楽しさに出会える部屋。
โจ๊กค่ะ ไม่ใช่โจ๊กกิน แต่โจ๊กขำขัน คลายเครียด สนุกกับครูประจำชั้นปรียา :-) เชิญอ่านได้เลย
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีึึค่ะ แฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน

 

 

 ยีราฟตัวนี้ถ้าส่งไปให้จีน

จีนคงจะเนรมิตให้เป็นสีน้ำเงินได้

อย่างง่ายดายแน่นอน

ยีราฟสีน้ำเงินพันธ์ใหม่ Made in Japan

ฉบับปรับปรุงใหม่ดีกว่าพันธ์เก่า

ขนาดกระทัดรัด อาจจะรูปไข่

 แบบของนินทินโดก็ได้

เพราะมะเขือเทศกลมๆ

ญี่ปุ่นยังทำให้เป็นสี่เหลี่ยมได้เลย

ใครจะรู้ :-)

 

 

            วันนี้อาจารย์เอาเรื่องคลายเครียดมาให้เด็กวัดทีุ่กำลังเตรียมตัวสอบได้อ่านกันจะได้คลายและหายเครียด ก่อนจะกลับไปเตรียมสอบต่อ อาจารย์อ่านเรื่องขำขันพวกนี้แล้ว หัวเราะไปอ่านไป คนข้างๆที่อยู่บ้านเดียวกัน คงจะคิดในใจว่า เพื่อนร่วมชายคาบ้านปรียา ท่าทางอาการหนัก ในใจคงกลัวเหมือนกัน แต่ก็คงดูเชิงอยู่ไม่กล้าถามว่า ‘เพี้ยนไปแล้วหรือ เพราะเห็นถือหนังสืออยู่ในมือ ทำไมนั่งหัวเราะอยู่ได้คนเดียว แต่ก็โชคดีไม่มีคนขัดความสุข เพราะเขาก็มีความสุขกับหนังสือที่เขาอ่าน เพราะเราต่างก็อ่านหนังสือกันคนละเล่ม แล้วก็เพลินกับมันจนติดเป็นนิสัย

แต่เมื่อคืนนี้ เยี่ยมยอดมาก เพราะอ่านไปหัวเราะไป นานๆอาจารย์จะได้อ่านหนังสือที่ผ่อนคลายอารมณ์ หลังจากอ่านเรื่องเคล็ดลับแห่งชีวิตที่ไปถามกูรูบนยอดเขาแล้ว เพิ่งจะได้ขำอีก เป็นเรื่องขำขัน เกี่ยวกับภาพลักษณ์ และตลกโป๊กฮาที่คนทั่วไปมีต่อคนในประเทศต่างๆ และตลกขำขันที่คนญี่ปุ่นเอง ต้องมีไว้อ่าน เพื่อจะได้ไม่เครียดหนักจนเกิดนไปกับความกดดันในสังคมญี่ปุ่น ไม่งั้นอาจจะหัวสมองอาจจะระเบิดเหมือนภูิเขาไฟฟุจิก็คงไม่ดีแน่

 

                 หนังสือที่อ่านเป็นหนังสือที่เขียนรายงาน เกี่ยวกับความรู้ เบื้องหน้าเบื้องหลังมีสาระ แล้วก็ตบท้ายด้วย เรื่องราวที่ทำให้วางหนังสือไม่ลงเ พราะขำและจี้จริงๆ ไม่ใช่หนังสือมังงะ ไม่มีภาพประกอบที่ให้ดูเหมือนหนังสือมังงะ มีอยู่ไม่กี่ภาพในเล่ม แต่ที่ไหนได้ ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมอ่านแล้วขำ และหัวเราะไม่หยุดเลย ถือเป็นฝีมือคนเขียนที่ไม่ต้องอาศัยภาพประกอบช่วยกระตุ้นให้สมองขำเร็วขึ้นแม้แต่น้อยเลย

            อาจารย์ไม่ใช่นักเล่าเรื่องขำขัน ไม่รู้ว่าแปลออกมาแล้ว เด็กวัดจะหายเครียด หรือยิ่งเครียดหนัก เพราะหัวเราะไม่ออกตามที่อาจารย์เขียนไว้J ใครที่หัวเราะไม่ออก ก็ขอให้คิดเรื่องที่ทำให้เราขำแทนแล้วกันนะคะ ส่วนคนที่อ่านแล้วขำ ก็หัวเราะเลยนะคะ ไม่มีรางวัลให้สำหรับคนที่หัวเราะนานและหัวเราะไม่หยุดนะคะ

 

เอาละนะ เราคงจะได้ขำ หรือหัวเราะกับลักษณะประจำชาติของแต่ละชาติที่คนทั่วโลกมอง จากเรื่องตลกขำขัน ต่อไปนี้

 

เรื่อง  ยีราฟสีน้ำเงิน        

 

            มีมหาเศรษฐกิจบ้าระำำำห่ำคนหนึ่งพูดกับทุกคนว่า

 

ใครก็ตามที่สามารถเอา ยีราฟสีน้ำเงินมาให้ดูเป็นขวัญตาได้ล่ะก็ จะให้เงินรางวัลก้อนใหญ่มหาศาลเป็นค่าตอบแทน

 

พอได้ยินที่มหาเศรษฐีพูด คนในแต่ละประเทศต่างก็มีพฤติกรรมโต้ตอบสิ่งที่มหาเศรษฐีต้องการ เพราะต่างก็อยากจะคว้าเงินรางวัลก้อนใหญ่นั้น

 

ใครจะได้รางวัลจากมหาเศรษฐี อ่านกันได้เลย อย่าลืมต้องผ่อนคลาย เตรียมตัวเตรียมใจขำไว้ก่อนนะคะ ไม่งั้น อาจจะขำไม่ออก และก็ระวัง ขอให้อ่านในที่เหมาะสม ไม่งั้น คนที่อยู่ข้างๆ อาจจะนึกว่า เพี้ยนไปเสียแล้วหรือนี่!

 

คนอังกฤษ: พอได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ  ยีราฟสีน้ำเงินต่างก็พูดคุยถกเีถียงกันหน้าดำหน้าแดงว่า  ยีราฟสีน้ำเงินที่่มหาเศรษฐีพูดถึงนั้นมีจริงๆเหรอ?!

 

คนเยอรมัน: พอได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ ยีราฟสีน้ำเงิน ต่างก็พูดคุยกันว่าเราจะรู้ว่า ยีราฟสีน้ำเงินที่่มหาเศรษฐีพูดถึงนั้นมีจริงๆหรือเปล่า เราต้องไปค้นหาข้อมูลในห้องสมุด

 

คนอเมริกัน: พอได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ ยีราฟสีน้ำเงิน อเมริการีับส่งกองทหารออกปฎิบัติการ แถมยังส่งกองทหารไปลาดตระเวณทั่่วโลก พลิกแผ่นดินหา ยีราฟสีน้ำเงิน ให้ได้

 

คนญี่ปุ่น: พอได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ ยีราฟสีน้ำเงินคนญี่ปุ่นไม่มีคำว่ารีรอชักช้า เริ่มค้นคว้าวิจัยกันอย่างจริงจัง ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอน หามรุ่งหามค่ำ หวังที่จะผลิต ยีราฟสีน้ำเงินให้มีคุณภาพดีกว่าของเดิม และในที่สุดก็ผลิต ยีราฟสีน้ำเงิน ที่ปรับปรุงใหม่ออกมาจนได้

 

คนจีน: พอได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ ยีราฟสีน้ำเงินคนจีนรีบไปหาซื้อสี น้ำเงิน J

 

            อาจารย์ชินกับภาพลักษณ์ ตลกเหล่านี้ อ่านแล้ว ขำจริงๆ ตอนนี้ เขียนไปก็ขำไป คนข้างๆ ทนไม่ได้ ถามว่าหัวเราะอะไรมากมายตั้งแต่เมื่อคืน เลยต้องแบ่งปัน เล่าให้ฟัง

ก็เลยทำให้อีกคน เป็นโรคเส้นตื้นไปด้วย แต่หัวเราะคนละเสียงนะคะ คนตัวใหญ่ และคนตัวเล็กแบบพี่ไทย J และเขาก็หัวเราะในภาพลักษณ์ของประเทศเขา และของประเทศอื่น ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีก ได้รับความรู้เพิ่มขึ้นอีก

 

            ใครที่ขำไม่ออกก็พยายามช่วยตัวเองให้ขำออกมาให้ได้ อย่ามาโทษ หรือโกรธอาจารย์นะคะ

 

            ใครที่ขำได้นิดหน่อย หรือขำได้มาก เขียนมาบอกอาจารย์ด้วย จะได้ดีใจ

 

            และถ้าถูกคนพาไปโรงพยาบาลโรคจิต ไม่ใช่เป็นความรับผิดชอบของอาจารย์นะคะ ไม่รู้ด้วยนะคะ:-)

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-11-07 11:11:42 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัด 学生

ต้องขอโทษเพิ่งจะรู้ว่าไม่ได้ตอบเด็กวัด อาจารย์สบายดีค่ะ ย้ายมาที่ ลองไอแลนด์ นิวยอร์คได้เจ็ดเดือนแล้ว เร็วมากจริงๆ ตอนมาใหม่ๆ หิมะตกหนาสิบกว่านิ้วเอง !! ที่นี่หน้าร้อนเหมือนญีปุ่นเลย ชื้น อบอ้าว ตัวเหนียวเหนอะเลยค่ะ แต่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ หน้าร้อนจะออกไปนั่งทานข้าวที่หลังบ้าน เพราะจะเป็น patio เหมือนอยู่ในโรงแรมที่มีสวน

ดอกไม้ที่นี่สวย คาดว่า ใบไม้ร่วงคงจะสวยมาก เพราะว่าอากาศที่นี่หนาวมาก ใบไม้คงจะมีสีเหลือง สีแดงสวยเหมือนสมัยอยู่บอสตัน แล้วไว้จะถ่ายรูปให้เด็กวัดดูกัน

เข้ามาแสดงความคิดเห็นนะคะ เด็กวัดคนอื่นจะได้รู้ว่า มีเด็กวัดแนวหน้าที่มักจะมีข้อคิดเห็นและอะไรน่าสนใจมาถาม

ไม่เห็นมีปัญหาเข้ายากนะคะ คงจะต้องไปจัดการเรื่องคุ๊กกี้หรือเปล่าคะ จะได้เข้าง่ายๆ

มีเด็กวัด maya โพสวิธีจัดการคุ๊กกี้ ลองหาอ่านดูนะคะ

บางทีถ้าเข้ายาก จะเข้าใหม่ ก็จะไม่มีปัญหาค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-08-10 07:19:18 อีเมล์ : IP : 96.232.68.228

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : สบายดีคะ แล้วอาจารย์สบายดีนะคะ ที่ย้ายไปอยู่เมืองใหม่เป็นไงบ้างคะหนาวหรือเปล่าอากาศดีหรือเปล่า ตั้งแต่อาจารย์ยุ่งๆเรื่องงานและการย้ายบ้าน  รู้สึกไม่อยากรบกวนเท่าไหร่ อยากให้อาจารย์พักผ่อนบ้างด้วย เลยห่างเหินนานไปเลย 555 (พอดีไปเจอเรื่องอื่นรู้สึกสนใจศึกษาดู ) เข้ามาดูใหม่ โห มีเรื่องให้อ่านเยอะเลย เด็กเยอะขึ้นมาก ค่อยทยอยอ่าน ตอนนี้หาเวลาก็มาอ่านหาความรู้ที่นี้อยู่  บางทีเวปนี้เปิดติดบ้างเปิดไม่ได้บ้าง แล้วแต่อารมณ์ ไม่รู้เป็นอะไร ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นบ้างหรือเปล่า 55555 ขอบคุณอาจารย์และหัวหน้าห้องที่ได้ให้เวปดีๆให้ได้อ่านกันนะคะ

โดย : 学生 วันที่ : 2009-04-19 19:29:14 อีเมล์ : IP : 125.25.103.52

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด 学生

ขอบคุณมากนะคะ จำไม่ได้ว่าอ่านหรือเปล่า แต่คนที่แต่งโจ๊กนี้ รู้จักคนไทยทะลุปรุโปร่งเลยนะคะ

จะว่าหัวเราะออกมั้ย น่าจะหัวเราะ แต่กลับหน้าชาไปหมด เกิดมีคนต่างชาติเล่าโจ๊กนี้ให้ฟัง

สบายดีหรือคะ ไม่ได้เห็นเข้ามาเป็นแนวหน้าอยู่พักหนึ่ง

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-04-18 03:02:22 อีเมล์ : IP : 96.232.70.37

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

55555 ขอบคุณคะที่มีอะไรตลกมาให้อ่านกันแก้เครียด หายไปนานกลับมาเอาความรู้ มีให้อ่านเยอะแยะเลย แต่อ่านแล้วคิดสักพักหนึ่งก็ร้องอ๋อ...ใช่เลย หึๆๆๆ อดไม่ได้ที่อยากแสดงความคิดเห็น แต่ถ้าคิดต่อว่าถ้าพูดเป็นน้องไทยอย่างเราได้ยิน คิดว่าเป็นอย่างไร หลังจากนั้นอาจซื้อยีราฟจากจีน(เขาสามารถทำได้หลายๆตัวขายทั่วโลก)มาแล้วมาจุดธูป แล้วถูๆๆๆขอห้วยมั้งคะ คนไทยชอบมากของแปลกๆ

อ่านแล้วนึกถึง อีเมล์ที่เพื่อนส่งมาให้เก่ามากๆ หลายคนเคยอ่านมาแล้วทั้งนั้น สไตส์เดียวกันเลย อ่านแล้วไม่รู้ว่าจะหัวเราะดี หรือขำไม่ออกดี เกี่ยวกับ สุดยอดตำรวจไทย แล้วอาจารย์เคยอ่านหรือยังคะ

ครั้งหนึ่ง ได้มีการทดสอบแข่งขันว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงหน่วยไหนเป็นสุดยอดของโลก หน่วยงานความมั่นคงทั่วโลกต่างส่งบุคลากรของตนเข้าแข่งขันในรายการนี้
ปรากฏว่า เมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบในรอบแรกๆแล้ว มีผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายมาได้เพียงแค่ 3 คนเท่านั้น คือ หน่วยCIAของอเมริกา   หน่วยKGBของรัสเซีย     และตำรวจไทย
ในการทดสอบรอบสุดท้าย จะทดสอบโดย กรรมการจะปล่อยกระต่ายตัวหนึ่งเข้าไปในป่าดงดิบรกทึบ แล้ว ให้แต่ละคนใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง ในการค้นหากระต่ายตัวนั้น ใครใช้เวลาน้อยที่สุด จะเป็นผู้ชนะ
คนแรกที่เข้าทดสอบ คือ หน่วยCIAของอเมริกา ซึ่งพกอุปกรณ์ล้ำสมัยมานานับประการ ไม่ว่าจะเป็นระบบชึ้พิกัดด้วยดาวเทียมที่เรียกว่าระบบGPS หรือ เครื่องมือจับความร้อนแบบต่างๆ
แต่ผลปรากฏว่า ด้วยภูมิประเทศอันซับซ้อน ประกอบด้วยป่าอันหนาทึบ ทำให้ดาวเทียมไม่สามารถบอกพิกัดขอเป้าหมายได้ และความเย็นของป่า ทำให้ระบบจับความร้อนใช้งานไม่ได้ ผ่านไปครบ 1 ชั่วโมง หน่วยCIAก็ไม่สามารถหากระต่ายตัวนั้นเจอได้ จึงตกรอบไปเป็นคนแรก
คนที่สอง หน่วยKGBจากรัสเซีย ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องก่อวินาศกรรมและวางเพลิง ได้เข้ารับการทดสอบ
มาถึงไม่พูดพร่ำทำเพลง ลงมือจุดไฟเผาป่าในทันที เพื่อต้อนกระต่ายให้ออกมาจากที่กำบัง
แต่เนื่องจาก ป่ามีความชื้นสูงและกว้างมาก ไฟจึงไม่ลามไปอย่างที่คิด ครบ 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่ได้ตัวกระต่าย หน่วยKGBจากรัสเซียจึงตกรอบไปอีกราย
คนสุดท้าย ตำรวจไทย พอเริ่มการทดสอบ ก็ตรงดิ่งเข้าไปในป่าในทันที ใช้เวลาเพียงแค่ไม่ถึง 10 นาที ก็เดินยิ้มแฉ่งออกมาพร้อมแพะตัวหนึ่ง แพะตัวนั้นหน้าตาบวมปูดสะบักสะบอม และ ร้องว่า "ผมเป็นกระต่ายครับๆๆๆ พอแล้วครับๆๆๆๆๆอย่าซ้อมผมอีกเลยครับ ผมรับสารภาพแล้ว ".................!!!

เอาของเก่ามาเล่าใหม่ แก้เครียด เอ๊ะ!!!หรือเครียดกว่าเดิมคะ

โดย : 学生 วันที่ : 2009-04-13 00:44:47 อีเมล์ : IP : 125.25.140.10

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัดแป๋ว

ที่เด็กวัดขำก็คงขำเพียงส่วนหนึ่งที่น่าขำ แต่จริงๆขำระดับโลกแบบนี้ มันสะท้อนให้เห็นลักษณะประจำชาติของแต่ละประเทศได้อย่างดี ดีใจที่บ้านเรายังไม่ได้เข้าข่าย ให้คนชาวโลกมองออกมาเป็นสูตรว่า ถ้าเป็นคนไทยจะเป็นยังไง

ที่ขำ ขอให้ไปอ่านใหม่นะคะ ว่าแต่ละประเทศ พอได้ยินข่าวมีปฎิกริยายังไง

ของจีน คิดว่า ถ้าคนจีนที่มีหัวสมองอ่านเรื่องขำอันนี้ก็คงขำไม่ออกเหมือนกัน ว่าคนทั่วไป มองคนจีนเป็นยังไง

ยังดีนะคะ ไม่มีขำขันว่า พอคนไทยได้ยิน มีปฎิกริยายังไง

ถ้าเกิดเขียนขำขันว่า พอคนไทยได้ยิน ก็นั่งดูทีวีต่อ หรือ นั่งกินอาหารต่อด้วยความเอร็ดอร่อย หรือ ถ้าได้เงินมาจะแบ่งกันเท่าไร เป็นต้น :-)

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-03-21 00:30:31 อีเมล์ : IP : 71.190.39.120

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ  อาจารย์ปรียาที่น่ารักค่ะ

         ที่แรกๆอ่านบทความนี้ก็ไม่นึกขำหรอกค่ะ เพราะไม่รู้ว่า คนจีนเขา หาซื้อสีน้ำเงิน ไปเพื่อทำอะไรนะคะ

แต่พอกลับมานึกดูอีกที ว่าอาจารย์เขาขำกลิ้ง ขำอะไรกันหนอ   ก็พึ่งมาถึง บางอ้อ ว่า..ที่อาจารย์ปรียาเขาขำกลิ้งนะ คือ คนจีนสมัยก่อน เขาประกอบอาชีพย้อมผ้า นั่นเอง  พอนึกออก ก็ขำได้ ๆๆ ฮ่า ๆ แต่ว่าขำช้าดีกว่าไม่ขำเลย ว่าหรือเปล่าค่ะ

ปล.ถ้าอาจารย์ชอบอ่านบอกได้นะคะ มีแยะเลยค่ะ จะรับแบบขำๆแบบพิเศษ หรือ ขำๆแบบประทับใจดีล่ะคะ เป็นการผ่อนคลายได้อย่างดีค่ะ

โดย : เด็กวัดแป๋วค่ะ วันที่ : 2009-03-20 21:29:34 อีเมล์ : IP : 118.174.5.125

--------------------------------------------------------------------------------------------------