生け花 ห้องอิเคะบะนะ
โพสใหม่ตามคำเรียกร้องเด็กวัด ท่อนไม้ ぼう (1) อ่านกันได้เลยค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน

 

 

ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์/ดร. สุณีย์รัตน์เนียรเจริญสุข    แปล

ท่อนไม้

       วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่อากาศร้อนอบอ้าววันหนึ่งในเดือนมิถุนายน ผมชะเง้อมองลงไปยังพื้นถนนซึ่งดูเหมือนบวมๆป่องๆหลังจากฝนตก ในขณะที่ผมเฝ้าดูลูกน้อยสองคนของผม จากบนดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าซึ่งอยู่หน้าสถานีรถไฟ ซึ่งมีผู้คนเดินขวักไขว่เต็มไปหมด

     ผมพบที่ว่างเหมาะเจาะสำหรับหนึ่งคนตรงระหว่างท่อระบายอากาศ และบันได ตรงที่คนเพิ่งจะลุกออกไป ผมรีบแทรกตัวเข้าไปอุ้มลูกผมขึ้นมาดูทีละคน และในขณะที่ผมอุ้มลูกผมขึ้นมาอยู่นั้น ลูกผมทั้งสองคนเบื่อขึ้นมาทันที ก็เลยกลายเป็นว่าตัวผมเองเพลินกับการยืนมองลงไปข้างล่าง แต่ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องพิเศษอะไร เพราะจริงๆแล้วคนที่ติดราวจับงอมแงม ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่จะเป็นเด็ก

     ส่วนใหญ่แล้วเด็กจะรู้สึกเบื่อขึ้นมาทันทีและเริ่มร้องกวนพ่อแม่ว่าจะกลับบ้าน แต่ผู้ใหญ่กลับดุเด็กราวกับว่าเด็กไปก่อกวนการทำงานของผู้ใหญ่อย่างนั้นแหละ และพวกผู้ใหญ่นี้แหละที่ยังคงเพลินอยู่กับการเอาคางตัวเองจ่อกับราวจับบนดาดฟ้า

    แน่นอนที่กล่าวมานี้อาจจะเป็นความรู้สึกสนุกระคนความรู้สึกละอายใจเล็กน้อยของผมก็ว่าได้ แต่พูดไปแล้ว มันก็ไม่ถึงกับเป็นปัญหาใหญ่โตอะไรไม่ใช่เหรอผมได้แต่เหม่อลอย อย่างน้อยที่สุด ผมไม่ได้คิดอะไรแน่นอนว่า จากนี้ไปผมอาจจะต้องอยู่ในสภาพที่ถูกบังคับให้ต้องคิดถึงเรื่องนี้อีก อาจจะเป็นเพราะอากาศร้อนอบอ้าวก็ได้ที่ จู่ๆผมก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาตะหงิดๆ และพาลโมโหลูกผม

 ลูกคนโตตะโกนเรียกด้วยผมด้วยเสียงราวกับโกรธผมว่า

        พ่อ

    โดยไม่ทันจะคิดอะไร ท่อนบนของตัวผมก็ไปพาดกับราวที่จับอย่างเต็มที่ เพื่อผมจะได้หนีเสียงเรียกของลูกผม ถึงผมจะพูดอย่างนี้ออกมามันก็เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น ผมไม่ได้คิดว่ามันจะถึงอันตรายอะไร แต่ทันใดนั้นเอง ร่างกายผมก็เบาหวองลอยขึ้นไปในอากาศ และพร้อมๆกับเสียงเรียก พ่อ ที่ได้ยินจากเสียงที่ลูกตะโกนเรียกผม แล้วผมก็พลัดตกลงมายังพื้นดิน

    ผมไม่แน่ใจว่า ตอนที่ผมตกลงมา แล้วมันถึงเป็นอย่างนั้น หรือมันเป็นอย่างนั้นแล้ว ผมจึงค่อยตกลงมากันแน่ แต่กว่าผมจะรู้ตัวอีกที ผมก็กลายเป็นท่อนไม้ท่อนหนึ่งไปเสียแล้ว ท่อนไม้ท่อนนี้ไม่ใหญ่ไม่เล็ก ขนาดกำลังเหมาะมือ เป็นท่อนไม้ตรงๆ ยาวประมาณหนึ่งเมตร

    ผมได้ยินเสียงเรียก พ่อ  เป็นครั้งที่สอง ทันใดนั้นผู้คนมากมายที่เดินอยู่ตรงทางเดินข้างล่างก็แตกฮือ ทำให้มีที่ว่างพอที่ผมจะกลิ้งไปกลิ้งมาระหว่างตรงที่ว่างนั้น แล้วกระเด็นกระดอนเกิดเป็นเสียงแหลมๆ แห้งๆของท่อนไม้ที่กระดอนไปชนกับต้นไม้ที่เรียงรายอยู่ จนไปเสียบค้างอยู่ที่ช่องของท่อระบายน้ำที่อยู่ระหว่างทางเดินกับถนน

    ผู้คนเงยหน้ามองขึ้นไปบนราวจับบนดาดฟ้าด้วยความโกรธ   ผมเห็นใบหน้าเล็กๆที่ซีดเผือดด้วยความตกใจของลูกๆ ผมยืนเรียงกันอย่างเป็นระเบียบชะเง้อมองลงมายังข้างล่าง

     ยาม ซึ่งทำหน้าที่เฝ้าประตูอย่างแข็งขันตรงทางเข้า ขึ้นไปข้างบนดาดฟ้า โดยให้สัญญาว่าจะขึ้นไปจัดการทำโทษเด็กซุกซนพวกนั้นอย่างเฉียบขาด  ผู้คนที่อยู่ข้างล่างแตกตื่นด้วยความตกใจ บ้างก็ชูกำปั้นขึ้นสูงเป็นการขู่ ส่วนผม กลับไม่มีใครสังเกตเห็นผมสักคน ผมเลยต้องถูกเสียบค้างอยู่ตรงนั้นทั้งๆ อย่างนั้นอยู่สักพักหนึ่ง

    เด็กวัดที่ไม่ชินกับการอ่านนวนิยายที่ต้องคิดจินตนาการเหนือความเป็นจริง หรือ surrealismอาจจะไม่ชิน  แต่อะเบะให้อะไรมากมายแก่คนอ่าน อาจารย์นำมาใช้กับชีวิตได้อย่างมาก และชอบงานเขียนของอะเบะมาก

   อ่านแล้วเป็นยังไง เขียนมาคุยกันได้นะคะ

(มีต่อ)

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-15 21:37:05 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

ตอบกระทู้

--------------------------------------------------------------------------------------------------