茶道 ห้องพิธีชงน้ำชา
กำกวม ไม่ชัดเจนอย่างนี้ แล้วสื่อกันได้หรือ (1) หาคำตอบร่วมกันได้ค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน

 

 

ควันหลง เด็กวัดสงสัยใช้รูปประโยคทั้งประโยคไม่ได้หรือ

หาอ่านกันก่อน หน้า 188-190

 

 

            บทความนี้คงเป็นบทความที่อยากจะเขียนคุยกับเด็กวัดเพราะพวกเราคงสงสัย ทำไม ภาษาญี่ปุ่นซับซ้อน ยุ่งยาก และกำกวมดีจัง ตามที่เด็กวัด maya เขียนมาถามว่า เรียนมาัทั้งประโยคตามตำราเรียน และผันคำกริยา ก็ถูกต้อง ทำไม เอาเข้าจริงๆเขาไม่ใช้กัน ตามที่ในหนังสือ ภาษาญี่ปุ่น 1 สนุก  หน้า 188-190 ตัวอย่างที่ใช้ก็คือ 

 

doozo ocha o nonde kudasai.

どうぞお茶を飲んでください。

เชิญดื่้มน้ำชา

 

ประโยคนี้ สุำภาพ เพราะมีคำว่า doozo どうぞ แล้วก็มีรูปประโยค te kudasai ~て+ください ที่เราเรียนกันว่า กรุณา หรือ โปรด

 

             ถ้าจะพูดไป คำพูดนี้ก็คงไม่ต่างอะไรกับ บทละครฉากหนึ่ง ซึ่งฟังดูแล้วน่าจะเป็นไปด้วยดีไม่ใช่หรือ แต่ในหนังสือชุด ภาษาญี่ปุ่น สนุก  มิซึตะนิ กลับให้ความคิดเห็นว่า ถ้าผู้เรียนใช้รูปประโยคนี้ตลอดเวลา จะทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกว่า เป็นการใช้ภาษาแบบที่เรียนในห้องเรียน หรือไม่ก็เป็นการพูดที่จำเพาะเจาะจง หรือไม่ก็ก้าวร้าวเกินไป แถมให้ข้อคิดว่า ประโยคทีู่ถูกต้องตามไวยากรณ์นั้นไม่เสมอไปว่าจะเป็นประโยคที่ดีที่สุด

 

            จากตัวอย่างประโยคนี้ ทำให้เรารู้ว่า การเรียนภาษาญี่ปุ่นจากตำราเรียนอย่างเดียว ไม่อาจนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้เสมอไป ตามที่อาจารย์เคยเขียนให้อ่านกันหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า ภาษาญี่ปุ่นจะติดเป็นโยงใยกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบแยกแทบจะไม่ออก ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษที่ค่อนข้างเด่นชัดของภาษาญี่ปุ่นเมื่อเทียบกับภาษาอื่น เช่น ภาษาอังกฤษ

 

          ภาษาไทยเราก็ไม่ใช่ว่าจะไม่กำกวมเลย  ภาษาไทยเราก็กำกวม ไม่ชัดเจน และบางครั้งภาษาไทยของเราก็เช่นกัน ไม่ต้องพูดมาก เราก็เข้าใจและสื่อกันได้ถ้าเราเป็นคนไทย แต่คนต่างชาติก็คงจะงง สับสนว่าคนไทยอยากจะบอกอะไร เพราะไม่เข้าใจ สัญญาณของความหมายภาษาไทยที่คนไทยใช้ ในความคิดเห็นของอาจารย์คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพียงแต่ว่า การทำวิจัยภาษาไทยที่สะท้อนสังคมวัฒนธรรมของไทย มีนักวิชาการและนักวิจัยสักกี่คนที่จะสนใจค้นคว้าหาคำตอบเหล่านี้

 

            สิ่งสำคัญในสังคมญี่ปุ่นที่ทุกคนปฎิเสธไม่ได้ก็คือ การที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับทุกสิ่งในสังคมญีปุ่น คนญี่ปุ่นไม่ว่าจะทำอะไร จะคิดอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องผสมผสานกลมกลืนเข้ากันได้อย่างดี มีสมดุลยภาพ ตามที่เรารู้ๆกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้ภาษา หรือการแสดงออกของท่าทางก็ตาม ล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญที่คนญี่ปุ่นจะต้องอ่านให้ออก และเข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร และถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่คนญี่ปุ่น จะต้องถือปฎิบัติตามกันอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สังคมเป็นไปด้วยดี เหมือนเครื่องจักรที่มีน้ำมันหล่อลื่น ไม่ใช่ฝืด กระตุก ทำเสีัยงดัง ก่อความรำคาญ หรือเครื่ืองจักรเดินๆหยุดๆ เป็นต้น

 

           เราทุกคนคงสงสัยว่า ทำไมภาษาญี่ปุ่นต้องยุ่งยากมากมายขนาดนั้น คำตอบก็คือ สิ่งทีีเหล่านี้ที่กล่าวมา เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ คนญี่ปุ่นสามารถธำรงค์ไว้ซึ่ง ความเป็นญี่ปุ่น

 

           ความปรองดอง และความมีสมดุยภาพที่ว่านี้ มีผลทำให้คนญี่ปุ่นสามารถ หลีกเลี่ยงการให้คำมั่นสัญญา การผูกมัดตัวเอง การแสดงออกซึ่งความคิดเห็นที่แตกต่างกัน หรือความรับผิดชอบใดๆที่อาจมีผลกระทบต่อคนในกลุ่ม เพราะสิ่งทั้งหมดนี้ เป็นปัจจัยสำคัญในการที่ช่วยทำให้สังคมญี่ปุ่นสามารถที่จะอาศัยอยู่ด้วยกันได้อย่างสันติ ไม่มีความขัดแย้ง ประนีประนอม และกลมกลืนเข้ากันได้อย่างดี เหมือนดนตรีที่บรรเลงเข้ากับเสียงโน๊ตที่กำหนดไว้ จึงทำให้สังคมมีสมดุลยภาพ และความนึกคิดเหล่านี้เป็นความคิดแบบญี่ปุ่นที่เป็นมาช้านานในประวัติศาสตร์อันยาวนานของญี่ปุ่นตั้งแต่ในอดีต มาจนถึงปัจจุบัน หรือที่เรารู้จักกันดีว่า wa ความปรองดอง เข้ากันได้ดี หรือสมดุลยภาพ

    

          ทำไมคนญี่ปุ่นจึงเลือกใช้วิถึแนวความคิดในรูปแบบญี่ปุ่นนี้ มีอะไรที่เป็นจุดดี และมีอะไรที่เป็นจุดด้อยบ้าง ก่อนที่จะตอบคำตอบที่ว่านี้ ขอให้เราลองมองในอีกแง่มุมหนึ่ง เกี่ยวกับการเลือกแนวความคิดแบบญี่ปุ่นนี้

        

           อย่างน้อย เราก็จะเห็นได้ชัดว่า วิถีแนวความคิดแบบญี่ปุ่นนี้ 'ญี่ปุ่นสามารถที่จะตัดคนภายนอก หรือคนที่อยู่นอกกลุ่ม ที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น ออกไปจากกรอบของคนญี่ปุ่นอย่างสิ้นเชิง และอย่างง่ายดาย' ด้วยการใช้กฎเกณฑ์ที่ว่าด้วยการใช้ คำพูดกำกวม ไม่ชัดเจน แต่สื่้อสาร และเข้าใจกันได้อย่างดีในระหว่างคนญี่ปุ่นด้วยกันเอง

 

          ดังนั้น คนภายนอกจะเข้าไปร่วม หรือมีส่วนในการตัดสินใจ หรือเข้าใจแนวความคิดแบบญี่ปุ่น หรือที่เรารู้จักกันดีว่า 'วิีถีชีวิตแบบญี่ปุ่น ในสังคมที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ เช่นสังคมญี่ปุ่นแบบที่ว่านี้ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย เพราะสิ่งที่คนภายนอกจะเจอ และขวางหน้ากั้นอยู่ก็คือ กำแพงทางด้านวัฒนธรรม ที่ขวางกั้นทำให้คนภายนอก ตระหนัก ถึงความแปลกแยกระหว่างคนญี่ปุ่น และคนภายนอก อย่างชัดเจน

 

         ในขณะที่ของไทยเรา ตั้งแต่ไหนแต่ไรมานักวิชาการชาวต่างชาิืติ ในอดีตซึ่งใครๆก็รู้จักดีคือ เอมบรี เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า คนไทยในสายตาของเขาก็คือ ชนชาติที่ไม่ชอบมีกฎเกณฑ์ เดินข้ามถนน ตรงที่ไม่มีไฟแดง แม้แต่เวลาเดินตามถนนหนทางก็ยังไม่เดินไม่เป็นระเบียบ ไม่ชอบความยากลำบาก ชอบความง่ายๆ ชอบอะไรที่สบายๆ แม้บางสิ่งบางอย่างที่เขาเขียนอาจจะไม่ถูกต้องนัก แต่โดยทั่วไป คนก็ยอมรับว่าสิ่งที่เขาเขียนนั้นถูกต้องทีเดียว

      

         ดังนั้น เมื่อเที่ยบคนไทยกับคนญี่ปุ่นซึ่งเป็นเอเชียเหมือนกัน ดูเผินๆ เราน่าจะเข้่ากับคนญี่ปุ่นได้ดี และน่าจะใช้ภาษาญี่ปุ่นและเข้าใจได้ง่ายกว่าคนตะวันตก เพราะภาษาไทยเราก็กำกวม วันๆคนไทยรักความสนุก ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เราก็มักจะใช้คำว่า ไม่เป็นไร ทั้งที่คนต่างชาติงง ว่า พูดออกมาได้ยังไง ถ้ามอง ในแง่นี้ภาษาไทยเราก็กำกวมมากพอสมควร คือ ภาษาไทยไม่มีกรอบหรือมาตราฐานอะไรที่จะหยั่งหรือวัดได้ในสายตาของคนต่างชาติ จึงผลสร้างความอึดอัดให้แก่คนต่างชาติที่ีมีวัฒนธรรมแตกต่างจากของไทยเรา เช่นเดียวกับที่ภาษาญี่ปุ่นสร้างความปวดหัวให้แก่คนไทยที่เรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างมาก เพราะแนวความคิด ตลอดจน วิธีการใช้ภาษาญี่ปุ่น และแม้แต่โครงสร้างภาษา็ญี่ปุ่นก็ยังต่างกับภาษาไทย

        

           คำถามที่อยากจะตั้งประเด็นก็คือ แล้วในสภาพความเป็นจริง คนญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่ไม่สามารถที่จะสื่อคำพูดกันให้ชัดเจน ตรงไปตรงมา และใช้สำนวนอ้อมค้อมแบบที่ว่านี้ ตลอดแล้วสื่อกันรู้เรื่องจริงหรือ

 

 

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-06-01 02:23:59 อีเมล์ : IP : 71.190.36.100

ตอบกระทู้

--------------------------------------------------------------------------------------------------