剣道 ห้องเคนโด
ขอขอบคุณผู้มีน้ำใจเผื่อแผ่ และการเรียนภาษาญี่ปุ่น แบบไม่ป้อน ต้องช่วยกันคิด
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน

 

 

 ขอขอบคุณคนที่มีน้ำใจ

นำความรู้จากโรงเรียนเด็กวัดปรียา

ไปให้คนอื่นที่ไม่รู้

  และยังรู้จักมารยาท ให้เครดิต

   และเคารพทรัพย์สินทางปัญญา

      ที่อาจารย์ทุ่มเทเขียน

และสอนพวกเรา

คนไทยทุกคน

 

 

          วันนี้ขอเขียนความรู้สึกที่อาจารย์มีต่อคนที่เข้ามาใช้บริการ เรียนและอ่านบทความต่างๆในโรงเรียนนี้ แล้วก็เอาข้อมูลที่ตัวเองอ่านแล้วคิดว่ามีประโยชน์ไปเผยแพร่ และอ้างอิงว่า ใครเป็นคนเขียน และเอามาจากเว็บอะไร ขอขอบคุณมากสำหรับคนที่มีน้ำใจแบ่งปันนะคะ เห็นมีหลายคนที่ตัวเองเรียนแล้วได้ความรู้จาก โรงเรียนเด็กวัดปรียา แล้วมีน้ำใจ เอาบทความที่อาจารย์เขียนไปโพสต่อให้คนอื่นได้เรียน ได้อ่าน และยังแนะนำเว็บฯโรงเรียนเด็กวัดปรียาว่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากเรียนภาษาญี่ปุ่น และยังบอกให้คนอื่นที่ไม่รู้ให้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนเด็กวัดปรียา เพราะที่นี่เรียนฟรี

 

         อ่านแล้วดีใจ หายเหนื่อย ที่ต้องมานั่งพิมพ์ นั่งโพส หลังขดหลังแข็ง และยังต้องนั่งตอบให้ทุกคนที่อยากเรียนรู้จริงๆได้อ่าน เพราะเว็บฯของโรงเรียนเด็กวัดปรียา เป็นเว็บที่มีไว้ให้คนที่อยากเรียนภาษาญี่ปุ่น วัฒนธรรม สังคม หรืออยากเรียนอะไรที่เกียวกับญี่ปุ่นบอกมาได้ ถ้่าอาจารย์สอนให้ได้ หรือถ่ายทอดประสบการณ์ให้ได้ เต็มใจและเต็มที่ เพราะสำหรับอาจารย์ ความรู้ของอาจารย์เป็นสมบัติที่มีค่าของอาจารย์เอง จะขโมยยังไง ก็คงทำไม่ได้ ไม่เหมือนเงินทองเป็นสิ่งของที่จับต้องได้ เพราะมันติดตัวอาจารย์นะค ใช้เท่าไรไม่หมด ยิ่งเรียน ยิ่งเขียน ก็ยิ่งได้ความรู้มาก เพราะเรียนกับเด็กวัดทุกคน ทั้งที่อาจารย์อายุไม่ได้เป็นนักเรียน ถ้าเป็นบ้านเราก็คงหัวเราะว่า อาจารย์เรียนไปทำไม แต่สำหรับอาจารย์ การเรียนไม่เกี่ยวกับอายุ ยิ่งเรียนก็ยิ่งรัก และผูกพัน ไม่เรียน ไม่ทำ จะอึดอัด

 

           ดังนั้น การเรียนรู้ที่ดีก็คือ การลงทุนสำหรับตัวเอง แต่การเรียนที่ถูกต้อง เรียนจากเว็บฯอย่างเดียวไม่ได้ เพราะจะเป็นแต่การเรียนๆๆ เราต้องหาหนังสืออ่านนอกตำราเรียน ไม่ใช่ เรียนแต่ตำราเรียนเพื่อสอบอย่างเดียว

 

         แต่ถ้าเป็นนักเรียน นักศึกษาน่าจะมีคำถามมากมาย เพราะจะต้องเรียนให้เข้าใจ เพื่อเอาไปใช้สอบ แต่ก็แปลกใจ เห็นตามเว็บฯต่างๆ ส่วนที่แสดงความคิดเห็น จะมีแต่ชื่นชมคนที่เขียนให้อ่าน แต่ตัวเองรู้สึกจะไม่ค่อยมีความคิดเห็น เพราะเราไม่ได้รับการฝึกหัดให้รู้จักคิด และแสดงความคิดเห็น เราไม่ค่อยจะขวนขวาย เราเลยเป็นประเทศที่ไม่ค่อยจะพัฒนา เราชอบให้คนเอาอะไรมาป้อนให้เรา เพราะสะดวก ง่าย และสบาย

 

         อาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นในโรงเีรียนเด็กวัดปรียากำลังจะครบสองปีในอีกไม่กี่เดือน อยากเห็นเด็กวัดทุกคน และคนที่เข้ามาเรียน มาอ่าน เรียนเป็น คิดเป็น และเข้าใจภาษาญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง เพราะพูดเก่งแค่ไหน ถ้าไม่เข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่น ต่อให้พูดคล่องขนาดไหน ก็คงพูดกับคนญี่ปุ่นไม่ได้ดีนัก เพราะไม่ได้เข้าใจวัฒนธรรมเขา อาจารย์จึงมีห้องมากมายให้เราเรียน ให้เราถาม ให้ช่วยแสดงความคิดเห็น แต่แปลกใจที่ว่า มีน้อยคนที่จะมาร่วมแสดงความคิดเห็น หรือแม้แต่จะถาม ซึ่งตราบใดที่เรายังไม่อาจพังกำแพงนี้ได้ ประเทศไทยเราก็คงไม่อาจสร้างคนรุ่นใหม่ที่คิดเป็น เรียนเป็น และเอาไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้

 

      วันนี้ อยากเอาวิธีการเรียนที่อาจารย์ใช้กับนักเรียนบ่อยๆตอนที่สอนไม่ว่าจะสอนภาษาไหน เพราะไม่ชอบป้อนอย่างเีดียว

 

        อยากให้เด็กวัดหาคำที่ลงท้ายด้วย ~生 ที่เรารู้จักกันดี เพราะเรียนกันมาหลายคำแล้ว

 

      ช่วยกันหาคำตอบนะคะ แล้วบอกด้วยว่า มีความหมายว่าอะไร

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-03 03:35:27 อีเมล์ : IP : 71.190.43.215

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัดแอ๋ม

ดีใจมากที่มีเด็กวัดเขียนมาตรงๆแบบนี้ เราต้องพังกำแพงที่ขวางความคิดของเราให้ได้ อาจารย์ยังพังมาแล้วเลย เด็กๆ อาจารย์ก็เป็นเด็กมีปัญหา เพราะชอบถาม โดนครูเห็นว่า หัวไม่ดี ก็เลยไม่เคยคิดอยากจะถามครูไทย ถามแต่ครูต่างชาติ

อาจารย์เข้าใจ ต้องใช้เวลาไม่งั้นก็เลิกอาชีพนี้ไปนาน หรือไม่งั้น ก็เหมือนครูไทยทั่วไป ไม่ชอบให้เด็กมาลองภูมิ ตามที่ครูหัวโบราณคิดกัน

ได้สองคำ กี่คำ เพียงแค่เราบอกตัวเองว่า เราได้แสดงความคิดเห็น ช่วยกัน แค่นั้น ก็เป็นกำลังใจที่ดีสำหรับอาจารย์ ถ้าไม่งัน อาจารย์ทำเหมือนพวกเรา ไม่ตอบคำถามเรา เพราะวัฒนธรรมไทย เราก็อดเรียนใช่ไหมคะ

มีแค่ไหน ก็ต้องเอาออกมาแสดง เราจะได้ชินค่ะ ไม่เก็บไว้

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-03 18:10:51 อีเมล์ : IP : 71.190.43.215

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

       บอกตามตรงค่ะอาจารย์ว่าไม่หนูค่อยได้แสดงความคิดเห็นเท่าไร เพราะไม่รู้จะถาม หรือแสดงความเห็นอะไรดี ต้องเจอปัญหาซะก่อน ถึงจะมีคำถามได้.....แต่ก็ไม่ใช่ไม่อยากนะค่ะ...แต่เพราะขาดวิตามิน ส ที่อาจารย์บอก.. ไม่เคยได้ฝึกเลยค่ะ ... ตั้งแต่เข้าโรงเรียน ก็ต้องท่อง ก-ฮ ท่องศัพท์ภาษาอังกฤษ ท่องสูตรคูณ ..ท่อง โคลงกลอนต่างๆ ท่องแล้วก็ท่องอีก..ไม่เคยถามหรือสงสัยเลยว่าท่องไปทำไม  พอคุณครูถามว่า มีอะไรสงสัยไหม ..แต่พอถามแล้วบางที่ก็โดนดุ หรือการกระทำหลายๆอย่างที่เด็กต้องเจอ จนไม่กล้าที่จะยกมือถาม หนูคิดว่ามันเลย กลายเป็นลักษณะประจำตัวของเด็กไทย ...ถ้าหนูไปเป็นครูหนูก็อยากจะเป็นครูที่ดีเหมือนอาจารย์ปรียา...แต่ก่อนที่จะเป็นได้ ก็ต้องสร้างตัวเองให้ได้ก่อน...อาจารย์อย่าเพิ่งเบื่อ หรือหมดแรงกับเด็กวัดอย่างหนูเลยนะค่ะ....การเริ่มต้นลงมือทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมันยากจริงๆค่ะ...

....................

หนูหาคำที่ลงท้ายด้วย ~生 มาด้วยค่ะ ไม่รู้มันจะเป็นคำที่ง่ายเกินไปรึเปล่า..

1.先生(せんせい)   คุณครู, อาจารย์

(

 

2.学生 นักเรียน(がくせい  

)

 ที่นึกออกอยู่ในหัวมีเท่านี้ค่ะอาจารย์ ...  

    

2.学生 นักเรียน(がくせい  

)

)

โดย : หนูแอ๋ม วันที่ : 2009-08-03 15:13:41 อีเมล์ : IP : 124.120.170.185

--------------------------------------------------------------------------------------------------