剣道 ห้องเคนโด
อ้าว เขาไม่ค่อยใช้กันหรือ แล้วสอนทำไม รูปขอร้องให้ทำ และไม่ให้ทำ (ตอนสุดท้าย) เชิญเรียนเ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

 

เล่มนี้ยังไม่ออกจำหน่าย จะมีวางขาย

ต้นปีหน้า 2009 ในเล่มนี้จะมี

เรื่องเกี่ยวกับ การขอร้อง

~てくださる หน้า 11-13

แล้วจะโพสให้รู้ว่าวางตลาดเมื่อไร

 

 

ผู้เรียนคงจะสงสัยว่า ถ้าคนญี่ปุ่นมักจะไม่ค่อยใช้สำนวนนี้ แล้วทำไมผู้เรียนจึงต้องเรียนสำนวนที่ว่านี้ด้วย อาจารย์ไม่ได้หมายความว่า ใช้รูปประโยคนี้ไม่ได้ แต่อย่างน้อยที่สุด เมื่อเรียนเกี่ยวกับสำนวน สำนวน「て+ください」ผู้เรียนที่เรียนสำนวนนี้จะต้องเข้าใจเสียก่อนว่า สำนวนโครงสร้างนี้เป็นสำนวนโครงสร้างที่สำคัญอันหนึ่งที่ใช้เมื่อเวลาที่ต้องากรให้ใครทำอะไรให้ เพียงแต่ว่า เวลาที่เรียนสำนวนโครงสร้างนี้ ผู้สอนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยได้อธิบายให้ชัดเจนว่า สำนวนโครงสร้างนี้ใช้กับใคร และใช้ได้ในสถานการณ์ไหน หรือใช้อย่างไรจึงจะเหมาะสม หรือบางครั้งแม้จะมีการอธิบาย แต่ก็อธิบายไม่ละเอียดเท่าที่ควร และที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้สอนส่วนใหญ่มักจะไม่ได้ชี้ให้ผู้เรียนเห็นถึงภูิมิหลังความเป็นมาของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่แฝงอยู่ในสำนวนหรือโครงสร้างนี้

 

แต่กลับเน้นอธิบายวิธีการใช้ทางด้านไวยากรณ์ และพยายามให้ท่องจำวิธีการใช้สำนวนนี้แทน ผู้เรียนก็เลยเข้าใจผิดว่า ทุกครั้งเมื่อเห็นสำนวนในภาษาญี่ปุ่นอะไรก็ท่องจำสำนวนโครงสร้างนั้นๆให้ได้ก็เพียงพอแล้ว จึงทำให้ผู้เรียนนำสำนวนโครงสร้างไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง สร้างความตกตะลึง และบางครั้งทำให้อีกฝ่่ายรู้สึกว่า ผู้พูดทำไมใช้ภาษาและสำนวนที่ไม่ค่อยจะสุภาพและมีมารยาทเท่าที่ควร เพราะสาเหตุที่ว่านำสำนวนโครงสร้างนี้ไปใช้ไม่เหมาะสมกับสถานภาพของอีกฝ่ายนั่นเอง

 

ถ้าคนญี่ปุ่นมักจะไม่ค่อยใช้สำนวนนี้ เวลาที่คนญี่ปุ่นจะขอร้องไหว้วานใครให้ทำอะไร จะใช้สำนวนคำพูดอย่างไร คำตอบก็คือ ในกรณีที่ผู้พูดจะต้องขอร้องให้ผู้ที่มีฐานะทางสังคมสูงกว่าทำอะำไรสักอย่างให้ ผู้พูดที่เป็นคนญี่ปุ่นจะไม่นิยมใช้สำนวนโครงสร้าง「て+ください」 เช่น จะไม่พูดกับอีกฝ่ายว่า

 

Koko ni kaite kudasai.

ここに書いてください。

ช่วยเขียนตรงนี้

 

แต่คนญี่ปุ่นจะนิยมใช้รูปประโยครูปคำถามที่แสดงถ่อมตัวและยกย่องอีกฝ่าย เช่นสำนวน「~て+いただけますか」หรือ「~て+いただけますでしょうか」

สำนวน 「~て+いただけますでしょうか」จะสุภาพอ่อนน้อมและยกย่องอีกฝ่ายมากกว่า 「~て+いただけますか」ส่วน 「~て+いただけませんか」

ก็จะยิ่งสุภาพอ่อนน้อมและให้ความรู้สึกยกย่องอีกฝ่ายมากกว่า 「~て+いただけますでしょうか」มากขึ้นไปอีก หรือถ้าแปลเป็นภาษาไทยก็คงจะคล้ายกับสำนวนว่า จะกรุณาช่วยให้หน่อยได้ไหมคะเช่น เวลาที่นักศึกษาหรือผู้ที่ด้อยอาวุโสกว่าจำเป็นต้องไปรบกวน และทำให้อาจารย์ต้องเสียเวลา นักศีกษาอาจจะใช้สำนวนว่า yonde itadake masu ka()んでいただけますか。」จะกรุณาช่วยอ่านให้หน่อยได้ไหมคะ

ส่วนสำนวน kaite itadake masu deshoo ka「書いていただけますでしょうか。」หรือ kaite itadake masen deshoo ka 「書いていただけませんでしょうか。」จะกรุณาช่วยเขียนให้หน่อยได้ไหมคะ อาจจะใช้กับเจ้่าหน้าที่ที่รับผิดชอบบทความที่ผู้พูดต้องไปไหว้วาน หรือขอร้องให้ผู้อาวุโส หรือนักวิชาการที่ีมีวัยวุฒิ และคุณวุฒิสูง ช่วยเขียนบทความ หรือช่วยเขียนเรื่องอะไรให้สักเรื่อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ยังไม่เคยพบกับอีกฝ่ายที่เป็นผู้อาวุโส หรือนักวิชาการที่มีวัยวุฒิ และคุณวุฒิสูง

 

เวลาที่โทรไปทาบทามหรือแนะนำตัวเอง เพื่อจะขอร้องให้ท่านเขียนให้ ผู้พูดมักจะใช้สำนวนที่อ่อนน้อม สุภาพและยกย่องเป็นพิเศษเพื่อเป็นการให้เกียรติอีกฝ่าย และยังถือว่าเป็นการใช้สำนวนที่เหมาะสมกับสถานภาพของอีกฝ่ายในฐานะที่ผู้พูดต้องไปรบกวน หรือขอร้องให้อีกฝ่าย เขียนหรือทำอะไรให้ สำนวนนี้ จะได้ยินคนญี่ปุ่นที่โทรมาใช้กับอาจารย์บ่อยมาก ยิ่งต้องการไหว้วาน ให้เขียนบทความ ให้ไปเป็นวิทยากร หรืออะไรก็ตามที่ต้องรบกวนเวลา และขอร้องให้ช่วยจะใช้ภาษาเหล่านี้กันอย่างมาก

กล่าวง่ายๆก็คือ ในสังคมญี่ปุ่น การขอร้องใครให้ทำอะไรให้นั้น สำหรับคนญี่่ปุ่นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะถือว่า เป็นการไปรบกวนทำให้อีกฝ่ายลำบาก ดังนั้นเมื่อผู้พูดจะขอร้อง หรือขอให้ใครทำอะไรให้ คนญี่่ปุ่นจะต้องระมัดระวังภาษาพูดที่จะใช้กับอีกฝ่ายอย่างมาก ทั้งนี้อาจกล่าวได้ว่า เป็นเพราะความแตกต่างทางด้านชนชั้้นในสังคมญี่ปุ่นไม่ไมมากเท่าของไทยก็ได้ โดยทั่วไปแล้ว คนญีุ่ปุ่นจะเน้นการใช้ภาษาสุภาพ และภาษายกย่องเพื่อแสดงความเคารพ เมื่อผู้พูดมีความแตกต่างทางด้านสังคทม และอายุกับอีกฝ่าย

 

ในขณะที่สังคมไทย เราจะมีความแตกต่างทางด้านชนชั้นที่เห็นได้ชัดเจนกว่าของญี่ปุ่น เช่น สังคมไทยจะมีชนชั้นที่เป็นนายจ้าง และลูกจ้าง นายกับบ่าว หรือคนรับใช้ เป็นต้น ทำให้ภาษาที่คนไทย เช่น เจ้านายสั่งลูกจ้าง หรือไม่ก็คนรับใช้ในบ้านให้ทำโน่นทำนี่ หรือเวลาที่นายจ้างสั่งให้ลูกน้องทำอะไร จะไม่จำเป็นหรือไม่ค่อยได้ลงท้ายคำพูดด้วย ครับ หรือคะ บางครั้งเมื่อเทียบการใช้ภาษาไทยกับภาษาญีุ่ปุ่น โดยเฉพาะการไหว้วานอีกฝ่ายให้ทำอะไร ยิ่งมีความแตกต่างด้านสถานภาพมากเท่าไร คนไทยมักจะใช้ภาษาไทยที่ออกจะห้วน ตรงๆ และฟังแล้วไม่ค่อยจะไพเราะหูก็มี

 

แต่ถ้าเรามองอีกด้านหนึ่งหรือมองในแง่ดี คนไทยจะเน้นความเป็นกันเอง ไม่ต้องพิธีรีตรองกันมากมาย บางครั้งคำพูดของผู้อาวุโสใช้ก็เป็น คำพูดสั่งโดยตรง กับผู้ด้อยอาวุโสกว่า หรือไม่ก็ลูกน้อง หรือ ลูกจ้าง ในขณะที่ภาษาญีุ่ปุ่น แม้สังคมญี่ปุ่นจะเน้นความแตกต่างระหว่าง ผู้อาวุโสหรือ ผู้ใหญ่ และผู้น้อยเช่นในสังคมไทยก็ตาม แต่คนญี่่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ และผู้น้อยก็ตาม ต่างจะพิถีพิถันในการเลือกใช้คำขอร้องที่สุภาพ และเหมาะสมกับอีกฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งความสัมพันธ์ที่ีดีต่อกัน และยังพยายามอย่างยิ่งที่จะเลี่ยงไม่ให้เกิดความรู้สึกแบ่งแยกทางด้่านชนชั้นที่ีมีอยู่แล้วให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

ดังนั้นในภาษาญีุ่ปุ่น เมื่อผู้พูดพูดขอร้องอย่างสุภาพถ่อมตัว หรือยกย่องอีกฝ่าย ถือว่าเป็นมารยาททางสังคม ฝ่ายผู้ฟัง หรืออีกฝ่ายจะต้องใช้คำสุภาพแก่อีกฝ่ายเช่นกัน แต่ในสังคมไทย เวลาที่เจ้่านายสั่งลูกน้อง บางครั้งก็เป็นรูปคำสั่งที่หาได้มีความนิ่มนวล สุภาพ และบางครั้งก็ยังใช้รูปคำสั่งตรงๆที่ไม่ค่อยจะสุภาพนัก การใช้รูปขอร้องในภาษาไทย และภาษาญี่ปุ่นจึงสะท้อนให้เห็นความแตกต่างและความคล้ายคลึงทางด้่านสังคมของทั้งสองประเทศได้ดี

 

คนรุ่นใหม่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ไม่ชอบเรื่องหนักสมอง ไม่ชอบคิด ไม่เรียน ขอให้สนุกไปวันๆ กับการอ่านมังงะ การเก็บตัวเล่นเกมส์ในห้องตัวเองก็พอ อยู่กับโลกน้อยๆแห่งเกมส์ คุยกับมนุษย์ก็คุยไม่ค่อยเป็นเสียแล้ว เพราะไม่ได้อยากจะคุยด้วย สู้คุยกับเครื่องไม่ได้

 

 ผลที่ตามมาก็คือ สำนวนพวกนี้ คนญี่ปุ่นสมัยใหม่ ที่จะใช้กันได้อย่างถูกต้องคงน้อยลงทุกที เพราะผลพวงจากความคิดใหม่ที่ต้องการอยู่ในโลกไฮเทค แทนที่จะอยู่ในโลกแห่งความจริง ไม่ต้องการสื่อสารพูดคุย เพราะน่ารำคาญและเสียเวลา

 

            ใครอ่านเรื่องนี้แล้วมีความคิดเ็ห็นแลกเปลี่ยนกัน จะเห็นปัญหาความแตกต่าง และวัฒนธรรมมากขึ้น

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-11-07 03:46:49 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

แล้วสำนวน ~ていただきたいのですが / ~ていただきたいんですが、จากที่เคยเรียนมา รู้สึกว่าใช้แทนกันได้ใช่ไหมคะ แล้วใช้สถานการณ์แตกต่างกันไหม หรือว่าคนนิยมใช้น้อยกว่าคะ เพราะที่เรียนมาเป็นคู่กัน เห็นสำนวนนี้แล้วนึกถึงมาเป็นแพ็คเกจเลยคะ

ตังอย่างจากในหนังสือ

1 その記念きってをみせていただけいませんか。 ขอดูแสตมป์ที่ระลึกนั้นได้ไหม

  はい、お見せしましょう。 ได้ค่ะ เดี๋ยวจะเอาให้ดูค่ะ

2 この荷物を送っていただきたいのですが... อยากจะขอให้ช่วยส่งของนี้หน่อย

  はい、お送りしましょう。ได้ครับ ผมจะส่งให้ครับ (สำนวน お +(กริยาตัดます)+しましょう เป็นสำนวนถ่อมตัวที่ใช้ตอบรับคำขอร้องของอีกฝ่ายหนึ่งมีความหมายว่า "(ฉัน) จะทำเอง" มาเป็นสูตรอีกแล้ว เอาเพื่อเพื่อนๆได้อ่านหรือทบทวนกัน

ขอบคุณคะ

โดย : 学生 วันที่ : 2008-11-14 00:40:02 อีเมล์ : IP : 125.24.42.11

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และหัวหน้าห้อง

ไม่เป็นไรค่ะ อาจารย์รู้ดีว่าทุกคนกำลังเตรียมตัวเข้าสอบ ไม่ต้องกังวล เตรียมให้เต็มที่ เพราะจ่ายเงินไปแล้ว ได้ไม่ได้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาเป็นห่วง มาคิดให้เสียสมองนะคะ

อาจารย์ก็พยายามเป็นกองหลังช่วยเด็กวัดด้วยการเอาบทความที่คิดว่าสำคัญ และเด็กวัดไม่ค่อยจะแข็งแรงมาเสริมจะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

ขอให้เด็กวัดทุกคนเรียนให้เข้าใจ อย่าท่องจำ แล้วก็จะทำได้ง่ายขึ้นมาก

ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ นอกเสียจากเราจะไม่พยายามทำเท่านั้น

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-11-08 06:06:20 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : กำลังทบทวนเรื่องพวกนี้อยู่พอดีเลยคะ しえき、うけみ、しえきうけみ เข้าใจแล้วค่ะ ว่าน่าจะเอาไปใช้ได้ในตอนไหน  ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาใน รร. เพราะว่าเตรียมตัวสอบ และเตรียมงานคาราโอเกะ ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ

โดย : หัวหน้าห้อง วันที่ : 2008-11-07 22:48:33 อีเมล์ : IP : 58.147.42.204

--------------------------------------------------------------------------------------------------