一人の空間 มุมหลังห้อง
คุณครูปรียา หนูควรทำยังไงดีคะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

หนูก็เป็นนักเรียนศิลป์อังกฤษ-ญี่ปุ่นอีกคน
ตอนนี้จะขึ้น ม.5แล้วค่ะ กำลังเตรียมตัวสอบวัดระดับ 4 อยู่ค่ะ
แต่ช่วงนี้หนูกดดันมากๆเลยค่ะ หนูชอบทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น
หนูอยากจะได้ทั้ง 2 ภาษาไปพร้อมๆกันเลย เมื่อก่อนหนูจะเน้นภาษาอังกฤษตอนมัธยมต้น
แต่พอมัธยมปลายก็ต้องมาเรียนภาษาที่ 3 หนูเลือกภาษาญี่ปุ่น

ช่วงปิดเทอมหนูก็เรียนพิเศษทั้ง  2 ภาษา และวันไหนที่ไม่มีเรียนหนูจะพยายามอ่านไปก่อน
เพราะอยากจะเข้าใจ แต่ปัญหาของหนูคือ
แบ่งเวลาไม่ถูก กะไม่ถูกว่า ภาษาญี่ปุ่นจะอ่านช่วงไหน
ภาษาอังกฤษจะอ่านช่วงไหน
และหนูก็เตรียมจะไปสอบข้อสอบของจุฬาฯและธรรมศาสตร์
ปกติเพื่อนบางคนที่เค้าเก่งเค้าจะได้ภาษาเดียว อีกภาษาที่ต้องเรียนเค้าจะทิ้งไปเลย
แต่เพื่อนที่ดรงเรียนมักจะทิ้งภาษาอังกฤษแต่จะเน้นเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งหนูคิดว่าไม่ดีแน่
หนูยังไม่มั่นใจเรื่องการเรียนในมหาวิทยาลัยว่าอยากจะเรียนเน้นภาษาไหนโดยเฉพาะจึงอยากได้พยายาม
ทำทั้ง 2 ภาษาให้ดีที่สุดค่ะ

หนูจึงอยากปรึกษาเรื่องการอ่านหนังสือ หรือท่องศัพท์ เพราะทั้ง 2 ภาษา มีคำศัพท์เป็นจำนวนมาก
บางครั้งหนูจะเครียดจนปวดหัวเลยล่ะค่ะ
จึงอยากให้คุณครูปรียาแนะนำการอ่านหนังสือเป็นช่วงและทำอย่างไรจึงจะไม่สับสนค่ะ

หนูจะรอคุณครูมาตอบหนูนะคะ ^^

ขอบพระคุณมากๆเลยค่ะ

โดย : เด็กวัด imm วันที่ : 2009-03-30 18:28:50 อีเมล์ : IP : 114.128.49.224

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัด imm

น่าชื่นใจที่เห็นเด็กวัดอายุไม่มากแต่มีความคิดอ่าน และวางแผนอนาคตตัวเอง

ขอเวลาครูไปอ่าน แล้วครูจะได้ตอบหนูเพราะเป็นเรื่องสำคัญค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ เขียนได้ชัดเจน และทำให้ครูได้ข้อมูลมากขึ้นค่ะ

ปรียา

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-04-01 00:37:21 อีเมล์ : IP : 71.190.47.6

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

1. หนูเลือกของหนูเอง หรือว่าใครช่วยเลือก  ที่บอกว่า ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่สามนั้น ภาษาที่หนึ่ง ที่สองคือ อะไร   2. ภาษาที่สอง เป็นภาษาเลือกด้วยหรือไม่

1. หนูเลือกเองค่ะ คือตอนแรกเลยแผนการเรียนเขาจะจัดให้มี ภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาจีน  ภาษาญี่ปุ่น ซึ่งในตอนแรกนั้นหนูเลือกภาษาอังกฤษค่ะ เพราะหนูอยากจะเรียนเจาะลึกไปเลยค่ะ

แล้วต่อมามันเริ่มมีปัญหาเพราะเค้าเปลี่ยนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยระบบใหม่ เป็น GAT PAT ซึ่งเค้ามีประกาศว่าในการสอบ PAT ให้ใช้ภาษาต่างประเทศที่ 2 ในการสอบ

แผนภาษาอังกฤษจึงยุบไปค่ะ เพราะนักเรียนส่วนใหญ่กลัวว่าจะไม่มีภาษาต่างประเทศที่ 2 ในการใช้สอบระบบใหม่ พวกเขาจึงย้ายออกไปเรียนภาษาที่หนูกล่าวมาค่ะ

หนูตัดสินใจนานมาก ในที่สุดหนูก็เลือกภาษญี่ปุ่นค่ะ แต่หนูตั้งใจจะเรียนจริงๆเพราะหนูชอบดูการ์ตูนหรือฟังเพลงของญี่ปุ่น แล้วหนูก็ชอบวัฒนธรรมของญี่ปุ่น จึงเลือกภาษาญี่ปุ่นค่ะ  แม่ก็บอกว่าตามใจหนู ขอให้หนูตั้งใจทำ

* เค้าจะนับภาษาไทยเป็นภาษาแม่ค่ะ ภาษาที่สองคือภาษาอังกฤษและภาษาที่สามคือญี่ปุ่นหรือจะเรียกว่าภาษาต่างประเทศที่ 2 ก็ได้ค่ะ แต่ครูเค้ามักจะเรียกว่าภาษาที่ 3 ค่ะ

 

 

2. (ครูประจำชั้นปรียา)  ครูขอรายละเอียดเรื่องการไปเรียนพิเศษของหนู ถ้าเป็นไปได้ อยากทราบว่า วันๆทำอะไรบ้าง เช่น

ตื่นกี่โมง ไปเรียน เรียนถึงกี่โมง แล้วหลังจากเรียนทำอะไร เรียนพิเศษทุกวัน หรือกี่วันต่ออาทิตย์ เรียนครั้งละกี่ชั่วโมง และหลังจากกลับบ้าน ทำอะไร

 

ภาษาญี่ปุ่นหนูจะเรียนเกือบทุกวัน แต่ช่วงนี้รุ่นพี่ที่สอนหนูเขามีเรียนซัมเมอร์แต่เข้าพยายามจะสอนหนูให้เต็มเวลาตลอดค่ะ

วันจันทร์หนูและวันพุธ จะอยู่บ้านค่ะ  หนูจะพักผ่อนค่ะ หนูจะไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดของโรงพยาบาลใกล้บ้านค่ะ เป็นหนังสือความรู้ทั่วไปค่ะ  หรือไม่หนูก็จะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แต่ส่วนใหญ่หนูจะอยู่ที่บ้านทำงานบ้านให้แม่ค่ะ พอว่างๆหนูจะอ่านหนังสือที่หนูอยากจะอ่านค่ะ วันที่ไม่มีเรียนนี้หนูจะตื่น 6 โมงเช้าค่ะ และตอนเย็นก็ต้องทำงานช่วยแม่ค่ะ เช่นพอแม่ทำกับข้าวเสร็จก็ต้องจัดการล้างจานค่ะ แล้วก็อาบน้ำ และหนูจะมาเล่นอินเตอร์เน็ตค่ะ เล่นประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ จะไม่ค่อยทำอะไร ส่วนใหญ่จะหาข้อมูลที่อยากรู้ หรือไม่ก็ดูพวกข่าวในเว็บการศึกษาค่ะ เพราะเปลี่ยนบ่อยๆ จึงต้องติดตามค่ะ และเข้ามาดูเวบไซต์นี้ด้วยค่ะ

*วันอังคาร  พฤหัสบดี และวันศุกร์ หนูจะตื่น 6 โมงเช้าค่ะ ในความคิดหนูอยากจะตื่นมาอ่านหนังสือตอน ตี 5 ค่ะแต่ยังทำไม่ได้ เพราะ ปกติหนูจะทบทวนบทเรียนประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง ถึง ตี 1 กว่าๆค่ะ เพราะหนูจะจำได้ดีและบรรยากาศก็เงียบมากค่ะ ซึ่งการทำแบบนี้หนูอาจจะยังแบ่งเวลาไม่ถูกต้องค่ะ เพราะยังจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ค่ะ

พอตื่นแล้วหนูจะมาทำงานให้แม่ก่อนค่ะ คืองานบ้านซักผ้าหรือรีดผ้าทำความสะอาดบ้านค่ะ แล้วก็ทำกับข้าวกินค่ะ ประมาณ 10 โมงหนูก็ออกไปเรียนภาษาญี่ปุ่นค่ะ หนูต้องออกไปเร็วเพราะต้องเผื่อเวลารอรถค่ะ หนูเรียนที่มหาวิทยาลัยที่รุ่นพี่เค้าเรียนอยู่ค่ะ เพราะมีรุ่นพี่คนอื่นในมหาวิทยาลัยนั้นเรียนกับหนูด้วย หนูจึงต้องไปเรียนที่นั่นค่ะ จะถึงมหาวิทยาลัยประมาณเที่ยงๆค่ะ เค้าก็จะพาไปรับประทานอาหารก่อนและเริ่มเรียน บ่ายโมง บ่าย 4 โมงเย็นค่ะ

แต่ถ้าวันไหนพี่คนที่สอนเขาไม่ว่างเขาจะหาเวลามาทดแทนค่ะและวันที่ทดแทนก็จะเรียน 9 โมงเช้า 4 โมงเย็นเลยค่ะ

เนื้อหาที่เรียนช่วงนี้จะเป็นการติวระดับ 4 ค่ะ และพี่เขาก็มีข้อสอบของปีเก่ามาให้ฝึกทำและสอนในหนังสือไวยากรณ์ด้วยค่ะ

*ครูที่สอนหนูเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนค่ะ แต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้วค่ะ เขาเรียนศิลปะศาสตร์เอกภาษาญี่ปุ่นค่ะ และเพื่อนของเขาก็มาเรียนกับเขาเป็นส่วนใหญ่ เขาจึงสอนในมหาวิทยาลัยค่ะ  หนูคิดว่าเขาสอนเข้าใจมากค่ะและสามารถถามเรื่องที่ไม่เข้าใจได้ตลอดค่ะ

 

พอเรียนเสร็จ 4 โมงเย็น หนูจะนั่งรถประจำทางกลับบ้านค่ะ พอกลับมาหนูก็มาเตรียมหนังสือเพื่อจะไปเรียนภาษาอังกฤษต่อค่ะ เรียนภาษาอังกฤษตอน 6 โมงเย็น 2 ทุ่มค่ะ พ่อของหนูจะไปรับไปส่งค่ะ  หนูสนุกกับภาษานี้มากค่ะ คนที่สอนเป็นชาวต่างชาติค่ะ แต่เขามาอยู่ที่เมืองไทยนานมาก เขาจึงพูดไทยเก่งและสอนให้เข้าใจได้ค่ะ หนูจึงมีความสุขเวลาเรียน เขาจะกระตุ้นให้พยายามตลอดค่ะ และจะให้กลับไปอ่านที่เค้าบอกให้อ่านมาและจะสอบตลอดเมื่อจบบทค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้สอบค่ะเพราะเพิ่งเริ่มเรียนได้ครึ่งทางแล้วค่ะ

 

 

หลังจากที่กลับบ้านหนูก็ทำกิจวัตรส่วนตัวทั้งหมดค่ะ และหนูจะคลายเครียดโดยเล่นอินเตอร์เน็ตอ่านข่าวฟังเพลง ไม่ก็แชทกับเพื่อนค่ะ ช่วงนี้จะเล่นน้อยลงหรือไม่เล่นเลยค่ะ เพราะกลับมาดึกหนูจะอ่านสิ่งที่ครูเค้าให้ทบทวนเลยค่ะ หรือถ้าหนูเหนื่อย หนูก็จะดูซีดีที่สอนภาษาญี่ปุ่นที่พ่อซื้อมาให้ค่ะ เป็นการทบทวนอีกวีธีที่ทำให้ไม่เครียดค่ะ

 

*เสาร์-อาทิตย์  หนูจะเรียนภาษาอังกฤษประมาณ 8 โมงเช้าถึง 10 โมงเช้าค่ะ โดยเสาร์-อาทิตย์ หนูจะพักผ่อนมากกว่าค่ะ พอกลับจากเรียนภาษาอังกฤษหนูก็จะมานอนดูทีวีและหลับไปค่ะ ^^เพราะหนูคิดว่าต้องพักผ่อนบ้างค่ะ เพราะหนูเองสุขภาพไม่ดีเท่าไหร่ค่ะ

หนูมีเวลาว่างให้ตัวเองไหม ถ้ามีทำอะไร เล่้าให้ครูฟังหน่อยนะคะ

มีค่ะ หนูจะดูทีวี  นอนพัก หรือไม่ก็ร้องเพลงค่ะ หนูชอบร้องเพลงมากๆค่ะ ปกติจะร้องเพลงสากลค่ะ แต่ต่อมาก็ฝึกร้องเพลงญี่ปุ่นค่ะ  หนูจะนั่งเปิดในคอมแล้วก็ฝึกร้องค่ะ พอมีงานหนูจะไปประกวดตลอดค่ะ หนูพึ่งไปประกวดร้องเพลงที่งาน 日本際มาค่ะ ได้ที่ 2 หนูคิดว่าได้ฝึกใช้ภาษาด้วยนะคะและเข้าใจด้วย จึงเป็นเหมือนงานอดิเรกค่ะ เพราะทำแล้วสนุกและมีความสุขค่ะ

 

ครูประจำชั้นปรียา) ที่บอกว่า ช่วงปิดเทอมหนูก็เรียนพิเศษทั้ง 2 ภาษา ทำไมต้องไปเรียนพิเศษ

เหตุผลมีหลายเหตุผลค่ะ เช่น ก็มีบ้างที่ครูเขาจะไม่ค่อยใส่ใจมากค่ะ เค้าจะมีงานราชการบ่อยๆด้วยค่ะ จึงต้องอ่านเอง ซึ่งบางครั้งไม่เข้าใจค่ะ จึงต้องเรียนเพิ่ม  เลยต้องพยายามขวนขวายเองค่ะ และหนูก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีค่ะที่จะทำในช่วงที่ว่าง เพราะเป็นการเตรียมตัวค่ะเพราะโรงเรียนหนูพอเปิดเทอมมางานจะหนักมากค่ะจนบางครั้งจะไม่มีเวลาอ่านหนังสือ ส่วนใหญ่จะเป็นงานวิจารณ์เขียนเยอะมาก เป็นหลายสิบหน้าและก็มีแทบทุกวิชา หนูจึงอยากเก็บความรู้เอาไว้ก่อน และพ่อแม่ก็สนับสนุนให้เรียนด้วยค่ะ เพราะอาจจะดีกว่าไปเที่ยวนอกบ้านค่ะ

 

ครูประจำชั้นปรียา) ที่เขียนมายังไม่เข้าใจ พยายามอ่านไปก่อน หมายความว่า เตรียมบทเรียน ล่วงหน้า หรือว่าทบทวน หรือยังไง ช่วยเล่าให้ครูฟังหน่อยนะคะ พยา่ยามอ่านอะไร จากตำราเรียน หรืออ่านหนังสืออะไร

หมายถึง ดูว่าวันต่อไปจะเรียนเรื่องอะไรและทำความเข้าใจไปก่อนค่ะ เพราะจะไม่ทำให้งงและเรียนได้เข้าใจค่ะ   เช่น พวกหลักไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น  หรือถ้าเป็นภาษาอังกฤษ หนังสือที่ใช้เรียนจะเป็นภาษาอังกฤษหมด หนูจะพยายามอ่านและหาคำแปลคำที่ไม่เข้าใจค่ะ และก็จะกลับไปทวนสิ่งที่เรียนผ่านมาด้วยค่ะ เพราะหนูขี้ลืม ^^

 

 

 

 

(ครูประจำชั้นปรียา) อยากให้หนูช่วยเล่าระบบให้ฟัง เพราะสมัยครูโบราณแล้ว

ระบบสมัยใหม่ คือ ใครที่จะสอบเข้าสาขาภาษาอังกฤษก็จะต้องสอบข้อสอบภาษาอังกฤษ

ใครที่จะเข้าสาขาภาษาญี่ปุ่นก็ต้องสอบข้อสอบภาษาญี่ปุ่น หรือยังไง ครูขอทราบระบบปัจจุบันหน่อยนะคะ  แล้วถ้าเกิดครูยังไม่แน่ใจจะเรียนภาษาไหน ครูต้องทำยังไง ต้องสอบข้อสอบแบบไหนคะ

 

ตอนนี้หนูยังไม่มั่นใจค่ะเพราะเขาจะเปลี่ยนไปยังไงก็ยังไม่แน่ชัด แต่ในปีของหนูถ้าเป็นสอบกลาง เค้าจะสอบ GAT เป็นข้อสอบทั่วไป ภาษาไทย+คณิตศาสตร์ คะแนน 50 % แต่ภาษาอังกฤษวิชาเดียวนี่คือ 50 %เลยค่ะ ซึงเยอะมากค่ะ ส่วน PAT จะเป็นความถนัดวิชาเฉพาะค่ะ คือภาษาต่างประเทศที่ 2 ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษที่หนูต้องสอบค่ะ แต่คะแนนจะนำไปรวมกันค่ะ หนูคิดว่าภาษาอังกฤษมีผลมากค่ะ เพราะ ข้อสอบปีนี้ยากมากค่ะ ดูจากข่าวและจากรุ่นพี่ เพราะเป็นข้อสอบวิเคราะห์ ไม่ใช่ความรู้ที่ตายตัวค่ะ

 

ปัญหาของหนูคือ ถ้าเป็นไปได้หนูอยากจะทำได้ดีทั้ง 2 ภาษาเลยค่ะ และหนูอยากจะสอบรับตรงของมหาวิทยาลัยค่ะ แต่หนูอยากจะเรียนด้านภาษาอังกฤษไปก่อนค่ะ และจะเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นทีหลัง แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้นค่ะ เพราะหนูยังไม่ได้สอบเข้ามหาวิทยาลัย เพียงแต่หนูอยากจะวางแผนไว้ก่อนค่ะแต่สำหรับการสอบรับตรงหนูไม่มั่นใจว่าจะต้องสอบอย่างไร แต่ส่วนใหญ่เขาจะให้สอบข้อสอบอังกฤษไปก่อนค่ะ แล้วค่อยมาเลือกภาษาอื่นทีหลัง ก็แล้วแต่มหาวิทยาลัยค่ะ แต่ที่หนูไอ้อธิบายไปเพราะหนูได้สอบถามรุ่นพี่ที่เขาเรียนมหาวิทยาลัยมาค่ะ

 

 

 (ครูประจำชั้นปรียา) ไหนเล่าให้ครูฟังหน่อย เวลาที่อ่านหนังสือ ในที่นี้ คือ ดูหนังสือตำราเรียนทั้งภาษาอังกฤษ และญี่ปุ่นใช่ไหมคะ หรือหนังสือทั่วๆไปที่ไม่เกี่ยวกับที่เรียน หรือ ที่เรียนพิเศษคะ

 

หนูจะอ่านหนังสือเรียนภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นค่ะ ทั้งที่เรียนพิเศษและหนังสือที่ใช้ในโรงเรียนค่ะ  ส่วนถ้าหนูอยากคลายเครียดจึงจะอ่านหนังสือที่ไม่ใช่ตำราภาษาค่ะ

 

 

อ่านยังไง เล่าให้ฟังด้วย เช่น อ่านทีละบรรทัด แล้วท่องจำ หรืออ่านผ่านๆ หรือยังไงคะ

ในส่วนของคำศัพท์ หนูจะท่องไปเรื่อยๆจนจำได้ แล้วหนูจะจดในสมุดพกเล่มเล็กๆเพื่ออ่านเวลารอรถหรือนั่งรถไปไหนต่อไป หนูจะท่องไปเรื่อยๆ และท่องซ้ำหลายครั้งจนจำได้ค่ะ และจะดูคำภาษาอังกฤษและแปลออกมาโดยไม่ดูที่จกคำแปลไว้ค่ะเพื่อทดสอบว่าตัวเองจำได้ไหม

 

ส่วนพวกไวยากรณ์หนูต้องอ่านซ้ำหลายครั้งหน่อยค่ะ เพื่อจะได้เข้าใจละเอียด แต่รู้สึกเครียดและท้อในบางครั้งค่ะ เพราะสองภาษานี้ค่อนข้างต่างกัน

 

(ครูประจำชั้นปรียา) เวลาที่เจอคำศัพท์ใหม่ๆ หนูจำยังไง ไหนเล่าให้ครูฟังหน่อยนะคะ

ที่เครียดจนปวดหัว เพราะคำศัพท์เยอะใช่ไหม หรือเพราะอะไร เขียนให้ฟังหน่อยนะคะ

หนูจะแปลก่อนค่ะ และจะท่องไปเรื่อย และทำแบบที่หนูบอกว่าหนูทำเป็นสมุดศัพท์เล็กๆไว้ท่องเวลารอรถหรือนั่งรถประจำทางค่ะ เพราะมันสะดวกค่ะ หนูจะอ่านบ่อยๆจนจำได้

แต่บางครั้งจะเบลอค่ะ ศัพท์เยอะมาก และยังต้องท่องทั้งศัพท์ภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น และตอนนี้หนูต้องท่องศัพท์อังกฤษเยอะเป็นพิเศษเพราะหนูจะลองไปสอบข้อสอบ CU-TEP ของจุฬาฯ และ TU-GET ของธรรมศาสตร์ค่ะ แค่อยากลองไปสอบดูค่ะแต่ก็อยากทำให้ดีที่สุดค่ะ เพราะสามารถใช้ผลยื่นในการเรียนภาคภาษาอังกฤษได้ค่ะ ที่หนูเบลอเพราะหนูอาจจะทำผิดวิธีหรือวางแผนการท่องศัพท์แบบนี้ไม่เหมาะสมค่ะ 

 

 

 

 

คำตอบหนูอาจอ่านแล้วสับสนบ้างนะคะและอาจจะยาวไปหน่อย ^^ แต่หนูรูสึกดีใจมากค่ะที่คุณครูมาตอบจดหมายของหนู หนูรอที่จะอ่านจดหมายของคุณครูค่ะ หนูเป็นแฟลคลับของคุณครูเลยล่ะค่ะ ^^

หนูเคยมาโพสตอนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นแรกๆและรู้จักคุณครูเพราะได้อ่านหนังสือที่คุณครูเขียนค่ะ หนูไม่รู้ว่าจะปรึกษาใครดีค่ะ จึงตัดสินใจลองเขียนมาถามคุณครูค่ะ หนูกดดันมากๆค่ะ ต้องพยายามมากหน่อย ครอบครัวหนูก็มีส่วนบ้างเพราะทุกคนจะจริงจังในการเรียนมากค่ะ ตอนนี้พี่ๆหนูทำงานหมดแล้ว ก็เหลือแค่หนูค่ะ หนูจึงต้องทำให้ดีที่สุดค่ะ

หนูจะรอนะคะ ขอบคุณคุณครูมากๆเลยนะคะที่ตอบจดหมายของหนู

โดย : เด็กวัดimm วันที่ : 2009-03-31 23:48:15 อีเมล์ : IP : 222.123.207.190

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ เด็กวัดทุกคน และ เด็กวัด imm

(เด็กวัด imm) หนูก็เป็นนักเรียนศิลป์อังกฤษ-ญี่ปุ่นอีกคนตอนนี้ จะขึ้้น ม.5แล้วค่ะ กำลังเตรียมตัวสอบวัดระดับ 4 อยู่ค่ะแต่ช่วงนี้หนูกดดันมากๆเลยค่ะ หนูชอบทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นหนูอยากจะได้ทั้ง 2 ภาษาไปพร้อมๆกันเลย เมื่อก่อนหนูจะเน้นภาษาอังกฤษตอนมัธยมต้นแต่พอมัธยมปลายก็ต้องมาเรียนภาษาที่ 3 หนูเลือกภาษาญี่ปุ่น

 (ครูประจำชั้นปรียา) ดีใจ และขอบคุณมากนะคะที่เขียนมาขอคำปรึกษาจากครู ปัญหาที่เขียนมาครูึคิดว่า เป็นปัญหาที่ทุกคนที่กำลังเรียนอยู่ขั้นเดียวกับเด็กวัดใหม่ imm คงจะประสบเหมือนกัน

ก่อนที่ครูจะตอบหนู ครูต้องการข้อมูล และขอให้ช่วยทำการบ้านมาให้ครูด้วยนะคะ ขอข้อมูลที่แท้จริงนะคะ ไม่งั้น ตอบไม่ได้ และไม่ดีแน่ ต้องมีข้อมูลที่เป็นรูปธรรม เพราะเป็นเรื่องสำึัึคัญ เกี่ยวกับอนาคตของคนอีกหลายๆคน ต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง คำถามก็คือ

 (เด็กวัด imm)  มื่อก่อนหนูจะเน้นภาษาอังกฤษตอนมัธยมต้น แต่พอมัธยมปลายก็ต้องมาเรียนภาษาที่ 3 หนูเลือกภาษาญี่ปุ่น

(ครูประจำชั้นปรียา) 1. หนูเลือกของหนูเอง หรือว่าใครช่วยเลือก  ที่บอกว่า ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่สามนั้น ภาษาที่หนึ่ง ที่สองคือ อะไร   2. ภาษาที่สอง เป็นภาษาเลือกด้วยหรือไม่

(เด็กวัด imm) ช่วงปิดเทอมหนูก็เรียนพิเศษทั้ง 2 ภาษา และวันไหนที่ไม่มีเรียนหนูจะพยายามอ่านไปก่อน เพราะอยากจะเข้าใจ

(ครูประจำชั้นปรียา)  ครูขอรายละเอียดเรื่องการไปเรียนพิเศษของหนู ถ้าเป็นไปได้ อยากทราบว่า วันๆทำอะไรบ้าง เช่น

ตื่นกี่โมง ไปเรียน เรียนถึงกี่โมง แล้วหลังจากเรียนทำอะไร เรียนพิเศษทุกวัน หรือกี่วันต่ออาทิตย์ เรียนครั้งละกี่ชั่วโมง และหลังจากกลับบ้าน ทำอะไร

หนูมีเวลาว่างให้ตัวเองไหม ถ้ามีทำอะไร เล่้าให้ครูฟังหน่อยนะคะ

ถ้าไม่มีเวลาว่าง ทำไม ไม่มี

(ครูประจำชั้นปรียา) ที่บอกว่า ช่วงปิดเทอมหนูก็เรียนพิเศษทั้ง 2 ภาษา ทำไมต้องไปเรียนพิเศษ

a. ที่โรงเรียนสอนไม่ดี

b. เพราะคุณพ่อคุณแม่ให้เรียน

c. หนูอยากเรียน

d.  เพราะเพื่อนเรียนอยู่ก็เลยอยากเรียนคะ

e.  เหตุผลอื่นๆ เช่น ……………………………

(เด็กวัด imm)  วันไหนที่ไม่มีเรียนหนูจะพยายามอ่านไปก่อน เพราะอยากจะเข้าใจ

(ครูประจำชั้นปรียา) ที่เขียนมายังไม่เข้าใจ พยายามอ่านไปก่อน หมายความว่า เตรียมบทเรียน ล่วงหน้า หรือว่าทบทวน หรือยังไง ช่วยเล่าให้ครูฟังหน่อยนะคะ พยา่ยามอ่านอะไร จากตำราเรียน หรืออ่านหนังสืออะไร

(เด็กวัด imm)  แต่ปัญหาของหนูคือแบ่งเวลาไม่ถูก กะไม่ถูกว่า ภาษาญี่ปุ่นจะอ่านช่วงไหน
ภาษาอังกฤษจะอ่านช่วงไหนและหนูก็เตรียมจะไปสอบข้อสอบของจุฬาฯและธรรมศาสตร์
ปกติเพื่อนบางคนที่เค้าเก่งเค้าจะได้ภาษาเดียว อีกภาษาที่ต้องเรียนเค้าจะทิ้งไปเลย แต่เพื่อนที่โรงเรียนมักจะทิ้งภาษาอังกฤษแต่จะเน้นเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งหนูคิดว่าไม่ดีแน่ หนูยังไม่มั่นใจเรื่องการเรียนในมหาวิทยาลัยว่าอยากจะเรียนเน้นภาษาไหนโดยเฉพาะจึงอยากได้พยายาม ทำทั้ง 2 ภาษาให้ดีที่สุดค่ะ

(ครูประจำชั้นปรียา) ขอติดคำตอบเรื่องนี้ก่อน ครูขอให้หนูไปช่วยทำการบ้านมาก่อนนะคะ

(เด็กวัด imm) ปกติเพื่อนบางคนที่เค้าเก่งเค้าจะได้ภาษาเดียว อีกภาษาที่ต้องเรียนเค้าจะทิ้งไปเลย แต่เพื่อนที่โรงเรียนมักจะทิ้งภาษาอังกฤษแต่จะเน้นเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งหนูคิดว่าไม่ดีแน่

(ครูประจำชั้นปรียา) อยากให้หนูช่วยเล่าระบบให้ฟัง เพราะสมัยครูโบราณแล้ว

ระบบสมัยใหม่ คือ ใครที่จะสอบเข้าสาขาภาษาอังกฤษก็จะต้องสอบข้อสอบภาษาอังกฤษ

ใครที่จะเข้าสาขาภาษาญี่ปุ่นก็ต้องสอบข้อสอบภาษาญี่ปุ่น หรือยังไง ครูขอทราบระบบปัจจุบันหน่อยนะคะ  แล้วถ้าเกิดครูยังไม่แน่ใจจะเรียนภาษาไหน ครูต้องทำยังไง ต้องสอบข้อสอบแบบไหนคะ


(เด็กวัด imm) หนูจึงอยากปรึกษาเรื่องการอ่านหนังสือ หรือท่องศัพท์ เพราะทั้ง 2 ภาษา มีคำศัพท์เป็นจำนวนมาก บางครั้งหนูจะเครียดจนปวดหัวเลยล่ะค่ะ

(ครูประจำชั้นปรียา) ไหนเล่าให้ครูฟังหน่อย เวลาที่อ่านหนังสือ ในที่นี้ คือ ดูหนังสือตำราเรียนทั้งภาษาอังกฤษ และญี่ปุ่นใช่ไหมคะ หรือหนังสือทั่วๆไปที่ไม่เกี่ยวกับที่เรียน หรือ ที่เรียนพิเศษคะ

 อ่านยังไง เล่าให้ฟังด้วย เช่น อ่านทีละบรรทัด แล้วท่องจำ หรืออ่านผ่านๆ หรือยังไงคะ

(เด็กวัด imm) มีคำศัพท์เป็นจำนวนมาก บางครั้งหนูจะเครียดจนปวดหัวเลยล่ะค่ะ

(ครูประจำชั้นปรียา) เวลาที่เจอคำศัพท์ใหม่ๆ หนูจำยังไง ไหนเล่าให้ครูฟังหน่อยนะคะ

ที่เครียดจนปวดหัว เพราะคำศัพท์เยอะใช่ไหม หรือเพราะอะไร เขียนให้ฟังหน่อยนะคะ


(เด็กวัด imm) จึงอยากให้คุณครูปรียาแนะนำการอ่านหนังสือเป็นช่วงและทำอย่างไรจึงจะไม่สับสนค่ะ

หนูจะรอคุณครูมาตอบหนูนะคะ ^^ขอบพระคุณมากๆเลยค่ะ

 

(ครูประจำชั้นปรียา) ช่วยทำการบ้านอย่างดีเลยนะคะ ครูจะได้ช่วยตอบปัญหาหนูได้ ใจเย็นๆไม่ต้องเครียดค่ะ ครูก็จะรอคำตอบของหนูเ้ช่นกัน

 

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-03-30 23:04:16 อีเมล์ : IP : 71.190.47.6

--------------------------------------------------------------------------------------------------