茶道 ห้องพิธีชงน้ำชา
กิจกรรมช่วงปีใหม่ของครอบครัวก็ คือ ไปซื้อ 福袋(ふくぶくろ)หรือ Happy Bag
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีปีใหม่ 2552 แด่คุณครูปรียา,หัวหน้าห้องและเพื่อนๆ น้องๆ เด็กวัดคุณครูปรียาทุกคนค่ะ

กิจกรรมช่วงปีใหม่ของครอบครัวก็ คือ ไปซื้อฟุกุบุคุโระกับสามีค่ะ ก็เลยนำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง เพราะทุกวันที่ 2 มกราคม จะเป็นวันแรกที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำพร้อมใจกันนำ 福袋 (ふくぶくろ) หรือ Happy Bag ประจำปีมาจำหน่าย

ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่สินค้าเกี่ยวกับเครื่องแต่งกาย ซึ่งถ้าเทียบจากราคาเต็มจะลดลงมามากกว่า 50% บางถุงสินค้าอาจจะลดลงเกือบ 80% ก็เลยนำภาพมาแสดงให้เห็นถึงสินค้าและราคา ปีนี้สามีเลือกซื้อชุดสูทเอาไว้ใส่ทำงาน ซึ่งเค้าถูกใจมากๆ เพราะราคาไม่แพงและมีบริการวัดตัว  แก้ไขให้เรียบร้อยอีกต่างหาก

สำหรับเศรษฐกิจปีนี้สามีบอกว่าต้องรัดเข็มขัดให้แน่นขึ้นหน่อย ดังนั้นสูทชุดนี้จึงเป็นสูทชุดแรก ชุดเดียวและชุดสุดท้ายประจำปีนี้ของสามี

** ถ้าใครอยากมาเที่ยวญี่ปุ่นเพื่อมาเลือกซื้อฟุกุบุคุโระก็ต้องมาช่วงต้นปี เพราะหลังวันที่ 5 หรือ 6 มกราคม ส่วนใหญ่สินค้าจะถูกจำหน่ายออกไปหมดแล้ว หรือบางร้านสินค้าหมดตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย
** คุณครูหรือเพื่อนๆ น้องๆ ท่านอื่นพอจะทราบไหมคะว่า Happy Bag ลักษณะนี้เป็นวัฒนธรรมเฉพาะของชาวญี่ปุ่น หรือมีที่ประเทศอื่นไหมคะ **

โดย : เมย์จัง-เด็กวัดแม่บ้านญี่ปุ วันที่ : 2009-01-10 21:38:10 อีเมล์ : IP : 58.147.46.241

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัดเมย์

ขอบคุณที่เอาเรื่องนี้มาเขียนเล่าให้ฟัง อาจารย์เห็นคนญี่ปุ่นวิ่งหาซื้อถุงนำโชค หรือถุงนำความสุขนี้ทุกปี ตามที่เด็กวัดเขียนมาถูกต้องค่ะ จะเป็นเสื้อผ้า และเครื่องประดับประดาของผู้หญืงเสียส่วนใหญ่

อาจารย์อยู่ญี่ปุ่นมาเกือบยี่สิบปี แต่ไม่เคยไปซื้อหรือเอาเงินลงขันด้วย เพราะเท่าที่ฟังมา คนญี่ปุ่นที่ซื้อเป็นประจำ ขนาดต้องไปยืนรอตอนร้านเปิด เห็นแล้วก็ยังอดขำไม่ได้ ซื้อเหมือนของฟรี หิ้วกันพะรุงพะรัง ถุงละห้าพันเยน หรือหมื่นเยน เห็นเล่าว่า ที่ถูกใจมีน้อยมาก แม้ราคาจะถูกมากก็ตาม บางคนจะแบ่งกันไปซื้อแล้วก็เลือกของที่ตัวเองชอบเก็บไว้ จากนั้นก็เอาที่ไม่ชอบแลกกับเพื่อนค่ะ

แต่ถ้าสามีของเด็กวัดเมย์ มีของที่ต้องการอยากได้ การซื้อแบบนี้จะได้ของราคาถูกมาก แต่ส่วนใหญ่วิ่งไปซื้อจนติดนิสัยทั้งนั้น พวกสาวๆและแม่บ้าน

ถ้าจะถามว่า เป็นวัฒนธรรมของญี่ปุ่นหรือไม่ คงไม่ใช่ แต่เป็นวิธีหาเงืนของร้านค้าที่มีมาเป็นประจำทุกปีอย่างน้อยก็สามสิบกว่าปีแล้วที่เห็นมีขายมาตลอด

จากการที่ตอนนี้อาจารย์อาศัยและใช้ชีวิตในอเมริกา คงมีอะไรที่จะเขียนเล่าให้เด็กวัดฟังในแง่มุมต่างๆที่คงจะทำให้โรงเรียนเด็กวัดปรียา ไม่เหมือนเว็บอื่นๆ เพราะเราทุกคนจะได้ความรู้เพื่มขึ้นอีก หนึ่งประเทศ คงจะเป็นเรื่องราวของประเทศไทย ญี่ปุ่น อเมริกา และคงจะไปเอาข้อมูลที่คิดว่าน่าสนใจจากเพื่อนร่วมชายคาบ้านเดียวกันชาวอังกฤษ ขอให้ทุกคนเตรียมตัวเตรียมใจอ่านกัน เพราะอาจารย์เรียนมาทางด้านเปรียบเทียบ เราจะได้รู้กว้างๆ เปิดโลกของพวกเรา คงไม่ปิดแคบเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับญี่่ปุ่นเท่านั้น เพราะตอนนี้เรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่น ที่มีตามเว็บ และเขียนกันมากมายเป็นหนังสือวางขายเอาเงืนกันนั้น ไม่ต่างกับ ข้าวปั้นปลาดิบที่ขายกันเกลื่อนที่ขายกันจนเกลื่อนเต็มไปหมด แค่เห็นก็กลัว

ในอเมริกา จะมีถุงนำโชค หรือถุงคล้ายๆกันแต่ก็ไม่เหมือนกัน คนอเมริกันไม่ได้สุรุ่ยสุร่ายเหมือนคนญี่ปุ่้น คือก่อนที่จะเข้า วันขอบคุณพระเจ้า Thanks Giving Day หรือช่วงเข้าครืสมาสต์ ตามร้านซุปเปอร์มาร์เกต แต่ไม่ทุกร้านนะคะ แล้วแต่บางร้าน แต่ซุปเปอร์ฯแถวบ้าน เขาจะมีถุงกระดาษหรือถุงคริสมาสต์ที่ทางร้านทำไว้มากมายให้เลือกหยิบไปใช้บรืจาคได้

 ข้างในจะใส่อาหารกระป๋อง ข้าวสาร เส้นสปาเกตตี้อะไรทำนองนี้ เห็นได้เพราะไม่ได้ปิดปากถุง แล้วก็ให้คนซื้อบริจาคเงืนซื้อ สืบเหรียญ แล้วก็ใส่ชื่ตัวเองในกระดาษที่ทางร้านทำไว้ แล้วเอาไปแปะที่ฝาผนังหรือบอร์ด เพื้อให้รู้ว่ามีคนบริจาคซื้อของเหล่านี้แล้วมากน้อยแค่ไหน จ่ายสืบเหรียญแล้วเขาก็จะเอาไปกองรวม พร้อมกับแปะชื่อคนบรืจาคเพื่อนำไปแจกจ่ายคนที่ต้องการของกินของใช้ เหมือนทำบุญบ้านเราค่ะ

ปีนี้เนี่องจากเศรษฐกืจแย่มากๆๆ ในอเมริกา ตามที่เราทราบดี ยิ่งแถวนิวยอร์คหนาวมาก ทางสถานีรายการ  Good Morning America มีการรณรงค์ให้คนที่มาร่วมออกรายการเขา เอาเสิ้อกันหนาว ที่ใช้ หรือซื้อใหม่มาบริจาค บางคนที่เป็นดาราชื่อเสียงดังจะมีแฟนๆที่อยากจะซื้อ หรือประมูลราคาเสื้อกันหนาวของราคา ด้วยราคาแพง หรือคนที่มาออกรายการจะต้องเอาเสื้อหนาวที่อยากบริจาคมาบริจาค หรือบางคนใส่มาแล้วถอดบริจาคเลย แล้วก็เอาเงินไปช่วยคนจนที่ไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีเสื้อผ้า อาหาร เป็นต้น แต่ปีนี้ น่าเศร้าทีเดียวเพราะคนอเมริกันเองที่เคยบริจาคก็ไม่มีปัญญาบริจาคเพราะ ปัญหาคนตกงาน ไม่มีบ้านอยู่ มากมาย ทำให้คนที่เคยบริจาคอาหาร เสื้อผ้า มีน้อยมาก

มีการถ่ายทำแหล่งที่ได้รับของบริจาค เห็นหื้งที่เคยล้นด้วยของบรืจาคทุกปี แต่ปีนี้ หื้งมีของบรืจาคนิดหน่อย ไม่อาจช่วยคนที่ยากจนได้เหมือนทุกปี

ดูแล้วก็หดหู่ใจ ปีนี้คงเป็นปีที่ไม่ใช่รัดเข็มขัดอย่างเดียว คงเป็นปีที่ทุกคนหนักใจมากทีเดียว เพราะในอเมรืกาคนตกงานตามข่าวตอนนี้กว่า 2.5 ล้านคน และคงจะมีจำนวนเพื่มขึ้นอย่างมากตามมา

เท่าที่ดู ญี่ปุ่นก็หงอยไปมาก มีประเทศไทยเรา คนไทยที่ยังไม่ได้รู้ว่า ตอนนี้ประเทศต่างๆอยู่ในสภาพที่แย่ขนาดไหน แต่ก็ดีใจที่เมื่อเศรษฐกืจไม่ดี คนก็เรื่มรู้จักแสวงหาความรู้เพิ่มเติมเพราะไม่มีงานทำ ต้องเก็บตัว ซุ่มตักตวงความรู้จะได้มีคนจ้่างทำงาน หรือที่ทำงานอยู่ก็ต้องเรียนเพิ่ม ไม่งั้นก็คงตกงานแน่

ถ้าเทียบกับประเทศญี่ปุ่นและประเทศอเมริกา คนอเมริกัน เขาจะมีการบรืจาค และช่วยกันมากกว่าของญี่ปุ่น ทั้งที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศแคบๆ แต่อาจารย์ก็สงสัยว่า ทำไม ร้านสรรพสืนค้าในญี่่ปุ่นจึงมีคนแน่นทุกวัน ซื้ออะไรกันมากมายก็ไม่รู้ ในอเมริกาไม่ได้แน่นเหมือนในญี่ปุ่นเลย

อาจารย์อยู่ญี่ปุ่นนานมากจนเบื่อที่จะออกไปเบียดไปซื้อของเพราะแพงมาก และก็ยังสงสัยว่า น้ำยาสระผมของญี่ปุ่น ทำไมราคาในเมืองไทยถูกมากกว่าในญี่ปุ่นมาก ไปญี่ปุ่นคราวนี้ ยื่งค่าเงืนเยนขึ้นเป็น 38 บาทต่อ ร้อยเยน

ก็เลยต้องรัดเข็มขัดมากขึ้น และไม่อยากที่จะซื้ออะไรเลย เพราะมีขายในเมืองไทย

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-01-11 03:17:04 อีเมล์ : IP : 117.47.36.204

--------------------------------------------------------------------------------------------------