富士山の見える部屋
ควันหลง ภาพจากญี่ปุ่น ให้เด็กวัดดู จะได้วิ่งตามฝันค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

 

นี่คือ ภาพวัดที่เมืองคะมะคุระ เมืองแห่งรัฐบาลทหารแห่งแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

 ที่เราจะมาเรียนกันคร่าวๆ เพื่อจะได้เข้าใจประวัติความเป็นมาของญี่ปุ่น

 

สถานีชิบุยะ ตอนกลางคืน มองไปไหนมีแต่หัวคนสีดำเต็มไปหมด

 

 

ใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น หรืออยู่ญี่ปุ่น เบียดเข้ารถไฟเหมือนปลากระป๋อง

เป็นเรื่องธรรมดา ที่ทรมาน แต่ทุกคนก็ต้องทน

ไม่งั้น ก็คงไม่มีทางได้ขึ้นรถไฟ

เพราะแน่นทุกขบวนตอนเช้า

ดีใจที่ตอนนี้ไม่ต้องเบียดอีกแล้ว

แค่ไปเที่ยวก็ยังแทบแย่

 

เด็กวัดที่ไม่เคยไป จะได้เห็นญี่ปุ่นในหลายแง่มุมนะคะ ดูแล้วเป็นยังไงบ้าง

สิบปากพูดไม่เท่าตาเห็น วิ่งตามฝัน อาจารย์ขายฝัน แล้วเด็กวัดก็วิ่งตามหาฝันนะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-06-01 08:12:13 อีเมล์ : IP : 71.190.36.100

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัดแอ๋ม

เรื่องการมองโลก มองปัญหาในแง่ลบ เป็นสิ่งที่บั่นทอนจิตใจ เราต้องยอมรับความจริงที่ว่า เราเป็นมนุษย์ บางครั้งเราอาจจะทำผิดคิดผิดไป แต่ถ้ามัวแต่ไปมองเรื่องที่เกิดขึ้น เราก็ไม่มีแรงที่จะวิ่งต่อไป

คนเอเชียส่วนใหญ่ เราจะถูกสอนมาให้มองแต่อนาคตอย่างเดียว ทั้งที่มาไม่ถึง แล้วก็ชอบย่ำติดกับอดีต ยิ่งมองว่าเกิดมามีเวรมีกรรม ชีวิตจึงแย่ ชอบเอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่นที่ดีกว่า แต่ไม่เคยให้รางวัลตัวเองว่าถ้าเทียบกับคนอื่น เราสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่คนที่สอบไม่ได้ เขาจะกลุ้มใจขนาดไหน ต้องหัดมองโลกในแง่ดี

      การมองโลกในแง่ไม่ดี หรือจิตลบ เราก็จะบั่นทอนจิตใจตัวเอง ป่วยทางใจ เหมือนทางตะวันตกที่เป็นโรคความกดดันทางจิตใจ ต้องระวัง ต้องพยายามสร้างความสุข

     ความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความสุขแบ่งปัน หรือหยิบยืมกันไม่ได้ เราต้องสร้างเอง เพราะความสุขของหนูแอ๋มก็คือ หนูจะพยายามทำความฝันให้เป็นจริง คนที่อยากได้เงินอยากรวย ความสุขของเขาก็คือ การมีเงินเยอะๆ ความสุขของอาจารย์ณจุดนี้ก็คือ ความสุขใจที่ถ่ายทอดความรู้ และความสุขกายและใจที่ตื่นขึ้นมาแล้วเรายิ้มแย้ม ร่างกายแข็งแรงเพื่อต่อสู้กับชีวิตที่อาจารย์ยังพยายามวิ่งตามฝันอยู่ค่ะ

ความสุขอยู่ที่เรา เราเป็นคนสร้างค่ะ จำปรัชญาแห่งชีวิตได้ไหมคะ เคล๊ดลับแห่งชีวิต วิ่งไปถามใคร ไม่มีใครให้คำตอบได้ค่ะ ถามกูรู ก็ตอบว่าถ้วยกาแฟ ทำไมมันง่ายอย่างงั้น อ้าว ถ้างั้นก็อาจเป็นถ้วยชาก็ได้

คำตอบก็คือ อะไรก็ได้ เพราะไม่มีคำตอบที่แน่นอน อย่าเอาตัวไปเทียบกับคนอื่น อย่าแข่งกับคนอื่น เพราะยิ่งแข่งก็ยิ่งทุกข์ แต่แข่งกับตัวเอง เหมือนเห็นรุ้งกินน้ำที่มีสีสวยงาม อยากวิ่งไปจับต้องมันใช่ไหมค่ะ สวยและทำให้จิตใจสบาย วิ่งตามฝัน ไม่มีใครทำความฝันให้เป็นจริงได้นอกจากตัวเอง เราวิ่งตามฝัน เพราะเราฝันอยากจะเป็น ฝันอยากจะทำ ไม่ใช่ทรมานที่จะต้องทำนะคะ

ดีค่ะ เข้ามาวิ่งตามฝัน มาเรียน แล้วฝันเป็นจริงเมื่อไร อย่าลืมมาบอกอาจารย์ด้วยนะคะ จะได้ดีใจด้วยค่ะ

อาจารย์ชอบสุภาษิตนี้เมื่อเกิดอะไรที่ผิดพลาดที่เราทำไป ก็คือ Don't cry over the split milk

อย่าร้องห่มร้องไห้เสียดายกับนมที่เราทำมันหกไปแล้ว เพราะเอามันกลับเข้าขวดหรือแก้วเหมือนเดิมไม่ได้ อาจจะเลียแผลตัวเองด้วยการเรียกแมวมาปลอบด้วยการกินแทนก็ได้นะคะ พูดเล่น สุภาษิตนี้สะท้อนให้เห็นว่าสมัยก่อน นม แพงมากๆๆค่ะในสังคมตะวันตก

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-06-06 17:32:07 อีเมล์ : IP : 71.190.36.100

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์ หนูหายไปนาน เลยค่ะ เพราะสภาพจิตใจย่ำแย่มากๆ ดูโทรทัศน์ ก็มีแต่ข่าวเครียดๆ น่ากลัวๆ อ่านหนังสือพิมพ์ก็มีแต่ข่าวฆาตกรรม... จิตตกไปเลยค่ะ

แต่วันนี้หนูกลับมาด้วยพลังใจที่เต็มเปี่ยม  เมื่อคืนได้ดูรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง เขาพูดเรื่องการคิดบวกค่ะจริงๆคำนี้ เคยได้ยินบ่อย แต่ก็คิดว่ามันจะจริงหรอ ...เค้าบอกว่าชีวิตเราจะขึ้นสวรรค์หรือลงนรกก็อยู่ที่สมองของเราว่าจะคิดให้มันไปทางไหน ...แต่พอลองทำดูอย่างตั้งใจ ก็คิดว่ามันช่วยจริงๆค่ะ เมื่อวานยังบ้าบอจิตตก แต่พอรุ่งขึ้นคิดบวกอะไรๆก็ดีไปหมด รู้สึกมีแรงทำอะไรได้เยอะแยะเลยค่ะ บวกกับตอนนี้มีโอกาสที่เคยคิดว่าจะไม่วิ่งมาหาอีกแล้ว เป็นทุนให้ไปทัศนศึกษาที่ญี่ปุ่น10 วันค่ะ แต่ต้องสอบแข่งขัน หลังจากที่มัวแต่เสียดายที่ลาออกจากเอกภาษาญี่ปุ่นที่มหาลัยแห่งหนึ่ง เพราะที่นั่นมีทุนให้ไปเยอะแยะมากมายแล้วก็ไม่ต้องแข่งขันอะไรมากแค่ทำเกรดให้สูงก็พอ เป็นการแข่งกับตัวเองมากกว่า... คิดว่าเรามีโอกาสแท้ๆ ทำไมไม่คว้าไว้ ไม่ตั้งใจเรียนตอนนั้น แต่พอได้ดูรายการนี้ แล้วก็อ่านหนังสือหลายๆเล่ม ก็ทำให้มีกำลังใจที่จะวิ่งตามฝันต่อไปค่ะ และคิดว่าจะต้องทำได้แน่นอนค่ะ  เขาบอกว่าให้ทำอดีต0% ปัจจุบัน100 % อนาคต0% อนาคตจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับปัจจุบัน  แต่อดีตของหนูทำให้รู้คุณค่าของโอกาส หนูจะพิชิตมันให้ได้เลยค่ะอาจารย์  อาจารย์ช่วยเป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะค่ะ

โดย : หนูแอ๋ม วันที่ : 2009-06-06 15:56:49 อีเมล์ : IP : 124.122.151.190

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน

ความแน่นในรถไฟญี่ปุ่นที่อาจารย์ต้องใช้ชีวิตมานานปี ไม่ใช่คนแน่นอย่างเดียว ขนาดที่วางขาบนพื้นยังแทบจะไม่มี เพราะถูกเบียดจนหาที่วางขาไม่ได้ คนก็เบียดจนตัวเอียง ทรมานสุดๆ ต้องหลับตา และอดทนบอกตัวเองว่าอีกสิบ หรือยี่สิบนาที มันทรมานมากๆ แล้วคนที่เบียดก็มีหลายประเภท แถมประเภทถือโอกาสก็เยอะ ลำบากมาก ไม่ใช่ความฝันที่อยากฝัน แต่คนญี่ปุ่นเขาไม่มีทางเลือก ของใส่กระเป๋า ออกจากรถไฟก็แบนทีเดียว จึงต้องเอาแต่ของที่ไม่มีการบี้แบน

ไม่อยากคิดถึงเวลาที่ต้องออกจากบ้านเดินทางไปทำงานตอนเช้า นรกในญีปุ่นเลยค่ะ

และไม่มีคำว่าเห็นใจ เพราะเขาชินกันทุกคน เบียดได้เบียดเข้าไปเลย ไม่ต้องไปสนใจ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-06-02 19:45:23 อีเมล์ : IP : 71.190.36.100

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : เคยมีประสบการณ์เบียดในรถไฟมาแล้ว แน่นมากมาย แบบว่าสุดๆ มองเป็นทางไหนก็ไม่ได้ ก้มหน้าอย่างเดียวเลยค่าาาาาา

โดย : ploytakuyaki วันที่ : 2009-06-02 17:06:49 อีเมล์ : IP : 221.42.111.16

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ขอบคุณอาจารย์ปรียามากที่สุดในโลกเลยค่ะ

แง่มมม..ญี่ปุ่น  ซักวันต้องไปให้ได้  ไปแตะๆลูบๆก็ยังดี เฮ้อ  เมื่อไหร่ฝันจาเป็นจิงเน้อ..

โดย : keichi วันที่ : 2009-06-02 09:39:45 อีเมล์ : IP : 125.24.232.13

--------------------------------------------------------------------------------------------------