茶道 ห้องพิธีชงน้ำชา
คนญี่ปุ่น ไม่ชอบตอบE-mail ??
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

อ่านในบอร์ดเกี่ยวกับคนญี่ปุ่น มักจะเจอปัญหาว่า
เมื่อส่งเมลล์ไปให้คนญี่ปุ่นแล้ว เค้าไม่ค่อยตอบเมลล์กลับมา
โดยเฉพาะคนที่ทำงาน จะตอบก็นานครั้ง นานจริงๆ ... เป็นเดือนเลยก็มี
อ่านมาก็เยอะ คราวนี้เจอกับตัวเองบ้างแล้วครับ
มีเพื่อนเป็นคนญี่ปุ่น เพิ่งเข้าทำงานใหม่ ล่าสุดเขาบอกว่าอยู่ในช่วงฝึกงาน
ก่อนหน้านี้ ก็ความสัมพันธ์ก็ดีตลอด แต่ช่วงหลังนี้ไม่ตอบเมลล์เลย หายเงียบจริงๆ
คนญี่ปุ่นเค้ายุ่งแล้วก็เครียดกับงานขนาดนั้นเลยหรอครับ ???
หรือเค้ามีความคิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องเมลล์ (ว่าไม่สำคัญ?)
รบกวนขอความเห็นอาจารย์ หรือเพื่อนๆเด็กวัดนะครับ
ใครเคยเจอแบบนี้บ้าง งงเลย เพราะปกติคนไทยจะตอบเมลล์ตลอด

โดย : ไทรน้อย วันที่ : 2009-04-28 20:43:58 อีเมล์ : IP : 58.9.124.194

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ เด็กวัด noda

เรื่องได้รับของ ให้ของ เขาไม่ดีใจนะคะ ถ้าเราไม่ให้เขา เขาก็ไม่ต้องมาให้เรา

สมัยก่อนให้เขา เขาก็จะรีบวิ่งไปหาอะไรมาให้คืน ก็เลยเริ่มสงสัย

พอเราไม่ให้เขา เขาก็ไม่เคยให้เราเช่นกันนะคะ

อย่าทำให้เขาลำบากใจ แบบไทยๆ เขาหนักใจและเป็นภาระทีจะต้องซื้อมาคืนค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-27 23:54:04 อีเมล์ : IP : 96.232.65.198

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

อย่างที่อาจารย์พูดโดนใจมากเลยค่ะ ทุกอย่างต้องมีการคืน

มีเพื่อนทางจดหมายเป็นคนญี่ปุ่น ปกติจะชอบส่งของเล็กๆ น้อยๆ ไปให้เขาในจดหมายตอบแต่ละครั้ง สงสัยคงให้บ่อยไปเขาเลยเขียนมาบอกว่าต่อไปไม่ต้องส่งอะไรให้อีกนะเพราะเขาไม่อยากซื้อของส่งกลับคืนให้ เขาไม่ได้รวย ประมาณนี้น่ะค่ะ อ่านแล้วก็งงๆ ว่าถึงขนาดนี้เชียวเหรอ ที่ส่งให้ก็ไม่ได้คิดอยากได้อะไรตอบแทนสักหน่อย

โดย : Noda วันที่ : 2009-07-27 20:24:21 อีเมล์ : IP : 10.163.1.172, 1

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดน้ำใส

ไม่ต้องเสียใจ คนญี่ปุ่นเขาก็ไมมีได้มีเพื่อนแท้ค่ะ เพื่อนแท้จริงๆหายากมาก แม้แต่คนไทยด้วยกัน

ทุกอย่างต้องมีการคืน ห้ามติดหนี้สินกันนะคะ เขาเลี้ยงเรา ก็ต้องเลี้ยงเขากลับ เขาให้ของมาก็ต้องรีบหาของให้เขากลับ เจ๊ากันนะคะ ภาษาไทยๆ ไม่ไปเอาเปรียบใครนะคะ

ไม่ต้องคิดมาก มีค่ะคนที่คบกันสนิทแต่ก็ไม่ได้ไหว้วานกันได้แบบคนไทย

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-24 03:44:11 อีเมล์ : IP : 96.232.65.198

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

อืม.. อ่านแล้วถึงได้เข้าใจค่ะ ว่าทำไมเพื่อนคนญี่ปุ่นที่รู้จักตั้งแต่สมัยเรียนต่างประเทศถึงได้ห่างหายไปเลย

พอเรียนจบต่างคนก็ต่างกลับประเทศค่ะ แล้วเค้าก็มาเที่ยวเมืองไทยครั้งนึง เราก็ให้มาพักที่บ้าน พาไปเที่ยว ก็ต้อนรับขับสู้ตามนิสัยคนไทย ใครมาถึงเรือนชาน ต้องต้อนรับ  แล้วพอเราไปเที่ยวญี่ปุ่น เค้าก็ไปรับที่สนามบิน พาเที่ยววันนึง แล้วก็เลี้ยงข้าวเย็นที่ร้านอาหารกับครอบครัวเค้าก่อนกลับ  พอกลับมาแล้วเขียนอีเมล์ไป ส่งการ์ดปีใหม่ไป ก็ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลยค่ะ

..อย่างนี้นี่เอง เค้าคงคิดว่าได้ตอบแทนบุญคุณแล้ว ไม่ติดค้างกันแล้วใช่มั้ยคะ  เพิ่งทราบว่าคนญี่ปุ่นมักคิดกันแบบนี้น่ะค่ะ  ตอนแรกเราก็นึกว่าไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า หรือว่าไม่อยากคบกับเราเพราะอัธยาสัยใจคอเข้ากันไม่ได้  แต่ก็มาคิดว่าถ้านิสัยเข้ากันไม่ได้ ถ้าเป็นเรา เราคงไม่คิดจะคบเป็นเพื่อนตั้งแต่แรกแล้วล่ะ  แต่นี่รู้จักคบหากัน กินข้าว ไปเที่ยวด้วยกัน ไปมาหาสู่กันตลอด เกือบปีครึ่งระหว่างที่เรียนอยู่  แต่อยู่ๆ ก็มาหยุดการติดต่อกันไปเลยซะงั้น งงเลยค่ะ  แต่คงไม่ใช่คนญี่ปุ่นทุกคนที่คิดว่าคบกันเพื่อหาผลประโยชน์แค่นั้นใช่มั้ยคะ คนที่อัธยาศัยดีมีน้ำใจคงมีอยู่บ้างเนอะ

โดย : น้ำใส วันที่ : 2009-07-23 23:20:30 อีเมล์ : IP : 124.120.202.106

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ เด็กวัด พายุทะเลทราย

ชื่อนี้เป็นครั้งแรกที่เห็นเข้ามา เรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่หรือยังไงคะ หลงเข้ามาได้ยังไง

อยากเรียน อยากแลกเปลี่ยนแบบนี้ ดีมากค่ะ

ชื่อเหมือนไต้ฝุ่นเข้าที่นี่วันนี้เลยค่ะ

เรื่องของคนญี่ปุ่น ถ้าไม่มีผลประโยชน์เขาไม่คบด้วยนะคะ เคยไปเป็นกระบอกเสียงพูดเรื่องนี้มานาน เขาก็ยอมรับ เพราะไม่มีผลประโยชน์ไม่รู้คบกันทำไม ก็เหมือนบ้านเราค่ะ ธุรกิจ เงิน เพื่อนหรือคะ หายากเหมือนงมเข็มนะคะ

เพราะเขาเป็นชนชาติที่ ไม่ได้คบกันจริงใจ ถ้ามีเรื่องที่เขาอยากรู้ บอกเขา เขาได้เปรียบ เขาจะติดต่อมา

แต่อย่าไปไหว้วานเขานะคะ ติดหนึ้สิน และเขาอาจจะเลิกคบไปเลยนะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-07-21 21:53:26 อีเมล์ : IP : 71.190.33.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

มีเพือน (ยังไม่สนิทมาก )เป็นชาวญี่ปุ่นคะ  เขาจะไม่โทรมาถามข่าวว่าสบายดีไหมทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเราหัวเราะ คุยกันสนุก ก็จะโทรไปถามข่าวก่อนและจะถามตามมารยาท จะท่องไว้เสมอว่ามารยาท/สิทธิส่วนบุคคลต้องมาก่อน ถ้าคิดมาก ทุ่มหมด เราก็แย่ เผื่อใจเขา ใจเรา วัฒนธรรมเราต่างกัน มีมุมมองหลายอย่างและเขาจะไม่ตอบเมล์สุมสี่สุ่มห้าคะ ถ้าเราเขียนเรื่องที่ไม่ตรงประเด็นที่โดนใจ อย่างเราเอาบทกวีให้อ่านก็เฉยแต่การเมืองไทยเขาชอบ เมล์มาทันที ฉันอยากรู้ บอกหน่อย เพราะฉันชอบ เราก็ต้องชอบด้วยจึงจะคุยกันรู้เรื่อง ที่สำคัญเวลาคบเขาเราก็อย่าคิดมากต้องมาตรฐานไว้สูงเลย เราจะทุกข์

โดย : พายุทะเลทราย วันที่ : 2009-07-21 20:54:59 อีเมล์ : IP : 125.26.137.171

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัดภัทร

พอกลับไปคุณแม่ที่เป็นเรื่องเป็นราว คงจะสั่งให้ลูกเขียนจดหมาย หรือทำการ์ดมาขอบคุณ เพราะเป็นมารยาทที่ต้องทำ แต่ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ จะปฎิบัติกันหรือไม่ ขนาดไหน เดายาก สมัยอาจารย์จะต้องโทรไปขอบคุณทันทีหลังกลับไปบ้าน หรือวันรุ่งขึ้น แล้วยังต้องตามด้วย การ์ดขอบคุณอย่างเป็นทางการ เรื่องยุ่งมากค่ะ เจอหน้าก็อย่าได้ลืมขอบคุณอีกสักสิบครั้ง:-) ไม่งั้น เสียมารยาทค่ะ พิธีรีตรองมากค่ะ

แต่ตอนหลัง คนไม่ค่อยเขียนการ์ดกันแล้ว นอกจากผู้ใหญ่ ใช้อีเมล์กันค่ะ

ส่วนคนที่ได้รับ ถ้าเป็นผู้ใหญ่ ไม่ต้องตอบได้ เพราะถือว่า เจ๊ากันแล้ว คือ เขาไม่ได้ติดบุญคุณเราแล้วนะคะ เพราะเขียนการ์ดมาขอบคุณเรียบร้อยแล้วค่ะ ไม่ได้ถือว่า เสียมารยาท

เช่นกัน เวลาเชิญคนมาทานข้าวที่บ้าน คนอเมริกันที่มีการศึกษา มีมารยาท และเป็นเรื่องเป็นราว จะต้องส่งการ์ดขอบคุณมา หลังจากที่มาทานอาหารที่บ้านเรา เราจะตอบกลับก็ได้ ไม่ตอบกลับก็ได้ ถ้ารู้จักกันดี มีเรื่องอื่นคุยก็คงเขียน แต่ไม่เขียนไม่เป็นไร เพราะจัดการกันเรียบร้อยกันแล้ว

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-05-06 23:09:42 อีเมล์ : IP : 71.190.35.105

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ภัทรเคยมีเด็กญี่ปุ่น ป.5กับ ม.2 มาเเลกเปลี่ยนวัฒนธรรม สามวันจาก ยาชิโย  พอเขากลับไปญี่ปุ่น น้องเขาส่งจดหมายขอบคุณมา ทำการ์ดเอง ตกแต่งเองน่ารักมาก แต่ภัทรไม่ได้ตอบกลับไป เพราะในตอนนั้นกะว่าหมดสงกรานต์แล้วจะเขียนไปเป็นอังกฤษ  ช่วงสงกรานน้องเขาส่ง e-mail มาว่า ถึงช่วง Cherry Blossom  ภัทรเลยตอบกลับไปทั้งขอบคุณและขอโทษที่ตอบช้ามาก  คงจะเป็นการเสียมารยาทใช่ไหมคะ ที่ไม่ได้ส่งจดหมายแบบเขียนเองส่งไปญี่ปุ่น แล้วหลังจากนั้นน้องเขาก็ยังไม่ได้ตอบมา น้องเขาเคยบอกว่าไม่ค่อยได้ใช้ e-mail แต่ก็ดีใจ แล้วก็คิดถึงน้องเขามากเลยค่ะ

โดย : パット วันที่ : 2009-05-06 22:15:40 อีเมล์ : IP : 124.121.248.42

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัด maya

คนญี่ปุ่นยิ่งพวกวัยรุ่นนี่ มีแต่วัตถุ แต่คงเหงามากค่ะ เพราะต้องทำตัวเหมือนคนอื่น คงไม่ต่างกับบ้านเรานักตอนนี้ เพราะเราก็เลียนแบบเขาจน เหมือนกับไม่ใช่คนไทยเสียแล้ว

อยู่ญี่ปุ่นเห็นวัยรุ่นดีดมือถือมือเดียวเป็นอาชีพเวลาส่งเมล์ เร็วมากๆๆ เวลาอยู่ในรถไฟ แต่ตอนที่คุยมือถือได้ในรถไฟจะเห็นพฤติกรรมชัดมากที่ว่า เขาจะแข่งว่าใครมีรายชื่อและมีเพื่อนที่ส่งเมล์ไปได้มากกว่ากันนะคะ เห็นโทรไป อีกฝ่ายท่าทางไม่ได้สนิทด้วย ก็พูดกันสักสองสามคำ เช่น สบายดีหรือ แล้วก็ じゃね

เห็นด้วยกับที่ เด็กวัด noda ค่ะ บ้านเรายิ่งประเภทที่ไม่มีอะไรทำ ถ้าวันๆมานั่งตอบเมล์ก็คงตายแน่ และบ้านเราดูเหมือนไม่มีมารยาททางสังคมบังคับแบบที่ญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่น เขาเอาชื่อไปใส่ในรายชื่อสมาชิกสมาคมหนึ่งที่ไปร่วมประชุมทางวิชาการบ่อย พอมีรายชื่อ จะเห็นว่า จะมีหัวโจกประเภททำงานไปเขียนเมล์พวกนี้ คุยกันแหย่กันก็มี เห็นแล้วทนไม่ไหว ตอนหลังดีดทิ้งเลย เสียเวลา พวกเม้าส์ และแชต พวกว่างงานทั้งนั้น และพวกที่ติดอยู่หน้าคอมฯ เห็นคนญี่ปุ่นกลับบ้านก็วิ่งตรงไปหาคอมฯเลยค่ะ ตอนนี้คงไม่ต้องทำแบบนั้น เพราะพกติดตัวทำอะไรได้เยอะ ชีวิตมันก็เลยยิ่งเครียด โทษทีตอนนี้อยู่ในประเทศอเมริกา ยังบอกแฟนว่า ไม่ต้องการมือถือนะ เพราะอยากมีเวลาตัวเอง ไปเมืองไทย จำเป็นต้องใช้ก็ค่อยใช้ เขาก็ไม่ยอมใช้ จะใช้โทรศัพท์ที่บ้าน ไม่งั้น พวกไม่มีมารยาท อยากโทรเมื่อไรก็โทร สำคัญไม่สำคัญ เอาสะดวกไว้ก่อน ไม่เอาด้วย

และจะใช้อีเมล์ในการติดต่อ เขาว่างอ่านเมื่อไรก็อ่าน ที่เขาไม่ตอบเรา ถูกต้องไม่ใช่คนญี่ปุ่น และยิ่งคนละภาษาเขาก็คงรำคาญ นอกจากจะต้องแวะไปเที่ยวเมืองไทย ก็คงต้องขยันเขียนเพื่อผลประโยชน์ แต่ธรรมดาเขาต้องตอบกัน อาจารย์เขียนไปจะต้องตอบมาทั้งนั้น

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-05-02 20:27:45 อีเมล์ : IP : 96.232.70.37

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : น่าสนใจดีค่ะ มีเพื่อนญี่ปุ่นที่ติดต่อกันทางเมล์บ้างนานๆ ครั้ง แต่มีคนหนึ่งที่ตั้งแต่รู้จักกันใหม่ๆ เค้าจะบอกกับเราไว้ก่อนเลยว่าไม่ชอบตอบเมล์นะ เหมือนบอกเป็นนัยว่าไม่ต้องเมล์มา คุยกันทางจดหมายก็พอ ส่วนคนที่พอจะติดต่อทางเมล์ได้บ้างก็เป็นอย่างที่คุณไทรน้อยเจอที่นานๆ จะตอบครั้ง แต่ก็ไม่ได้ไปคิดมากตรงนั้นค่ะ ไม่อยากไปยึดติดว่าต้องตอบให้เราทุกฉบับที่ส่งไปคุย พยายามมองในแง่ดีว่าเค้าทำงานกลับบ้านดึกดื่นคงไม่มีเวลามานั่งส่งเมล์คุย แล้วยิ่งคุยเป็นภาษาอังกฤษซึ่งเค้าไม่ถนัดด้วยแล้วก็ยิ่งเป็นข้อจำกัดหนึ่งเรื่องการเมล์ตอบ  

โดย : Noda วันที่ : 2009-05-02 20:13:42 อีเมล์ : IP : 118.174.127.180

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะอาจารย์ปรียา  หัวหน้าห้อง  เด็กวัดไทรน้อย

                                      เจอเหมือนกันค่ะ ไม่ตอบเมล์ค่ะ แต่ชอบส่งเมล์มาตามอารมณ์เค้าน่ะค่ะ  หรือบางทีส่งsmsหรือข้อความมาทางมือถือ  ก็ งงๆ  เพราะระยะเวลามันนานมากๆเลย บางทีเดาอารมณ์เค้าไม่ค่อยถูกเลย คิดว่าเค้าลืมเราไปแล้ว หรือไม่ก็บางทีรู้สึกเกรงใจว่าถ้าเราขยันคุยไปเค้าจะว่าไงมั้ย ก็เลยคิดว่าไม่ส่งดีกว่า     แต่วันดีคืนดีเค้านึกอยากส่งเมล์เค้าก็ส่งมาค่ะ  เดาใจไม่ถูกเลยจริงๆ

                                                                                   maya

                                       

                                                                                   

โดย : maya วันที่ : 2009-04-30 22:42:30 อีเมล์ : IP : 117.47.40.53

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน เด็กวัดไทรน้อย และหัวหน้าห้อง

เรื่องที่แอนเขียนมาถูกจุดค่ะ นักเรียนที่สอนในเมืองไทยก็บ่นเยอะมาก คนญี่ปุ่นตามที่เรารู้จักกันดี เขาจะคบกับคนญี่ปุ่น เขาคบกับคนต่างชาติ เช่น จะมาเที่ยว เขาจะติดต่อมาจัง พอมานักเรียนพาไปเที่ยว พาไปกิน สูตรบ้านเราใจดี แต่ญี่ปุ่นไม่มีการทำแบบนี้นะคะ อย่างมากก็พาไปตามธรรมเนียมมื้อเดียว ถ้าพาไปกินกาแฟ ก็ต้องช่วยออกนะคะ ไม่ใช่เหมาทั้งอาหาร และกาแฟ

พอนักศึกษาไทยไปญี่ปุ่น เขาจะไม่ว่าง ไม่พาไปกินเหมือนแบบเราหรอกค่ะ

ตอนที่อยู่ญี่ปุ่น อาจารย์ไปพูดและว่าเขามาเยอะค่ะ ก็เหมือนคนบ้านเราก็มีเยอะแล้ว เห็นแก่ตัว คือ ถ้าไม่ได้ผลประโยชน์ก็ไม่อยากคบด้วย จำเอาไว้ ตัวเองก็ยังเจอกับตัวเองกับเพื่อนที่แสนสนิท อยากชวนไปกินข้าว เพราะอยากให้ช่วยสมัครเป็นสมาชิกที่เพื่อนทำงานพิเศษอยู่ พอบอกว่าไม่เอา เพราะมีหลายอัน เพื่อนสนิทเลิกชวนทั้งที่ก่อนหน้านั้น ชวนไม่หยุด อาจารย์ขี้เกียจออกไปกิน เพราะชอบทำกินเอง สะดวก สะอาด และต้องไปออกกำลังกายด้วย ไม่อยากเสียเวลาการไปออกกำลังกาย

เรื่องไม่ตอบเมล์ อาจารย์มองว่า เขาคงมองเราว่า เอาผลประโยชน์อะไรไม่ได้ ติดต่อไปก็เสียเวลา ถ้าญี่ปุ่นด้วยกันเอง ไม่ตอบไม่ได้ค่ะ อาจารย์อยู่ที่นั่น หรือแม้แต่ตอนนี้ ติดต่อกับซะโต หรือกับเพื่อนๆ ศิษย์ทั้งหลาย ตอบมาทั้งนั้น เพราะเรายังมีอะไรที่แลกเปลี่ยนความรู้กันได้มากมาย

แม้แต่อาจารย์คุนิฮิโระ งานยุ่งมากเพราะทำพจนานุกรมฯ ไม่ได้ตอบทันที แต่จะต้องเขียนมาคุยด้วย

ยิ่งเห็นเป็นต่างชาติ เขาก็คงขี้เกียจที่จะมาเสียเวลาด้วย ถ้ามองแง่ดี ก็คือ งานยุ่ง แต่ยุ่งยังไง สังคมญี่ปุ่นรับไม่ได้ ถ้าไม่ตอบอีเมล์ แต่คนรุ่นใหม่ ก็คงเหมือนคนไทยมากขึ้นทุกที เพราะเขียนไปไม่ตอบ อาจารย์ต้องทวงถาม ทั้งที่เป็นเรื่องงาน คือต้องติดตามเอง เหนื่อยค่ะ

จำไว้คบญี่ปุ่น อย่าคบเขาแบบจริงจัง เพราะไม่มีคำว่า คบกันอย่างจริงจังจากคนญี่ปุ่น เพราะสังคมเขา เขาจะหาคนที่สนิทจริงๆแบบเรา หายากมาก ไว้จะเอาที่สำรวจมาให้ดูกัน น้ำใจ คงจะเป็นสิ่งที่หาไม่ได้จากคนญี่ปุ่น จริงแท้แค่ไหน หาคำตอบกันเอง

เป็นเรื่องของหน้าที่ และการคืน ที่ไม่ต้องการติดหนี้สินทางใจ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-04-28 22:01:35 อีเมล์ : IP : 96.232.70.37

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : อย่าว่าแต่ไทรน้อยเลยนะคะ แอนเองก็เจอกับตัวเหมือนกันค่ะ หลายครั้ง หลายคนด้วย หมายถึงเพื่อนนะคะ

มองในแง่ร้าย (เจอกันตัว) ก็คือ เป็นไปได้มั้ยว่ามีคนบางกลุ่ม หรืออาจจะส่วนมากที่จะทำเป็นมีความสัมพันธ์กับเราดี ดีกันมาก ๆ ตอนที่ต้องการใช้ประโยชน์จากเรา เพราะอยู่เมืองไทยต้องพึ่งพาอาศัยเรา  แต่พอตัวเองกลับไปประเทศของตัวเองก็ไม่คิดไม่สนใจ อีกต่อไป (มัน) จะเมลล์มาอีกที หรือติดต่อเราก็อิตอน (มัน) จะมาเมืองไทยอีกครั้งนั้นแหละ

มองในแง่ดี (ยังไม่เคยเจอ) ก็คือ เมลล์นั้นอาจจะไม่ถึงเจ้าตัวก็ได้  หรือว่างานเขายุ่งจริง ๆ ยุ่งจนไม่มีเวลา ตอนเช้าต้องออกจากบ้านไปทำงานเจ็ดโมง กลับมา เกือบ ๆ ห้าทุ่ม เพราะทำโอที พอกลับมาก็ต้อง อาบน้ำ กินข้าว ดูข่าว ก็เกือบ ๆ ตีหนึ่งพอดี เป็นแบบนี้ทุกวัน แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาตอบเมลล์ ซึ่งถ้าตอบเมลล์แต่ละทีต้องใช้เวลาเยอะ เพราะว่าอยากจะเขียนเมลล์คุยกับเรานาน ๆ พอไม่มีเวลา หรือเวลามีน้อย เลยยังไม่ตอบ จนลืมมมม ไปเลยยยย (แล้ววันหยุดทำไมไม่ตอบล่ะ..หือ..)

ตอนนี้คบคนญี่ปุ่นเป็นเพื่อน ก็เตรียมใจไว้แล้วว่าถ้า (มัน) เขากลับญี่ปุ่นก็จบกันไป หรือติดต่อกันแค่ช่วงแรก ๆ เท่านั้น เดี๋ยวเขาก็หายกันไป เป็นแบบนี้ประจำค่ะ จบ..

โดย : หัวหน้าห้อง วันที่ : 2009-04-28 21:12:48 อีเมล์ : IP : 58.147.42.217

--------------------------------------------------------------------------------------------------