剣道 ห้องเคนโด
สำนวน三日坊主 ตรงกับสำนวนไทยว่าอย่างไร?
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะอาจารย์ปรียาและเพื่อนเด็กวัดทุกคน

ต้องขอโทษอาจารย์ด้วยค่ะที่หายไปนาน เนื่องจากตอนนี้ที่บริษัทมีงานเยอะมากไม่มีเวลาเข้ามาแวะเยี่ยมเลย

ที่วันนี้เข้ามาเนื่องจากคนญี่ปุ่นที่บริษัทเค้ามาถามหนูค่ะว่าสำนวน三日坊主ตรงกับภาษาไทยว่าอย่างไร

ก่อนอื่นต้องขออธิบายศัพท์ก่อน คำว่า三日 แปลว่า สามวัน  คำว่า坊主 แปลว่า พระสงฆ์ ไอ้หนู ไอ้โล้น

ความหมายของสำนวนนี้คือ คนที่ทำอะไรได้ไม่นาน ทำอยู่สองสามวันก็เลิก เบื่อหน่ายง่าย

แต่ถ้าให้เทียบกับสำนวนไทยหรือคำในภาษาไทยหนูยังคิดคำที่เหมาะสมไม่ออก เลยอยากขอให้อาจารย์และเพื่อนๆช่วยคิดหน่อยค่ะ

ขอบคุณอาจารย์และเพื่อนๆทุกคนล่วงหน้าค่ะ

โดย : kae chan วันที่ : 2009-07-30 11:57:24 อีเมล์ : IP : 192.168.0.70

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด maya, kae chan

คนญี่ปุ่นเรื่องงานเป็นเรื่องอันดับหนึ่ง และเขาเป็นชนชาติที่ชอบจด ชอบบันทึก ทำอะไรที่เป็นกิจลักษณะ บ้านเรา  คนไทยส่วนใหญ่เก่งเม้าส์นะคะ เขียนไม่ค่อยเป็น คงไม่ใช่ ไม่ชอบการขีดเขียนหรือทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ให้คนต่อไปได้รู้ว่า ทำอะไรไว้บ้าง

ตอนที่สอนที่มธ อาจารย์กลับไปประเทศไทยใหม่ๆ เห็นชัดเจน ช่องว่างของการทำงานแบบคนญี่ปุ่นและแบบไทยๆ

ของเราไม่ต้องการให้คนรู้ว่า เราเข้าไปสอนอะไรในห้อง แต่ของญี่ปุ่นจะต้องจดเป็นเรื่องเป็นราว

อาจารย์ชอบระบบ ที่เป็นระบบ ไม่ใช่ ใครจะสอนอะไร ก็เข้าไปละเลงมนห้องส่วนตัว รู้ระหว่างนักศีกษาและครูผู้สอน ไม่รู้ว่าอาจารย์ที่สอน เข้าไปสอนอะไรไปบ้าง แถมยังแบ่งบทกันสอนระหว่างอาจารย์ไทยและญี่ปุ่น เลขคู่เลขคี่ ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับฉันนะ

  แต่ปัญหาก็มีเยอะเพราะญี่ปุ่นที่ไปไทย เขาไม่ได้นับถือคนไทย ไปประเทศไทย เขาก็จะเอาระบบการทำงานแบบของเขามาใช้ ซึ่งถ้าระบบเขาดีกว่า กับของเรา ระบบแห้งชามน้ำชาม เราก็ต้องปรับและรับของเขามาลองใช้ และร่วมมือกัน เพื่อนักศึกษา

แต่อาจารย์ประกบกับอาจารย์ญี่ปุ่นที่คุยกันรู้เรื่อง เราจะมีสมุดโน๊ตว่า สอนถึงหน้าไหน ตรงไหนที่นักศึกษายังไม่เข้าใจ ปรียา คราวหน้าเข้าไปจัดการอธิบายใหม่ให้ด้วย หรือ เกิดอะไรขึ้นในห้อง แล้วเราก็จะบอกกันว่า ตรงไหนยาก หรือเขาอธิบายไม่ทัน มันเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

  แต่อาจารย์ไทย ไม่ชอบความร่วมมือ ชอบบินเดี่ยว บินลับ ไม่มีใครรู้ สอนอะไร ทำอะไรในห้อง ไม่ต้องมีคู่มือ การสอน หรือเอกสารประกอบการสอนใดๆ พึ่งตำราเรียนอย่างเดียว

 อาจารย์ตอนที่สอนที่มธ ต้องทำหนังสือคู่มือประกอบการเรียนให้นักศีกษา จำเป็นด้วยหรือ อาจารย์ไทยเหม็นหน้า ก็มีตำราเรียนแล้วไม่ใช่หรือ ใช่ค่ะ ตำราเรียนกับ เอกสารที่อาจารย์ปรียาต้องไปเขียนเรียบเรียงอธิบายให้นักศึกษาที่อยากจะเรียนเพิ่มจากในห้อง หรือเกิดนักศึกษาป่วยไม่ได้มาเรียน จะได้ไปอ่านเองได้ ไม่เข้าใจมาถามได้ ถ้าไม่มี นักศึกษาป่วยแล้ว กลับมาเรียน อาจจะปะติดปะต่อไม่ได้ ทำให้ขาดช่วง พอเรียนไม่รู้เรื่องก็รวนไปหมด ทำให้ไม่อยากเรียน

แต่ใครจะไปสนใจเรื่องพวกนี้ค่ะ ส่วนใหญ่เราเป็นประเภทบวชเป็นพระได้สามวัน

    แต่ในขณะเดียวกัน ปัจจุบัน คนญี่ปุ่นที่เขียนคันจิไม่ได้ อธิบายเรื่องที่เราอยากรู้เกี่ยวกับญี่ปุ่นก็ไม่ได้เยอะแยะเต็มไปหมด เหมือนคนไทยมากขึ้นทุกทีแล้ว

เราเห็นจุดบกพร่องของเขา เราก็ต้องถีบตัวเรา ไม่งั้น เขาก็ไปเล่าต่อๆๆๆกันว่า คนไทยไม่ได้เรื่อง ทำงานเหลาะแหละ เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ตั้งใจทำ เห๋อทำอยู่สองสามวันเลิกแล้ว หรือเป็นเหมือนไม้ปักเลน ไม่ได้เอาจริงเอาจัง

   ดูจากรรเด็กวัดปรียาได้ เด็กวัดที่เหนียวๆ อดทนพยายาม มีน้ำใจแบ่งปันกัน และเรียนอย่างเต็มที่ เข้ามาแสดงความคิดเห็น เข้ามาถามคำถาม มีกี่คน เราคงรู้อยู่แก่ใจ เราติดนิสัย มือใครยาว ก็ถือว่าเก่ง ฉลาดจริงมั้ยคะ จริงๆเขาเรียกว่า เห็นแก่ตัว ใจแคบ

เราจะต้องพัฒนาตัวเราเอง และไม่ต้องเสียใจ ถ้าสิ่งที่คนญี่ปุ่นว่าเราเป็นความจริง แต่เอาสิ่งที่เขาว่า และดูถูกเราว่าไม่เอาไหน เพราะจริงๆเราเป็นแบบนั้นหรือเปล่า ภาษาไทยเราก็รู้ไม่ลึก

แต่ในขณะเดียวกัน คนญี่ปุ่นปัจจุบันก็ไม่แตกต่างกับคนไทยเช่นกัน

เราน่าจะถือเป็นโอกาสที่ดี พัฒนาคนไทยให้ดีกว่าเขานะคะ

ใครมีความคิดเห็นยังไง เขียนมาแลกเปลี่ยนกันได้เต็มที่ ไม่ต้องกล้ว ไม่ต้องเก็บเอาไว้


โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-31 22:40:42 อีเมล์ : IP : 96.232.65.198

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนเด็กวัด kae chan

              เท่าที่สัมผัสกับคนญี่ปุ่นจำนวนหนึ่ง แล้วประกอบกับการอ่านบทความต่างๆที่อาจารย์เขียนให้

เราอ่านและเรียนรู้นั้นก็พอจะบอกได้ว่า ถ้าเขาทำงานเขาจะเอาจริงเอาจังกับการทำงานมาก มาตรง

เวลา ลองถ้าเรามาสายสักห้านาทีนะ พี่ท่านหน้าหงิกเลย มอบหมายงานจำนวนเท่านี้ก็ต้องเท่านี้ตามที่

ตกลงกันไว้ ไม่เผื่อหรอกค่ะ ลองเอางานอื่นให้เขาทำนอกจากงานที่ได้พูดกันไว้แล้ว เขาจะแสดงสี

หน้าท่าทางไม่พอใจทันทีเลยค่ะ อย่าได้ทำอะไรนอกกฏกติกา ดูแล้วคล้ายๆว่าไม่มีน้ำใจ แต่ เป็น

เพราะเราไม่ทำตามกฏกติกาก่อนนั่นเอง  สมมุติถ้าเป็นคนไทยนะคะ อ๋อ คนนี้ถูกใจนะ มีงานให้ช่วยก็

ได้เลยเต็มที่ พี่ไทย  แถมยังพาไปเลี้ยงข้าวด้วยนะ  ถ้ามีการให้ของขวัญเนื่องจากเทศกาลอะไรสัก

อย่าง ก็ จะมีการตอบขอบคุณมาทางเมล์ซักหนึ่งครั้งแล้วหายเงียบไปเลย   หรือ ถ้ามีเหตุการณ์ที่

ต้องบอกเราเกี่ยวกับเขา ก็จะเมล์มาบอกอีกทีแล้วหายไปนาน หรือ ส่ง massage มาทางมือถือ บอก

เหตุการณ์ของเขาให้เราทราบและให้เรา งง  เล่น แหละค่ะ   ไม่รู้ว่าที่ทำงานของkae chan เป็นแบบนี้

หรือปล่าวคะ   

โดย : maya วันที่ : 2009-07-31 22:05:48 อีเมล์ : IP : 114.128.177.201

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์และเด็กวัดMaya

ดีใจมากๆเลยที่มีอาจารย์และเพื่อนๆช่วยคิด จากคำสำนวนนี้คนญี่ปุ่นเค้าตั้งใจจะนำมาพูดในเชิงตำหนิค่ะ ในบริษัทที่หนูทำงานอยู่มีคนที่ไม่เอาจริงเอาจังในการทำงาน สั่งให้ทำอะไรก็ทำได้แค่สองสามวันแล้วก็เลิกทำ ทำไม่ต่อเนื่อง(คนญี่ปุ่นเล่าให้ฟังค่ะ) คนญี่ปุ่นเค้าเลยอยากรู้ว่าสำนวนนี้ คำไทยพูดว่าอย่างไร ในตอนแรกหนูก็คิดว่าคงไม่มีคำที่ตรงกับสำนวนไทย เลยบอกเค้าไปว่าโดยปกติมักจะพูดกับบุคคลในกรณีนี้ว่า ไม่เอาจริงเอาจัง ทำอะไรได้ไม่นาน

ตอนที่เค้าถาม หนูก็คิดอยู่ตั้งนานเพราะนึกคำไม่ออก เค้าก็พูดในเชิงว่าทำไมเธอถึงไม่รู้ทั้งๆที่เป็นคำไทย หนูก็อธิบายเค้าไปว่า คำสุภาษิตสำนวนไทยบางคำก็ไม่ได้พูดบ่อยในชีวิตประจำวัน จึงทำให้นึกไม่ออกหรือหลงลืมไปได้(ขณะที่อธิบายก็รู้สึกเคืองนิดๆค่ะ นึกอยู่ในใจว่าเวลาถามคำศัพท์แล้วให้เค้าเขียนตัวคันจิบางทีเค้ายังเขียนตัวคันจิไม่ถูกเลยทั้งที่ตัวเองเป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆ)

ส่วนสุภาษิต ไม้ปักเลน ที่อาจารย์ยกมา หนูเห็นด้วยค่ะคิดว่าตรงกับความหมายมากที่สุด แต่ถ้าอาจารย์ไม่ยดขึ้นมาหนูก็คงยังนึกไม่ออก ขอบคุณอาจารย์และเพื่อนๆทุกคนนะคะ

โดย : kae chan วันที่ : 2009-07-31 08:32:25 อีเมล์ : IP : 192.168.0.70

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน

เรื่องต่างๆที่โพสในโรงเรียนมีแต่คนอ่านๆไปไม่ได้เอามาถามให้เกิดประโยชน์

นี่คือการเรียนแบบไทยๆ ทำไมอ่านแล้วไม่สงสัย อาจารย์อดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่าแล้วไม่อึดอัดหรือไง

รับอย่างเดียว ไม่มีถาม แต่นั่นคือวัฒนธรรมการเรียนแบบไทยๆที่ไม่ดีเลย

เราจึงวิเคราะห์อะไรไม่เป็น

มีอีกอันสำหรับสุภาษิตที่คล้ายกับอันนี้ก็คือ

ไม้ปักเลน

โลเล ทำได้ไม่กี่วัน ก็ทำต่อไม่ไหว

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-31 06:55:28 อีเมล์ : IP : 96.232.65.198

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์ และเพื่อนเด็กวัดทุกคนและkae chan

                             อาจารย์เคยโพสให้เราอ่านกันจริงๆค่ะ เจอแล้ว อันหนึ่งคือ การทำอะไรที่ทำด้วยความเหลาะแหละไม่เอาจริงเอาจัง  คือ เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ  ค่ะ อาจารย์เล่าให้ฟังนานแล้วค่ะ 2007/12/15

                               แต่  หามาให้อีกสักตัวอย่าง คือ คนเบื่อง่ายอยู่ไม่นาน คนขี้เบื่ออยู่ไม่ยืด 

โดย : maya วันที่ : 2009-07-30 23:19:01 อีเมล์ : IP : 114.128.9.189

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัด kae chan, maya

สุภาษิตนี้คงรู้นะคะว่า อาจารย์เขียนโพส และอธิบายไปแล้วนะคะในโรงเรียน หาอ่านประกอบจะเข้าใจมากขึ้น

จะตรงกับสำนวนไทยที่เราใช้กันบ่อยๆค่ะ

ไม่ได้ยากเย็นอะไร มีหลายอันที่ใช้ได้ สื่อความหมายคล้ายๆกัน

อาจารย์ใช้สำนวนนี้เล่าให้คนที่บ้านฟังแล้วก็แลกเปลืยนความคิดเห็นกันค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-30 19:22:52 อีเมล์ : IP : 96.232.65.198

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์   

หนูลองทำ ลองคิดดูค่ะ  ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวคิดใหม่แล้วจะมาโพสอีกนะคะ เพราะได้รับการขยายความจากอาจารย์อยู่เรื่อยๆ เดี๋ยวก็อาจจะคิดออกค่ะ  

โดย : maya วันที่ : 2009-07-30 19:18:42 อีเมล์ : IP : 114.128.9.189

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัด maya, kae chan

สุภาษิตที่อาจารย์หมายถึงจะต้องเป็นสุภาษิตไทยที่เรารู้ๆกัน  เช่น สามวันจากนารี เป็นอื่น ความหมายไม่ค่อยตรงกับ สำนวน บวชเป็นพระได้เพียงแค่สามวัน

ต้องเอาความหมายของสำนวนนี้ว่า เขาต้องการว่าเปรียบเปรยอะไร แล้วก็เอามาคิดกับสำนวนไทย ไม่จำเป็นว่าต้องมีคำว่าสามวัน เอาความหมายที่คล้ายกับที่เขาต้องการใช้ในภาษาญี่ปุ่น เพราะวัฒนธรรมต่างกัน

เช่น ในภาษาไทยเรา มี ปากปลาร้า ไม่มีในภาษาญี่ปุ่นเลยนะคะ เพราะวัฒนธรรมแตกต่างกัน

ลองคิดต่อนะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-30 17:38:15 อีเมล์ : IP : 96.232.65.198

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : ขอโทษค่ะพิมพ์ชื่อผิดไป ขอแก้ไขค่ะคุณkae chan 

โดย : maya วันที่ : 2009-07-30 17:16:21 อีเมล์ : IP : 114.128.43.17

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนเด็กวัดทุกคนและเด็กวัด gee chan

              อันนี้ไม่รู้ว่าจะไปด้วยกันได้กับ三日坊主 หรือปล่าวนะคะ แต่สมัยที่เป็นนักศึกษาจะมีกลุ่มเพื่อนผู้ชายคณะอื่นๆเวลาได้มาเข้ากลุ่มกันก็มักจะมีการแจกสำนวนโวหารเชิงโอ้อวด เพื่อนหญิงว่า ไม่ว่าจะไปที่ไหนไม่เกิน 3 วันหรอก 

 ความหมายของพวกเขาก็คือ  3  วันจากนารีเป็นอื่น เฮ้ย กูเก่ง(พูดแบบนี้จริงๆ) แฟนเยอะไปไหนก็มีแฟน มีเกือบทุกคณะแล้ว เฮัยแล้ว.......(มึงล่ะ) พวกนี้คือพวก ขี้เบื่อ หรือ ไม่มีความอดทนในการคบใครได้นานๆ แล้วก็หัวเราะร่วนด้วยความสุขใจจริงๆ  แต่ ถ้าลองแยกคำ  三日 กับ 坊主 ก็คงจะมีความหมายว่า แม้กระทั่งบวชเป็นพระเป็นเณรกับเขาก็ยังไม่ได้เลย ก็คนมันขี้เบื่อน่ะ  55

              ขอมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดค่ะ ถูกผิดก็ยังไม่แน่ใจ แต่ก็รู้สึกสนุกดีที่ได้คิด

โดย : maya วันที่ : 2009-07-30 17:14:29 อีเมล์ : IP : 114.128.43.17

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์

สำนวนไทยที่เทียบได้มีเยอะเลยเหรอคะอาจารย์ หนูกับพี่ที่ทำงานคิดกันจนหัวจะแตกแล้วยังคิดไม่ออกเลย

นี่หนูกำลังนั่งไล่ความหมายของสุภาษิต สำนวนไทยอยู่ก็ยังไม่เจอ จะพยายามคิดต่อไปค่ะ

โดย : kae chan วันที่ : 2009-07-30 16:49:41 อีเมล์ : IP : 192.168.0.70

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด kae chan

คิดว่ามีสำนวนที่เทียบกับสุภาษิตญี่ปุ่นนี้ได้เยอะเลยค่ะ

อยากให้เด็กวัดคนอื่นๆ ช่วยกันแสดงความคิดเห็นกันนะคะ เพราะเป็นเรื่องภาษาไทยเรา

เนื้อหาที่ออกมาคล้ายกันเยอะค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-30 16:32:26 อีเมล์ : IP : 96.232.65.198

--------------------------------------------------------------------------------------------------