茶道 ห้องพิธีชงน้ำชา
เมื่อทูตญี่ปุ่น โมะริ ปล่อยไก่ตัวใหญ่ที่อเมริกา ให้คนขำกันทั่วโลก อ่านกันได้เลยค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน

   

 แปลย่อๆให้อ่านกันนะคะ

สำหรับบางคน   ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ยาก

เป็นเรื่องจริงที่เกิดจากทูตญี่ปุ่นในประเทศสหรัฐฯ

เมื่อหลายวันก่อน นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเรียนฝึกหัดพื้นฐานการสนทนาภาษาอังกฤษเบื้องต้นก่อนจะเดินทางไปกรุงวอชิงตัน เพื่อพบปะกับประธานาธิบดี โอะบะมะ

ครูภาษาอังกฤษสอนโมะริว่า เวลาที่จับมือกับประธานาธิบดี โอะบะมะ ขอให้พูดว่า

 'how r u' สบายดีหรือครับ

แล้วโอะบะมะก็ควรจะพูดตอบว่า

'I'm fine and u?' ผมสบายดี แล้วคุณล่ะ

เมื่อได้ยิน คราวนี้ขอให้พูดว่า

'Me too?' ผมก็สบายดี

หลังจากนั้น พวกเรา คนแปล จะจัดการรับมือกับมันให้เอง

ฟังดูน่าจะเป็นเรื่องแสนจะง่าย แต่ความจริงที่เกิดขึ้นคือ...

เมื่อโมะริ พบกับ โอะบะมะ

โมะริเผลอพูดผิดออกไปว่า

 'who r u?' คุณเป็นใคร

โอะบะมะเกิดอาการสะดุ้งช๊อกกับคำถามนี้นิดหน่อย แต่ก็ยังสามารถตอบโต้กลับด้วยอารมณ์ขันว่า

'Well, I'm Michell's husband, ha-ha...'

'อืม!  ผมเป็นสามีมิเชล  55  (คงขำกับคำถามพิลึก ไม่รู้จะตอบยังไง ก็เลยหัวเราะแก้ช๊อก) '

พอได้ยิน โมะริก็ตอบกลับว่า

Me too, ha-ha...'

' ผมก็เหมือนกัน (เป็นสามีมิเชล) 55' (พร้อมกับเสียงหัวเราะฮ่า ฮ่า)

ในห้องประชุมเงียบกริบอยู่พักใหญ่ (ทุกคนพูดไม่ออก ไม่รู้ลืมหายใจหรือเปล่า ไม่เห็นบอก :-)

 

  มีคนส่งมาให้อ่าน อ่านแล้วขำออกหรือขำไม่ออก ขอสงวนความคิดเห็นไว้ก่อน 

  เด็กวัดอ่านเรื่องนี้ แล้วมีความรู้สึกยังไง ช่วยเขียนมาคุยกันหน่อย อยากรู้จัง

 'how about u?' 55

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-01 05:26:49 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์ปรียาและเด็กวัดแม่บ้านญี่ปุ่น

                                ไม่ได้มาคุยหรือมาเรียนหนังสือด้วยกันนานเลยนะคะ สบายดีมั้ย   คิดถึงค่ะ  อย่าลืมถ้ามีเวลามาเข้าห้องเรียนด้วย  เพื่อนๆ คิดถึงค่ะ  อิอิ

มารยาท

โดย : maya วันที่ : 2009-07-10 00:27:02 อีเมล์ : IP : 112.142.118.97

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัดแนวหน้าทุกคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น

    สำหรับอีเมล์นี้ หรืออีเมล์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้รับ มีมานานแล้ว เพียงแต่เปลี่ยนตัวละคร เพราะว่าสมัยก่อนจะเป็นคนอื่น แล้วก็ ประธาธิบดี คลินตันด้วยเรื่อง เดียวกัน

     อาจารย์ส่งไปให้เพื่อนญี่ปุ่นที่สนิทกัน ที่มีความรู้ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ เพื่อนนักวิจัย ตลอดจนอาจารย์ที่เคารพทั้งหลาย เพราะอยากทราบว่า คนญี่ปุ่นอ่านแล้วมีความรู้สึกยังไง เพราะเท่าที่ผ่านมา อาจารย์อ่านแล้วก็ไม่เคยสำรวจ แต่คราวนี้ อยากทราบ เพราะเหตุผลหลายประการคือ

    1. อ่านทีไรก็อดขำไม่ได้

    2. หลังจากขำแล้ว ก็เกิดอาการขำไม่ออก

    3. ทำไม จึงมีอีเมล์เรื่องแบบนี้ ออกมาให้อ่านเป็นประจำ เหมือนเทพนิยาย ที่ว่าพอเปลี่ยนประธานาธิบดีทีไร ก็จะมีคนเวียนเอาเรื่องแบบนี้ ส่งมาให้อ่าน จุดประสงค์จริงๆของคนที่ส่งอีเมล์แบบนี้ให้คนอ่าน คืออะไร อยากให้ขำ หรือมีอะไรมากกว่านั้น

     อาจารย์ อ่านแล้ว อดขำไม่ได้ เพราะว่า เพียงแค่วาดภาพประธานาธิบดีสหรัฐฯไม่ว่าคนไหนก็ได้ หรือใครก็ได้ ถ้าอยู่ในเหตุการณ์ที่ว่านี้ ก็คงงงเหมือนกัน ไม่รู้จะตอบโต้ และมีปฎิกริยาอย่างไร แต่ตัวละครหรือประธานาธิบดี ก็ทำได้ดี คือ หัวเราะด้วยอารมณ์ขันที่ขำไม่ค่อยออก เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียหน้า อาจารย์ขำตรงนี้มากกว่า ที่ว่าแก้สถานการณ์ได้ดีทีเดียว

      ส่วนเรื่องที่ว่าหลังจากขำแล้ว ทำไม ขำไม่ออก ก็เพราะว่า ทำไมต้องเจาะจงที่ นักการเมือง นักการทูตญี่ปุ่น ทำไม ไม่เอานักการทูต นักการเมืองชาติอื่น เช่น จีน เกาหลี ไทย เป็นต้น

       จุดนี้นี่เอง ที่คนญี่ปุ่นเอง หลังจากที่ส่งอีเมล์ไปให้อ่าน จะตอบมาเป็นเสียงเดียวว่า 'ถือว่าเป็นความอับอายของญี่ปุ่นอยางยิ่ง' เหตุผลก็คือ พวกนักการเมืองหน้าเก่าๆทั้งหลายของญี่ปุ่น วนเวียนเปลี่ยนหน้ากันนี้แบบนี้มากี่สิบปี ไม่เคยทำอะไร ไม่เคยพัฒนาตัวเอง ทั้งที่รู้ว่า ไปเป็นทูต ต่างประเทศ ต้องพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง ไม่ใช่ ทักทายก็ยังทักไม่เป็น ตามที่คนเอามาเป็นเรื่องที่เขียนล้อเลียน เหมือนเทพนิยายให้คนได้อ่านต่อๆกัน

      คำถามต่อไปทีฉุกใจคิดได้ก็คือ ใครเป็นคนส่งอีเมล์นี้ให้คนทั้งหลายที่อ่านภาษาอังกฤษได้อ่านเกี่ยวกับนักการเมือง นักการทูตญี่ปุ่น ที่แม้แต่ภาษาอังกฤษแค่ทักทายกัน ก็ยังไม่กระดิก จุดมุ่งหมายคือ อะไร

ต้องการประจาน หรือต้องการเอาเรื่องที่คนปล่อยไก่ ทำผิด เอามาชำแหละ หรือไม่ได้คิดอะไรมาก เห็นเป็นเรื่องที่สนุกสนาน น่าขำ เลยเอามาขายหัวเราะ คลายเครียด

หรือคนที่ส่งอีเมล์นี้ คงอาจจะไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะวันๆไม่มีอะไรทำ ชอบส่งอีเมล์ประเภทนี้ให้คนอ่าน เพราะไม่ชอบอะไรที่หนักสมอง ชอบอ่าน ชอบดูทีวีที่ขำขัน อ่านการ์ตูนขำขัน มีเยอะแยะ

     ใจหนึ่งก็ขำ อีกใจหนึ่งก็สงสาร แต่อีกใจหนึ่งก็นับถือญี่ปุ่นเหมือนกันที่ว่า เอเชียชาติอื่นจะเป็นยังไง ไม่เห็นมีใครสนใจ เอามาเขียนเลย แต่ญี่ปุ่นทำอะไร คนจะเพ่งเล็งและสนใจ

      แต่พอมาคิดอีกที ในทางกลับกัน ถ้าประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือของชาติอื่นไปญี่ปุ่น จะพยายามเรียนรู้วิธีการทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่นหรือไม่ จากประสบการณ์ที่ไปฟังบรรยาย หรือไปงาน ส่วนใหญ่ จะเห็นชาวต่างชาติที่ไปญี่ปุ่น จะฝึกอย่างดี สักประโยค คือ จะหยิบที่เตรียมพูดทักทาย ออกมาอ่านเลย

     ส่วนของญี่ปุ่น โดยเฉพาะ พวกนักการเมือง และนักการทูตญี่ปุ่นทั้งหลาย อยู่ในโลกแคบๆของตัวเอง หอคอยงาช้าง ไม่ค่อยสนใจประเทศอื่น นอกจากญี่ปุ่น พอเหยียบออกนอกประเทศ ก็เหมือนคนญี่ปุ่นสมัยก่อน ภาษาไม่ว่าของชาติไหน ไม่ได้รู้เรื่อง จะไปไหนก็ต้องถือธงญี่ปุ่น เดินตามกันเป็นแถว แต่ตอนนี้เปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ และคนญี่ปุ่นที่ไปเที่ยวเองก็มีมากมาย ภาษาไทยก็พูดได้เก่ง ก็มี ไม่เอาเรื่องเลยก็มี หลากหลาย

     แต่นักการเมือง นักการทูตที่เป็นแกนนำของญี่ปุ่น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี คนญี่ปุ่นเองเอือมระอาเพราะดูเหมือนท่านทั้งหลาย ยินดี พอใจ ที่จะหยุดอยู่กับที่ หน้านักการเมืองหน้าเก่าๆทั้งหลาย ก็ยังวนเวียนให้เห็นเหมือนในบ้านเรา

    จากอีเมล์นี้ อาจารย์อาวุโสญี่ปุ่นที่เคารพ เขียนวิจารณ์มาว่า นักการเมือง นักการทูตญี่ปุ่นทั้งหลายในปัจจุบัน โดยเฉพาะ 'นายกฯญี่ปุ่นคนปัจจุบัน วันๆไม่ได้ทำอะไร นอกจากอ่านมังงะ ขนาดที่เอาเรื่องเข้าสภาฯ เสนอให้สร้าง Manga Hall' อาจารย์เขียนวิจารณ์มาพร้อมกับกล่าวสรุปว่า ถือว่าเป็นความอับอายของคนญี่ปุ่น ที่มีนายกฯแบบนี้ และเหลือเชื่อว่า มีหน้า กล้านำมาเสนอ เรียกร้องให้คนญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น สร้าง Manga Hall เพราะเป็นอย่างเดียวที่ชอบอ่าน โลกของนายกฯญี่ปุ่น

    อาจารย์คิดว่า เวลาที่นักวิชาการไปญี่ปุ่น เวลาจะไปพูดบรรยาย สมัยก่อนก็ต้องพูดภาษาญี่ปุ่นให้ได้ เพราะเขาฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง เวลาคนญี่ปุ่นไปต่างประเทศก็ต้องปรับกับประเทศนั้นๆ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังมักจะเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเจ้าของภาษาที่พูดภาษาอังกฤษย่อมได้เปรียบกว่าชาติอื่นแน่นอน

     แต่มาอเมริกา อยู่ยิ่งนานก็ยิ่งเห็นด้วยกับสุภาษิต หรือคำพูดที่คนทั่วโลก โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นที่ไม่ชอบอเมริกาจะนำมาใช้เสมอที่ว่า

    คนที่พูดภาษาต่างประเทศได้สองภาษา เรียกว่า bilingual

    คนที่พูดภาษาต่างประเทศได้สองภาษา เรียกว่า trilingual

    คนที่พูดภาษาได้ภาษาเดียว เรียกว่า American 

     ไม่รู้ในกรณีนี้ ควรจะจัดเรื่องของโมะริ เข้าไปเป็นเพื่อนกับ เทพนิยายนี้หรือไม่

    แต่เรื่องที่คนอเมริกันพูดได้ภาษาเดียวคือ ภาษาอังกฤษ มีเต็มบ้าน เต็มเมืองไปหมด ไม่ต้องเสียใจ ว่าคนไทยเราพูดได้ภาษาเดียว แต่คนที่พูดได้หลายภาษาในอเมริกาก็มีเยอะแยะ เต็มไปหมด และคนอเมริกันที่อาศัยอยู่ฝั่งตะวันออก แต่ไม่เคยแม้แต่จะบินไปฝั่งตะวันออกก็มีเยอะแยะ ถามสี่คน สามคนยังไม่มีโอกาสบินไปไกลขนาดนั้น

     เรื่องพวกนี้ เป็นเรื่องที่เขียนขึ้นเพื่อเป็นการหัวเราะอีกฝ่าย จนกลายเป็นตลกที่คนรู้กันทั่วโลก ก็คงไม่แตกต่างอะไรกับ การดูถูกเหยียดหยาม สร้างภาพพจน์ ถ้าอ่านกันสนุกๆก็ไม่เท่าไร แต่อย่างที่เด็กวัดเขียนมา ถ้าเป็นเราอยู่ในสถานการณ์นั้น แล้วปล่อยไก่ คนนำไปเล่ากันเป็นเรื่องขำขัน ก็คงขำไม่ออกแน่ จริงมั้ยคะ

     ใครมีความคิดเห็นยังไง เขียนมาแลกเปลี่ยนกันได้ค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-08 10:00:17 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ คุณครูปรียา,หัวหน้าห้องแอนจัง,คุณ Maya, คุณแป๋ว.. ไม่ได้เข้ามาพูด-อ่านกระทู้เกือบเดือนกว่าแล้วมั้งคะ ช่วงนี้ห่างเหินรับ-ส่งข้อมูลจากญี่ปุ่นไปซะนาน คิดถึงทุกๆ คนค่ะ สาเหตุคือติดดูเคเบิ้ลทีวีญี่ปุ่น (SkyPerfect TV.) โดยเฉพาะวันที่ไม่มีเรียนภาษา ก็จะดูละคร C.S.I,Ghost Whisper,Sunctuary ฯลฯ แล้วก็ดูละครญี่ปุ่น Mr.Brain ที่คุณทาคุยะเล่น ดูทุกอาทิตย์ แต่อาทิตย์นี้ตอนจบแล้ว เสียดายจัง *** นี่เป็นวิธีการฝึกภาษาที่ใช้อยู่ตอนนี้คะ กล่าวคือเลือกฟังภาษาอังกฤษแล้วอ่านซับภาษาญี่ปุ่น ก็พอฝึกคันจิง่ายๆ ได้ ที่สำคัญคือพอเลือกภาษาไทยไม่ได้ ต้องฟังเป็นภาษาญี่ปุ่นบ้าง อังกฤษบ้าง 2 ภาษานี้เลยดีขึ้นเรื่อยๆ (สามีชม..) *** กระทู้นี้เคยอ่านก่อนหน้านี้แล้ว เลยอยากฟังความคิดเห็นจากหลายๆ ท่านบ้าง ส่วนตัวคงขำไม่ออก และถ้าอยากตีใครสักคน กำลังคิดว่าจะเลือกนายกฯ โมริหรือเลือกคนสอนภาษาดี เฮ้อ.. คนญี่ปุ่นพูดภาษาอังกฤษไม่เก่งใช่ไหมคะ ถึงพยายาม(หนักหนา)ที่จะส่งเสริมให้ชาวต่างชาติพูดภาษาญี่ปุ่นให้เยอะๆ ข้อดีที่คนพูดภาษาญี่ปุ่นได้เปรียบกว่าคนอื่นก็คือ ไปกวม,เกาหลี,ฮาวาย พูดญี่ปุ่นได้ก็ไปเที่ยวได้แล้วคะ แต่พอถึงคราวตัวเองต้องเรียน-พูดภาษาอังกฤษบ้าง หน้าแตก.. *** ขอยกตัวอย่างจากที่เคยเรียนมาเช่น かわいい (น่ารัก) กับ こわい (เข้มงวด) แทนที่จะชมอาจารย์น่ารัก กลับเป็นว่าชมอาจารย์น่ากลัวซะงั้น หุหุ... *** พรุ่งนี้ขอลาไปเที่ยวฮาวายนะคะ กลับมาแล้วจะหาข้อมูลมาเล่าและขอฝากคำถามแทนของที่ระลึกให้คุณครูนะคะ *** สวัสดีค่ะ

โดย : เด็กวัดแม่บ้านญี่ปุ่น วันที่ : 2009-07-07 16:39:52 อีเมล์ : IP : 59.141.251.100

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะทุกคน

อาจารย์ยังอยากอ่านความคิดเห็นคนอื่นๆอีก เพราะมีเรื่องมาเล่า เพื่อจะได้เรียนรู้ หลายอย่าง จากเมล์นี้นะคะ ไม่งั้น ก็คงขำคนเดียว หรือขำไม่ออกคนเดียว แล้วก็ผ่านไป

แต่ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะหัวสมองไม่ยอมให้หยุดแค่นั้นนะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-03 00:41:31 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ อาจารย์ปรียาที่น่ารัก และเพื่อนเด็กวัดทุกคนค่ะ

        ค่ะ ได้อ่านแล้วค่ะ ก็ขำไม่ออกนะคะ ถ้าเปรียบสถานการณ์ที่กดดัน หรือ ตื่นเต้นพูดผิดถูกก็เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์เราค่ะ (ทำให้นึกถึงตัวเองขึ้นมานะคะ) ตอนที่พูดกับหัวหน้าคนญี่ปุ่น ที่ตั้งชื่อ ตอนออกเสียงผิด ความเปลี่ยนค่ะ ยังลืมไม่ลงจนวันนี้เลยล่ะคะ

       ถ้าเรามองความผิดพลาดของคนอื่นเป็นเรื่องขำขัน คงไม่ดีมั้งค่ะ เว้นเสียแต่ว่า อย่าหัวเราะออกเสียงดังให้เขารู้เท่านั้นเองค่ะ

โดย : เด็กวัดแป๋วค่ะ วันที่ : 2009-07-02 21:14:59 อีเมล์ : IP : 118.174.185.140

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ แฟนๆหนังสือ และเด็กวัด maya

ส่งไปให้เพื่อนๆญี่ปุ่นอ่าน เพื่อนๆตอบมาเสียงเดียวกัน

แล้วคนไทยอ่านแล้ว เป็นยังไง อย่างน้อยก็มีแนวหน้าให้ความคิดเห็นมาแล้ว

คนอื่นละคะ ขำกลิ้ง หรือขำไม่ออกคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-02 12:02:51 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

Good morning sensei

                                      Who  R   U   sensei   oops!!  How  R    U   sensei   55  เอิ๊ก ไม่ได้คิดเยาะเย้ยใครค่ะ แต่  เคยเป็นมาแล้วค่ะทำนองนี้ค่ะ  ก็เลยขำไม่ออกค่ะ 

maya

โดย : maya วันที่ : 2009-07-02 11:56:20 อีเมล์ : IP : 112.142.63.17

--------------------------------------------------------------------------------------------------