茶道 ห้องพิธีชงน้ำชา
วัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ไม่มีในไทย หาอ่านได้จาก สนุกกับการเขียนภาษาญี่ปุ่น
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และ เด็กวัดทุกคน

 

    ตั้งแต่พิมพ์หนังสือ สนุกกับการเขียนภาษาญี่ปุ่น เห็นจำนวนคนซื้อไปใช้เยอะมาก แต่เพิ่งจะคิดได้ว่า ไม่เคยมีใคร เขียนมาถามเลยนะคะ

   อาจารย์ตอนที่แปลหนังสือเล่มนี้ ทึ่งมากที่ว่า ญี่ปุ่นมีอะไรที่เราไม่มีเยอะแยะ เป็นเรื่องของความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม อาจารย์จะป้อนให้ คงไม่สนุกแน่ เพราะถ้าไม่มีคนถาม อาจารย์เล่าไปก็เป็นการป้อนอีก ใครที่สนใจอยากเขียน ดูเหมือนจะมีน้อยมาก เพราะห้องหัดเขียน ไม่มีแนวหน้าเขียนมา หลังจากแนวหน้า เด็กวัดฮั้ว เขียนมา แต่ตอนนี้คงทำงานหนักมาก

   อยากให้ทุกคนที่ซื้อหนังสือไป ขอให้นำไปใช้ให้เต็มที่ และพยายามหัดสงสัย อยากรู้นะคะ อาจารย์จะได้ช่วยอธิบายได้ 

  

       วันนี้ เอาอะไรที่น่าสนใจมาให้อ่าน มันน่าสนใจตรงไหนนะคะ เมื่อเทียบกับวัฒนธรรมไทยเรา

ขอให้เด็กวัดช่วยกันตอบว่า ของไทยและของญี่ปุ่นแตกต่างกันตรงไหนนะคะ

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-06-26 21:05:26 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด kae chan

ดีค่ะ ยิ่งเราทำงาน เราก็ต้องเรียนรู้ไม่งั้น อีกหน่อยก็กลายเป็นไม้ผุๆ แม้จะอ่านจากเว็บฯต่างๆหรือรวมของอาจารย์ก็ตาม งานหลัก เราก็ยังต้องอ่านหนังสือที่มีสาระเป็นหลัก เพราะจากเว็บ ยิ่งบ้านเราคุณภาพเว็บมีหลากหลาย อาจารย์ไม่ได้เสียเวลา กับการท่องเว็บ อาจารย์อยู่ที่อเมริกา มีนับไม่ถ้วน ประเภทแบบ chat และประเภทใช้เวลากับการท่องเว็บที่ไร้สาระ ซื้อของ ดูโน่นดูนี่ ถ้าจะทำ วันๆไม่ต้องทำอะไร เพราะเวลาไม่เหลือ ไม่พอ

อาจารย์ยังมีเรื่องจะเล่าให้ฟังเยอะแยะจากการที่อยู่ที่ประเทศนี้ และเรื่องราวต่างๆของญี่ปุ่นเปรียบเทียบให้อ่านได้เยอะแยะ ตลอดจนเรืองต่างๆ

ขอให้มีการแสดงความคิดเห็น ก็จะมีการป้อนอาหารให้ต่อค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-02 17:57:51 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนเด็กวัดทุกคน

เป็นเหมือนกันค่ะที่เขียนความเห็นไปยืดยาวแล้วก็ไพสไม่ได้หายไปหมดเลย อารมณ์ประมาณว่าพิมพ์งานไปจนใกล้เสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้เซฟแล้วไฟดับ รู้สึกเจ็บใจ หมดหวังในชีวิต(เวอร์ไปมั้ยคะ) คือสรุปง่ายๆว่าขี้เกียจเขียนใหม่ เขียนแล้วไม่เหมือนเดิม บางทีเลยเขียนน้อยๆไว้ก่อนจะได้ไม่รู้สึกหงุดหงิดใจเวลาเกิดปัญหา แต่อาจารย์คงไม่เห็นด้วยกับวิธีของหนูแน่ๆเลย

ขอบคุณอาจารย์นะคะที่เอาเรื่องต่างๆที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟัง ตัวหนูเองก็ไปญี่ปุ่นแค่ไม่กี่ครั้ง ครั้งละไม่กี่วัน ได้ไปก็เพราะบริษัทส่งไปทำงาน ซึ่งก็ไม่ค่อยรู้เรื่องวัฒนธรรมความเป็นอยู่ การใช้ชีวิตอย่างลึกซึ้งสักเท่าไหร่ ที่มีความรู้อยู่นี่ก็ได้มาจากการอ่านหนังสือ ฟังคนญี่ปุ่นเล่าให้ฟัง หาอ่านตามเวบญี่ปุ่นนี่แหละค่ะ ถ้ามีอะไรน่าสนใจช่วยเอามาเล่าให้ฟังอีกนะคะ

โดย : kae chan วันที่ : 2009-07-02 15:59:50 อีเมล์ : IP : 192.168.0.70

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัดแป๋ว

ดีมากค่ะ ที่เขียนมาคุยกัน อาจารย์จะได้เล่าให้ฟัง เพราะอาจารย์ก่อนจะฉลาดก็ต้องโง่ก่อน โดนเพราะความแตกต่างระหว่าง 0 และ i บางทีเผลอที่เขียนไว้หายลับไปกับตา ทางออกก็คือ ก่อนที่จะตอบกระทู้ ctrl+C Z (copy ที่เราเขียนไว้หมดก่อน) กันเหนียว ถ้าผิดพลาด เราก็แปะเข้าไปใหม่ได้

เรื่องเกี่ยวกับ การหัดนิสัยขีดเขียน เป็นเรื่องสำคัญ คนรุ่นใหม่มีปัญหามากในญี่ปุ่นตอนนี้ เพราะมักง่าย กินแล้วทิ้งหน้าตาเฉย เหมือนคนแก่ที่ไร้ยางอาย ตามถนน หน้าตาเฉยเห็นเยอะแล้วค่ะ

ส่วนเรื่องมือบอนเขียนเลอะเทอะในห้องน้ำมีมากในอเมริกา ญีปุ่น จนเขาต้องทำผนังที่เขียนไม่ติดค่ะ

คนญี่ปุ่นเขารักความสะอาด ส่วนบ้านเรา ไม่สนใจความสะอาด และรักความสกปรก เห็นแก่ตัว เพราะไม่เคยคิดจะทำเอง เราไม่ได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ก็คงว่าได้ ไม่สนใจ ไม่มีคำว่า เพื่อส่วนรวม เราจึงไม่มีห้องน้ำสาธารณะให้ใช้ตามสถานีรถไฟ เพราะคงเละแน่ ห้องน้ำญี่ปุ่นที่เละก็มีมาก เพราะว่า ไม่สนใจว่าเป็นของส่วนรวม ไม่จำเป็นไม่คิดแม้แต่อยากจะเข้าไป อ่างล้างมือ มีทั้งผม มีทั้งน้ำ แต่เขาไม่มีพนักงานทำความสะอาด มาคอยยืนจ้องมองเราเหมือนเมืองไทย ขนาดจ้องก็ยังเลอะเทอะ

ตามที่เคยเขียน ที่สนามบินเบลเยี่ยม เข้าไปต้องหยอดเงิน ตอนออกคืนเงินก็มี จ่ายเงินก็มี เข้าไปนอนได้สบาย สะอาดที่สุด สะอาดกว่าญี่ปุ่นอีก ยังประทับใจ ไม่เคยลืมค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-06-27 22:39:04 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ อาจารย์ปรียาที่น่ารักค่ะ และเพื่อนเด็กวัดทุกคนค่ะ

         อยากมีคนอยากอ่านอยู่นะคะ ตรงนี้ไงค่ะ ที่จริงได้แสดงความคิดเห็นไว้แล้วกับกระทู้นี้นะคะ แต่ว่าเวลาใส่รหัสยืนยัน ตัว โอ กับ มันใกล้เคียงกันมากค่ะ ถ้ากดผิด ต้องมานั่งพิมพ์ใหม่หมดเลยค่ะ เสียเวลาคิดนะคะบ้างเรื่องสำคัญ คิดไว้ว่าอยากจะตอบแบบนี้ ก็มานั่งทำใหม่เลยทำให้สับสันกันไปใหญ่จึงเรียนให้อาจารย์เข้าใจนะคะ อีกอย่างนะคะ คอมฯ ไม่ค่อยดีด้วยค่ะ บ้างครั้งเข้าเวฟได้บ้างไม่ได้บ้างอย่างนี้นะคะ

คำถามที่อาจารย์ฝากถามมา มีคำตอบให้นะคะ มาช้า ดีกว่าไม่มานะคะ

อาจารย์ปรียา :  วันนี้ เอาอะไรที่น่าสนใจมาให้อ่าน มันน่าสนใจตรงไหนนะคะ เมื่อเทียบกับวัฒนธรรมไทยเรา

ขอให้เด็กวัดช่วยกันตอบว่า ของไทยและของญี่ปุ่นแตกต่างกันตรงไหนนะคะ

ขอตอบค่ะ มันน่าสนใจตรงนี้ไงค่ะ 1.เขาฝึกสร้างนิสัยเขียนให้เป็นที่ เขียนในที่ที่เขาให้เขียน และ สำหรับเราก็ข้างกำแพงไงค่ะ หรือผนังห้องน้ำสาธาระณะประโยชน์ค่ะ ทำเลดี อย่าใส่อะไรเต็มทีเลยค่ะ ทั้งๆที่มีป้ายประกาศว่าห้ามเขียนอยู่ตัวเบอเรอก็ยังไม่ฟังเสียงค่ะ

                                                2. ทิ้งให้ถูกทาง (ขยะ) เขาแยกขยะไว้ไปใช้ใหม่ เห็นคนที่เขาไปญี่ปุ่นมาเขาบอกมาว่า บ้านเมืองเขาสะอาดสะอ้านกว่าเราค่ะ ขยะแทบไม่มีให้เห็น และที่สำคัญนะค่ะ

ที่บริษัทฯ เวลาที่คนญี่ปุ่นเขาเห็นขยะตกเกลี่ยนกลาดพื้นเขาจะเก็บไปทิ้งถังขยะให้นะคะ ตรงกันข้ามกับเรานะคะ ทำเป็นไม่เห็นหน้าตาเฉยเลยค่ะ

วันนี้ขอฝากข้อคิดไว้เท่านี้นะคะ แล้วจะรออ่านตอนต่อไปค่ะ อาจารย์ค่ะ อยากรออ่านเรื่องโลกแห่งความเหงา 4 อยู่นะคะ ที่มีคนถามว่าไม่เหงาเหรอมาอยู่ไกลบ้าน แล้วอาจารย์ก็ตกใจ แล้วตอบว่าไงหรือค่ะ  อยากรู้ค่ะ

 

      

โดย : เด็กวัดแป๋วค่ะ วันที่ : 2009-06-27 22:25:23 อีเมล์ : IP : 118.174.102.19

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัด Kae chan

ตอนที่อาจารย์อยู่ตอนนั้น คนยังไม่ได้ใช้มือถือกันมากเท่าปัจจุบัน มีทุกสถานีค่ะ และมีประโยชน์มาก เพราะตอนที่ไม่มีมือถือ เกิดคลาดกัน อย่างเช่น สมัยที่ลูกศิษย์ไปหาอาจารย์ที่ญี่ปุ่น อาจารย์กลัวศิษย์จะไม่รู้ บอกให้จดว่าเจอทางไหน ชั้นไหน เพราะถ้าคลาดก็ไม่มีทางได้เจอเพราะสถานีใหญ่ๆ เจอกันคนละซีก คนละชั้น หรือคนละทางออก เป็นเรืองธรรมดา คนญี่ปุ่นก็คลาดกันเยอะ จึงต้องระวัง

แต่ศิษย์ไทยฟังแล้วก็คิดว่าตัวเองเข้าใจ ตอนออกจากโรงแรมไม่ได้เอาใบที่อาจารย์บอกให้จดไว้

ไปรอกันคนละชั้น ตรงหน้าร้านขายดอกไม้

ถ้ามีกระดานดำ คนญี่ปุ่นจะแวะไปดู เผื่อเพื่อน หรือคนฝากข้อความไว้ เช่นไปสาย เขาไม่รอ

เขาอาจจะบอกว่า กลับไปแล้ว หรือไม่ก็เจอกันที่ร้าน อะไรทำนองนี้

นี่คือความแตกต่างทางด้านความสะดวก แม้จะมีมือถือ ก็ยังคิดว่าจำเป็นค่ะ

และช่วยได้มากทีเดียว

ขอบคุณมากที่เขียนมาแสดงความคิดเห็น จะได้เปิดโลกกว้าง ถ้าไม่มีใครเขียนมา อาจารย์ก็ไม่อยากเล่า

เพราะเล่าไปก็แค่นั้น ไม่มีใครอยากจะรู้จริงไหมคะ เพราะจะเอาแต่อ่าน นิสัยแบบไทยๆ ไม่มีการให้และการรับ เอาแต่จะรับอย่างเดียว เป็นสิ่งที่ดี เป็นการแสดงออกถึงมารยาท และน้ำใจซึ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ในการรวมอยู่กับคนในสังคมค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-06-27 21:59:52 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์

เพิ่งรู้ว่าที่สถานีรถไฟที่ญี่ปุ่นมีกระดานฝากข้อความแบบนี้ด้วย เคยไปญี่ปุ่นยืนรอรถไฟแต่ไม่ได้สังเกตว่ามี เอมีทุกที่ในญี่ปุ่นเลยหรอคะ

โดย : kae chan วันที่ : 2009-06-27 20:16:36 อีเมล์ : IP : 118.174.172.45

--------------------------------------------------------------------------------------------------