生け花 ห้องอิเคะบะนะ
โพสใหม่ตามคำเรียกร้อง รังไหมสีแดง (ตอนจบ) อ่านกันได้เลยค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน  

                                              รังไหมสีแดง

 

 

ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์/ดร. สุณีย์รัตน์ เนียรเจริญสุข   แปล

 

           ผมพยายามจะอธิบาย แต่อยู่ดีๆผมก็พูดอะไรไม่ออก ผมไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงให้เธอยอมรับได้ว่า เรื่องที่ผมเป็นใครนั้นไม่ใช่ปัญหา

            ในตอนนี้ ผมรู้สึกท้อขึ้นมาเล็กน้อย

 

              จะยังไงก็ตาม ถ้าคุณคิดว่า นี่ไม่ใช่บ้านผมล่ะก็ ผมอยากขอให้คุณกรุณาแสดงหลักฐานให้ผมดูด้วย

 

 

              อะไรนะ หญิงสาวทำหน้าตื่นตกใจ

               ท่าทีของเธอกวนอารมณ์ผม

 

                     ถ้าไม่มีหลักฐาน ผมจะคิดว่า นี่เป็นบ้านผมก็ได้ใช่ไหมครับ

                 แต่ นี่มันบ้านดิฉันนะคะ

 

               พูดหยั่งงี้หมายความว่าไง ที่คุณบอกว่าบ้านนี้ี่เป็นบ้านคุณนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า บ้านนี้ไม่ใช่บ้านผมเสมอไป จริงมั้ยครับ

 

        แทนที่จะโต้ตอบกลับ หญิงสาวกลับทำหน้าตาเฉยเมย  แล้วก็ปิดหน้าต่าง

 

       เฮ้อ! นี่คือรอยยิ้มของหญิงสาว ซึ่งก็คือโฉมหน้าที่แท้จริงของหล่อนนั่นเอง

 

        การที่คนบอกว่าของนั้นเป็นของใครสักคนหนึ่งนั้น ก็คือเหตุผลที่ใช้บอกว่าของนั้นไม่ใช่ของผม  แล้วก็สรรหาเหตุผลอะไรที่ไม่เข้าเรื่องเข้าไปในเนื้อเรื่องจริงๆ แล้วก็มักจะลงเอยด้วยการเปลี่ยนโฉมหน้าอย่างนี้แหละ

 

       ทำไม ทำไมของทุกอย่างจึงเป็นของๆคนอื่น ทำไมมันถึงไม่ใช่เป็นของๆผมบ้างล่ะ แต่ถึงมันจะไม่ใช่ของๆผมก็ตามที อย่างน้อยมันก็่น่าจะมีของอะไรสักอย่างที่ยังไม่ได้เป็นของๆใครไม่ใช่หรือ บางครั้งผมก็หลงลืมไปและเหมาเอาว่า ท่อคอนกรีตตามสถานที่ก่อสร้าง และตามสถานที่เก็บวัสดุนั้นเป็นบ้านผม แต่ถึงแม้ว่าท่อเหล่านั้น จะเป็นของๆคนอื่นไปแล้วก็ตาม แต่การที่ของๆนั้นเป็นของใครสักคนหนึ่งนั้น มันไม่เกี่ยวกับความตั้งใจและความสนใจของผม แถมยังทำให้ความรู้สึกที่มีอยู่หายไปจนหมดสิ้น หรือไม่มันก็เปลี่ยนสภาพไปอย่างเห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่บ้านผม

 

       ถ้างั้น ม้านั่งในสวนสาธารณะล่ะ ใช้ได้มั้ย แน่นอน ใช้ได้ ถ้ามันเป็นบ้านผมจริงๆ และถ้าไม่มีีคนถือไม้กระบองมาคอยไล่ที่แล้วล่ะก็ แน่นอน ที่นี่ย่อมเป็นที่ของทุกๆคน ซึ่งไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คนก็พูดขึ้นว่า

 

     เฮ้ย! ลุกขึ้น ที่นี่ไม่ได้เป็นที่ส่วนตัวของใคร มันเป็นที่ของทุกๆคน และก็ไม่ได้เป็นที่ของแกด้วย  เอ้า! เดินไป ถ้าไม่พอใจ ข้าฯจะงัดเอากฎหมายมาเล่นงานแกให้มาอยู่คุกใต้ดิน และถ้าแกยังขืนไปหยุดตามที่อื่นๆอีก ไม่ว่าตรงนั้นจะเป็นที่ไหนก็ตาม ข้าฯถือว่าแกทำผิดกฎหมายทางอาญาทำเป็นเล่นไป เรื่องยิวเร่รอน*1เป็นเรื่องราวของผมหรือเนี่ย

 

       พระอาทิตย์กำลังจะเริ่มตกดิน  ผมเดินต่อไปเรื่อยๆ บ้านไม่ได้หายไปไหน และก็ไม่ได้แปรสภาพไป มีบ้านเยอะแยะที่เคลื่อนไหวไปไหนไม่ได้บนพื้นดิน รอยแยกในระหว่างถนนนั้นเปลี่ยนไปเรื่อยโดยไม่มีวี่แววว่าหน้าตามันจะเปลี่ยนไปในรูปใด แต่ในวันที่ฝนตกหนักถนนจะขรุขระไม่ต่างอะไรกับขนแปรงหยาบๆ ในวันที่หิมะตก ถนนจะกว้างเพียงแค่รอยล้อของรถที่ว่ิงในวันที่ลมพัด ถนนจะรื่นไหลราวกับเข็มขัด ผมยังคงเดินต่อไป แต่การที่ผมรับเหตุผลที่ว่าผมไม่มีบ้านไม่ได้  ผมก็เลยแขวนคอตัวเองไม่ได้

 

       เอ๊ะ!  ใคร ใครกันที่เดินตามผมมาติดๆ ถ้าเป็นเชือกที่ใช้แขวนคอ ก็คงไม่ต้องรีบเร่งอะไร บอกแล้วไง ว่าไม่ต้องรีบ เฮ้ย! ไม่ใช่ นี่มันเส้นไหมที่มีใยเหนียวอย่างหนึ่ง

 

      ผมหยิบมันขึ้นมา พอดึงเส้นไหมที่อยู่ข้างในรอยแยกรองเท้าผมออกมา จะให้เส้นไหมยืดเท่าไรมันก็ยืดได้ ไอ้หมอนี่ประหลาดจัง มันยังคงตามผมมาติดๆด้วยความอยากรู้อยากเห็นแล้วอยู่ๆก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้น ร่างกายผมค่อยๆเอียงไปข้างหนึ่ง จนผมไม่อาจทรงตัวให้อยู่ในแนวตั้งเก้าสิบองศากับพื้นดินได้ หรือมันเป็นเพราะแกนโลกเอียง หรือเป็น

เพราะทิศทางแรงดึงดูดโลกเปลี่ยนไปหรือไงกัน

 

       เสียงรองเท้าหลุดจากขาผม ตกลงบนพื้นดังตุ้บ ผมเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นไม่ใช่แกนโลกเอียงหรอก แต่เป็นเพราะขาข้างหนึ่งของผมสั้นลงต่างหาก ยิ่งเส้นไหมออกมาเท่าไร ขาผมก็สั้นลงไปทุกที ขาผมห้อยไม่ต่างอะไรกับข้อศอกแขนเสื้อแจ๊คเก็ตที่หลุดลุ่ยเส้นด้ายของไหมนั้นก็คือ ขาของผมซึ่งแยกตัวออก ราวกับเส้นใยของบวบ

      

     ผมเดินต่อไปอีกไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว ในขณะที่ผมยืนงงอยู่กับที่ และในมือผมซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรด้วยความงุนงงเหมือนขาผมซึ่ง ตอนนี้ ขาผมก็ได้เปลี่ยนรูปร่างเป็นเส้นไหมที่เริ่มขยับและเคลื่อนตัวออกมา แล้วก็คลายตัวมันเองโดยไม่ต้องยืมมือผมเลยแถมมันยังเริ่มเลื้อยพันไปรอบตัวผมไม่ต่างอะไรกับงู พอมันคลายขาข้างซ้ายจนหมด เส้นด้ายก็เคลื่อนไปยังขาขวาผมตามธรรมชาติ

 

     ในที่สุดเส้นด้ายนั้นก็พันรอบตัวผมราวกับว่าตัวผมเป็นถุง แต่ถึงกระนั้น มันก็ ไม่ยอมหยุดพัน แถมยังพันต่อไปอีก จากลำตัว ไปที่หน้าอก จากหน้าอกไปที่หัวไหล่ พอมันคลายตัวออก ด้านในของถุงก็เริ่มแข็งตัว แล้วในที่สุดร่างผมก็หายไป

 

       สิ่งที่เหลือทิ้งไว้ก็คือ รังไหมกลวงใหญ่

      

       ในที่สุด ผมก็จะได้พักผ่อนกับเขาซะที แสงแดดยามเย็นสีแดงสาดส่องมาที่รังไหม อย่างน้อยที่นี่ก็เป็นบ้านจริงๆของผมบ้านที่ไม่มีใครมารังควาญผมได้ แต่พอผมมีบ้าน ผมกลับไม่มีร่างและ ตัวตนที่จะกลับบ้านผม

 

       ข้างนอกมืดค่ำแล้ว แต่เวลาในรังไหมหยุดเดิน และไม่ว่าเมื่อไหร่ เวลาในรังไหมก็ยังคงเป็นตอนเย็น สียามเย็นจากข้างในรังไหมส่องประกายสีแดง ลักษณะพิเศษที่เด่นชัดนี้ ไม่อาจเล็ดลอดสายตาชายคนนั้นไปได้ เขาพบร่างผมตรงระหว่างทางข้ามรถไฟกับรางซึ่งตอนนี้ผมกลายเป็นรังไหมไปเสียแล้ว

 

      ตอนแรกผู้ชายคนนั้นรู้สึกโกรธ แต่ทันทีที่เขาคิดได้ว่าของที่เก็บได้นี้เป็นของแปลก เขาเลยเอาผมใส่ลงไปในกระเป๋าเสื้อหลังจากที่ผมกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในกระเป๋าเขาอยู่สักพัก เขาก็ย้ายผมเข้าไปอยู่ในกล่องของเล่นลูกชายเขา

 

--------------------

*1เรื่องเล่าเกี่ยวกับชายชาวยิวที่สบประมาทพระเยซู จึงถูกสาปให้ท่องเที่ยวไป  ตัวผมคงมีชะตากรรมเดียวกับชายคนนี้ คือต้องเร่ร่อนท่องเที่ยวไปเรื่อย

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-19 22:50:33 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

ตอบกระทู้

--------------------------------------------------------------------------------------------------