生け花 ห้องอิเคะบะนะ
ห้องอิเคะบะนะ 生け花 ทำไมอ่านแบบนี้คะ หาอ่านกันได้เลยค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด  マヤー

 

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด  マヤー

(เด็กวัด  マヤー)สวัสดีค่ะอาจารย์ปรียา วันนี้ขอถามอาจารย์เรื่องใกล้ตัวนี่แหละค่ะ  ชื่อห้องเรียนอ่านเป็นภาษาไทยว่า อิเคบะนะแต่ภาษาญี่ปุ่น มี  活花(いけばな)  /  生け花 /  生花(せいか)   ความหมายคือการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่นทั้งหมดคำถามต่อไปคือ  การเขียนด้วยฮิรางานะ นั้น คือ   いけばな   แต่     เมื่ออยู่โดดๆ จะออกเสียงว่า ฮานะแต่เมื่อ มาเป็นคำว่า 生け花  กลับอ่านว่า อิ-เค-บะ-นะ  ค่ะ  เลยอยากเรียนถามอาจารย์ค่ะ ขอบคุณค่ะ

(ครูประจำชั้นปรียาสวัสดึค่ะ เรื่องที่ถามแม้จะใกล้ตัว แต่ก็ไม่มีใครสงสัย ดีมากค่ะ ที่เอามาถาม อาจารย์๋ึถึงบอกว่า เราขาดวิตามิน เยอะมาก คำถามนี้ มีให้เห็นทุกวันมาปีกว่าแล้วค่ะ เพี่ิงจะมีเด็กวัดสงสัยเข้ามาถาม ทั้งนี้เป็นเพราะเราเห็นอะไร เราไม่ค่อยจะสงสัย และไม่เคยอยากรู้ไม่ว่าใกล้ตัว หรือไกลตัว

       เหมือนตอนกลับไปเมืองไทย ถามคนที่อยู่เมืองไทย ที่คุยด้วย เพราะกระเหรี่ยงปรียาไม่ได้กลับไปสามปี เพียงตึกที่อยู่ตรงข้ามสูงๆ อยากรู้ว่าตึกอะไร คนตอบก็บอกว่า ไม่รู้ครับ แล้วก็ไม่เดือดร้อนที่อยากจะรู้ เช่นวิ่งไปถามเพื่อน หรือถามคนอื่นเผื่อจะรู้บ้าง ทดลองมาหลายครั้ง ทุกคนจะเป็นแบบนี้ เราไม่มีวัฒนธรรมที่ตั้งคำถาม หรืออยากแสวงหา เราชอบสำเร็จรูป เหมือนแทบทุกสังคมปัจจุบัน

       เรื่องเด็กวัดถามมา เป็นเรื่องที่น่าสนใจและสำคํญ ที่คนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นจะต้องรู้ เพราะมีกฏเกณฑ์ ขอให้เด็กวัดทุกคนไปหาอ่านรายละเอียดได้ในหนังสือ ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น บทที่ 8 複合語(ふくごうご) คำสมาสจะมีคำประเภทต่างๆ ตั้งแต่ หน้า 104-113

         บทนี้มีอะไรที่น่าสนใจ สนุกมาก แปลกดีสำหรับอาจารย์เวลาที่เรียนสมัยไปญี่ปุ่นใหม่ๆ เพราะจะสมาสกันหลายรูปแบบ ถ้าไม่เรียนจากหนังสือเล่มนี้ที่อาจารย์โทมีต้าเคยสอน ไม่มีทางรู้เรื่องตอนฟังคำบรรยายในห้องปริญญาโท แต่อาศัยผ่านการเรียนอย่างทรหดมาแล้ว และได้ยินคนญี่ปุ่นใช้บ่อยๆ พอมาทบทวนก็จะเข้าใจ (ตอนนั้นยังไม่มีเล่มปรับปรุง มีแต่เล่มเก่าสมัยช่วยอาจารย์เรียบเรียงภาษาไทย แล้วอาจารย์ให้มาเป็นของขวัญ)

คำว่า ()(ばな) เป็นคำที่ใช้บ่อย แม้ว่าคำนี้จะมีความหมายเช่้นเดียวกันและใช้คันจิได้หลายคำก็ตาม แต่โดยทั่วไปจะใช้คำว่า  生花(せいか) มากกว่า ส่วน   活花(いけばな)  ก็อ่านว่า 生け花 ได้แต่คนใช้น้อยกว่า

ขอเล่าเฉพาะที่สงสัย

Ike- hana เมื่อสมาสกัน  เสียง h b ike+hana= ikebana

หรือคำอื่น เช่น  juu+hako เมื่อสมาสกัน เสียง h b   juu+hako= juubako กล่องใส่อาหารสี่เหลี่ยมญี่ปุ่นหลายๆชั้น ซ้อนกัน

        ขอแนะนำให้เด็กวัดไปอ่านและดูคำสมาสบทนี้ทันที จะได้เรียนเป็นเรื่องๆไป และคงจะต้องมีคำถามมาถามอาจารย์ ถ้าไม่มีก็คงช่วยไม่ได้ ไม่รู้จะเล่าอะไรให้ฟัง เพราะน่าสนใจมากเรื่องนี้ เมื่อเทียบกับของไทยก็สนุกดี

         เรียนทั้งที คงจะมีเด็กวัดที่อาจจะสงสัย หรือไม่สงสัยเลยก็ได้ แต่ไม่เป็นไร อาจารย์อยากจะเล่าให้ฟัง จะได้รู้ไปเลย เพราะของใกล้ตัวใช้กันจนกลายเป็นคำไทยแล้ว ในอเมริกาคำว่า อิเคะบะนะ ก็กลายเป็นคำภาษาอังกฤษไปแล้ว แม้จะแปลว่า Japanese Flower Arrangement ก็ตาม

เราคงอยากรู้ว่าคำว่า ()(ばな) มีความหมายอะไร

     ()(ばな)  มีความหมายถึง การจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น ด้วยการตัดกิ่งไม้ของต้นไม้ ดอกไม้ หรือดอกหญ้าต่างๆที่มีสีสันสวยงาม มาจัดในแจกันให้เป็นรูปร่างสไตล์ แบบต่างๆ แต่จะต้องเป็นดอกไม้ ใบไม้สด จึงเกิดเป็นการจัดดอกไม้ขึ้น ที่เรียกกันว่า การจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น หรือ 華道(かどう) หรือ 花道 แปลความหมายตามตัวอักษรก็คือ ถนน หรือวิีถีแห่งดอกไม้ จนเกิดมีหลายสำนัก 草月流(そうげつりゅう)自由流(じゆうりゅう)  อาจารย์เคยแวะไปเรียนแถวบ้าน พอเรียนทฤษฎีและเข้าใจความนึกคิด ก็เลิกเรียน วันไหนอารมณ์ดีๆ จัดไม่ถึงห้าหรือสิบนาที ให้อาจารย์ดูอาจารย์จะชม เลยอดจัดต่อ เพราะเชิญกลับบ้าน แต่บางวัน งานยุ่ง จิตใจก็ยุ่ง จัดเท่าไร ไม่ผ่านไม่ได้กลับบ้าน L เรียนอยู่ไม่กี่ครั้ง เพราะไม่ชอบเรียนแบบนานๆ พอเีรียนพอรู้เรื่อง เรียนเอง ชอบจัดดอกไม้เอง เรียนเองค่ะ

           เช่นเดียวกับ 書道(しょどう) แปลความหมายตามตัวอักษรก็คือ ถนน หรือวิีถีแห่งการเขียน (คันจิ) ใครที่สนใจไปศึกษาแต่ละห้องของโรงเรียนเด็กวัดปรียาต่อนะคะ ว่าทำไมตั้งชื่อแต่ละห้องแบบนี้

         ขอให้ไปเรียนเพิ่มเติม แล้วอาจารย์จะคอยตอบคำถาม เพราะซับซ้อนพอสมควร แต่สนุกค่ะ เพลินและแปลกดี

ไม่เชื่อไปหาอ่านได้เลย ใครที่เห็นว่าน่าเบื่อก็อย่าลืมเอาข้อมูลมาบอกด้วยนะคะ

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-05-09 17:28:01 อีเมล์ : IP : 71.190.35.105

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัด maya

เป็นคำถามที่ดีมาก เพราะอาจารย์ไม่เคยเอะใจคำว่า kayoo+hi= kayoo bi เพราะไม่มีอาจารย์ไหนบอก เรียนแล้วก็จำไป พอมีเด็กวัดถาม ก็คงต้องบอกว่า เรื่องเดียวกันคะ เสียง h ตัวหลังจะกลายเป็นเสียง  b เมื่อสมาสกับคำอื่นนะคะ

เข้าไปเรียนเข้าไปหาข้อสงสัยกันนะคะ มีเยอะแยะ ยังสงสัยว่าเรียนกันยังไง ไม่มีคนสงสัย

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-06-01 00:19:11 อีเมล์ : IP : 71.190.36.100

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์  อดไม่ได้ที่จะถาม อาจารย์ว่าคันจิ 火 อยู่คนเดียวออกเสียงว่า KA/HI แต่ถ้าเป็น火曜日(かよう)ตัวหลังออกเสียง BI และ 花火(はな)ตัวหลังออกเสียง BI ถ้าเป็นเรื่องคำสมาส อาจารย์สอนไปแล้ว แต่อันนี้ไม่เข้าใจค่ะ

                                                                              マヤー

โดย : maya วันที่ : 2009-06-01 00:12:21 อีเมล์ : IP : 112.142.4.47

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ และเด็กวัด ad

เด็กวัด ad เรียนในมหาวิทยาลัย และเท่าที่ดูจากคำถาม และการสัมผัสจากการสอนไป อาจารย์คิดว่า เด็กวัดมีความเข้าใจภาษาญี่ปุ่นในขั้นที่ดีทีเดียว ถ้าไม่มี หนังสือ ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น ไว้อ่าน ไว้ค้นเวลาอยากได้คำตอบ แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม สิ่งที่เด็กวัดจะสูญเสียจะมีมากทีเดียว

    เรื่องที่เด็กวัดถาม มีรวบรวมอย่างเป็นระบบแล้วใน  หนังสือ ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น  แต่เราจะทำยังไง จึงจะเข้าใจ และตอบได้ว่า ที่เด็กวัดถามอาจารย์นั้น เข้ากับกฎไหนนั้นต้องใช้หัวคิดเอง

       เรื่องไหนที่ไม่มีในดิกฯเข้าใจยากสับสน เด็กวัดอยากรู้ อาจารย์ก็เห็นว่าจำเป็นจะเขียนให้เรียนให้อ่านอย่างเข้าใจ เพราะ รู้ว่า มันยาก อาจารย์จะพยายามเขียนให้อ่านอย่างละเอียด จะได้เข้าใจและนำไปใช้ได้ แถมยังต้องหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ในหนังสือเล่มต่างๆ เพราะสำคัญ จึงได้แต่หวังว่า เด็กวัดทุกคนคงเข้าใจจุดมุ่งหมายการสอน และวิธีการสอนของอาจารย์

    เมื่อเวลาอาจารย์ให้ไปค้นหรือไปอ่านอะไรเพิ่มเติม เด็กวัดก็ต้องขวนขวายไปติดตามอ่าน เหมือนเรียนในโรงเรียนไม่ใช่ปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ โดยไม่ไปทำการบ้าน  พอไปศึกษาเพิ่มเติม เราจะเห็นภาพรวม และภาพที่เจาะลึกได้ชัดเจน นี่คือการเรียนรู้ที่แท้จริง ไม่ใช่พอใจเพียงคำแปล แล้วก็ไม่ค้นหาคำตอบต่อไป เรียนแบบป้อน บ่อยๆ จะติดนิสัย และไม่รู้จักขวนขวาย หาคำตอบ ไม่ดีค่ะ

      อาจารย์จึงต้องให้ไปหาคำตอบ ยิ่งคำตอบมีพร้อมในหนังสือ ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น เพราะจากนี้ไป คงไม่มีนักวิชาการคนไหนในสาขานี้จะมีความสามารถ และอุทิศเวลา หรือมีความรู้พอที่จะแต่งตำราไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น แบบที่ อาจารย์โทะมีต้าเขียนทิ้งไว้เป็นมรดกตกทอด แล้วอาจารย์ไปจัดการสังคยานาต่อให้ดีที่สุดสมกับเป็นมรดกที่ท่านทิ้งไว้ให้คนไทยที่อยากเรียนภาษาญี่ปุ่น 

      คงน่าเสียดาย เพียงเพราะเด็กวัดไม่มีหนังสือ หรือไม่ได้ลงทุนไปหาซื้อมาใช้ เด็กวัดคนอื่น เขาแสดงความคิดเห็น มา เราก็ไปเช็กไม่ได้ว่า เขาพูดเรื่องอะไรกันในหนังสือ และถูกต้องหรือเปล่า จะได้ช่วยกันคิด ว่จริงหรือเปล่า

        อาจารย์ไม่ต้องการให้คำตอบในสิ่งที่มีให้เรียบร้อยแล้วในหนังสือ เพราะไม่ชอบสอนแบบป้อนลูกเดียว ความเห็นที่เด็กวัด Loveplus ให้ข้อคิดเห็นมาว่าเป็น เรื่องอโฆษะ โฆษะ จริงหรือเปล่า เพราะจากคำถามนี้กระตุ้นให้เด็กวัด Loveplus ที่ตัวเองคิดว่านี่คือคำตอบ มีโอกาสกลับไปเช็กว่า ที่ตัวเองเข้าใจนั้น ถูกต้องดีแล้วหรือไม่  เป็นสิ่งที่ดีมาก ผิดถูกอีกเรื่อง

       อย่าลืมนะคะ การอ่านหนังสือ เป็นการหล่อเลี้ยงจิตใจของเรา ไม่มีหนังสือ และคนที่ไม่อ่านหนังสือ ก็เหมือนร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ใครที่ไม่ลงทุนกับการหาซื้อหนังสือมาอ่าน ก็เหมือนกับตัดอนาคตตัวเอง และปิดโลกกว้างที่ท้าทายเราอยู่

      ขอให้พยายามขวนขวายกันต่อไปนะคะ เด็กวัดทุกคน

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-05-24 18:51:09 อีเมล์ : IP : 71.190.35.105

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีครับ

แต่คำว่า ごみばこ み ก็เป็นเสียงโฆษะ แต่ は ก็เติม てんてん อะครับ

พอดีไม่มีหนีงสือไวยากรณ์ญี่ปุ่น เดี๋ยวต้องไปหาซื้อละครับ

โดย : ad วันที่ : 2009-05-24 11:30:36 อีเมล์ : IP : 124.120.253.75

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัด Loveplus

การเรียนแบบที่อาจารย์พยายามจะสอนให้หาคำตอบคือการเรียนแบบแสวงหาความรู้ พอชินอีกหน่อย พอเราสงสัยอะไร เราก็จะดิ้นรนหาคำตอบ เพราะทนดู หรืออยู่เฉยๆไม่ได้ ต้องพยายามกระตือรือร้น ช่วยกันหาคำตอบ แล้วมาแลกเปลี่ยนกัน จะได้รู้ว่า คำตอบที่ถูกคืออะไร

ช่วยกันนะคะ ไม่ต้องรอให้เด็กวัดทำก่อน ใครทำได้ต้องช่วยกันจะได้เก่งๆ และมีพื้นแน่นๆ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-05-24 08:36:41 อีเมล์ : IP : 71.190.35.105

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

はらきり ทำไมคำนี้พอมาสมาสกันถึงไม่เป็น ぎり อะครับ
ら ไม่ได้เป็นเสียงอโฆษะ ก็เลยไม่เปลี่ยนเสียงตัวหลัง(き)

เท่าที่จำได้ รู้สึกว่าจะเปลี่ยนเมื่อพยางค์หน้าเป็นเสียงอโฆษะนะครับ(เดี๋ยวกลับบ้านจะมาพิมพ์ให้)

โดย : loveplus วันที่ : 2009-05-24 06:34:27 อีเมล์ : IP : 10.7.163.44

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด ad

สำหรับคำตอบที่เด็กวัดถามว่า  はらきり ทำไมคำนี้พอมาสมาสกันถึงไม่เป็น ぎり อะครับ

อยากถามอาจารย์ว่า มีกฎมั้ยครับว่าเมื่อไหร่สมาสกันแล้วจะมี てんてん เมื่อไหร่ไม่ต้องเติม

...ขอให้ทุกคนช่วยไปอ่านหน้า105-109 แล้วเขียนมาให้คำตอบอาจารย์ด้วยว่า ทำไมเข้าข่ายกฎข้อไหน เพราะมีกฎให้มากมาย ไปหาอ่านนะคะ จะรอคำตอบคนที่ไปอ่านว่าเจอคำตอบมั้ย

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-05-23 03:45:24 อีเมล์ : IP : 71.190.35.105

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ขอถามต่อด้วยนะครับ

ひとびと ときどき ก็อยู่ในกฎนี้ด้วยใช่มั้ยครับ 

 แล้วอย่างคำว่า

はらきり ทำไมคำนี้พอมาสมาสกันถึงไม่เป็น ぎり อะครับ

อยากถามอาจารย์ว่า มีกฎมั้ยครับว่าเมื่อไหร่สมาสกันแล้วจะมี てんてん เมื่อไหร่ไม่ต้องเติม

โดย : ad วันที่ : 2009-05-22 22:19:13 อีเมล์ : IP : 124.120.176.58

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัด oto

ถูกต้องค่ะ เป็นไปตามกฎไปหาอ่านในหนังสือไวยากรณ์เพิ่มได้นะคะ จะได้จำเป็นเรื่องๆไปเลย

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-05-10 17:24:47 อีเมล์ : IP : 71.190.35.105

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ใช้หลักการเดียวกับคำว่า ごみばこ (gomibako) ที่แปลว่าถังขยะหรือเปล่าคะ

ゴミ (gomi ขยะ) + はこ(hako กล่อง) = ごみばこ (gomibako กล่องใส่ขยะ, ถังขยะ)

เพราะสังเกตว่า พอ ゴミ มาสมาส はこ แล้วเสียง ha กลายเป็น ba น่ะค่ะ

โดย : oto วันที่ : 2009-05-10 12:06:08 อีเมล์ : IP : 125.25.31.79

--------------------------------------------------------------------------------------------------