茶道 ห้องพิธีชงน้ำชา
ช่วยกันคิดหน่อยนะคะ คติเตือนใจ ของมิทซึโอะมาให้คิดและทำอีกแล้วค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน

   ช่วยกันแปล และตีความหมายให้เข้ากับที่มิทซึโอะอยากบอกเรา แล้วอย่าลืมแสดงความคิดเห็นด้วยนะคะ

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-20 20:37:17 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัด maya

คติเตือนใจ เราอ่าน เราก็ต้องคิด ไม่จำเป็นเสมอไปว่า เราจะต้องเห็นด้วยกับทุกอัน

แต่ทำให้เรามีอาหารสมองที่นำไปใช้ นำไปปรับปรุงตัวเอง ให้เข้ากับสถานการณ์

ช้าๆได้พร้าเล่มงาม แต่ถ้าเป็นงานด่วน มีแต่ช้าๆ ก็คงไม่ทันกิน

หรือ แบบของฝรั่งก็ just do it!

ก็ไม่คิดว่าจะเข้าท่าทุกโอกาส เวลาที่ต้องตัดสินใจไม่มีทางเลือกก็คงต้องใช้ แต่ถ้าใช้แบบนี้ตลอดก็คือ คนที่ทำอะไรไม่ได้คิดให้ดี ทำๆไป ผลออกมา ไม่ค่อยคำนึงไม่ดีค่ะ

ใช่แล้วค่ะ เมื่อไรที่ใช้ to จะเป็นประโยคเงื่อนไข

สำคัญค่ะ เพราะถ้าเราทำแบบที่มิทซึโอะบอก ผลก็คือ ตามที่มิทซึโอะเขียนมา

ดีมากค่ะ ที่รู้ว่าขาดอะไรไป ต้องละเอียด และตอบให้ตรงประเด็น

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-22 01:31:18 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์

                            อธิบายไม่ตรงประเด็นหลักการสำคัญ หรือ key word ที่สำคัญไปค่ะ จริงๆแล้วการใช้ to ในประโยคนี้  นำมาใช้ในกรณีที่เป็นประโยคเงื่อนไขที่ตามกัน

 แสดงให้เห็นผลที่เกิดจากการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งประโยคที่ตามมา จะเป็นผลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่คาดหมายได้ล่วงหน้า  ความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ค่ะ

 บางครั้งการตีความจากสำนวน เช่น พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วหมายถึง การที่ความคิดที่ไม่ได้เอาออกมาทำให้เป็นรูปธรรม  ก็ไม่มีประโยชน์ (คิดให้ลึกซึ้ง  ค่อนข้างตีความยากค่ะ) 

               แต่.....อาจารย์คะ ก็น่าจะมีคนที่ชอบขายความคิด และ มีคนที่ชอบซื้อความคิดอยู่บนโลกใบนี้ด้วยเหมือนกันนะคะ

 

โดย : maya วันที่ : 2009-08-22 00:53:31 อีเมล์ : IP : 114.128.44.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด อึ่งอ่าง เด็กวัด maya

to   เป็นคำช่วยที่เป็นคำสันธาน ใช้ต่อกับรูปที่ 3 ของคำที่มีผัน ( iru ) เงื่อนไขของ to ในกรณีนี้คือแสดงให้เห็นถึงผลที่จะตามมา จากการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เกิดในขัอความแรก

---ทั้งสองคนอธิบาย เกี่ยวกับ to แต่ขาด key word สำคัญเกี่ยวกับ รูปประโยคเวลาใช้ to เป็นรูปประโยคอะไรคะ อธิบายได้แต่ถ้าขาดคำสำคัญ ฟังคำอธิบายเท่าไร ก็รู้สึกยังขาดอะไรไปอย่างไม่สมบูรณ์

ขอตีความสิ่งที่ มิทซึโอะ อยากจะบอกก็คือ  

มัวแต่นั่งคิดอยากจะทำโน่นทำนี่ คิดอย่างเดียว ไม่ได้ลงมือ ทำอย่างจริงจัง

พระอาทิตย์ก็ตกดินเสียแล้ว ก็คือ มันก็เป็นเพียงความคิดที่ลับหายไป ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร คิดแล้วต้องทำ แต่คิดว่า คงไม่ได้อยากจะบอกว่า

เวลาจะทำอะไรให้คิดดีๆ แล้วรีบลงมือทำ อย่ามัวรีรอ เดี๋ยวจะสายเกินแก้หรือพลาดโอกาสไปซะก่อน

เพราะอ่านแล้ว จะเข้าใจว่า อย่ามัวแต่คิด เป็นมนุษย์ช่างคิด และจบลงด้วยการคิด แต่ไม่เคยลงมือทำ

เหมือนคนที่คิดแล้วแถมขายความคิด พูดให้คนอื่นฟัง แต่ปาก แต่ไม่เคยคิดจะลงมือทำอะไรเลย หรือ ไม่ลงมือเอง เป็นต้น

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-21 23:42:48 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนเด็กวัดทุกคน

               ก่อนอื่นต้องขอบคุณเด็กวัดอึ่งอ่างตาโปนที่ช่วยทำให้อ่านง่ายขึ้นค่ะ

(เปล่ากินแรงนะคะ อ่านไม่ออกจริงๆเพราะไม่เก่งเลย) แต่  อยากฝึกดูค่ะ 

               Bakkari  เป็นคำช่วยที่เป็นคำกริยาวิเศษณ์  ใช้ต่อท้ายคำนาม หรือคำที่เทียบเท่าคำนาม มีหลายเหตุผลในการใช้ Bakkari  แต่  สำหรับข้อคิดนี้ จะใช้ในการจำกัดขอบเขต

               คือ   ได้แต่คิด(อย่างเดียว)

               kangaeru (คิด  ใคร่ครวญ)

              to   เป็นคำช่วยที่เป็นคำสันธาน ใช้ต่อกับรูปที่ 3 ของคำที่มีผัน ( iru ) เงื่อนไขของ to ในกรณีนี้คือแสดงให้เห็นถึงผลที่จะตามมา จากการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เกิดในขัอความแรก

               日がくれちゃう   te  shimau  มีเงื่อนไขในการใช้ อยู่  คือ  หมายความว่า  เสร็จ....หมด และ .....เสียแลัว

               日がくれ  ดวงอาทิตย์ตก  ค่ำ  มืด

                ในกรณีนี้  ควรจะเป็นการใช้ ........เสียแล้ว รูป te  shimau  จะสามารถใช้ได้ว่า  chau  เหมือนที่เด็กวัดอึ่งอ่างตาโปนบอกมาแล้วข้างต้นค่ะ (ปล่าว copy นะคะ)

               ถ้าจะลองคิดดูว่าประโยคนี้ จะมีความหมายว่า

    ได้แต่คิดอย่างเดียว กว่าที่จะได้ลงมือทำพระอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าเสียแล้ว(สำนวนหน่อยค่ะ)จริงๆแล้วอาจจะแค่พระอาทิตย์ก็ตกดินหรือ มืดแล้ว


    คง เปรียบเทียบ  หรือ เปรียบเปรย ว่า คนเรานั้นถ้ามัวแต่คิด ใช้ความคิดอย่างเดียว แต่ ไม่เคยลงมือทำเลย จะทำก็สายเสียแล้ว หรือ จะทำอะไรก็ไม่ทันแล้ว เพราะมันมืดแล้วนั่นน่ะ

     ลองเข้ามาคิดด้วยคนค่ะ  ผิดอีกก็ไม่เป็นไรค่ะ     เรียนไปด้วยกันค่ะอาจารย์

              

             

โดย : maya วันที่ : 2009-08-21 22:46:36 อีเมล์ : IP : 114.128.44.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ เด็กวัดอึ่งอ่างตาโปน

ขอบคุณที่เข้ามาช่วยเขียนให้เด็กวัดคนอื่นได้อ่านกัน

เมื่อวาน เขียนเรียบร้อย แต่ผิดพลาด หายไปหมดเลยหมดแรงทำใหม่ คิดจะเข้ามาทำใหม่ พอดีเด็กวัดแนวหน้าเข้ามาช่วย ขอบคุณมากค่ะ

อาจารย์ดีใจที่เข้ามาทำ และให้เพื่อนๆ เด็กวัดอื่นๆได้ช่วยกัน อาจารย์อยากฝากคำถามที่เด็กวัดอึ่งอ่างอธิบายไว้ ช่วยไปดูใหม่ เพราะอาจารย์ไม่เข้าใจ สงสัยค่ะ

と อันนี้เป็นคำเชื่อมเหตุการณ์ 2 อย่างที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน

ยกตัวอย่างให้ดูหน่อยได้ไหมคะ

มิตสึโอะคงอยากบอกแน่เลยค่ะว่า เวลาจะทำอะไรให้คิดดีๆ แล้วรีบลงมือทำ อย่ามัวรีรอ เดี๋ยวจะสายเกินแก้หรือพลาดโอกาสไปซะก่อน

ตีความในแง่อื่นได้มั้ยคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-21 18:18:44 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : โอ้ ลายมืออ่านยากมากค่ะ ฮา

อันนี้แกะไว้เผื่อให้เด็กวัดคนอื่น

考えてばかりいると日がくれちゃうよ

ประโยคนี้ไม่ยากเท่าอันที่แล้วแฮะ ^^'

考えて มาจาก kangaeru ที่แปลว่าคิด

ばかり ใส่เข้าไปเพื่อสื่อว่ามัวแต่ทำกริยานั้นอยู่อย่างเดียว

と อันนี้เป็นคำเชื่อมเหตุการณ์ 2 อย่างที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน

日がくれちゃう ตัว -chau นี่เป็นภาษาพูดที่มาจาก -te shimau ค่ะ สื่อให้เห็นว่าเดี๋ยวจะไม่ทันการซะก่อน hi ga kureru แปลว่า ฟ้ามืด ดวงอาทิตย์ตกดิน

หากแปลรวมๆ จะแปลได้ว่า "มัวแต่คิดอย่างเดียว เดี๋ยวก็ฟ้ามืดซะก่อนหรอก"

มิตสึโอะคงอยากบอกแน่เลยค่ะว่า เวลาจะทำอะไรให้คิดดีๆ แล้วรีบลงมือทำ อย่ามัวรีรอ เดี๋ยวจะสายเกินแก้หรือพลาดโอกาสไปซะก่อน

โดย : อึ่งอ่างตาโปน วันที่ : 2009-08-21 17:36:15 อีเมล์ : IP : 125.24.12.42

--------------------------------------------------------------------------------------------------