้างอิงให้ทางห้องสมุดทั่่วโลกหาซื้อไปไว้ให้คนใช้อ้างอิงได้ พอเวลาผ่านไปสี่ห้าปี

         ตอนนี้เขาพิมพ์เป็นปกอ่อนแล้วสำหรับคนทั่วไป จะได้หาซื้อได้ คงขายได้จำนวนไม่น้อยทีเดียวจากนี้ไป เงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เป็นศักดิ์ศรีของประเทศไทย ที่มีหนังสือให้คนต่างชาติได้เรียน ได้อ่าน ได้ใช้

 

       คนที่กำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นก็จะได้นำไปใช้เรียนเทียบกับภาษาญี่ปุ่นได้มากขึ้น เพราะผู้เรียนจะรู้พื้นฐานภาษาไทยเราเองมากขึ้น เพราะไวยากรณ์ไทยเรา ไม่เคยเรียบเรียงใหม่ และศัพท์แต่ละคำ อาจารย์ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่องค่ะ  เอามาเรียนแบบประยุกต์ไม่ใช่แบบไทยๆ ที่ไม่แยกคำกริยาวิเศษณ์ คำคุณศัพท์ อะไร ได้แต่รู้ว่ามันขยาย แล้วทำหน้าที่อะไร เรียกว่าอะไร ไม่รู้

 

       อาจารย์ขอเอาที่นักรีวิวหนังสืออาชีพมือหนึ่ง 1ใน 500 คน มาให้คนไทยอ่านว่า เขาคิดยังไงกับหนังสือเล่มที่อาจารย์และเพื่อนเขียน หนังสือเล่มนี้ แม้แต่ในร้านหนังสือของไทย ที่ขายหนังสือภาษาอังกฤษยังไม่มีวางขายสักเล่มนะคะ ไปดูได้ว่าจริงหรือไม่จริง! แต่ขายระดับนานาชาติทุกประเทศสั่งซื้อได้

 

3 of 3 people found the following review helpful:

And then there were three!, May 28, 2009

By 

Geoff Puterbaugh (Chiang Mai, T. Suthep, A. Muang Thailand) - See all my reviews
  

There are now THREE very good Thai grammars available. David Smyth's book Thai: An Essential Grammar (Routledge Grammars) and the Higbie/Thinsan book Thai Reference Grammar were apparently the first two out of the gate, and now we have a third, which first appeared as a hardback in 2005.

This is probably not a book for beginners, BUT this judgement may depend on the type of "beginner" we are talking about. I think that once you have started learning to read Thai --- or even before --- you may find this book extremely useful. And, in an important way, it's useful aside from the grammatical explanations.

As a comparison: that old classic, William Kuo's Teaching Grammar of Thai had a lot of good grammar, but I came to love it because it presented ONLY Thai script and was fantastic handwriting practice. In a similar way, I appreciate that this is the first truly modern Thai grammar, but even more I love it because it presents hundreds and hundreds of examples of real Thai speech! Where else, for example, can you find a Thai saying, "Well, the electricity was almost unusable, or something like that..." "Or something like that?" How do you say THAT in Thai?

So, if you can read Thai in transliteration (and I give this book additional high marks for a transliteration system which is Haas-based and does not have to be learned!!), you may want to start leafing through this book in the early stages of learning the language. It will instantly take you way beyond the "sawatdii khrap" stages, and lead you into things like, "I don't THINK he was here, but I'm not quite sure..."

This book is FUN!

-------------------------------------
Revised review: I am revising this review simply to state that I think this is the best of the three. Especially in the field of particles, it absolutely dusts the competition.

 

 

 

 อย่าลืมเขียนมาคุยด้วยนะคะ อาจารย์บ้าหรือเปล่า เงินก็ไม่ได้มากมาย เวลาก็ทุ่มไปมากมาย ที่เห็นก็คือ หนังสือ ที่ใฝ่ฝันอยากเขียน จนสำเร็จ แค่นั้น คุ้มกับเวลา และ ความเหนื่อยมั้ย 

 อ่านแล้วมีความรู้สึกยังไง

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-22 01:21:33 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด maya

ดีใจที่สุดที่อ่านประโยคที่แกเขียนไว้

Retirement for me does not mean doing nothing: it means that finally I can do what I want to do!

เหมือนกับความฝันที่อาจารย์ฝันไว้ และณจุดนี้ เขา และอาจารย์ก็ได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำจริงๆ

คนอื่นเกษียณคือ แก่แล้ว รอวันเวลา ที่จะมาถึง และไม่มีคุณค่า เหมือนไม้ผุๆที่ใช้มานาน ทำนองนั้น แต่สำหรับอาจารย์ไม่ใช่เลย ลาออกเพื่อต้องการที่จะทำสิ่งที่ตัวเองคาดฝัน และไม่ได้เพ้อฝัน เพราะตัวเองอยากทำ และชอบจริงๆ รู้ตัวเองมานานแล้ว

ขอบคุณมากค่ะ กำลังใจ และความรู้สึกที่สื่อกันได้ว่าไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เรื่องของเกียรติ์ และความภาคภูมิใจในตัวเองที่ทำได้และในฐานะที่เกิดเป็นคนไทยคนหนึ่ง เหมือนคนญี่ปุ่นที่เขาภูมิใจที่เกิดเป็นญีปุ่นแม้จะลำบาก และกดดันแค่ไหน 

 มันสำคัญมากค่ะ ศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทย อย่างน้อย ก็มีโอกาสประกาศให้คนทั่วโลกรู้ว่า คนไทย ไม่ได้เป็นแบบ เอาเงินซื้อของอย่างเดียว หรือสำรวยอย่างเดียว หรือ เรียนจบก็หาเงินเอาตัวรอดอย่างเดียว ที่ชาตอื่นมองเราค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-22 01:23:18 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์ 

                           อ่าน Profile ของท่านแล้วขนลุกค่ะ แค่ ประโยคนี้นี่เองค่ะ กินใจมากนะคะ คาดว่า น่าจะเดินผ่านท่านอยู่บ้างกระมังคะ

address  อยู่แถวๆใกล้ๆนี่เองค่ะอาจารย์

Retirement for me does not mean doing nothing: it means that finally I can do what I want to do!

และ ไม่ลืมที่จะแสดงความยินดีกับอาจารย์ที่ได้หนังสือเล่มที่ดีที่สุดอีกเล่มหนึ่งให้ชาวต่างชาติได้รู้ว่าไทยจริงๆ คือ อะไรค่ะ

โดย : maya วันที่ : 2009-08-22 01:22:31 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

--------------------------------------------------------------------------------------------------