茶道 ห้องพิธีชงน้ำชา
มาแล้วค่ะ คำแปล คติเตือนใจของ มิทซึโอะ อ่านกันได้เลยค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน      

 みつを            

                              ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์ เขียนและแปล

アノネ 

がんばんなく

てもいいからさ

具体的(ぐたいてき)に

動(うご)く

ことだね

アノネ เป็นคำที่คนญี่ปุ่นนิยมใช้เวลาจะพูด เหมือนตัวหล่อลื่น คล้ายๆกับรุ่นพี่ที่เรียนที่ญี่ปุ่นบางคน ติดคำในภาษาญี่ปุ่น เช่น คำว่า tsumari つまりกล่าวคือ โดยสรุป เวลาที่รุ่นพี่จะพูดกับใคร จะต้องพูดว่า คือว่า เป็ฺนการเรียกร้องความสนใจอีกฝ่ายก่อนที่จะพูด

 gamban naku  temo

がんば なても

がんばん มาจากคำกริยา がんば

แต่้พอเป็นภาษาพูด แทนที่จะพูดว่า

 がんばらない 

gambara+ nai  

คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะพูดว่า

gamban+ nai

がんば+ない

ไม่พยายาม

 แล้วตามด้วย ても จะเป็น 

gamban+ nai temo

がんば+い(ต้องเปลี่ยนเป็น nai เป็น な+ても)+ても

กลายเป็น

gamban+ naku temo

がんばても

ถึงแม้จะไม่พยายามก็ตาม

 gamban+ naku temo+ii

がんばてもいい

ถึงแม้จะไม่พยายามก็ได้ ไม่เป็นไร

kara   から ในกรณีนี้ ไม่ได้มีความหมายว่า เพราะว่า หรือเนื่องจาก ตามสูตรในตำราเรียน  

kara   からใช้ในความหมายอะไร ในคติเตือนใจนี้

สำนวน いいからใช้บ่อยมากๆจนติดปาก อธิบายให้เข้าใจยังไงดี ปวดหัวพอสมควร  L

ยังไงก็ไม่ยอมแพ้ จะพยายามอธิบาย ด้วยการยกตัวอย่าง คงจะเข้าใจง่ายขึ้น เช่น

มักจะใช้ในกรณีที่ต้องการที่ออกมาในแง่ขอร้องในสิ่งที่ผู้พูดไม่ค่อยอยากเห็น อยากฟัง เช่น

もういいから、帰って!

 อือ พอแล้ว กลับไปได้แล้ว (ไม่อยากเห็นหน้า รำคาญ)

もういいから、言うのをやめて!

 อือ พอแล้ว เลิกพูดได้แล้ว (ไม่อยากฟัง พูดอยู่ได้)

ประโยคที่  みつを ใช้ จะแปลว่ายังไงดี

    ก่อนจะแปล  ขอยกตัวอย่างเพิ่มเติม ต้องขอโทษด้วย เพราะอธิบายไม่ได้ดั่งใจ เพราะในภาษาไทยเรา ไม่มีสำนวนแน่นอน いいから เหมือนในภาษาญี่ปุ่น เช่น

   Monku o iwa naku temo ii kara hayaku katazuke nasai.

   文句(もんく)を言わなくても、いいから、(はや)片付(かたづ)けなさい!

    อือ ไม่ต้องบ่น หรือพูดมากก็ได้ รีบๆสะสาง หรือทำงานให้เรียบร้อย

      

      Ichido de ii kara jibun de yatte mi nasai.

     一度でいいから、自分でやってみなさい!

      อือ อย่างน้อย หรือ แม้สักครั้งก็ยังดี หัดลองทำอะไรด้วยตัวเองเสียบ้าง

       (ไม่ใช่มัวแต่ให้คนอื่นทำให้จนติดนิสัย หรือพึ่งคนอื่นจนเคยชิน)

      ---------- 

         Imi wa wakaranakutemo ii kara tonikaku mainichi kaku da ne.

       意味はわからなくてもういいから、とにかく毎日書くだね。

       ความหมายไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร ยังไงก็ตามต้องหัดเขียนทุกวัน (ให้เป็นนิสัย)     

       -------

        Nan demo ii kara jibun no suki na koto o gambatte miru shika nai.

        なんでも、いいから、自分の好きな事を頑張ってみるしかない。

         อะไรก็ได้ ไม่เป็นไร ที่ตัวเองชอบ มีวิธีเดียวเท่านั้นคือ ลองพยายามทำดูเอง

สรุป: เมื่อไรที่ใช้สำนวนนี้ ผู้พูดจะกล่าวถึงสิ่งที่อีกฝ่ายทำ แล้วก็แสดงความคิดเห็น หรือกล่าวเตือน เพราะอาจจะเห็นว่า สิ่งที่อีกฝ่ายทำยังไม่ดีพอ บางครั้งยังแฝงความรู้สึกที่ผู้พูด อาจจะแสดงความรำคาญอีกฝ่ายนิดหน่อย หรือตัดบท ไม่อยากเห็น ไม่อยากฟัง ก็ได้

  อาจจะใช้ในกรณีที่แสดงการตัดสินใจของตัวเอง หรือเรื่องที่พูดไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เช่น

Nari yoo ni naru sa.

なりようになる

เรื่องที่จะเกิดก็ต้องเกิด ไม่เห็นแปลกอะไร

ในกรณีนี้ ใช้เป็น คำเตือนอีกฝ่ายด้วยความหวังดี

うごく ถ้าแปลความหมายคำนี้เป็นภาษาไทย จะแปลว่้า เคลื่อนไหว ขยับ เขยื้อน ซึ่งแปล เข้ากับความหมายที่ มิทซึโอะ ใช้ในภาษาญี่ปุ่นไม่ได้

ことถ้าแปลความหมายคำนี้เป็นภาษาไทย จะแปลว่้า เรื่อง หรือ สิ่ง เช่นกัน ซึ่งแปล เข้ากับความหมายที่ มิทซึโอะ ใช้ในภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ เพราะขัดๆ ยังไงชอบกล

  ป็นรูปบอกเล่าที่ผู้พูด กล่าวถึง สิ่งที่ตัวเองคิด ตัวเองอยากบอกอีกฝ่าย

เป็นคำลงท้ายประโยค เรียกร้องความเห็นด้วย ด้วยการพูดทิ้งท้าย เป็นเชิงถามว่า คงเห็นด้วยกับที่ผู้พูดบอกใช่ไหม

ทำความเข้าใจกับเบื้องหน้าเบื่้องหลัง คติเตือนใจของ みつを

Ano ne gamban nakutemo ii kara sa

アノネ、がんばんなくてもいいからさ

อือ (ก่อนจะพูด เรียกความสนใจผู้ฟัง)  ไม่ต้องพยายามอะไรมากมายก็ได้

 (คือ ไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตาเรียน หรือทำงานงกๆทั้งวันทั้งคืน อย่างไม่ลืมหูลืมตา หรือโดยไม่รู้ว่่า เรียนไปทำไม ทำไปทำไม รู้แต่ว่าจะต้องรีบๆเรียน หรือทำ เพราะคนอื่นเรียนกัน เราก็เรียนๆเหมือนคนอื่น หรือทำงกๆไปเหมือนคนอื่น โดยไม่รู้ว่า เรียนและทำไปเพื่ออะไร คือ ทำๆไปทั้งๆอย่างนั้น)

Gutaiteki ni ugoku da ne.

具体的に 動くことだね。

(แต่) (ที่สำคัญที่อยากบอกก็คือ) การทำอะไรออกมา อย่างเป็นรูปธรรม

(คือ อย่างมีเป้าหมาย ไม่ใช่ทำๆไป โดยไม่มีเป้าหมาย หรือจุดมุ่งหมาย ด้วยความรีบร้อนๆ ไม่ได้ใช้หัวคิดว่่าืำ ที่ทำไปนั้น ทำด้วยจุดมุ่งหมายอะไร เป็นต้น

คำแปลคติเตือนใจของ みつをของ ครูประจำชั้นปรียา

Ano ne gamban nakutemo ii kara sa

アノネ、がんばんなくてもいいからさ 

Gutaiteki ni ugoku da ne.

具体的に動くことだね。 

อือ  เรื่อง (สำคัญ) ก็คือ ทำอะไรอย่างเป็นรูปธรรม (หรือ อย่างมีจุดมุ่งหมาย)

ถึงจะไม่ได้พยายามมากมายนักก็ได้ ไม่เป็นไรหรอกนะ

 

สรุป:  เสน่ห์ที่ได้จากการแปลคติเตือนใจที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งในภาษาญี่ปุ่น แต่จะแปลเป็นภาษาไทยที เหนื่อยเลยค่ะ เพราะคำแต่ละคำที่ใช้ในภาษาญี่ปุ่น มึความหมายทั้งกำกวม ลุ่มลึก ต้องคิดลึก และเข้าใจปรัชญาที่แฝงอยู่ ตลอดจนจิตวิทยาคนเขียนที่อยากสือกับผู้อ่าน เพราะมีคำต่างๆที่ละไว้ในฐานเข้าใจเยอะ โดยไม่ต้องสาธายายเหมือนในภาษาไทย

แต่จะแปลความหมายตรงๆตามคำที่ให้มา ก็ไม่ได้ ครั้นจะเลี่ยง มั่วไม่แปลก็ไม่ได้ หรือจะสรุปเอาแต่ความหมายที่ตัวเองเข้าใจออกมาเฉยๆก็ไม่ได้อีก เพราะวิธีที่ทำนั้น คงไม่อาจเรียกว่า แปลความ แต่เป็นการ ตีความ ซึ่งคนส่วนใหญ่ใช้กัน และคิดว่าเป็นการแปล ซึ่งจริงๆไม่ใช่เลย

      เด็กวัดแต่ละคนคงได้เห็นอะไรจากคติเตือนใจนี้ อย่าลืมเขียนความคิดเห็นให้อาจารย์อ่านนะคะ

        ขอขอบคุณ เด็กวัดแนวหน้าอึ่้งอ่าง และเด็กวัด maya ที่เข้ามาแสดงความสามารถ เป็นยังไงบ้างคะ หลังจากที่อ่านคติเตือนใจนี้ ไม่ทราบทำให้เข้าใจขึ้นบ้างมั้ย

      อย่าลืมเขียนมาเล่าให้อาจารย์ฟังนะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-15 19:03:25 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน เด็กวัดอึ่งอ่าง และเด็กวัดmaya

  ขอบคุณมากนะคะ สำหรับข้อคิดเห็นที่เข้ามาร่วมกันแสดงความคิดเห็น ช่วยกันเรียนอย่างสนุกสนานได้ใช้ความรู้ และแบ่งปันให้เด็กวัดคนอื่น หรือน้องๆที่ยังเรียนไม่ถึงขั้นนี้ได้รับความรู้

  เรื่องคติเตือนใจนี้ดีมากจริงๆ อาจารย์เอง สนุกกับงานที่ทำมาตลอดจนปัจจุบัน เป็นคนที่ไม่เคยทำอะไรที่ไม่ชอบได้ เพราะรู้ชัดว่า ตัวเองชอบหรือไม่ชอบทำอะไร หรือถนัดอะไร มีคำตอบให้ตัวเอง จึงสนุกกับงานมาตลอด พลังที่จะทำมีเยอะเพราะใจรัก ไม่ใช่เพราะเงินเดือนที่จ่ายให้มาเป็นค่าตอบแทน เงินเดือนเป็นของพลอยได้จากการที่เราทำงาน เขาต้องให้เรา

    แต่ทำที่ญี่ปุ่นนานๆเข้า งานรัดตัวมาก จนไม่เคยมีเวลาให้กับตัวเอง ทำจนดึกๆสองสามทุ่มเหมือนพวกผู้ชาย ออกจากบ้านแต่เช้ามืดเจ็ดโมงเช้า กลับบ้านก็ตอนมืดค่ำ สี่ห้าทุ่ม เพราะต้องไปออกกำลังกาย ไม่งั้น ตายแน่ หลังจากทำงานหนักทั้งวัน แต่สนุกกับการงานมาก แต่พอร่างกายรับไม่ไหว เพราะอากาศและสภาพแวดล้อมที่แออัดในญี่ปุ่น ร่างกายชักรับไม่ไหว ก็เลยถามตัวเองว่า หาเงินมาได้เดือนหนึ่งเยอะแยะ เวลาจะแวะไปซื้อของใช้ในร้านยังไม่มี ไม่รู้หาไปทำไม ตายไปก็เอาเงินไปไม่ได้ แล้วยังปัญหาอะไรอีกมากมาย ก็เลยต้องตัดสินใจ ว่าจะเอายังไงกับชีวิตตัวเอง

    มีคนอีกเยอะแยะที่ทำงานๆๆ เห็นคนรอบข้างทำๆ เรียนๆ ก็เลยชินแบบที่อึ่งอ่างเขียนมาเยอะค่ะ

เงินเป็นสิ่งจำเป็น แต่เงินไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต อาจารย์ยังจำพระอังกฤษที่เคยเขียนไว้ในหนังสือที่อาจารย์อ่าน พระอังกฤษเขียนไว้ว่า

     คนอังกฤษคิดว่า คงจะมีความสุข ถ้ามีรถ มีบ้าน มีเงินเยอะๆ แต่พอมีเงิน มีบ้าน มีรถ ทำไมคนอังกฤษก็ยังไม่มีความสุข ไม่ต่างกับคนในประเทศนี้ ประเทศญี่ปุ่น และคนไทย ตอนนี้ มีแต่คนวิ่งหาความสุข ด้วยการสร้างหลักฐานตัวเอง มีบ้าน มีรถ มีอะไรเยอะแยะ เต็มไปหมด แต่เขาเหล่านั้นหาได้มีความสุขไม่

     ความสุขจากการได้ทำงานที่ตัวเองรัก ความสุขจากการที่มีที่อยู่อาศัยที่เรียบง่าย มีที่ว่างสำหรับตัวเองในการทำงานอย่างมีความสุข ห้อมล้อมไปด้วยหนังสือที่ตัวเองรัก เหมือนอยู่ในห้องสมุด มีเพื่อนร่วมเดินทางชีวิตที่เข้าใจในอุดมการณ์และความฝันของเรา และที่สำคัญต้องมีสุขภาพดี นั่นคือ ความสุขที่แท้จริง

    ถึงจะไม่ต้องพยายามทำงานตัวเป็นเกลียว หาเงินหาทองได้มากมาย จนไม่เคยมีเวลาให้ตัวเอง ไม่เคยเห็นเดือนเห็นตะวันกับเขาเหมือนสมัยก่อน แต่กลับมีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่ชัดเจนว่า ตอนนี้อาจารย์กำลังทำงานอะไรอยู่ เพื่ออะไร คำตอบคือ ความสุขใจ ที่หาได้ยากในโลกปัจจุบันที่ทุกคนวิ่งตามหาความสุข เพราะหลงผิดคิดว่า เงินคือตัวที่บันดาลความสุข ที่แท้มันเป็นเพียงสิ่งที่สังคมสร้างค่านิยมขึ้นมาเท่านั้น หาใช่ความสุขที่แท้จริงไม่

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-15 19:25:54 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ขอบคุณอาจารย์มากค่ะที่มาไขข้อสงสัย คำว่า ii kara นี่อธิบายยากจริงๆ แหละค่ะ แต่อาจารย์อธิบายได้ชัดดี ถ้าบางคนเคยได้ดูจากละครหรืออนิเมที่มีการใช้คำพูดนี้ก็อารมณ์ประมาณนั้นเลย

ส่วนข้อคิดจากคติเตือนใจนี้พิมพ์ไปในกระทู้ที่แล้ว แต่ที่จริงไม่ใช่แค่เรื่องเรียนนะคะ คนทำงานก็เป็นในบางที ก้มหน้าก้มตาทำงานจนไม่มีเวลาใช้เงิน แล้วสรุปเราทำงานไปเพื่ออะไร ถ้าไม่ได้เอาเงินมาใช้สร้างความสุขให้ตัวเองเลย -_-'

โดย : อึ่งอ่างตาโปน วันที่ : 2009-08-15 19:05:22 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนเด็กวัดทุกคน

                เข้าใจขึ้นมากเลยค่ะ  ก็อย่างที่อาจารย์บอกว่า  " แต่จะแปลความหมายตรงๆตามคำที่ให้มา ก็ไม่ได้ ครั้นจะเลี่ยง มั่วไม่แปลก็ไม่ได้ หรือจะสรุปเอาแต่ความหมายที่ตัวเองเข้าใจออกมาเฉยๆก็ไม่ได้อีก เพราะวิธีที่ทำนั้น คงไม่อาจเรียกว่า แปลความ แต่เป็นการ ตีความ ซึ่งคนส่วนใหญ่ใช้กัน และคิดว่าเป็นการแปล ซึ่งจริงๆไม่ใช่เลย "

มีสุภาษิตไทยบทหนึ่งกล่าวเอาไว้ว่า "ผิด เป็นครู" เราทุกคนสามารถผิดพลาดได้เสมอ

แต่หัวใจสำคัญที่สุดก็คือ เราเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น

 และได้นำมาปรับปรุงพัฒนาตนเองหรือไม่.  55

โดย : maya วันที่ : 2009-08-15 19:04:31 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

--------------------------------------------------------------------------------------------------