柔道 ห้องยูโด
ถึงรอบครูประจำชั้นปรียา สงสัยบ้าง เด็กวัดช่วยตอบหน่อยค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด อึ่งอ่างตาโปน

อนาคตของร้านหนังสือจะเป็นยังไง

เมื่อคนรุ่นใหม่ ไม่อ่านหนังสือ

แต่ใช้ความสะดวก เอาจากเว็บฯ

ที่มีทั้งข้อมูลถูกๆผิด

ที่ผู้ใช้ต้องแยกแยะเอง

อนาคตห้องสมุดจะเป็นยังไง

เมื่อคนไม่อ่านหนังสือ หรือไปเช็กหนังสือมาอ่าน

แต่ในอังกฤษ และในอเมริกา ห้องสมุดก็ยิ่งเบ่งบาน

รัฐที่ยุบเพราะคนในรัฐไม่อ่านก็มี

  ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์   เขียน

    สืบเนื่องจากการเข้าไปอ่านคำแนะนำของเด็กวัดอึ่งอ่างตาโปนที่เข้าไปแนะนำ และเล่าเรื่องคำว่า shoorai, mirai ว่า พอคนถามก็ตอบไปตามที่เข้าใจ (เข้าไปอ่านในห้องแนะนำตัวได้นะคะ)

    อาจารย์พกวิตามินสงสัยไว้เยอะแยะ ก็เลยสงสัย ถามตัวเองว่า สมัยก่อนเวลาที่คนญี่ปุ่นหรือเพื่อนต่างชาติถามอาจารย์ว่า

    'อนาคตอาจารย์อยากทำอะไรมากที่สุด' และเมื่อสองวันนี้ เราก็ถกเถียงกับเพื่อนต่างชาติที่ประสบความสำเร็จในสาขาวิชาต่างๆว่า    

 'อนาคตของมหาวิทยาลัยจะเป็นยังไง เมื่อคนเรียนเองได้ และไม่ต้องวิ่งไปเข้าห้องเรียน รอบรรยายจากอาจารย์เหมือนสมัยก่อน'  เด็กวัดคิดยังไงกับปัญหานี้คะ ความจำเป็นเปลี่ยนไปหรือไม่ หรือว่ายังไงห้องสมุด และโรงเรียน มหาวิทยาลัย ยังไงๆ ก็ยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้'

คำถามเหล่านี้ อาจารย์ควรจะหยิบคำว่า shoorai หรือ mirai ดี  เพราะดิกฯคำศัพท์ญี่ปุ่นไทย แปลว่า อนาคต ทั้งสองคำ

     ใครช่วยบอกหน่อยว่า สองคำนี้คล้ายกัน และต่างกันยังไง ถ้าเหมือนกัน ทำไมต้องมีสองคำไปให้ปวดหัวทำไม :-(

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-13 17:40:55 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุึกคน เด็กวัด maya และเด็กวัดอึ่งอ่าง

(เด็กวัดอึ่งอ่าง)  ความหมายของทั้ง 2 คำ อันนี้ลองเปิดดิกชันนารีญี่ปุ่น-ญี่ปุ่นมาแล้ว

 将来 หมายถึงอนาคตที่เราตั้งเป้า มีการคาดหวังไว้ เช่น ฉันจะเป็นหมอนะ เป็นนักบินนะ

 ส่วน 未来 จะหมายถึงอนาคตเชิงช่วงเวลา ให้ความรู้สึกเป็นนามธรรมมากกว่า

  将来 ก็ขอตอบว่าในบทความนี้น่าจะใช้ว่า 将来 ค่ะ เพราะมันคืออนาคตที่เป็นรูปธรรม และมีการคาดหวังถึงผลลัพธ์ไว้ว่ามันจะเป็นยังไง

(เด็กวัด maya)  ตอนนี้ ก็มานั่งวิเคราะห์ว่า   ลองจินตนาการว่า เรา อยู่ในวงกลม 2 วง  วงแรก อยู่ใกล้ตัวเราและเพื่อน หรือ คนที่เราสนทนาด้วย  มองว่า อะไรจะเกิดขึ้นวางเป้าหมาย  แผนการ หรือ ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเป็นอะไร  น่าจะแปล ว่าอนาคตอันใกล้นี้  หรือ การวางแผนด้วยตัวเราเองเป็นคนกำหนด สำหรับคำศัพท์   shoorai  ค่ะ 

     ส่วน mirai  จะเป็นการมองวงกลมวงที่สอง  แล้ว สนทนากันว่า อืม  อนาคต ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยจะเป็นอย่างไรนะ  น่าจะมีปริมาณหนังสือ ที่น้อยลง หรือ น่าจะมีนักศึกษา เข้าห้องสมุดกันน้อยลง

        เป็นการคาดเดา  คาดหวัง  หรือ  เป็นอนาคตที่ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงกับคนคนนั้น เท่าๆกับ shoorai  แต่เราก็จะพบ เรื่อง หรือการเปลี่ยนแปลงนี้ในอนาคตได้แน่นอนค่ะ คล้ายกับต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงนี้โดยปริยายค่ะ   

(ครูประจำชั้นปรียา) เป็นข้อคิดเห็นที่น่าสนใจจากเด็กวัดทั้งสองคน เด็กวัดคนอื่น เรามองคำสองคำนี้ว่ายังไง เพราะเรียนภาษาญี่ปุ่นกันอยู่ ช่วยกันเข้ามาคิด ในขณะที่อาจารย์กำลังจะเขียนเรื่องนี้ให้เรียนกัน อ่านกัน เพราะใช้ยากทีเดียว ในพจนานุกรมฯก็ไม่ได้เขียนไว้ชัดเจนเกี่ยวกับความหมายที่แตกต่างให้เราเข้าใจ หยิบไปใช้ได้อีกแล้ว L

     เป็นเรื่องที่ดีและเป็นการสร้างนิสัยที่ดีที่เด็กวัดควรจะกระตือรือร้นเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ถูกผิด

      ไม่้ใช่เรื่องใหญ่ถ้าคำตอบไม่ถูกต้อง สำหรับในสวนเด็กเล่น ฝึกสมอง ลับสมอง หายาบำรุงสมองแห่งนี้ เพราะถ้าคำตอบ ไม่ถูกต้อง อาจารย์ก็จะให้การบ้านไปคิดต่อ ไม่ต้องท้อ

      เรียนภาษาญี่ปุ่น ต้องเหนียว อดทน เรียนเป็น และเรียนอย่างเข้าใจ ไม่งั้น เรียนอีกกี่สิบปีก็ได้แค่พูดๆ หรือใช้ไปอย่างนั้นเอง แบบผิดๆถูก

  

よろしく。

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-16 19:26:44 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน เด็กวัดอึ่งอ่างตาโปน และเด็กวัด maya

ขอขอบคุณเด็กวัดทั้งสองคน เป็นความคิดเห็นที่น่าสนใจมาก เด็กวัดทุกคนอ่านเรื่องไหน มีความคิดเห็นยังไง อย่าลืมเขียนมาคุย มาแลกเปลี่ยนกันนะคะ

เด็กวัดทั้งโรงเรียนคงมีความคิดเห็นต่างๆมากมาย อย่าลืมเข้ามาแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ไม่ต้องเกรงใจ และไม่ต้องกลัวว่าความคิดเห็นเราจะแตกต่างจากคนอื่น เขียนไม่ได้ อยากได้ชาหลายๆรสชาติ เพราะแต่ละรสมีความอร่อยไม่เหมือนกัน

อนาคต ของแต่ละคน อยู่ที่การหล่อหลอม ขัดเกลา ด้วยฝีมือของตัวเรา และการแสดงความคิดเห็นต่างๆอย่างมีสาระ ต้องใช้ความคิด เป็นขั้นตอนสำคัญสู่การใช้ชีวิตอย่างมีความหมายในอนาคตของเรา

ใช้คำไหนดีเอ่ย

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-14 13:51:09 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนเด็กวัดทุกคนค่ะ

                             1.  อาจารย์คะ สมัยก่อนที่เรายังไม่รู้คำศัพท์ เราก็ดั้นด้นหาซื้อดิกชันนารี ซักเล่ม เปิดแล้วก็หาคำตอบเพื่อทำการบ้านส่งครู  ครูก็จะบอกว่า อ้าว มาส่งการบ้านไหนดูหน่อยซิ  อ๋อ ใช่ ถูกต้องค่ะ ตรงตามที่ดิกชันนารีแปลไว้  ( แต่ เด็กจะเข้าใจมั้ยน้า ว่า เอามาทำอะไรได้บ้าง แล้ว จริงๆมัน หมายความอย่างที่เฉลยจริงขนาดไหน ก็ไม่รู้ค่ะ)

                           2. วิวัฒนาการเรื่อยมาถึงปัจจุบัน   มีเครื่องมือที่ตอบสนองปัญหา  การค้นหา มากมายและดูรวดเร็วทันใจผู้ที่ต้องการคำตอบ  แต่  ก็กลายเป็นประเด็นเดิม เหมือนข้อที่ 1 ค่ะ  ได้รับคำตอบ  รู้ว่าคืออะไร แต่ ก็ยังขาดความชัดเจน ว่า มันใช่จริงหรือ  เราก็ไม่ทราบค่ะ (อีกแล้ว )

                           3. แต่ ถ้า เราหาสิ่งที่เราต้องการแล้วได้มา  แต่  คิดว่า มันยังไม่ใช่แน่ๆ  เราก็ต้องค้นคว้ามาเพิ่มเติม เพื่อเป็นการพิสูจน์ความถูกต้อง ก่อนนำไปใช้  

                            4. สำหรับคำถามที่มีที่มาจากคำศัพท์  mirai  และ shoorai  สิ่งแรกที่จะให้ได้มาซึ่งคำตอบ ก็มีหลายทางค่ะ  แต่ ผลที่ออกมาคือ ความหมาย ที่แปลว่า อนาคต ซึ่งถ้าคำว่าอนาคตในภาษาไทยก็มีคำเดียว แล้วจะใช้ทำไมตั้ง 2 คำศัพท์

                                ตอนนี้ ก็มานั่งวิเคราะห์ว่า   ลองจินตนาการว่า เรา อยู่ในวงกลม 2 วง  วงแรก อยู่ใกล้ตัวเราและเพื่อน หรือ คนที่เราสนทนาด้วย  มองว่า อะไรจะเกิดขึ้นวางเป้าหมาย  แผนการ หรือ ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเป็นอะไร  บางคนอาจจะคิดได้หรือบางคนอาจจะยังมีหลายเงื่อนไขให้เลือก  อนาตตอันใกล้นี้  เธอจะจบแล้วจะทำอะไรหรือ คิดว่า น่าจะแปล ว่าอนาคตอันใกล้นี้  หรือ การวางแผนด้วยตัวเราเองเป็นคนกำหนด สำหรับคำศัพท์   shoorai  ค่ะ

                                 ส่วน mirai  จะเป็นการมองวงกลมวงที่สอง  แล้ว สนทนากันว่า อืม  อนาคต ห้องสมุกของมหาวิทยาลัยจะเป็นอย่างไรนะ  น่าจะมีปริมาณหนังสือ ที่น้อยลง หรือ น่าจะมีนักศึกษา เข้าห้องสมุดกันน้อยลง ( บ่นเพราะว่า ไปห้องสมุดมหาวิทยาลัย แล้วหนังสือที่น่าจะมี ก็ไม่มี  หาไม่ได้  แต่กลับเจอที่ห้องสมุดคณะอื่นเสียแล้ว  หรือ หนังสือ หายไปจากห้องสมุด ทั้งๆที่บรรณารักษ์เช็คในคอมฯ ว่ามี แต่ หาไม่เจอค่ะ)

เป็นการคาดเดา      คาดหวัง  หรือ  เป็นอนาคตที่ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงกับคนคนนั้น เท่าๆกับ shoorai  แต่ เราก็จะพบ เรื่อง หรือการเปลี่ยนแปลงนี้ในอนาคตได้แน่นอนค่ะ คล้ายกับต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงนี้โดยปริยายค่ะ    อาจารย์คะ  ไม่ทราบว่า ผลของการค้นหา และ การทำความเข้าใจนี้จะเป็นยังไง  ขอคิดด้วยคนค่ะ

โดย : maya วันที่ : 2009-08-14 00:09:57 อีเมล์ : IP : 114.128.10.175

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัด อึ่งอ่างตาโปน

ขอบคุณมากสำหรับความคิดเห็นที่น่าคิด น่าสนใจ และคำตอบสำหรับ คำว่า อนาคต

เด็กวัดคนอื่นคิดยังไง อย่าลืมเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันนะคะ

(อึ่งอ่างตาโปน) ขอตอบว่าสองคำนี้ไม่เหมือนกันแน่นอน อย่างที่อาจารย์บอกว่าไม่มีคำไหนเหมือนกันหรอก ถ้าเหมือนกันจะมีซ้ำไปทำไม แต่การที่แปลออกมาเป็นภาษาไทยได้คำเดียวกัน อึ่งอ่างคิดว่าเป็นเพราะต้องการให้ผู้เรียนท่องจำง่ายๆ รู้ความหมายแบบเผินๆ น่ะค่ะ เพราะถ้าแปลออกมาละเอียดยาวๆ อาจจะทำให้ท่องจำกันไม่ได้ แถมดิกชันนารีคงจะเล่มหนาปึ้กจนแบกกันไมไหวแน่ๆ แต่ผลเสียร้ายแรงคือทำให้ผู้เรียนบางคนไม่ทราบว่ากรณีไหนควรใช้คำไหน เจอคำถามแบบนี้บ่อยมากค่ะ

(ครูประจำชั้นปรียา)  เหตุที่ผลที่เด็กวัดแสดงมาน่าสนใจมาก แต่อาจารย์ก็ยังสงสัยว่า วิธีนี้ และความคิดแบบนี้ ถ้าเป็นจริงแบบที่เด็กวัดเขียนมา เป็นวิธีที่ดีแล้วหรือที่จะนำมาใช้กับการสอนนักเรียน ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้อีกแล้วหรือ เด็กวัดที่เรียนกับระบบแบบไทยๆของเรา

    ใครเห็นด้วยกับเด็กวัดช่วยแสดงความคิดเห็นมา เพราะเด็กวัดอึ่งอ่างตาโปนให้ข้อดีและข้อเสีย เด็กวัดคนอื่น คิดอย่างไรก้บความคิดเห็นนี้ ช่วยกันแสดงความคิดเห็นด้วยนะคะ

    อาจารย์ขอสงวนความคิดเห็นก่อนนะคะ อยากให้เด็กวัดทั้งหลายที่ตัวเองยังเป็นนักเรียน หรือกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย แสดงความคิดเห็น หรือแม้แต่คนที่ไม่ได้เรียนแต่ทำงานกัน แต่ก็ยังแสวงหาความรู้ ช่วยกันแสดงความคิดเห็นนะคะ

ความคิดเห็นหลากหลายก็เหมือนเรามีโอกาส ชิมรสชา หรือกาแฟอร่อยๆ หลายๆรสนะคะที่บ้านมีชาประมาณสิบรส เพราะจะได้ไม่เบื่อ ความคิดเห็นแปลกๆ การมองในแง่มุมต่างๆ เป็นยาบำรุงสมองที่ดีค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-13 17:49:44 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีครูประจำชั้นปรียา และเพื่อนเด็กวัดทุกคนด้วยค่ะ

ขอแสดงความเห็นประเด็นที่อาจารย์ยกมาก่อน เรื่องห้องสมุดกับอาจารย์ในมหาวิทยาลัย

เรื่องห้องสมุดกับหนังสือที่เป็นรูปเล่มจับต้องได้ ที่จริงมันก็เป็นธรรมดาค่ะ ในอินเตอร์เนตแค่เสิร์ชแป๊บเดียวก็หาข้อมูลเจอแล้ว เสียเวลาน้อยกว่าค้นหาจากห้องสมุดใหญ่ๆ มาก แต่คิดว่ายังไงก็จำเป็นอยู่ดีค่ะ ถึงจะมีดิกชันนารีออนไลน์ หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ ที่ช่วยลดเวลาในการค้นหา แต่ยังไงสื่อออนไลน์ก็ต้องอ้างอิงข้อมูลจากหนังสือที่เป็นเล่มๆ เพื่อความแม่นยำและความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ว่านั่งเทียนเขียนขึ้นมาเอง เพราะมีสิ่งเหล่านี้ถึงได้มีแหล่งข้อมูลออนไลน์ แล้วก็อันนี้ส่วนตัวอึ่งอ่างเองชอบอ่านหนังสือแบบเป็นเล่มๆ มากกว่านั่งอ่านในคอมค่ะ เพราะมันปวดตา ^^' คนอาจจะเข้าห้องสมุดหรือร้านหนังสือน้อยลงจริง แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นสูญพันธุ์ไปเลย

แล้วก็เรื่องของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยนะคะ อึ่งอ่างอยากให้เป็นออกแนวทำนองว่าผู้เรียนพยายามศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองก่อน เมื่อหาทางออกหรือแก้ไขอะไรไม่ได้จริงๆ ค่อยไปถามอาจารย์หรือผู้รู้ค่ะ อันนี้เจอมากับตัวเลยคือเด็กสมัยนี้ไม่คิดจะค้นหาหรือดิ้นรนทดลองทำอะไรๆ ด้วยตัวเองก่อน มาถึงก็ถามๆๆๆๆ รอให้ผู้รู้ป้อนอย่างเดียว ซึ่งมันก็คงเป็นผลกระทบจากระบบการศึกษาในปัจจุบันที่ไปถึงห้องเรียนปุ๊บ มีคนจัดอะไรไว้ให้พร้อมรอป้อนใส่ปากอย่างเดียว

อย่างภาษาญี่ปุ่นนี่ อึ่งอ่างศึกษาด้วยตัวเองจริงนะคะ แต่บางทีก็มีที่ไม่เข้าใจบ้าง สุดท้ายต้องพึ่งอาจารย์ทั้งหลายอยู่ดี ถึงในอนาคตผู้เรียนอาจจะเรียนด้วยตัวเองได้ แต่อึ่งอ่างคิดว่ายังจำเป็นต้องมีอาจารย์หรือผู้ที่รอบรู้กว่าคอยชี้ทาง แนะนำ แก้ไขในสิ่งที่เข้าใจผิดๆ ในบางเรื่องที่อาจจะหาจากตำราไม่ได้ค่ะ เคยอ่านจากนิยายเด็กหญิงโต๊ะโตะ (นานมากแล้วล่ะค่ะ) ที่เด็กๆ อยากเรียนวิชาอะไรก็ได้ อิสระ ไม่บังคับตามตารางเรียน เรียนอยู่ในตู้รถไฟ เป็นแนวศึกษาด้วยตนเอง อยากให้เป็นแบบนั้นเหมือนกัน

แล้วก็วกกลับเข้าประเด็นหลักเรื่อง 将来 กับ 未来 ค่ะ อ่านบทความของอาจารย์ก่อนหน้านี้ ก็คงต้องขอตอบว่าสองคำนี้ไม่เหมือนกันแน่นอน อย่างที่อาจารย์บอกว่าไม่มีคำไหนเหมือนกันหรอก ถ้าเหมือนกันจะมีซ้ำไปทำไม แต่การที่แปลออกมาเป็นภาษาไทยได้คำเดียวกัน อึ่งอ่างคิดว่าเป็นเพราะต้องการให้ผู้เรียนท่องจำง่ายๆ รู้ความหมายแบบเผินๆ น่ะค่ะ เพราะถ้าแปลออกมาละเอียดยาวๆ อาจจะทำให้ท่องจำกันไม่ได้ แถมดิกชันนารีคงจะเล่มหนาปึ้กจนแบกกันไมไหวแน่ๆ แต่ผลเสียร้ายแรงคือทำให้ผู้เรียนบางคนไม่ทราบว่ากรณีไหนควรใช้คำไหน เจอคำถามแบบนี้บ่อยมากค่ะ ตัวอึ่งอ่างก็อาศัยสังเกตจากนิยาย ละคร อนิเมที่เขาพูดๆ กัน คำไหนไม่แน่ใจก็เปิดดิกเอา ไอ้เราก็ไม่ใช่อจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญ บางทีก็ลำบากใจที่จะตอบ (ฮา) จะออกแนวแนะๆ ไปมากกว่าเคยเจอว่าคำนี้เอาไปใช้แบบนี้ ในทำนองนี้นะ ให้เขาไปตีความต่อเอง

มาถึงความหมายของทั้ง 2 คำ อันนี้ลองเปิดดิกชันนารีญี่ปุ่น-ญี่ปุ่นมาแล้ว 将来 หมายถึงอนาคตที่เราตั้งเป้า มีการคาดหวังไว้ เช่น ฉันจะเป็นหมอนะ เป็นนักบินนะ ส่วน 未来 จะหมายถึงอนาคตเชิงช่วงเวลา ให้ความรู้สึกเป็นนามธรรมมากกว่า 将来 ก็ขอตอบว่าในบทความนี้น่าจะใช้ว่า 将来 ค่ะ เพราะมันคืออนาคตที่เป็นรูปธรรม และมีการคาดหวังถึงผลลัพธ์ไว้ว่ามันจะเป็นยังไง

ตอบซะยาวเลย ไม่รู้ตรงประเด็นบ้างหรือเปล่านะคะ

โดย : อึ่งอ่างตาโปน วันที่ : 2009-08-13 17:42:04 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

--------------------------------------------------------------------------------------------------