剣道 ห้องเคนโด
มาแล้วค่ะ เรื่องของอารมณ์ความรู้สึกในภาษาญี่ปุ่น อ่านแล้วช่วยกันตอบหน่อยนะคะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะ แฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน

 

 

หลังจากที่อาจารย์ไปนั่งคิด นั่งวางแผน

เรื่องหนังสือภาษาญี่ปุ่นของเรา

ก็ได้ความคิดใหม่

ไม่ต้องท้อถอย

ทุกอย่างย่อมทำได้

ถ้าใช้หัวคิด และสู้อย่างใช้หัวคิด

ถ้าเราร่วมมือกัน ย่อมทำได้

 

 

 

     รูปนี้ถ่ายหน้าบ้าน ตอนที่ดอกไม้บานอย่างสวยงาม

ไม่ได้มีหิมะตก เพียงแค่ 16 นิ้ว !

เหมือนที่เคยโพสให้ดู 

 

ตอนนี้อากาศวิปริต ทั้งที่เป็นหน้าร้อน

 แต่ยังไม่ยอมร้อน แถมฝนตก

 และอากาศเย็นด้วย

 

       

            หลังจากที่หายไปนั่งคิด นั่งไตร่ตรอง เหมือนเวลากองทัพญี่ปุ่นจะออกรบ ต้องมีการประุชุมระดมความคิด แต่ของอาจารย์จะไปนั่งคิด แบบอิคคิว อ่านหนังสือเล่มอื่นไปพลางๆ คิดไปพลาง แล้วก็เติมพลังให้ตัวเอง

 

        ในที่สุด ก็ต้องลุกขึ้นมาสู้กับระบบของไทยเรา สู้กับอะไรที่ไม่เหมาะสม และเห็นแก่ตัวของคนในสังคมไทย ถ้าอาจารย์ไม่ทำ ระบบเก่าๆแบบนี้ก็จะกัดกร่อน และกินสังคมไทยมากขึ้นทุกที แล้วในอนาคตจะมาหาว่าคนไทยไม่อ่านหนังสือได้ยังไง

 

           พอดีอ่านข้อคิดเห็นของ มินะมิ ในหนังสือ nippongo 日本語ที่ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับคำต่างๆที่แสดงความรู้สึกด้านอารมณ์ในสังคมญี่ปุ่น มินะมิตั้งข้อสังเกตว่า คำต่อไปนี้ เช่น

 

Koofuku

幸福

ความสุข

 

Shiawase

幸せ

ความสุข/โชคดี

 

Koojin

幸甚

ความสุขอย่างยิ่ง

 

      คำประเภทที่ว่านี้มีไม่กี่คำในภาษาญี่ปุ่น และใช้น้อย หรือใช้ไม่บ่อยนัก

 

      ในฐานะที่เรียนทางด้านความหมายของคำมา

 

     คำ 3 คำนี้ แปลว่า ความสุข ทั้งสามคำ ดูแล้วอึดอัด มันจะเป็นไปได้ยังไง เปิดดิกฯคำศัพท์ญี่ปุ่นไทย Koofuku幸福 ความสุข และ Shiawase 幸せ ความสุข/โชคดี ส่วนคำว่า Koojin 幸甚 ความสุขอย่างยิ่ง  ไม่มีในดิกฯคำศัพท์ญี่ปุ่นไทย ก็ไม่แปลกใจ เพราะไม่ค่อยใช้กัน

 

      ก็เลยต้องมาขอให้เด็กวัดช่วยกันคิดว่า คำแสดงความรู้สึกทางด้านอารมณ์ประเภทไหนในภาษาญี่ปุ่น  ที่มีใช้กันบ่อย และมีมากด้วยนะคะ

 

     ครช่วยเดาและตอบหน่อยนะคะ

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-17 21:53:49 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์    

                            คิดชั่วข้ามคืนยังไม่ได้ แต่ ถ้าจะยอมแพ้ให้ข้ามไปอีกคืนหรือก็กระไรอยู่   อาจารย์คะ ถ้าเราไปหาความหมายของคำว่า Shiawase幸せความสุข/โชคดี  ในอีกภาษาหนึ่งคือภาษาอังกฤษจะได้ความหมายเพิ่มมาอีก คือ Fortune จะให้ความหมายว่า ความมั่งคั่ง  สภาวะที่รุ่งเรือง สภาพรุ่งเรือง โชคดี  โชคชะตา ดวงขึ้น หรือ ดวงตก  โชคลาภ  ชะตากรรม  เคราะห์ดี   ทรัพย์สมบัติจำนวนมาก  ความสำเร็จ  ความรุ่งเรือง  ผู้รับมรดก  เหล่านี้จะเป็นความหมายของคำนาม   แต่ ถ้าเป็นคำกริยา   จะ ต่อให้ว่า เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด  มอบทรัพย์สมบัติจำนวนมากให้  

                     คิดว่า  ถ้าความหมาย ของ shiawase คือ ความหมายข้างต้นนั้น  ก็ แน่นอนว่า คงไม่มีใครใช้กันมากนะคะเพราะ มันเป็นเรื่องที่หามาด้วยตัวเองไม่ได้เหมือนต้องเป็น ชะตาฟ้าลิขิตอะไรประมาณนั้น หรือ  เหมือนกับที่คนไทยชอบพูดกันจังค่ะว่า แข่งอะไรก็แข่งได้ แต่ แข่งบุญแข่งวาสนา แข่งกันไม่ได้อยู่แล้ว 

                     แต่ สำหรับ กัมบะรุ  หรือ ถ้าคนไทยก็จะบอกว่า เฮ้ย สู้ตายนะเพื่อน คิดว่า แก ต้องทำได้อยู่แล้ว  เป็นการ cheer up  แต่ ถ้า แกทำ แล้วโชคดี อาจจะเป็นของ แก ก็ได้ นะ

(โดนเพื่อนหลอกตบหลัง ซะหลายที แต่ แข่งแล้วยังแพ้ ทั้งๆที่พยายามแล้ว  แย่เลย ) 55

                    ลองคิดดูนะคะอาจารย์ ไม่ทราบผลจะออกมาเป็นอย่างไรค่ะ

                    

โดย : maya วันที่ : 2009-07-24 22:56:42 อีเมล์ : IP : 114.128.8.243

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด wantima

(ครูประจำชั้นปรียา)  お帰りなさい。ดีใจจัง แนวหน้ากลับจากไปเยี่ยมบ้านเกิด ดีมากค่ะ จะได้ช่วยกันนะคะ

(เด็กวัด wantima) อันนี้ก็ให้คิดได้ว่า คนญี่ปุ่นนี่เขาก็ต้องการ (รักษา)ความสุขซึ่งหายากจริงๆ   วันๆหนึ่งเขาไม่มีความสุข ตกให้เก็บหรือเปล่าค่ะ  (อย่างบ้านเราเดินๆ ไปยังเจอเงิน เจอเศษเหรียญ เจอรอยยิ้ม เก็บกันได้ไม่ยาก)

อีกคำ ก็คำว่า กัมบะรุ นั้น คนที่ใกล้ตัว บอกว่า ผมนั้นไม่อยากได้ยินเลย  โดยเฉพาะจากเธอ เพราะว่า เขานั้นทั้งเครียด และ ไม่อยากทำ(งาน)  แต่ต้องทำ เพราะว่า มีคน(อย่างเธอ) บอกให้เขาต้องพยายาม ต้องฝืนพยายาม  ทั้งที่.......... 

ฉะนั้น หนูคนซึ่งไม่ใช่สาวญี่ปุ่น ก็เปลี่ยนใหม่ค่ะ  がんばりすぎないで เป็นอย่างไรค่ะ เมียต่างชาติแบบนี้ คงจะแย่ในสายตาเจ้านายสามี นะคะ  

(ครูประจำชั้นปรียา)   ตอบได้ตรงเป้าและจุดดีมาก ความสุขของคนญี่ปุ่น ดูเหมือนจะหา่ยาก แต่ของบ้านเรา มองกันคนละจุด แต่ไว้จะเขียนตรงจุดนี้นะคะ

แล้ว กัมบุระ กำลังเขียนอยู่ค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-24 22:52:49 อีเมล์ : IP : 96.232.65.198

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ    โอโฮ บ้านอาจารย์น่าอยู่จังเลยค่ะ ดูเป็นธรรมชาติ อยู่กับธรรมชาติ ดีจัง  แต่แหมใหญ่ขนาดนี้ อาจารย์มีผู้ช่วยหรือเปล่าค่ะ

    กลับมาแล้วค่ะ  พร้อมกับหนังสืออาจารย์หลายเล่มมาก เรียกว่า หนังสือนี้มากกว่าของฝาก หรือ ของกินเสียอีก     จริงแล้วถ้าจะบอกว่าไม่ซื้อก็ได้ เพราะว่าเป็นคำที่ใช้อยู่แล้ว

แต่ที่ต้องซื้อ เพราะว่า คำที่ใช้ ใช้จนไม่รู้ว่ามันมีที่มากันอย่างไร  มันก็เลยไม่สนุก ต้องรู้ให้ลึกลงไป จึงจะรู้สึกว่าภาษาญี่ปุ่นนั้นสนุกจริง   ก็ต้องขอขอบคุณ อาจารย์ที่ทำออกมา  อย่างว่าหากเราไม่เก่งภาษาอังกฤษ การที่จะไปหาจากตำราภาษาอังกฤษแล้วมาเทียบเป็นภาษาไทย นี้ต้องใช้เวลามากมาย ก็ได้หนังสืออาจารย์ที่ช่วยย่นระยะทางให้เร็วขึ้น

กลับไปคราวนี้ ตำราภาษาญี่ปุ่น มีมากมายหลายคนเขียน รวมทั้งมีแบบวีดีโอด้วย  อันนี้สมัยก่อนนี้ไม่มี  ดีใจแทนคนรุ่นใหม่ๆ ที่มีคู่มือให้ได้เรียนรู้ได้ เรียกว่าได้ฝึกสำเนียงไปพร้อมกัน  

เปลี่ยนเรื่องค่ะ เข้าเรื่องที่อาจารย์ถาม ระดัมความคิด

สำหรับภาษาไทย  หากเราจะ  "ไม่ได้เจอกันตั้งนาน  เป็นอย่างไรบ้าง มีความสุข สบาย ดีหรือเปล่า"  อย่างนี้ ตัวเองก็ชอบใช้

ส่วนที่ตัวเองมักจะได้ยินจากคนญี่ปุ่นที่รู้จักกันถามมา ก็คือ  "しばらく 合っていない 元気? 仲良く(なかよく)して いますか。"  ไม่ได้พบกันตั้งนาน  เป็นไง สบายดีหรือเปล่า ยังคงสัมพันธภาพที่ดี(ในครอบครัว)หรือเปล่า อะไรทำนองนี้

และก็ไม่เคยได้ยิน ที่เขาถามกันว่า เป็นไง  幸(しあわ)せしていますか ทำไมหรือ อันนี้เดี๋ยวต้องไปสืบมาก่อนนะคะ  หรือเขาเป็นที่รู้ๆ กันตั้งแต่เกิดมาแล้วว่า ชีวิตนี้ต้องสู้ ต้องดิ้นรน พยายาม เกิดมาก็ร้องออกมาแล้ว เกิดมาก็มีทุกข์แล้ว ตามที่พุทธศาสนาบ้านเราบอกไว้

แต่ว่า พอผู้หญิง คิดว่าจะแต่งงาน กับผู้ชาย คนนี้ ก็จะพูดว่า คิดว่า เขาคนนี้นี่แหล่ะ ที่จะทำให้เรา "ชิอะวะเส" หรือไม่ก็ พ่อ แม่ ของฝ่ายหญิงก็จะบอกว่า หากคุณเป็นคนที่ลูกสาวผมรักละก็ คิดว่าคุณคงทำให้ลูกสาวผมได้ "ชิอะวะเส" ได้ ละก็ ผมก็จะไม่ขัดขวาง  (อันนี้ได้ยินจากหนังค่ะ)  

อันนี้ก็ให้คิดได้ว่า คนญี่ปุ่นนี่เขาก็ต้องการ (รักษา)ความสุขซึ่งหายากจริงๆ   วันๆหนึ่งเขาไม่มีความสุข ตกให้เก็บหรือเปล่าค่ะ  (อย่างบ้านเราเดินๆ ไปยังเจอเงิน เจอเศษเหรียญ เจอรอยยิ้ม เก็บกันได้ไม่ยาก)

อีกคำ ก็คำว่า กัมบะรุ นั้น คนที่ใกล้ตัว บอกว่า ผมนั้นไม่อยากได้ยินเลย  โดยเฉพาะจากเธอ เพราะว่า เขานั้นทั้งเครียด และ ไม่อยากทำ(งาน)  แต่ต้องทำ เพราะว่า มีคน(อย่างเธอ) บอกให้เขาต้องพยายาม ต้องฝืนพยายาม  ทั้งที่.......... 

ฉะนั้น หนูคนซึ่งไม่ใช่สาวญี่ปุ่น ก็เปลี่ยนใหม่ค่ะ  がんばりすぎないで เป็นอย่างไรค่ะ เมียต่างชาติแบบนี้ คงจะแย่ในสายตาเจ้านายสามี นะคะ  

โดย : wantima วันที่ : 2009-07-24 14:34:30 อีเมล์ : IP : 119.171.221.159

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัด maya

ดูเหมือนแนวหน้าจะมีน้อย มีแต่แนวสังเกตการณ์เยอะ  วัฒนธรรมไทยๆ ไม่แสดงความคิดเห็นกัน

ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-24 03:37:20 อีเมล์ : IP : 96.232.65.198

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนเด็กวัดทุกคน   

                 ค่อนข้างยากพอสมควรค่ะ ที่จะต้องวิเคราะห์ แต่ก็จะพยายามคิดค่ะ  ต้องหาแนวร่วมด้วยช่วยคิดน่าจะดีนะคะอาจารย์

                

โดย : maya วันที่ : 2009-07-23 23:13:06 อีเมล์ : IP : 114.128.105.119

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัด maya

(เด็กวัด maya) สุภาษิตไทยของเรามีอยู่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ก็ ต่อให้อีกว่า ถ้าพบกับความสำเร็จ ก็ หมายถึง ความโชคดี  เนื่องมาจากการที่เรามีความพยายาม และ พยายามจนพบกับความสำเร็จ 

(ครูประจำชั้นปรียา) อาจารย์สงสัยว่า ความโชคดี ที่ว่านี้ เด็กวัดสรุปเอง หรือว่ายังไงคะ อ่านแล้วท่าทางจะตีความเองใช่ไหมคะ

(เด็กวัด maya) และ จริงๆแล้วคำว่าโชคดี ใช้    Shiawase幸せความสุข/โชคดี  ที่อาจารย์ ยกตัวอย่างมาข้างต้น ค่ะ  -หมายถึง โชคดี(กรณีใช้เมื่อให้กำลังใจ หรือ เชียร์บุคคลอื่น)

(ครูประจำชั้นปรียา)  ที่ถูกต้องคือ Shiawase幸せความสุข/โชคดี  ที่อาจารย์ ยกตัวอย่างจากหนังสือ nippongo ค่ะ อาจารย์ยกตัวอย่างมาให้อ่านเฉยๆ เห็นด้วยหรือไม่ ไม่ได้พูดถึงใช่ไหม

เห็นด้วยกับข้อคิดเห็นนี้ไหมคะ ข้อมูลที่ให้มาคลาดเคลื่อนไหมคะ

(เด็กวัด maya)  ความหมาย หรือ คำแปลที่ค้นหามาตอบอาจารย์ ได้มาจากดิกชันนารีไฟฟ้า がんばるหมายถึง โชคดี (กรณีใช้เมื่อให้กำลังใจ หรือ เชียร์บุคคลอื่น)

(ครูประจำชั้นปรียา)  น่าสนใจที่ให้ความหมาย กัมบะรุ ว่า  โชคดี (กรณีใช้เมื่อให้กำลังใจ หรือ เชียร์บุคคลอื่น) นี้ ขอเก็บไว้อ่าน และคิดเองเวลาที่อาจารย์แปล เรื่องนี้จากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกนะคะ

แต่ขอตั้งข้อสังเกตต่อไปนี้ว่า

1.      คำว่า Shiawase幸せความสุข/โชคดี  ทั้งที่มีในภาษาญี่ปุ่น แต่ไม่นิยมใช้กัน เพราะอะไร พอจะโยงใย ได้ไหมคะ

2.      คำว่า กัมบะรุ ใช้หมายถึง โชคดี จริงหรือ และใช้กรณีเมื่อให้กำลังใจ หรือ เชียร์บุคคลอื่น) ถูกต้องดีแล้วหรือ

อาจารย์ขอตั้งข้อคิดเห็นให้ช่วยกันคิด สำหรับคนที่เคยเรียนมาคิดว่ายังไง แสดงความคิดเห็นได้นะคะ อาจารย์ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ข้อคิดเห็นนี้ถูกต้องหรือไม่ ยังไง ช่วยกันคิด ก่อนที่อาจารย์จะเอาวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ให้อ่านนะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-23 12:22:28 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์

                            ยังไงหนูก็ไม่ยอมแพ้ คงเป็นหนทางการค้นหาที่สุดท้ายหนูก็เจอแล้วค่ะ ว่า มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งมีการ อธิบายความหมายของคำว่า ganbaru がんばる ไว้ดังนี้ค่ะ

1.ใช้เมื่อเพียรพยายาม หรือ ตั้งใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแน่วแน่เพื่อให้เกิดผผลดีที่สุดสำหรับตัวเองโดยไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบากหรือความยุ่งยาก

2.ใช้เมื่อไม่เคลื่อนที่ออกจากที่นั้นๆ

3.ใช้เมื่อยืนกรานความคิดของตนเองจนถึงที่สุด และ ใช้เมื่อให้กำลังใจหรือเชียร์บุคคลอื่นโดยใช้ในรูป ganbatte (โชคดี !) ganbare (พยายามให้ดีที่สุด)

     ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ พจนานุกรมการใช้คำภาษาญี่ปุ่น อธิบายการใช้คำและวลีที่มักใช้กันสับสน EFFECTIVE  JAPANESE   USAGE  GUIDE  แปลโดย รศ.ปราณี จงสุจริตธรรม  ค่ะ  อาจารย์ 

โดย : maya วันที่ : 2009-07-22 23:15:03 อีเมล์ : IP : 114.128.211.118

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์

                          นึกขึ้นได้ว่า สุภาษิตไทยของเรามีอยู่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ก็ ต่อให้อีกว่า ถ้าพบกับความสำเร็จ ก็ หมายถึงความโชคดี  เนื่องมาจากการที่เรามีความพยายาม และ พยายามจนพบกับความสำเร็จ  และ จริงๆแล้วคำว่าโชคดี ใช้     Shiawase幸せความสุข/โชคดี  ที่อาจารย์ ยกตัวอย่างมาข้างต้น ค่ะ

โดย : maya วันที่ : 2009-07-22 22:49:27 อีเมล์ : IP : 114.128.211.118

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนเด็กวัดทุกคน

                            การเรียนที่จำเป็นต้องขวนขวาย และ เสาะแสวงหาคำตอบเพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ และ ความเข้าใจนั้นยากพอสมควรค่ะอาจารย์ แต่ เราก็หาแหล่งคำตอบเพื่อจะได้กระจ่างว่าสิ่งที่เราเข้าใจนั้น ถูกต้องที่สุด แต่ ก็ยังไม่แน่ใจ ว่า ถูกต้องจริงหรือไม่ค่ะ คงต้องการความช่วยเหลือจากอาจารย์  และ  ยืนยันว่าใช่แล้ว ไม่ยังงั้นก็เข้าใจผิดๆไปเลยค่ะ

ความหมาย หรือ คำแปลที่ค้นหามาตอบอาจารย์ ได้มาจากดิกชันนารีไฟฟ้า

ที่เป็นคู่มือพกพา อยู่เสมอ ( หรือ ว่า พกพาคำตอบ หรือ ความหมายที่ผิดๆ และ นำไปใช้ผิดๆหรือปล่าวค่ะ อาจารย์  ชักจะไม่แน่ใจ เริ่มสับสนแล้วค่ะ )

โดย : maya วันที่ : 2009-07-22 21:21:07 อีเมล์ : IP : 114.128.211.118

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ เด็กวัด maya

ในพจนานุกรม มีความหมายว่า โชคดี ด้วยหรือคะ ถ้ามี ช่วยเอามาบอกว่า พจนานุกรมไหน และเขียนว่ายังไง

ได้ไหมคะ

จะได้เอา ความหมายคำนี้ ให้อ่านจากปริญญาเอกที่ทำไว้ เกี่ยวกับ ความหมายของคำว่า gambaru

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-22 01:59:44 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนเด็กวัดทุกคน

             เอาการบ้านมาส่งอาจารย์ค่ะ  ความหมายของ がんばるคือ

              -มุมานะ พยายาม(อย่างที่สุด)

              -บากบั่น หรือ

              -หมายถึง โชคดี(กรณีใช้เมื่อให้กำลังใจ หรือ เชียร์บุคคลอื่น)

              -และยืนกราน(จนถึงที่สุด)  ก็ไม่น่าจะทำให้เกิดอาการไม่ชอบคำนี้ หรือ เกลียดคำนี้ขึ้นมาได้  แต่ ความหมายที่ว่ามุมานะ พยายาม(อย่างที่สุด) บากบั่น หรือ หมายถึง โชคดี(กรณีใช้เมื่อให้กำลังใจ หรือ เชียร์บุคคลอื่น)และยืนกราน(จนถึงที่สุด)  ความหมายเหล่านี้ถ้าเป็นสถานการณ์ของเค้า อาจจะจริงที่ว่า มันแตกต่างกับ ความเป็นอยู่ หรือ สถานการณ์ที่บ้านเรา เพราะสังคมความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันอย่างมากก็ได้ค่ะ  

               หนูคิดว่าสังคมญี่ปุ่นเปลี่ยนไปเพราะ ญี่ปุ่นมาถึงจุดอิ่มตัวหรือปล่าวคะ ทัศนคติในการทำงาน หรือ ความกระตือรือล้นลดลงไปด้วยในเวลาเดียวกัน และ ไม่รู้จะ พยายามไปทำไม ก็คงจะ ถึงยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปมาก คนรุ่นหลังๆคงมีเวลาเยอะ เพราะมีเครื่องทุ่นแรง การแข่งขันสูง และ ไม่คิดว่าการพยายามทำงานจะเป็นการได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ก็เลยมีแนวความคิดในเรื่องของความกระตือรือล้นน้อยลงๆ ไปทุกทีค่ะ 

 

               

โดย : maya วันที่ : 2009-07-21 23:21:40 อีเมล์ : IP : 114.128.46.115

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ เด็กวัดmaya

ตั้งข้อสงสัยที่ตรงเป้า ตรงประเด็นเลยค่ะ

คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ชอบสำเร็จรูป บุญหล่นทับ สบายๆ แบบคนไทยค่ะ ไม่ชอบคำ がんばる นี้  เพราะเครียด

อาจารย์ชักสงสัย ทำไมเขาเครียดนะคะ เด็กวัดยังชอบคำนี้นะคะ สมัยอาจารย์ใช้กันทุกวันไม่ต่างกันคำทักทายเลยค่ะ

เด็กวัดต้องไปหาคำตอบมาบอกแล้ว เพราะอาจารย์สงสัย มันแปลว่า อะไรหนอจริงๆคำนี้

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-21 19:51:39 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนเด็กวัดทุกคน

                  อ่านแล้วก็รู้สึกหนักและเครียดว่าความรู้สึกและอารมณ์เหล่านี้คนญี่ปุ่นนำมาใช้ในการให้กำลังใจหรือกระตุ้นตัวเองได้อย่างไรกันคะ  คิดว่าน่าจะใช้คำที่แทนความหมายทางด้านการสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ให้กำลังใจกันไม่ดีกว่าหรือคะ อาจารย์ เช่น

 がんばって (頑張って )ganbatte  เป็นต้นค่ะ 

โดย : maya วันที่ : 2009-07-21 18:32:12 อีเมล์ : IP : 114.128.40.179

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน

    คำที่แสดงอารมณ์ความรู้สึกในแง่ลบ ด้านจิตใจต่างๆ เป็นคำที่คนญี่ปุ่นในอดีตหรือปัจจุบันก็ยังนิยมใช้กันมาก อาจารย์เคยเขียนไปแล้วจำได้ไหมคะ คุณเหงาไหมคะ เพราะความเหงา เป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นไม่ได้คิดว่าเสียหาย เพราะเป็นเรื่องธรรมดา ใครๆก็เหงา ไม่ได้แตกต่างอะไรกับความโง่ คือ ทุกคนก่อนฉลาดเราต้องโง่เขลา เบาปัญญาก่อน เพียงแต่เราอยากโง่เขลาไปตลอดหรือไม่ เราถึงต้องเรียน อาจารย์อยากฉลาดไม่อยากโง่ก็ยังต้องเรียนกับเด็กวัดทุกวันในโรงเรียนจะได้ลับสมองไม่โง่ หรือขึ้นสนิม

การเรียนรู้ไม่ใช่สิ่งที่น่าอาย เป็นสิ่งที่ดีงามที่จะต้องพยายามทำให้ได้และทำให้ติดเป็นนิสัย

    ทัศนคติที่อาจารย์เปลี่ยนหลังจากที่ออกจากประเทศไทยเมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว เพราะอาจารย์ได้เห็นโลกใหม่ที่ว่า ตอนอยู่เมืองไทย เราไม่เข้าใจอะไร เราไม่เคยถาม ไม่กล้าถามน่าจะถูกต้องกว่า ไม่เคยอยากแสวงหาคำตอบ ถ้าถามเพื่อน เพื่อนหรือคนที่เป็นผู้ใหญ่น่าจะตอบเรา ก็มักจะตอบหรือดุเราว่า เราเป็นเด็กอยากรู้ไปทำไม หรือไม่ก็ รู้แต่พูดไม่ถูก เข้าใจ แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง นี่คือ คำตอบที่ได้เป็นประจำ

    แต่พอเหยียบออกจากแผ่นดินไทย เห็นคนที่มีความสามารถ สามารถอธิบาย และเอาเรื่องราวที่เขารู้มาเล่า มากระตุ้นให้คนอื่นได้รู้ได้เรียน เขาก็ได้เรียนได้รู้ เพราะจะมีคำถามต่างๆ ทำให้เขาคิดต่อ คนที่มีความสามารถ มีความมั่นใจ เขาไม่งกวิชาเหมือนบ้านเรา เขาเผื่อแผ่ แบ่งปันค่ะ

   แต่บ้านเรา ยังติดกับค่านิยมเก่าๆ เหงา เศร้า เราก็คิดหาทางออกกันไม่ได้ เพราะเราไม่เคยถูกสอนให้รู้จักแม้แต่ถามตัวเอง ไม่รู้จัก วิเคราะห์ หาคำตอบสำหรับตัวเอง ไม่ว่าการเรียน หรือการคิด เห็นด้วยไหมคะ

     คำเหล่านี้เป็นคำที่เราไม่อยากได้เพราะเป็นคำเศร้าๆฟังแล้วไม่ได้สดชื่นใจ แต่เกิดมาเป็นมนุษย์ คนญี่ปุ่นเขาไม่ได้มองโลกในแง่สบายๆ วันๆไม่ต้องทำอะไร งอมืองอเท้า หรือทำงานแห้งชามน้ำชาม เพราะถ้าเขาทำแบบคนไทย เขาตาย เพราะสังคมเขาไม่ได้ทำให้เขาทำแบบนั้นได้ หนาวๆ จะมาเดินช้าๆได้ไหม ไม่พยายามจะทำยังไง ถ้าไม่มีอาหารจากต่างประเทศส่งเข้าญี่ปุ่นเขาจะอยู่ได้ยังไงต้องดิ้นรน ร่วมมือกันสร้างประเทศให้อยู่รอด เป็นเกาะเล็กๆต้องต่อสู้

      ไม่เหมือนบ้านเรา ตอนนี้ไม่ใช่ว่าสบายเหมือนสมัยก่อน และไม่ว่าประเทศจะพัฒนาหรือไม่ ข้าฯไม่สน ทำตัวเหมือนไม่ใช่ประเทศตัวเอง ไม่เคยมีความภาคภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทย และไม่เคยคิดจะทำอะไรให้ชาติ คนต่างชาติเขาว่าคนไทยเป็นประจำ เพราะเขาสงสัยทำไม ไม่เห็นร่วมมือกันทำอะไรเลย คนญี่ปุ่นอยู่ประเทศไหน Japan Town คนไทยอยู่กันเยอะแยะในอเมริกา มีแต่วัด ที่คนไปกินข้าวกลางวัน ส่งลูกไปเรียนภาษาไทย คนไทยเราเองยังรู้ว่า

     ถ้างานเฮฮา รื่นเริง กินข้าว กินปลา ให้กิน ชอบจะมีคนไปเยอะ แต่ถ้าจะขอให้ช่วยกันทำอะไร ตอนอยู่ญี่ปุ่น เห็นชัดเพราะทำหน้าที่เป็น Public Relation ให้สมาคมนักเรียนไทยในญี่ปุ่น ยากเย็นที่สุด การที่จะไหว้วานขอคนมาช่วยทำหนังสือข่าวให้คนไทยได้อ่านกัน ต้องบอกว่า 本当に苦労しまた。大変でした!หายหน้าหายตาหมด

        นอกจากนั้น คนไทยเรามีน้อยคนที่จะรู้สึกดีใจที่ว่าเรายังมีผืนแผ่นดินไทยอยู่ ไม่เหมือนชาติอื่นที่มีแต่สู้รบ แทนที่จะเอาแต่สบาย และเห็นแก่ตัว ต้องมีสปิริต ช่วยกันคนละไม้คนละมือสร้างและช่วยชาติ แม้ปัญหาบ้านเราจะเยอะแยะเต็มไปหมด เพราะคุณภาพคนมีน้อย มีแต่คนที่อยากสบายได้เงินกัน งอมืองอเท้า สิ่งเหล่านี้เราหนีปัญหาไม่ได้ ชอบรอให้อัศวินม้าขาวมาช่วย แย่จริงๆ ความคิดไม่สร้างสรรค์

       ดังนั้นคนญี่ปุ่นจึงมีคำพวกนี้ไว้ปลอบใจ ทำให้พวกเขามีกำลังใจในการต่อสู้เพื่อประเทศ และชีวิต และมีสำนวนเห็นใจคนอื่น มากมาย แม้จะเป็นเพียงสำนวน แต่ก็มีมารยาทที่จะบอกอีกฝ่าย เช่นสำนวน

gokuroo sama deshita! ご苦労様でした。

daibu gokuroo nasatta deshoo ne  だいぶご苦労なさったでしょうね。

osabishii deshoo ne お淋しいでしょうね。

aware! 哀れ ช่างสวยงามอะไรปานนี้ และ น่าเวทนาอะไรอย่างนี้ 

     คำที่ใช้กันบ่อยๆคือคำที่ยกมาให้ดูจะได้เรียนไปด้วยนะคะ

悲哀(ひあい) ความเศร้าสลดใจ

不幸(ふこう)      โชคร้าย หรือโชคไม่ดี

苦労(くろう)       ความเหนื่อยยาก การตรากตรำ

難儀(なんぎ)      ความยุ่งยาก ปัญหาวุ่นวายต่างๆ

 

(かな)しい   เศร้าใจ

 

(あわ)れなความเวทนา

 

(さび)しい  ความเหงา

 

(せつ)ない  ความทุกข์ทรมานใจ (ทำใจไม่ได้ ปวดร้าวใจ)

 

อ่านแล้วเรียนแล้วเป็นยังไง เขียนมาถามได้นะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-19 17:59:19 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : ขอบคุณค่ะอาจารย์   จะค้นหา และ อ่านดูค่ะ

โดย : maya วันที่ : 2009-07-19 16:55:55 อีเมล์ : IP : 114.128.12.167

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด maya

เรื่องอ่านเสียง nihongo nippongo, nihonjin nipponjin มีคนเขียนมาถามเรียบร้อยไปแล้ว ถ้าจำไม่ผิด อาจจะเป็นเด็กวัด Hua หรือเปล่าจำไม่ได้ ตอบยาวไปแล้ว ขอให้ไปค้นดูนะคะ

nippongo แรกเริ่มเดิมทีอ่านกันเสียงนี้ แล้วค่อยเปลี่ยน ให้ทันสมัย แต่จริงๆที่ถูกคือ ของเก่า แต่ใช้ได้ พอออกเสียงเป็น nipponjin, nippon บางคนจะคิดถึงสมัยญี่ปุ่นเป็นจักรวรรดิ์นิยม บุกไปตามประเทศต่างๆ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-19 16:28:15 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนเด็กวัด Undenty

             ดีใจด้วยค่ะที่เด็กวัดUndenty ตอบคำถามอาจารย์ได้ถูกต้อง  (สนุกดีค่ะ  ทำให้ตัวเองได้ไข่ต้มไปกิน อิ อิ ) แต่ ตอนนี้ถือโอกาสต่อยอดได้มั้ยคะอาจารย์ว่า  อ่านเนื้อหาก่อนตอบคำถาม ของอาจารย์ มาสะดุดกับ nippongo 日本語  คำนี้ สามารถอ่านว่า nihomgo หรือ nippongo  ก็ได้ทั้งสองอย่าง หรือ ว่า nippongo แปลงเป็น nihongo แล้วใช้กันแบบนี้เป็นส่วนใหญ่แล้วคะ 

                 ไม่คิดว่า ไม่มีคำถามอะไรจะถามแล้วหรือ  แต่ เคยอ่านพบว่า คนญี่ปุ่นมักจะชอบใช้ nihon มากกว่าค่ะ   จริงหรือไม่ต้องรบกวนอาจารย์แล้วค่ะ

              

โดย : maya วันที่ : 2009-07-19 12:27:01 อีเมล์ : IP : 114.128.12.167

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด Undenty

ถูกต้องค่ะ คำที่แสดงอารมณ์ความรู้สึกในแง่บวก เช่น ความสุข มีในภาษาญี่ปุ่น แต่ไม่ค่อยใช้หรือใช้กัน

ดังนั้นคำที่แสดงอารมณ์ความรู้สึกในแง่ลบ เช่น ความเศร้า ความทุกข์ อะไรทั้งหลายจะมีเยอะ

และการค้นคว้าวิจัยของอาจารย์ ภาษาที่นิยมใช้ในสังคมนั้นมีส่วนสะท้อน อุปนิสัย และวัฒนธรรมที่มีอยู่ในสังคมนั้นอย่างมาก

แล้วจะเอาคำประเภทที่ว่านี้มาให้อ่านกัน ว่าเขาใช้กันเยอะทีเดียว

ดีมากค่ะ เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น ถูกผิดเรื่องเล็กไม่รู้ถึงอยากเรียนจริงไหมคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-19 03:00:34 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : ในเมื่อคำแสดงความสุขมีน้อย
คำที่ใช้มากก็น่าจะเป็นคำที่มีแนวโน้มไปทุกข์หรือเปล่าครับ

โดย : Undenty วันที่ : 2009-07-19 02:09:59 อีเมล์ : IP : 58.8.1.52

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัด maya

  ดีใจที่เดาได้ใกล้เคียงมาก เฉียดไปเฉียดมา เกือบถูก ไหนไม่ต้องเสี่ยงว่าต้องคำไหน คำประเภทที่มีแนวโน้มแสดงอารมณ์ความรู้สึกแบบไหน เพราะตัวอย่างที่ยกมา เป็นแนวโน้มไหนคิดเองนะคะ สามคำที่ยกมาให้อ่าน แต่ไม่ยักจะใช้กัน ใช้กันน้อย

   แต่คนญี่ปุ่นกลับนิยมไปใช้คำที่แสดงอารมณ์อีกประเภทหนึ่ง คำที่แสดงอารมณ์ประเภทนั้นคืออะไรเอ่ย คำที่มีแนวโน้มออกมาทางด้านไหนนะ อิคคิว ช่วยเด็กวัดคิดหน่อยเร็ว

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-19 00:53:22 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัด maya

แผนกซ่อมครูประจำชั้น ซ่อมตัวอักษรให้แล้วนะคะ ไม่คิดว่าบีบตัวอักษรให้เล็กลงค่ะ

サービスです。:-)

สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนเด็กวัดทุกคน

  เท่าที่สังเกตุส่วนใหญ่นะคะ อาจารย์ อาจจะเป็นจากการฟังเพลง หรือ  จากการดูภาพยนตร์  มักจะได้ ยิน หรือ ได้ฟังคำที่แสดงถึงอารมณ์  ความรู้สึกซ้ำไปซ้ำมาอยู่บ่อยๆ ก็เห็นจะเป็น การแสดงออก

 เช่น อารมณ์ที่แสดงออกถึงความรัก  愛する  ai-suru    //      หัวเราะ  笑う warau  //

ร้องไห้   泣く naku   แต่  ถ้าจะให้บอกว่าคำแสดงความรู้สึกทางด้านอารมณ์ที่มีให้เห็นบ่อยๆตามความคิดนะคะ  น่าจะเป็น愛する  ai-suru  นะคะ แต่ ก็ยังรักพี่เสียดายน้องค่ะอาจารย์ อีกคำที่มักจะได้ยินบ่อยๆจากเพลง  หรือ  ภาพยนตร์ เหมือนกัน คือ คำว่า 心配する shinpai  suru (เป็นห่วง)

         แต่ ที่เป็นห่วง คือ  การระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009  จะกลับมาทำให้วุ่นวายกันอีกระลอกหนึ่งค่ะ

โดย : maya วันที่ : 2009-07-19 00:51:05 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ เด็กวัด noom

ohayou goZaimasu sensei

 watashi wa noom desu

doozo yoroshiku onegaishimasu .

watashi wa mainichi nihongo o benkyou shite imasu.

ดีมากค่ะที่อยากเรียนภาษาญี่ปุ่น เพราะมีสิ่งที่ชอบ เข้ามาเรียนได้ แต่ช่วยไปแนะนำตัวที่ห้องไหนก็ได้ที่มีคนแนะนำตัว เด็กวัดคนอื่นจะได้รู้จัก และครูก็จะได้รู้จักว่าเรียนมามากแค่ไหน เรียนถูกต้องหรือไม่ยังไง

และดีมากที่รู้จักแสดงความคิดเห็น ผิดถูกไม่เป็นไร แต่อ่านอะไร เราต้องฝึกแสดงความคิดเห็น จะได้เก่งๆ

เรื่องการเรียนยิ่งเรียนยิ่งยาก มันก็ยิ่งสนุก อะไรง่ายๆ เรียนไปก็ไม่สนุกนะคะ

เข้าไปเรียน เข้าไปอ่านแล้วก็เขียนมาถามได้เสมอ ถ้าไม่เข้าใจ

มีห้องหัดเขียนให้ด้วย อยากเขียนอะไร อาจารย์มีเพื่อนซะโต ช่วยแก้ให้

วันนี้เห็นที่เขียนมา ก็เลยอยากให้ใช้ให้ถูกๆก็เลยแก้ให้

 เพราะภาษาญี่ปุ่นเริ่มต้นเรียนต้องเรียนอย่างถูกวิธีไม่งั้น เดี๋ยวเรียนแล้วไปไม่รอด ถ้าเรียนไม่ถูกวิธี

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-18 11:16:21 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ohayougosaimasu sesei watashi wa noom desu dosoyoroshikuonegaishimasu .watashi wa mainichi o youmimashita .

สวัสดีครับ คุณครู ผมชอบภาษาญี่ปุ่นมากๆครับ เพราะอยากจะพูดกับคนญี่ปุ่น ชอบเทคโนโลยีของเขา เผอิญเจอweb ของคุณครู อ่านๆก็ชอบนะครับอยากจะเป็นลูกศิษย์ครับ แต่เรียนภาษาไม่ทำไมยากขึ้นเรื่อยๆครับ แต่ถ้าผมติดตามงานของคุณครูเรื่อยก็คงจะเข้าใจในภาษามากขึ้น ถ้าไม่ยังไง ช่วยรับผมเป็นศิษย์ด้วนนะครับ

โดย : noom วันที่ : 2009-07-18 08:49:36 อีเมล์ : IP : 125.24.240.245

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด้กวัด noom

สามคำนี้มีในภาษาญี่ปุ่น แต่ใช้น้อยมาก คำแสดงอารมณ์ความรู้สึกอะไรในภาษาญี่ปุ่น ที่ใช้กันบ่อย

ไม่ใช่เรื่องของคำสามคำนี้แล้ว คิดต่อได้นะคะ

อาจารย์งงก็ได้

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-17 23:18:44 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : ผมว่าน่าจะใช้shiawase นะ คิดว่า...

โดย : noom วันที่ : 2009-07-17 22:59:37 อีเมล์ : IP : 125.24.207.97

--------------------------------------------------------------------------------------------------