剣道 ห้องเคนโด
มาแล้วค่ะ ตกลงคำว่า がんばる ( 2) แปลว่า โชคดี หรือเปล่า และควรใช้หรือไม่
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน

 

                                                                                    . ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์    เขียน

 

บทความเกี่ยวกับเรื่องการทักทายในภาษาญี่ปุ่นที่จะเขียนให้เด็กวัดทุกคนได้อ่านนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่แปลจากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ‘A Preliminary Investigation of Thai and Japanese Formulaic Expressions’ (การสำรวจขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการใช้สำนวนแน่นอนในภาษาไทยและญี่ปุ่น) ของมหาวิทยาลัย คาลิฟอร์เนียร์ เบอร์กเล่ย์ (University of California, Berkeley (UCB)

ผู้ด้อยอาวุโสเพศหญิง มักจะมีแนวโน้มใช้สำนวนนี้มากกว่าเพศชาย สำนวน  頑張(がんば)ってね โดยที่ 頑張(がんば)ってね ใช้ได้ในการเสริมสร้างจิตใจของเพื่อนที่กำลังหมดกำลังใจ เช่น

すみ子:  いよいよあした入試の日だわ本当に自身ないの

    อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันสอบเข้่ามหาวิทยาลัยแล้ว แต่เรา (すみ子) ไม่มี

                ความมั่นใจเลย 

เพื่อน:      大丈夫(だいじょうぶ)すみ()心配(しんぱい)しないで あしたしっかり頑張(がんば)ってね。

              ไปเป็นไรหรอกซุมิโคะ ไม่ต้องเป็นห่วง/กังวล พรุ่งนี้พยายามให้เต็มที่เลยนะ

       ในสถานการณ์ที่ว่านี้ ถือว่าไม่สุภาพ ถ้าผู้พูดฟังเรื่องที่เกิดในสถานการณ์ที่ไม่ธรรมดา ( หรือที่เราชอบทับศัพท์กันว่า เรื่องซีเรียส) แล้วไม่มีปฎิกริยาอะไรโต้ตอบกลับ

      Mizutani (ผู้เขียนหนังสือชุด ภาษาญี่ปุ่นสนุก ที่อาจารย์แปล) กล่าวว่า คนญี่ปุ่นมักจะแสดงความเคารพนับถือคนที่มีความขยันขันแข็ง แม้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายทำงานหนักด้วยความขยันขันแข็งนั้นจะเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของคนๆนั้นก็ตาม คนญี่ปุ่นชอบที่จะสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นด้วยการแสดงความชื่นชมในความขยันขันแข็ง และแสดงความเห็นใจในการทุ่มเทและทำงานหนักของอีกฝ่าย (Mizutani: 1977:69)

        ความนึกคิดเกี่ยวกับการแสดงความเห็นใจยังเผื่อแผ่ไปยังคนที่ประสบกับปัญหาหรือมีเรื่องยุ่งยากใจอีกด้วย ดังนั้นทันทีที่ได้ยินเรื่องราวของอีกฝ่ายที่มีปัญหา หรือไม่สบายใจ ถ้าอีกฝ่ายที่ได้ยิน และโต้ตอบเพียงว่า

Soo…taihen desu ne.

そう….たいへんですね。

เหรอ แย่จังนะ

      

แล้วก็จบการสนทนาด้วยการพูดว่า

 Ja(a) mata

じゃあ、また。

 งั้น ไว้เจอกันใหม่นะ

        สำหรับคนญี่ปุ่นในสถานการณ์ที่ว่านี้ ไม่เพียงแต่สังคมญี่ปุ่นจะเรียกร้องว่า เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ว่านั้นๆ ผู้ฟังไม่ควรจะแสดงความเห็นใจเท่านั้น แต่ยังต้องให้กำลังใจอีกฝ่ายด้วย ผู้ฟังที่รับรู้เรื่องจากอีกฝ่าย อาจจะพูดว่า

Soo desu ka taihen desu ne…demo amari muzukashiku kangae naide…

gambatte ne..jaa mata.

そうですか。大変ですね。でもあまりむずかしく考えないで

がんばってね。じゃあ、また。

งั้นเหรอ คงลำบากแย่นะ แต่ก็อย่าไปคิดมากเลย ขอให้พยายาม แล้วไว้เจอกันใหม่นะ

    หมายเหตุ:  ในสถานการณ์ที่ว่านี้ คำว่า gambatte ne…がんばってね。จะใช้เป็นเพียงกฎเกณฑ์มารยาททางสังคมที่เรียกร้องและทุกคนที่เป็นคนญี่ปุ่นจะต้องถือ

ปฎิบัติตามกันเท่านั้นไม่ใช่ความรู้สึกที่แท้จริงของผู้พูดแต่อย่างไร

     อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า ผู้ชายญี่ปุ่นจะไม่ใช้คำว่า gambatte ne…がんばってね。แต่อย่างไรก็หาไม่

   ในทางตรงกันข้าม คำว่า gambatte ne…がんばってね。มักจะนิยมใช้ในระหว่างสมาชิกครอบครัว ยกตัวอย่าง เช่น

      สามีอาจจะกล่าวปลอบและให้กำลังใจภรรยา เวลาที่สามีจะต้องออกไปข้างนอก หรือไม่อยู่บ้านเพราะต้องเดินทางไปทำธุระให้บริษัทเป็นเวลานาน ด้วยการพูดว่า

Ore inai toki ni (omae) hitori de iroiro taihen daroo ga…gambatte kure

      *1 いないときに(お前)*2 一人でいろいろ大変だろうが

      がんばってくれ

      เวลาที่กูไม่อยู่บ้าน มึงอยู่บ้านคนเดียวคงจะมีเรื่องอะไรต่างๆมากมาย คงลำบาก แต่ขอให้พยายาม

 

หมายเหตุ:

         คำว่า Ore*1กู และ omaeお前* 2 มึง เมื่อแปลออกมาเป็นภาษาไทยแล้ว ไม่ได้ให้ความรู้สึกเช่นเดียวกับที่คนญี่ปุ่นใช้ในภาษาญี่ปุ่น แต่เป็นคำที่สามีญี่ปุ่นจะใช้คำเรียก omae お前 กับภรรยาญี่ปุ่น ซึ่งมีสถานะทางสังคมด้อยกว่าสามี และไม่ได้รับการยกย่องจากสังคม หรือจากสามีด้วยการเรียกชื่อของภาษาแต่จะใช้คำสรรพนามว่า omaeお前 แทน*  

       ไม่เหมือนเวลาที่ภรรยาญี่ปุ่นเรียกสามี จะต้องแสดงความยกย่อง ด้วยการเรียกชื่อสามี เช่น hiroshi ห้ามใช้ omaeお前 หรือตีตนเสมอ เหมือนเวลาที่สามีเรียกภรรยาไม่ได้

     ดังนั้นเมื่อแปลออกมาเป็นภาษาไทย จะรู้สึกแปลกๆ เพราะบ้านเราคงไม่เรียกภรรยาด้วยคำที่กดขี่สตรีเพศแบบญี่ปุ่น

          แม้ผู้ชายญี่ปุ่นที่เ็ป็นสามีจะบอกหรืออ้างว่า เป็นคำเรียกที่แสดงความสนิทสนมก็ตาม อย่างน้อยก็สะท้อนให้เห็นการอบรมของครอบครัวสามีที่หัวเก่า ไม่ยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงปรับตามสมัย เพราะยังยึดถือสถานภาพเก่าที่ว่า

      ผู้ชายต้องเป็นใหญ่ และสถานภาพของภรรยาในครอบครัว จึงไม่ได้แตกต่างอะไรกับคนรับใช้ในบ้าน ที่ต้องทำงานให้ทุกคนที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นแม่สามี พ่อสามี และต้องเลี้ยงลูก ดูแลบ้าน อำนวยความสะดวกให้ทุกคนในบ้าน จะแสดงความไม่พอใจออกมาไม่ได้เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของภรรยา

    จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่เป็นเรื่องธรรมดาที่ภรรยาญี่ปุ่นสมัยก่อนในสังคมญี่ปุ่นต้องก้มหน้ารับ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม เพราะนั่นคือ กฎเกณฑ์ทางสังคมที่ต้อง

ปฎิบัติตามให้ได้

 

เด็กวัดทุกคน อ่านแล้วมีความคิดเห็นยังไง เขียนมาแลกเปลี่ยนกันได้นะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-25 22:48:43 อีเมล์ : IP : 96.232.65.198

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัด wantima

(เด็กวัด wantima) ยังงี้ คำว่า กัมบะรุ ก็ไม่ได้แปลว่า  "โชคดี"เสียแล้ว     

(ครูประจำชั้นปรียา)  คงต้องอดใจอ่านให้จบเรื่อง คงจะตอบตัวเองได้นะคะ

(เด็กวัด wantima) แต่ คำว่า  気(き)をつけて  นี่สิค่ะ  มันแปลว่า โชคดี  ด้วยหรือ เพราะว่าเคยไปบ่นให้อาจารย์ที่สอนภาษาส่วนตัว ให้เขาฟังว่า  ฉันล่ะเกียจ คำนี้ เหลือเกิน เพราะว่า มันเป็นคำพูดแบบติดลบๆ  ให้ฉันนี้ต้องคอยระแวด ระวัง อยู่เสมอ   มันไม่มีคำอื่นหรืออย่างไร  อย่างเช่น ขอให้เดินทางปลอดภัย   หรือ ว่า ขอให้โชคดี

อาจารย์คนนี้ก็ บอกว่า มันก็แปลได้ว่า โชคดี เหมือนกัน  เธออย่าคิดมากไปเลย     ก็ไม่ได้คิดมากหรอกค่ะ แต่ติดใจ ไว้เท่านั้นเอง  ว่าคนญี่ปุ่นเขาคิดกันจริงๆ หรือ ว่า มีความหมายโชคดี  หรือค่ะ

(ครูประจำชั้นปรียา) เป็นการตั้งข้อสังเกตที่ดีมาก ที่จริงคนญี่ปุ่นทั่วไป มั่วตอบต่างชาติเก่งดีเหมือนกันนะคะ จากที่เห็นเขียนเล่าให้ฟัง ไว้เรามาคุยถึงเรื่องพวกนี้ อย่าลืมเตือนนะคะ เพราะคำทักทายสะท้อนอะไรในสังคมญี่ปุ่นได้อย่างมาก ไว้ต้องมาวิเคราะห์กัน และเข้าใจที่ยกประเด็น เพราะนักศึกษาต่างชาติก็บ่นกันอุบ บอกว่าอยู่สังคมญี่ปุ่น กระดิกไปไหนต้องระวังทุกฝีก้าว จริงหรือเปล่า บ่นว่าเครียดกันมาก เป็นความคิดเห็นที่ถูกต้องหรือไม่ และทำไมมีสำนวนพวกนี้เยอะแยะเต็มไปหมด

ไว้มาหาคำตอบอย่างมีเหตุผล ทางด้านวิชาการนะคะ แต่แสดงความคิดเห็นมาได้เต็มที่นะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-28 01:53:52 อีเมล์ : IP : 96.232.65.198

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคนและเด็กวัด wantima

อาจารย์เข้าใจที่คนญี่ปุ่นอ้างค่ะ ว่าเพื่อแสดงความสนิทสนม ถ้าสามีเรียกภรรยาด้วยคำหยาบไม่สุภาพว่า omae ได้เพื่อแสดงความสนิทสนมจริงๆ ตามที่อ้าง ทำไม

ภรรยาญี่ปุ่นจึงเรียกสามีว่า omae เพื่อแสดงความสนิทสนมไม่ได้

ถ้าใช้ละก็ยิ่งถ้ามีแม่สามีอยู่ด้วย รับรอง ลูกสะใภ้ตายแน่ โดนหนัก มาเรียกลูกชายคนโปรดฉันว่าomae  ได้ยังไง ฉันเลี้ยงของฉันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย 

บางคนไม่ได้ถึงกับเรียกเท่าเทียมว่า โอะมะเอะ แต่เรียกชื่อ สมมติว่าชื่อ ฮิโระชิ ทะนะคะ

เรียกสามีว่า Hiroshi ก็โดนอีก หาว่าไม่เคารพสามี อีก

ข้อโต้แย้งที่ว่า ถ้าสามีแสดงความสนิทสนมด้วย โอะมะเอะได้ ทำไม ภรรยาจะแสดงความสนิทสนมแบบเดียวกันไม่ได้ หรือเรียกชื่อสามีเหมือนแม่สามีเรียกลูกชายก็ไม่ได้

การเรียกแสดงความสนิทสนมด้วยการเรียกว่า โอะมะเอะ ของญี่ปุ่น ไม่มีต่างชาติ ชาติไหนที่แต่งกับญี่ปุ่นจะเห็นหรือรู้สึกว่า มัน โรแมนติก ตรงไหนเลย

 ผู้ชายญี่ปุ่นที่ไม่หัวโบราณจะไม่ใช้คำว่า โอะมะเอะ ก็ภรรยา หรือแม้แต่กับลูกตัวเองนะคะ ไม่ใช่ทุกคน

เด็กวัดคิดว่าไงคะ ประเด็นนี้ เขียนมาแลกเปลี่ยนความคิดกันได้นะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-28 01:47:10 อีเมล์ : IP : 96.232.65.198

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

คำว่า กัมบะรุ นั้นเรียกว่า เป็นคำ อันแสนหนัก หนักในความรู้สึก จริงๆค่ะ

ส่วนคำว่า โอเระ นั้น คนที่บ้านก็บอกแบบอาจารย์ว่าแหล่ะ ค่ะ เพื่อความสนิทสนม เพราะเคยโกรธเขามาก ก็ตอนเมื่อตกลงใจจะแต่งงานด้วย พี่เธอก็เปลี่ยนสรรพนามตัวเอง เป็นโอเระ  รู้สึกร้อนวูปเลยเชียวค่ะ  เอ้ยมาพูดกันแบบนี้ได้ไง.....

ยังงี้ คำว่า กัมบะรุ ก็ไม่ได้แปลว่า  "โชคดี"เสียแล้ว     

แต่ คำว่า  気(き)をつけて  นี่สิค่ะ  มันแปลว่า โชคดี  ด้วยหรือ เพราะว่าเคยไปบ่นให้อาจารย์ที่สอนภาษาส่วนตัว ให้เขาฟังว่า  ฉันล่ะเกียจ คำนี้ เหลือเกิน เพราะว่า มันเป็นคำพูดแบบติดลบๆ  ให้ฉันนี้ต้องคอยระแวด ระวัง อยู่เสมอ   มันไม่มีคำอื่นหรืออย่างไร  อย่างเช่น ขอให้เดินทางปลอดภัย   หรือ ว่า ขอให้โชคดี

อาจารย์คนนี้ก็ บอกว่า มันก็แปลได้ว่า โชคดี เหมือนกัน  เธออย่าคิดมากไปเลย     ก็ไม่ได้คิดมากหรอกค่ะ แต่ติดใจ ไว้เท่านั้นเอง  ว่าคนญี่ปุ่นเขาคิดกันจริงๆ หรือ ว่า มีความหมายโชคดี  หรือค่ะ

โดย : wantima วันที่ : 2009-07-27 12:29:35 อีเมล์ : IP : 119.171.221.159

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัดแป๋ว

เรื่องยุติธรรม คงไม่ใช่ประเด็นที่ผู้หญิงที่เกิดในประเทศญี่ปุ่นจะมีสิทธิเรียกร้องถามหา ก็ไม่ต่างกับจีน และเกาหลี (ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่)

  สมัยนี้ก็ยังเรียกแบบนี้ค่ะ สำหรับผู้ชายที่เกิดในตระกูลหัวเก่ายิ่งตามต่างจังหวัดก็ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ

ยังไม่แตกต่างกับสมัยก่อน เพราะสำหรับคนญี่ปุ่นไม่เห็นมีอะไรเสียหาย บ้านเราต่างจังหวัด สามีภรรยาใช้ เอ็ง ใช้ข้าฯ ก็มีเยอะนะคะ หรือ ไอ้ฮวย สามีเรียกภรรยาตามต่างจังหวัดตอนไปเที่ยวแต่สามสิบปีที่แล้วนะคะ ไม่ทราบตอนนี้เป็นไง

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-26 20:54:21 อีเมล์ : IP : 96.232.65.198

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ อาจารย์ปรียาที่น่ารัก และ เพื่อนๆ เด็กวัดทุกคนค่ะ

            ได้อ่านบทความนี้แล้ว รู้สึกไม่ยุติธรรมกับฝ่ายหญิงเลยนะคะ แล้ว ต้องยอมไปถึงเมื่อไหร่ค่ะ แล้วสมัยนี้ยังเป็นอยู่หรือเปล่าค่ะ รับไม่ได้ค่ะ

โดย : เด็กวัดแป๋ว วันที่ : 2009-07-26 08:29:50 อีเมล์ : IP : 118.174.20.50

--------------------------------------------------------------------------------------------------