一人の空間 มุมหลังห้อง
หนังญี่ปุ่น
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะ

เมื่อวันก่อนแฟนออยอ่านข่าวแล้วบอกออยว่า ที่ต่างประเทศมีคดีฆ่าหั่นศพ ( จำไม่ได้ว่าประเทศอะไร รู้สึกว่าจะเป็นฝรั่ง

ค่ะ ) แล้วคนที่ฆ่าก็เขียนโน้ตเล็กๆไว้ว่า watashiwa kira ( ฉันคือคิระ )

หมายเหตุ : คิระเป็นชื่อตัวละครในภาพยนต์เรื่องเดธโน้ตค่ะ และเป็นนามแฝงของไลท์ ตัวเอกของเรื่อง

สังเกตุว่าหนังญี่ปุ่นมีอิทธิพลมากนะค่ะ ขึ้นอยู่กับผู้รับ ว่าจะนำไปใช้ในทางที่ดีหรือทางที่ผิด,ธีที่ผิดดังที่กล่าวมาแล้วข้าง

บนนี้ค่ะ

ออยก็เคยลองเสนอเรื่องนี้ไปแล้วเหมือนกันที่เว็บไซต์ มาก่อน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร

จนแฟนเล่าให้ฟังนี้แหละค่ะ

น่ากลัวเหมือนกันนะค่ะ หนังสมัยนี้เหมือนดาบสองคมเลย

ออย

โดย : ออย วันที่ : 2007-11-29 07:37:48 อีเมล์ : IP : 203.154.95.110

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

แหม..เป็นอย่างที่ อ.พูดจริงๆเหรอครับเนี่ย  นึกว่าจะมีแต่ในละครซะอีก

แต่ถ้าเป็นหนังญี่ปุ่นที่เกี่ยวกับความกดดันในสังคม ผมขอแนะนำเรื่องนึงและกันครับ

เรื่อง All about Lily Chou-Chou ครับ ไม่รู้ว่าได้ดูกันรึยัง เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ

ในสังคมของวัยรุ่นเลยน่ะครับ (เป็นหนังที่ค่อนข้างดังทีเดียว) อยากให้ของหาดูครับ 

โดย : Baritoreca วันที่ : 2008-03-13 02:54:13 อีเมล์ : IP : 58.9.140.9

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ละครญี่ปุ่นที่น่าสนใจ ไม่ใข่ละครวัยรุ่นนะคะ

ละครดีๆจากเอนเอชเค

และละครบางเรื่อง สะท้อนสังคมญี่ปุ่นอย่างมาก

เพราะเขาเป็นสังคมที่คนเอาจริงเอาจัง

ตอนที่อยู่จะเป็นเรื่อง พวกผู้หญิงญีปุ่น ชอบเป็นชู้กับคนที่เขามีลูกมีเมียแล้ว

หรือ เรียกว่า ฟุริง 不倫 คือไม่ถูกต้องตามศีลธรรม ไปยุ่งกับคนที่มีสามีแล้ว

แต่เขาบอกว่า ไม่ถือเพราะว่า ไม่ได้อยากจะทำลายครอบครัวอีกฝ่าย

หรือไม่ก็มีท้องโดยไม่มีพ่อ ก็เรื่องธรรมดาอีก

เรื่องที่เขียนมา เขาอยากจะสะท้อนให้เห็นสังคมแคบๆของพวกผู้หญิงญีปุ่น

ที่ไม่มีอะไรทำหลังจากสามีออกจากบ้าน

พวกนี้น่ากลัวมาก ไม่ใช่แค่ละคร

เห็นเป็นประจำค่ะ หน้ารร อนุบาล เพราะจะจับกันเป็นกลุ่ม ขนาดในโรงยิม

ยังเล่นพรรคพวก แบ่งพรรคพวกกันเลย ฟังเขานินทาอีกฝ่าย และอยากมีเรื่องกับคนที่

ไม่รู้ไปปูที่ๆเล่นโยคะ อะไร แหม น่ากลัว ใจแคบและเอาจริงกับทุกอย่าง

ดีมากที่อยู่ญี่ปุ่นสังเกตเห็นอะไรเขียนมาให้ฟังนะคะ อาจารย์จะได้รู้ว่า มีอะไรใหม่

อันนี้เป็นของเก่าที่ผู้หญิงญี่ปุ่นเม้าส์กันเป็นประจำ เพราะไม่มีอะไรทำนะคะ

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-01-15 22:29:57 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ใช่อย่างที่อาจารย์ปรียากล่าวมาจริงๆด้วยค่ะ สังคมขาเม้าท์อันน่ากลัวของแม่บ้านชาวญี่ปุ่น สังเกตุเห็นได้ง่ายมาก เวลาพวกเรา นศ ไทยที่นี่ปั่นจักรยานไปมหาลัยในช่วงเช้า ก็จะเห็นแม่บ้าน(ดูแล้วอายุอานามไม่มากเท่าไหร่นะคะ หรือเป็นเพราะการแต่งกายที่ค่อนข้างจะวัยรุ่น) ยืนจับกลุ่มคุยกันข้างโรงเรียนเด็กเล็กที่พาลูกไปฝาก ไม่ได้ยินเรื่องที่เค้าพูดกันหลอกนะคะ แต่ดูจากหน้าตาแล้วดูท่าทางคุยกันมันส์ทีเดียวค่ะ และเมื่อไม่นานมานี้เองละครทีวีญี่ปุ่นก็เพิ่งฉายเรื่องที่พร็อตเรื่องสะท้อนสังคมแม่บ้านชาวญี่ปุ่น ที่ใส่หน้ากากเข้าหากัน สามีต้องมีหน้าที่การงานที่ดี ส่วนลูกก็ต้องส่งไปเรียนเปิยโนเรียนอะไรต่อมิอะไรมากมายไปหมดค่ะ และก็มีแม่บ้านคนนึงซึ่งมีอาชีพเปิดร้านตัดผมกับสามี ก็เลยเป็นสิ่งนึงที่ทำให้เข้ากลุ่มแม่บ้านไฮโซไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอมีไม่เหมือนใครคือความเป็นตัวของตัวเอง ไม่สนใจว่าใครจะว่าอะไร ยึดถือทำในสิ่งที่ดี และเข้มแข็ง พยายามทักทายทุกคนถึงในยามเช้าเวลาพาลูกไปส่งโรงเรียน ถึงแม้แม่บ้านคนอื่นจะไม่ขานรับคำทักทายของเธอก็ตามค่ะ เธอก็ไม่ย่อท้อ ที่จะทำดีต่อไป บางทีละครเรื่องนี้คงต้องการสื่อและให้กำลังใจแก่แม่บ้านบางรายที่ประสบปัญหาเดียวกันกับตัวละครในเรื่องก็เป็นได้นะคะ อีกทั้งสะท้อนให้ดูว่าการดูถูกผู้อื่น การรังแกผู้อื่นเป็นสิ่งไม่ดีอย่างไร แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยให้สังคมในชีวิตจริงดีขึ้นบ้างรึเปล่าสินะคะ ดูเรื่องเหล่านี้แล้วก็จะจดจำไว้เป็นครูสอนใจและช่วยบอกกันต่อๆไปไม่ให้เกิดกับคนใกล้ตัวและสังคมบ้านเราค่ะ

 

โดย : karuna วันที่ : 2008-01-14 20:12:23 อีเมล์ : IP : 61.121.52.31

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ขออนุญาติเอาบทความหน้านี้ไปลงที่บอรด์หน่อยนะค่ะ

ทำลิงค์ให้แล้วค่ะ

ออย

โดย : oil วันที่ : 2007-11-30 07:48:30 อีเมล์ : IP : 203.150.102.202

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ขอบคุณอาจารย์และทุกๆท่านๆค่ะ

ออยก็เคยได้ยินแฟนเล่าให้ฟังเหมือนกันว่า คนญี่ปุ่นชอบแบ่งพรรคแบ่งพวกค่ะ ตั้งแต่เด็ก ไปจนถึง-

-ผู้ใหญ่เลย คือถ้าเป็นเด็กก็จะแบ่งพวกกันในโรงเรียน เด็กที่ไม่เข้าพวกกับใครก็มักจะโดนแกล้ง

( เหมือนภาพยน์เรื่อง ลิลี่ชูชู )

บางคนไม่กล้าไปโรงเรียนเลยค่ะ และก็ไม่กล้าบอกผู้ปกครองด้วย เพราะถ้าบอกก็อาจจะโดนแกล้ง

หนักกว่าเดิม

และก็ในที่ทำงานด้วยค่ะ คือถ้ามีพนักงานคนไหนที่ไม่เข้าพวกก็จะถูกแยกออกจากกลุ่ม และจะกลาย-

-เป็นคนโดดเดี่ยว ไม่มีเพื่อนฝูงในที่ทำงาน , กินข้าวคนเดียวหรืออาจถูกกลั่นแกล้งในที่ทำงานเป็น-

ต้นค่ะ ค่ะ

จะว่าไปแล้วน่าสงสารเด็กและคน(  รวมทั้งแม่บ้านที่อาจารย์เล่ามา ) ที่ถูกกลั่นแกล้งแบบนี้นะค่ะ

เพราะนอกจากจิตเขายังไม่ปกติดีแล้ว ซ้ำยังมาถูกแกล้ง ก็เลยทำให้เขาอาจทำเรื่องร้ายๆได้

อย่างน้อยถ้ามีคนคิดเห็นใจคนพวกนี้เขาอาจจะคิดที่จะไม่ทำเรื่องแบบนี้ก็อาจเป็นได้ค่ะ

ตอนที่ออยอยู่ที่ญี่ปุ่นเคยดูรายการทีวีญี่ปุ่น เป็นเรื่องเกี่ยวกับฆาตกรรมของญี่ปุ่น

น่ากลัวมากค่ะ ส่วนมากเหยือผู้เคราะห์ร้ายจะเป็นเด็กผู้หญิงซะเป็นส่วนใหญ่

คนจัดรายการก็ทำให้น่าติดตามมาก คือทำแบบเจาะลึกเป็นเรื่องๆไปเลยค่ะ คือทำให้คนดูเข้าถึง

แก่นของเรื่องกันเลยทีเดียว และส่วนมากมักจะจับเจ้าฆาตกร ไม่ได้สักที

น่าสงสารและก็น่าขนลุกค่ะ

มิน่าที่ญี่ปุ่นเขาถึงผลิตเคื่รองชนิดหนึ่งที่ใช้ห้อยติดตามตัวเด็ก เพื่อป้องกันเวลามีคนคิดจะลักพาตัวเด็ก

ไป เครื่องก็จะดังขึ้นเป็นสัญญานให้คนที่อยู่ระเวกนั้นได้รับรู้ นอกจากนี้ยังมีการจัดการซ้อมวิธีการหนี

วิธีการขอความช่วยเหลื่อให้กับเด็กด้วย คือเป็นการสอนเด็กๆให้รู้ถึงวิธีการรับมือกับพวกผู้ร้ายค่ะ

ได้อ่านนวนิยายแปลญี่ปุ่นเรื่อง OUT แล้วน่ากลัวค่ะ เป็นเกี่ยวกับคดีฆ่าหั่นศพของแม่บ้านญี่ปุ่น

พอได้ฟังที่อาจารย์เล่าก็เลยคิดว่า คนแต่งอาจได้ไอเดียมากจากเรื่องที่อาจารย์เล่าเกี่ยวกับแม่บ้านค่ะ

 

โดย : ออย วันที่ : 2007-11-30 07:35:30 อีเมล์ : IP : 203.150.102.202

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : อืม จะเกี่ยวกับเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่นับถือศาสนาอะไรเท่าไหร่ เป็นไปได้มั้ยครับ ผม่วาค่อนข้างมากทีเดียวที่จะทำให้เกิดข้อ 2 ต่อ 2.คือว่าคนญี่ปุ่น ในความรู้สึกของผมแล้วจะพยายามทำให้ทุกอย่างเป็นระบบ ระเบียบ ไปหมด เอาจริงเอาจังมาก และสภาพสังคมเมือง บวกกับลัทธิทุนนิยมที่บูชาเงินและเห็นความมีหน้ามีตาในสังคมเป็นเรื่องสำคัญ ก็เลยทำให้เกิดความเครียดได้ง่าย ไม่แน่ใจว่าคนญี่ปุ่นจะเป็นโรคซึมเศร้า หรือสภาพจิตใจที่เครียดเยอะหรือเปล่า เคยมีสื่อของตะวันตกแบ่งผู้หญิงญี่ปุ่นปัจจุบันออกเป็น 5 ประเภทครับ เรื่องเดธโน้ต นี้เป็นมังงะของญี่ปุ่นครับที่โด่งดังไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้มีการทำออกมาเป็นหนังถึงสองภาคด้วยกัน (ญี่ปุ่นครับ) ส่วนที่เขียนว่า watashiwa kira ก็น่าจะเลียนแบบพฤติกรรมหนึ่งในตัวละครหลักในการ์ตูนตัวหนึ่งครับที่มีสมุดโน้ตที่เมื่อเขียนชื่อใครลงไปแล้ว คนนั้นจะเสียชีวิตน่ะครับ ทีนี้ฝรั่งคนนี้คงจะอินจัด อย่างไรไม่ทราบได้นึกว่าตัวเองเป็นตัวละครในมังงะของญี่ปุ่นไปซะได้ ก็เป็นความเห็นของผมครับ อาจจะไม่ถูกต้องก็ต้องขออภัยนะครับ อ้อขอพูดนอกเรื่องอีกเรื่องนะครับที่เคยเห็นอาจารย์พูดถึง เรื่องเพลงญี่ปุ่นที่เดี๋ยวนี้มีแต่คำภาษาอังกฤษ อะไรเนี่ยครับ เดี๋ยวนี้เพลงไทย ก็มีทั้งคำญี่ปุ่น คำเกาหลี ภาษาอังกฤษ ปนกันสนุกเลย เหมือนกันครับ เห็นเคยมีคนถามเรื่องนี้กับหนังสือเล่มหนึ่งที่มีสัญขาติญี่ปุ่น นัยว่า ใส่เข้าไปแล้วทำให้ดูทันสมัย เช่นแนวเพลงHiphop หรือ R&B อะไรอย่างนี้แหละครับ ตอนนั้นก็ประมาณ 4 ปีที่แล้วได้แล้วนะครับที่มีคำตอบออกมา ช่วงนั้นเพลงไทยยังมีไม่ค่อยเยอะนะครับคำต่างชาติในเพลง เดี๋ยวนี้เริ่มมีเยอะแข่งกันแล้วครับ เหมือนเพลงไทยจะชนะด้วยนะครับ คือมีหลายภาษากว่า 555

โดย : BN วันที่ : 2007-11-30 05:38:33 อีเมล์ : IP : 58.8.169.67

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

อาจารย์เห็นด้วยกับออยที่ว่า ถ้าคนที่อ่านเป็นแบบแอนทุกคน

คือเราชอบพลีอต ของเรื่อง มิสเตอร์รี่ หรือเรื่องสืบสวนสอบสวนของญี่ปุ่น

 อาจารย์จะดูบ่อยมากในสมัยก่อน และชอบของมะทซึโมะโตะมาก

เพราะเป็นฆาตกรรม ที่เกี่ยวกับการสืบสวนแบบของญี่ปุ่น

จะเกี่ยวกับเวลาซึ่งญี่ปุ่นชำนาญมาก ตื่นเต้น เดาเรื่องไม่ออกสนุกมาก เรียนภาษาญี่ปุ่นเก่งๆจะได้ไปอ่านได้นะคะ ไม่ใช่อ่านการ์ตูน

ส่วนเรื่องที่เป็นของฝรั่ง ต้นตำหรับดังมาก และก็ยังเอามาทำเป็นละครให้คนดูเป็นประจำ คือ

เชอร์ล็อก โฮม หรือ โพร็อต และหนังของอังกฤษที่สืบสวน ก็มีมาก แต่น่าเสียดายเราไม่ได้ดู

อาจารย์ได้ดู จึงรู้ว่าน่าเสียดายที่บ้านเรา เอาแต่หนังบ้าบอ จากอเมริกา ที่ยิงก้นสู้กันบนถนน ต้องมีการขับรถแข่งกัน ยิงกันทุกเรื่อง หรือ หนังฮอลีวู๊ด เหมือนกันทุกเรื่อง เลิกดูไปนานแล้ว

ของญี่ปุ่นเขาก็ตื่นเต้นแบบญี่ปุ่น

แต่ในสังคมญี่ปุ่นในสมัยที่อยู่ที่นั่นจะมีข่าวสยดสยองน่ากลัวมาก ออกมาเพราะจะเลียนแบบกันเร็วมาก

เรื่องที่ยังจำได้ดี คือ แม่บ้านญี่ปุ่นที่ต้องพาลูกไปโรงเรียนอนุบาล เขาจะมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก

ใครที่เข้ากลุ่มไม่ได้ก็ลำบากทีเดียว ลูกก็จะโดนกลั่นแกล้งไปด้วย

จำได้ว่า เม่บ้านคนนี้ ไม่ได้อยู่ในสถานะที่สามีมีตำแหน่งสูงมาก แกก็ต้องพยายามเข้ากับกลุ่มเม่บ้านพวกนี้ให้ได้ เพราะกล้วลูกจะโดนกลั่นแกล้งไม่มีคนคบด้วย

เราก็คงรู้ว่าแม่บ้านญี่ปุ่นเมื่อรวมกลุ่มกันก็มีแต่การคุยเม้าส์ คุยอวดเรื่องตำแหน่งสามี หรืออวดเรื่องโน้นเรื่องนี้ แบบญี่ปุ่นนะคะ

เช่นคุยเรื่องการใช้หลุยส์ที่ออกใหม่ ไปกินอาหารที่ร้านไหน ราคาแพงๆ หรืออะไรก็ตาม เป็นการเบ่งทับอีกฝ่าย จากข่าวที่ยังพอจะจำได้

แม่บ้านคนนี้ เหม็นหน้าหัวโจกที่ทำดังในกลุ่มมาก อดทนจนนอนไม่หลับ จิตใจคงอยู่ในสภาพผิดปกติ

 มีอยู่วันหนึ่ง แกไปเอาลูกของหัวโจกคนนี้ออกจากโรงเรียนอนุบาลทำนองไปช่วยรับเพราะใครๆก็รู้ว่ารู้จักกับแม่เด็ก

 แล้วก็เอาเด็กไปหั่น เป็นชิ้น ไม่พอนะคะ เก็บไว้ที่ในบ้าน เอาใส่เข้ากระเป๋าห้วเดินทาง แล้วดูเหมือนจะนั่งชินคันเซง ไปบ้านเกิด จำไม่ค่อยได้แล้วโดยที่มีศพของเด็กที่แกสับเป้นชิ้นๆในกระเป๋า ด้วยความแค้นแม่เด็ก ใส่กระเป๋าเพื่อจะไปทิ้ง

ถ้าเราทราบว่ามีเหตุการณ์นี้จริงๆ เราคงจะบอกว่า พล็อตเรื่องนี้ตื่นเต้นและซับซ้อนจริงๆไม่ได้

ที่อเมริกาก็เหมือนกัน เรื่องพวกนี้ ถ้าเป็นเพียงเรื่องพล๊อต ก็คงจะอ่านได้สนุกขึ้น

แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมที่คนในสังคมป่วยกันเป็นส่วนมาก

ที่อาจารย์ถามออยว่าทำไมเขียน วะตะชิ วะ คิระ ทั้งที่เป้นหนังฝรั่ง

ก้เพราะว่า มันสะท้อนให้เห็นว่า สังคมญี่ปุ่นจะมีการฆ่าตัวตาย ทิ้งโน๊ต หรือไม่ก็อ่านการ์ตูน เรื่องรุนแรงมากจนแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร

ในโรงเรียนเด็กญี่ปุ่นในปัจจุบัน ครูโรงเรียนมัธยม ที่ถูกนักเรียนเอาไปซ้อม ไปรุมกระทืบมีมาก

 ครูแต่ละคนไม่กล้าเปิดปากทำอะไร ไม่กล้าเปิดปากสั่งสอนเลยค่ะ เข้าไปสอนก็พอ แล้วก็พยายามอย่าให้เกิดเรื่อง เดี๋ยวอันตรายเข้าตัว

สังคมญี่ปุ่น ในจุดที่ไม่ดี เหมือนบ้านเราที่นักเรียนไล่ตีกัน เป็นเรื่องที่อ่านแล้วเศร้าใจมากจริงๆ

อย่าได้เอามาเป็นตัวอย่าง สังคมญี่ปุ่นตอนนี้ ไม่ใช่ หลายสิบปีมาแล้ว เริ่มจาก รู้จักญีปุ่น เล่มสี่ ที่เขียน จะเห็นสังคมญี่ปุ่นเสื่อมอย่างมากทางด้านจิดใจ อาจารย์รับไม่ค่อยได้ ว่าจะเปลี่ยนมากมายขนาดนี้

คนทั่วไปอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น เสพย์พวกนี้มาก หัวสมองก็ชินก็เรื่องรุนแรง เหมือนที่นี่

คนที่จิตใจปกติ มีน้อยมาก

เพราะเราอยู่ในสังคมที่โดดเดี่ยว ไม่ได้มีเพื่อนที่รักใคร่กันอย่างแน่นแฟ้นเหมือนสมัยก่อน

จึงน่าคิดว่า ทำไม

หนังฝรั่ง จึงใช้คำว่า วะตะชิ วะ คิระ

ดีใจที่ไม่ใช่ภาษาไทย

มันแสดงให้เห็นว่า สังคมญี่ปุ่น เป็นอย่างไร ขอให้ทุกคนลองแสดงความคิดเห็น ของตัวเองด้วยจะดีมาก เรามีโรงเรียนเด็กวัดไว้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เราไม่ต้องการหาคำตอบว่า ใครถูก ใครผิด แต่เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองในแง่ต่างๆค่ะ

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2007-11-29 22:04:56 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีอีกรอบค่ะ

คือเรื่องเป็นอย่างนี้นะค่ะ

ผู้ร้ายคือ : ชาวต่างประเทศ ( ฝรั่งค่ะ )

สถานที่เกิดเหตุ : ประเทศของผู้ร้ายเอง

ต้นตอของเหตุที่คดีฆ่าหั่นศพคือ : ผู้ร้ายเลียนแบบหนังการ์ตูนเรื่องเดธโน้ตแล้วคิดว่าตัวเองเป็นคิระ ค่ะ

ตำรวจพบหลักฐานที่วางไว้ใกล้ศพผู้ตายคือ กรดาษโน้ตเล็ก ที่เขียนไว้ด้วยภาษาโรมะจิ ว่า

watashiwa kira ( คงจะบอกให้ตำรวจทราบว่าตัวเขาเองคือคิระ ในเรื่องเดธโน้ตค่ะ )

ไม่รู้ว่าข่าวนี้มาที่ไทยหรือยังเพราะแฟนอ่านจากเว็บไซต์ของญี่ปุ่นมาค่ะ ที่บ้านเราไม่ลงข่าวค่ะ

อาจรุนแรงเกินไปก็เป็นได้ เดี๋ยวมีคนเลียนแบบอีก

 

โดย : ออย วันที่ : 2007-11-29 20:59:04 อีเมล์ : IP : 203.150.118.77

แอนก็ชอบมากเลยค่ะ ดูทั้งสองภาค ภาคละหลาย ๆ รอบ  คนญี่ปุ่นนี่คิดพร๊อตเรื่องได้เก่งจริง ๆ

เรื่องนี้สร้างจากการ์ตูนอีกทีค่ะ เป็นหนังญี่ปุ่นค่ะ

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

เรื่อง 

デスノート  Death Note
โดย : หัวหน้าห้องจ้า วันที่ : 2007-11-29 17:09:44 อีเมล์ : IP : 61.7.168.213

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ขอบคุณมากค่ะ ตกลง เป็นหนังฝรั่งหรือหนังญี่ปุ่นคะ

ในญี่ปุ่นเรื่องฆ่าหั่นศพเป็นเรื่องจริงๆที่เกิดขึ้น น่ากลัวมากจริงๆค่ะ

ถ้าหนังฝรั่ง ทำไมเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นคะ ชี้แจงเพิ่มอีกหน่อยนะคะ อยากรู้รายละเอียดค่ะ

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2007-11-29 07:51:38 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

--------------------------------------------------------------------------------------------------