ข้อความ :
สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัดแอ๋ม
เรื่องการมองโลก มองปัญหาในแง่ลบ เป็นสิ่งที่บั่นทอนจิตใจ เราต้องยอมรับความจริงที่ว่า เราเป็นมนุษย์ บางครั้งเราอาจจะทำผิดคิดผิดไป แต่ถ้ามัวแต่ไปมองเรื่องที่เกิดขึ้น เราก็ไม่มีแรงที่จะวิ่งต่อไป
คนเอเชียส่วนใหญ่ เราจะถูกสอนมาให้มองแต่อนาคตอย่างเดียว ทั้งที่มาไม่ถึง แล้วก็ชอบย่ำติดกับอดีต ยิ่งมองว่าเกิดมามีเวรมีกรรม ชีวิตจึงแย่ ชอบเอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่นที่ดีกว่า แต่ไม่เคยให้รางวัลตัวเองว่าถ้าเทียบกับคนอื่น เราสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่คนที่สอบไม่ได้ เขาจะกลุ้มใจขนาดไหน ต้องหัดมองโลกในแง่ดี
การมองโลกในแง่ไม่ดี หรือจิตลบ เราก็จะบั่นทอนจิตใจตัวเอง ป่วยทางใจ เหมือนทางตะวันตกที่เป็นโรคความกดดันทางจิตใจ ต้องระวัง ต้องพยายามสร้างความสุข
ความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความสุขแบ่งปัน หรือหยิบยืมกันไม่ได้ เราต้องสร้างเอง เพราะความสุขของหนูแอ๋มก็คือ หนูจะพยายามทำความฝันให้เป็นจริง คนที่อยากได้เงินอยากรวย ความสุขของเขาก็คือ การมีเงินเยอะๆ ความสุขของอาจารย์ณจุดนี้ก็คือ ความสุขใจที่ถ่ายทอดความรู้ และความสุขกายและใจที่ตื่นขึ้นมาแล้วเรายิ้มแย้ม ร่างกายแข็งแรงเพื่อต่อสู้กับชีวิตที่อาจารย์ยังพยายามวิ่งตามฝันอยู่ค่ะ
ความสุขอยู่ที่เรา เราเป็นคนสร้างค่ะ จำปรัชญาแห่งชีวิตได้ไหมคะ เคล๊ดลับแห่งชีวิต วิ่งไปถามใคร ไม่มีใครให้คำตอบได้ค่ะ ถามกูรู ก็ตอบว่าถ้วยกาแฟ ทำไมมันง่ายอย่างงั้น อ้าว ถ้างั้นก็อาจเป็นถ้วยชาก็ได้
คำตอบก็คือ อะไรก็ได้ เพราะไม่มีคำตอบที่แน่นอน อย่าเอาตัวไปเทียบกับคนอื่น อย่าแข่งกับคนอื่น เพราะยิ่งแข่งก็ยิ่งทุกข์ แต่แข่งกับตัวเอง เหมือนเห็นรุ้งกินน้ำที่มีสีสวยงาม อยากวิ่งไปจับต้องมันใช่ไหมค่ะ สวยและทำให้จิตใจสบาย วิ่งตามฝัน ไม่มีใครทำความฝันให้เป็นจริงได้นอกจากตัวเอง เราวิ่งตามฝัน เพราะเราฝันอยากจะเป็น ฝันอยากจะทำ ไม่ใช่ทรมานที่จะต้องทำนะคะ
ดีค่ะ เข้ามาวิ่งตามฝัน มาเรียน แล้วฝันเป็นจริงเมื่อไร อย่าลืมมาบอกอาจารย์ด้วยนะคะ จะได้ดีใจด้วยค่ะ
อาจารย์ชอบสุภาษิตนี้เมื่อเกิดอะไรที่ผิดพลาดที่เราทำไป ก็คือ Don't cry over the split milk
อย่าร้องห่มร้องไห้เสียดายกับนมที่เราทำมันหกไปแล้ว เพราะเอามันกลับเข้าขวดหรือแก้วเหมือนเดิมไม่ได้ อาจจะเลียแผลตัวเองด้วยการเรียกแมวมาปลอบด้วยการกินแทนก็ได้นะคะ พูดเล่น สุภาษิตนี้สะท้อนให้เห็นว่าสมัยก่อน นม แพงมากๆๆค่ะในสังคมตะวันตก