茶道 ห้องพิธีชงน้ำชา
ความประทับใจทีมีต่ออีกา และความเกลียดกลัว ( 5 ) หาอ่านได้เลยค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

 

อยากบินได้อย่างนกบ้าง เพราะท่าทาง

มีอิสระภาพเสรีภาพดีจัง

 

 

 

       ดิฉันเองได้ข้อคิดมากมายจากการดูรายการสารคดีนี้ หลังจากที่ดูแล้ว เรื่องอีกาก็คิดอยู่ในหัวดิฉัน ยิ่งเวลาที่เดินผ่านและเห็นอีกาก็อดทำให้คิดถึงรายการนี้ไม่ได้ จากนั้นดิฉันก็เริ่มเกิดความคิดวที่ว่า ถ้าจะว่าไปแล้ว ชีวิตอีกาในเมืองหลวงก็ไม่ต่างอะไรกับชีวิตมนุษย์ ทำให้เห็นว่า ชีวิตมนุษย์และอีกานั้น มีจุดร่วมที่ว่า ต่างต้องดิ้นรนแสวงหาเพื่อความอยู่รอด เช่น คนต่างจังหวัดที่เคยใช้ชีวิตสบายๆในต่างจังหวัด ยิ่งวันก็ยิ่งทำมาหากินในต่างจังหวัดยากมากขึ้นทุกที ในที่สุดก็จำต้องจากถิ่นฐานตัวเองในต่างจังหวัดเข้าไปเสี่ยงโชค และแสวงหาอาหารเพื่อปากและท้องของตัวเอง และครอบครัวในเมืองหลวง

            ชีวิตในต่างจังหวัดสำหรับคนต่างจังหวัดย่อมแตกต่างกับชีวิตในเมืองหลวง เมื่อเข้าในเมืองหลวง คนต่างจังหวัดก็ต้องปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตตัวเองให้เข้ากับชีวิตในกรุง จากขีวิตสบายๆ วันๆไม่ต้องทำอะไรมาก ก็ต้องกัดปากตีนถีบ และต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อแลกกับเิงินทอง ในจุดนี้ดิฉันคิดว่า ไม่น่าจะแตกต่างกับอีกาที่พอจะหาเศษอาหารและกินจนอิ่มท้องแล้ว ยัง้ต้องพยายามหาอาหารเผื่้อไปให้ลูกนกกิน แม้จะต้องแย่งอีกาตัวอื่นก็ต้องทำเพื่อความอยู่รอด แล้วยังต้องคำนึงถึงปากท้องในวันต่อไปอีกด้วย ด้วยการคาบเอาเศษอาหารไปเก็บซ่อนไว้ในที่ลับ พอตกเย็นก็จะกลับไปกินเศษอาหารนั้นในที่ซ่อน หรือไม่ก็คาบไปให้ลูกน้อยกินเพื่อความอยู่รอด

            พฤติกรรมในจุดนี้ไม่แตกต่างอะไรกับมนุษย์ที่ต่างก็มีความรักในครอบครัวของตัวเอง และพยายามเก็บเงินออมไว้เผื่อวันหน้าวันหลังยามที่ลำบาก

            แต่ที่น่าสนใจก็คือ มีพฤติกรรมบางอย่างของอีกาที่ไม่แตกต่างจากมนุษย์ก็คือ อีกาจะรังแก และฆ่านกพิราบ หรือแม้แต่แมวที่เข้าไปหาอาหารได้ก่อน ถ้าจะเปรียบก็เหมือนคนที่แข็งแรงกว่า หรือคนที่มีอำนาจก็มักจะวางอำนาจ รังแก และข่มขู่คนที่สู้ไม่ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้แรง หรือใช้อำนาจบีบบังคับ ผู้น้อย หรือคนที่อ่อนแอกว่า เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดกับนกพิราบ ตัวเองไม่ได้เข้าไปกิน แต่พอนกพิราบเข้าไปกินก็ยอมไม่ได้ และถือโอกาสชุบมือเปิบ แถมยังทำร้ายอีกฝ่ายจนตาย ฐานข้ามหน้าข้ามตา บังอาจเข้าไปกินอาหารที่คนไปวางไว้ก่อน หรือแม้่แต่นกเล็กๆที่บินเล่นอยู่ อีกาเห็นเป็นไปไม่ได้จะต้องเข้าไปจิก รังแก และเอาจนนกตายด้วยข้ออ้างที่ว่า เพื่อความอยู่รอด

ในจุดนี้ อีกาคงไม่แตกต่างมนุษย์บางคนที่ชอบกลั่นแกล้งคนอื่น ไม่ก็ทำร้าย ปล้นบ้าน หรือขโมยเข้าของคนอื่น และบางครั้งก็ทำจนอีกฝ่ายต้องเสียชีวิตโดยไม่ได้คิดว่า การกระทำของตนไม่เหมาะสม

            จุดที่มนุษย์มี แต่อีกาไม่มีก็คือ จรรยาธรรม และศีลธรรม ตลอดจน สติความยั้งคิดที่จะแยกแยะได้ว่า อะไรที่เป็นความโลภและความเห็นแก่ตัว ควรจะตัดให้น้อยที่สุด แต่มนุษย์ในสังคมไทยปัจจุบัน พฤติกรรมของมนุษย์ไม่ได้แตกต่างอะไรกับอีกาก็ว่าได้ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะมนุษย์ในโลกไฮเทค พยายามสร้่างค่านิยมที่ไม่ถูกต้องที่ว่า มือใครยาวสาวได้สาวเอา ให้เป็นค่านิยมที่ถูกต้องโดยไม่ต้องรู้จักเขินหรือละอายใจตัวเองที่คิดแบบนั้น กล่าวคือ ไม่ว่าจะได้มาด้วยวิธีไหน ไม่ว่าจะทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวงเพียงไหน ก็ไม่รู้สึกละอายตัวเองแม้แต่น้อยขอให้ได้มาก็ใช้ได้แล้ว

            แต่พฤติกรรมอีกอย่างของอีกาที่คล้ายกับมนุษย์ก็คือ เพื่อความอยู่รอด อีกาจะต้องออกไปหากิน หาเหยื่อ เพื่อจะได้อะไรกินด้วยการต้องดิ้นรน หาเหยื่อ หาอาหารเพื่อมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เช่นเดียวกับมนุษย์ กล่าวคือ อีกาจะต้องตื่นแต่เช้าออกไปเที่ยวหาอาหาร พออิ่มท้อง ตอนเที่ยงก็จะบินไปพักตามต้นไม้ในป่า อีกาประเภทนี้ก็คือ อีกาที่เอาแต่สบายๆ เปรียบเสมือนมนุษย์ที่อยากสบาย ในขณะที่คนอื่นทำงาน ตัวเองก็แอบโดดงาน หรือไม่ก็แอบไปเที่ยว หรือไม่ก็อู้งานไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ในขณะที่คนอื่นทำงานกันตัวเป็นเกลียว

           

ความประทับใจที่ได้จากอีกา

            ก่อนดูสารคดีเรื่องนี้ มีความรู้สึกกับอีกาในแง่ไม่ค่อยดี และเป็นความรู้สึกที่เกลียดกลัว ทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับอีกามาก่อนได้แต่ฟังผู้ใหญ่ หรือคนเล่าถึงอีกาในแง่ไม่ดีให้ฟังมาตลอด แต่จากรายการนี้ ทำให้รู้สึกว่า อีกาที่เจ้าเล่ห์ ฉลาดแกมโกง และเป็นอันธพาลที่ว่านี้ จริงๆแล้ว อีกาก็ไม่ใช่จะอยู่อย่างสบายๆ ตามที่เราคิดกันไว้ เพราะกว่าอีกาจะได้เศษอาหารแต่ละชิ้น หรือกว่าจะได้อาหารมากินให้อิ่มท้องก็ต้องต่อสู้กับสัตว์ และคน หรืออีกนัยหนึ่ง อีกาต้องใช้ความสามารถ ความพยายาม ไหวพริบอย่างมาก ในการที่จะไปแย่งอาหารเหล่้านั้นมายังชีพ เมื่อถึงเวลาถึงจะได้บินกลับไปพักผ่อนในป่า หรือบินกลับถิ่นฐานเดิมของตัวเอง

 ดิฉันมีความรู้สึกว่า ภาพที่เห็นอีกาห้อยโหน เล่นน้ำ หรือส่งเสียงก้องไปทั่วป่านั้น คือ สภาพที่แท้จริงที่เป็นธรรมชาิติของอีกาในป่าใหญ่ ซึ่งคงไม่แตกต่างอะไรกับ สัญชาติญาณที่แท้จริงของมนุษย์ แต่เวลาที่ว่านี้จะมีสักแค่ไหนในสภาพสังคมทุนนิยมปัจจุบันที่มนุษย์เราต่างก็มีส่วนช่วยกันสร้างสังคมแบบนี้ขึ้นมาจะด้วยความตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตาม

            เราคงไม่ปฎิเสธความจริงทั่้วไปที่ว่า คนส่วนใหญ่ที่เกิดในเมืองหลวง และชินกับความสะดวกสบาย เมื่อไปทำงานตามต่างจังหวัด อาจจะรู้สึกอึดอัด และไม่ชิน แม้ชีวิตต่างจังหวัดจะเรียบง่าย และมีธรรมชาติเป็นเพื่อนก็ตาม

ส่วนคนต่างจังหวัดก็ดั้นด้นเข้าไปหางาน หาเงินในเมืองใหญ่ เมื่อกลับไปยังบ้านเกิดตัวเอง ส่วนใหญ่จะรู้สึกโล่งอก สบายใจ และรู้สึกว่าเป็นตัวของตัวเองมากกว่าการที่จะต้องใช้ชีวิตในเมืองใหญ่หรือในที่ที่ไม่ใช่ถิ่นกำเนิดตัวเอง เท่าที่ดิฉันมีโอกาสพูดคุยกับคนขับแท็กซี่ที่มาจากต่างจังหวัด (เวลานั่งแท็กซี่จะถือโอกาสคุยกับคนขับแท็กซี่ เพราะชอบและอยากเรียนรู้ว่า พวกเขาคิดยังไงกับชีวิตในกรุงเทพฯ หรือในเมืองใหญ่) แทบทุกคนจะให้คำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า อยู่้ไม่ไหวหรอกกรุงเทพฯ แต่ที่ต้องอยู่ก็เพราะต้องมาหาเงิน เพื่อปากท้อง ถ้าอยู่บ้านเกิดตัวเองครอบครัวก็คงอดตาย เพราะไม่มีงานทำ

            ดังนั้น พฤติกรรมต่างๆที่อีกาทำกับสัตว์อื่น เช่น นกพิราบ หรือ การที่อีกาต้องแก่งแย่งกับอีกาอื่นเพื่อจะได้อาหารมากินเพื่อลูกจะไม่ต้องอดตายนั้น ถ้าคิดให้ลึกซึ้งก็ไม่ใช่เป็นพฤติกรรมที่แปลกสำหรับสัตว์ แต่ที่น่าแปลกก็คือ มนุษย์ที่เรียกตัวเองว่าเป็นสัตว์ประเสริฐนั้น บางครั้งพฤติกรรมของมนุษย์นั้นกลับไม่ได้แตกต่างกับสัตว์ เช่น อีกาเลยก็ว่าได้ ความรู้สึกที่ดิฉัน เกลียดกลัวอีกากลับกลายเป็นความรู้สึกที่เห็นใจอีกา ที่ว่าจะว่าไปแล้ว ชีวิตอีกา หรือนกน้อยที่เราเห็นบินไปมาบนท้องฟ้านั้น บางครั้งมนุษย์เราเองอาจจะแอบน้อยใจ หรืออิจฉานกน้อยที่บินไปมาบนท้องฟ้าว่า ทำไมนะ เราจึงบินไม่ได้อย่างนกบ้าง และใ่ฝ่ฝันที่จะบิน และอยากจะมีอิสระเสรีภาพเหมือนกับนกน้อย เช่น เนื้อร้องของเพลงที่ในสมัยอาจารย์ส่วนใหญ่จะรู้จักและร้องกันจนติดปากก็คือ  I wanna be free like a blue bird (ตอนสมัยที่ร้องเพลงนี้ ไม่ได้คิดอะไรมาก ได้แต่สงสัยว่า blue bird หน้าตาจะเป็นยังไง มีจริงหรือเปล่านะ แต่ก็โชคดีที่ตอนที่ย้ายมาอยู่ที่คาลิฟอร์เนียร์ เวลาที่ไปเดินในป่า นานๆจะมีโอกาสเห็นนก blue bird เกาะอยู่ เป็นสีน้ำเงิน ตัวไม่ใหญ่ น่ารัก และท่าทางมีความสุขมาก เพราะจะเห็นมีเพียงตัว สองตัวเท่านั้น) จึงเข้าใจลึกซึ้งมากขึ้นว่า ทำไมคนจึงแต่งเพลงนี้ขึ้นมา

            แต่ถ้าคิดในอีกแง่หนึ่ง ตามสภาพความเป็นจริง อีกาหรือนกอื่นๆไม่ได้บินอย่างมีความสุข หรือบินเล่นสบายๆ ไม่ต้องทำอะไรตามที่เราคิด แต่ต้องดิ้นรนอย่างมากเพื่อความอยู่รอดไม่แพ้มนุษย์ แถมเผลอๆบินๆอยู่ก็อาจถูกมนุษย์เอาหนังสติ็กยิงจนบาดเจ็บ หรือเอาปืนยิงจนตายหล่นมาที่พื้นก็ได้

 

(มีต่อ)

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-02-19 08:55:24 อีเมล์ : IP : 69.114.33.56

ตอบกระทู้

--------------------------------------------------------------------------------------------------