一人の空間 มุมหลังห้อง
คิดถึงอาจารย์และเพื่อนโรงเรียนวัดค่ะ มีประสบการณ์มาแชร์
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะ คิดถึงอาจารย์และเพื่อนทุกคนมากๆ

ดูเหมือนว่าจะนานเกือบสองเดือนที่Geechanไม่ได้มาทักทายกับเพื่อนๆ ไม่มีบทเรียนมาฝากเหมือนเคย เป็นเพราะงานยุ่งมากแล้วก็ป่วยกำลังอยู่ในช่วงรักษาตัว  อันที่จริงเข้ามาดูความเคลื่อนไหวในโรงเรียนอยู่นะคะ แต่ไม่ได้แจมเท่านั้นเอง ก่อนหน้านี้ได้ส่งอีเมล์คุยกับคุณครูประจำชั้นอยู่ค่ะ แต่เพื่อนๆคงยังไม่ทราบ ขอเอาประสบการณ์มาแชร์ให้ทุกคนนะคะ

คือเมื่อประมาณปลายเดือนสิงหาคมงานค่อนข้างยุ่ง ก็ใช้ชีวิตแบบเร่งด่วน ไม่ได้ใส่ใจอะไร กลับบ้านดึกแต่ก็แค่รู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยๆ ไม่มีอะไรผิดปกติ กลางเดือนกันยา มีวันหนึ่งเกิดปวดท้องขึ้นมาแบบฉับพลัน ปวดเกร็ง แล้วเข้าห้องน้ำมีอาการแบบท้องผูก พอออกจากห้องน้ำมีอาการดีขึ้น แต่ปวดท้อง หลังจากนั้นก็มีอาการท้องเสียตามมา ตอนแรกไม่คิดอะไร เพราะก่อนหน้านี้เคยเป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้วก็หาย แต่หลังจากวันนั้น ปวดท้องอยู่สองวัน ไม่รุนแรงนะ ตัดสินใจไปหาหมอ เพราะอยากรู้ว่าเป็นเพราะอะไร ถ้าเป็นอีกจะได้รู้วิธีรักษา ก็เล่าอาการให้คุณหมอฟัง คิดว่าตัวเองคงเครียดเป็นลำไส้แปรปรวน คุณหมอเลยขอส่องกล้องดูกระเพาะอาหารเพื่อจะได้วินิจฉัยโรค ปรากฎว่ามีแผลที่ผนังกระเพาะ และลำไส้เล็กส่วนต้น ลักษณะบวมและช้ำ ซึ่งคุณหมอเองก็ตกใจว่าเป็นเยอะมาก ทั้งที่เราเองก็ไม่ได้มีอาการมาก่อน ทานอาหารได้ทุกอย่าง กินของเผ็ดก็ไม่รู้สึกอะไร น้ำหนักก็ไม่ลด คุณหมอตัดเนื้อเยื่อในกระเพาะไปตรวจก็เลยรู้ว่า ติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งอาจจะปนมากับอาหารหรือน้ำที่ไม่สะอาด หรือมือไม่สะอาดแล้วหยิบของกิน (ยังไม่มีข้อพิสูจน์แน่ชัด) เชื้อตัวนี้สามารถก่อมะเร็งในกระเพาะอาหารได้ด้วย หน้าตาก็อย่างที่เห็นนั่นแหละค่ะ หลังจากนั้นก็ได้ตรวจลำไส้ใหญ่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติค่ะ

หลังจากวันนั้นจีจังก็ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต ทั้งเรื่องอาหาร ปกติเป็นคนชอบอาหารรสจัดก็อดไปเลย ชาและกาแฟของโปรดก็ต้องอดไปด้วย ทานยาตามที่หมอสั่ง และพักผ่อนมากขึ้น ที่สำคัญต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนทานอาหาร เดี๋ยวนี้เลิกงานห้าโมงเย็น ก็กลับ ทานอาหารตรงเวลา พยายามหาเรื่องบันเทิงใส่ตัว จะได้ไม่เครียด รู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นค่ะ ตอนนี้อาการก็ดีขึ้น คิดว่าพร้อมจะกลับมาเรียนแล้วล่ะค่ะ เร็วๆนี้ก็คงจะมีบทเรียนสนุกๆมาให้เหมือนเดิม

อยากฝากทุกคนว่า สุขภาพเราเป็นเรื่องสำคัญ ให้ใส่ใจสังเกตนะคะว่าเรามีอะไรผิดไปจากเดิม โดยเฉพาะอาการเจ็บปวดในร่างกายที่เรามองไม่เห็น เดาเองไม่ได้ ถ้าไปหาหมอก็ต้องบอกอาการให้ละเอียด เป็นอะไรจะได้รู้แต่เนิ่นๆแล้วรักษาได้ทัน  อีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องงานการทุ่มเทงานจนลืมดูแลตัวเองเป็นสิ่งไม่ดี เพราะเราช่วยบริษัทซะมากมาย แต่พอเราเจ็บป่วยขึ้นมาก็ไม่มีใครช่วยเราได้หรอกนะ บางทีค่ารักษาพยาบาลยังเบิกได้แค่นิดหน่อย หรือบางที่อาจจะไม่มีสวัสดิการตรงนี้ด้วยซ้ำ หรือบางที่ถ้าเป็นคนญี่ปุ่นงานอาจจะไม่ค่อยทำแต่เจ็บป่วยออกค่ารักษาให้หมด แต่คนไทยอาจเบิกได้แค่บางส่วนก็มี  แต่บางบริษัทก็อาจไม่แบ่งแยกก็โชคดีแต่ก็ไม่คุ้มหรอกค่ะ

ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้แข็งแรง จะได้มีโอกาสทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้เยอะ และจะได้ไม่เป็นภาระให้คนรอบข้างด้วยค่ะ

Geechan

โดย : Geechan วันที่ : 2008-10-28 13:36:19 อีเมล์ : IP : 10.125.62.50, 1

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัดอิ่มอุ่น

ความสะอาดเป็นเรื่องใหญ่ในบ้านเรา เรายังไม่ค่อยเห็นความสำคัญพวกนี้ อาจารย์เข้าใจดี เวลาที่ชาวต่างชาติไปบ้าเรา ทำไมท้องเสีย ยิ่งไม่ได้อยู่ประเทศตัวเองนานๆ กลับไป พูดตรงๆกลัวมากเรื่องพวกนี้ เพราะจะท้องเสียเป็นประจำ ทั้งที่พยายามระวัง

ยิ่งเดินผ่านร้านขายบะหมี่ตามข้างถนน เห็นน้ำล้างจานและการกินแบบบ้านเราที่ล้างน้ำจำกัดแบบนั้น แถม ตะเกียบ และช้อนที่ใช้รวมกัน ผิดกับญี่ปุ่น ตะเกียบใช้แล้วทิ้ง ดังนั้น ร้านอาหารในฟู๊ดเซ็นเตอร์จึงดูน่าปลอดภัยกว่า แต่ก็ต้องเลือกร้าน และคนขายจะใส่ถุงมือ ก็ค่อยสบายใจหน่อย

แม้แต่ที่นี่ อาจารย์ไม่ค่อยออกไปกินข้างนอก เพราะไม่เชื่อใจเรื่องความสะอาด ผักล้างหรือเปล่า เพราะใช้ปุ๋ยกันเยอะแยะ ต้องมาทำเอง ล้างเอง กินที่บ้านเป็นเรื่องปกติ ไม่ชอบฝากท้องกับใคร แพงและไม่สะอาดไม่รู้เขาทำยังไงกับมันก่อนจะมาเข้าปากเรา

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2009-03-04 21:16:28 อีเมล์ : IP : 69.114.33.56

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ คุณgeechan ขอบคุณมากๆนะคะสำหรับเรื่องสุขภาพที่นำมาเล่าสู่กันฟัง ดีใจมากค่ะที่มีการเล่าสู่กันฟังแบบนี้ จะได้ช่วยกันระวังตัวให้มากขึ้น อ่านไปก็นึกถึงพฤติกรรมการกินในแต่ละวันของตัวเองไปด้วยค่ะ แล้วก็ทำให้รู้สึกว่า ตัวเองเผลอเรอในเรื่องความสะอาดเหมือนกัน บางทีอยู่ข้างนอก จะหยิบหนมปังหรือหยิบขนมขบเคี้ยวใส่ปาก ไม่ได้ล้างมือ มือไปจับอะไรมาบ้างก็ไม่รู้ แต่ก็เห็นว่าไม่น่าจะเป็นอะไร สบายๆง่ายๆ ไม่คิดเลยว่าจะมีผลร้ายต่อร่างกายเราได้มากขนาดนี้นะคะ ว่าแล้วก็ห่วงพ่อกับแม่ขึ้นมาเลย ขอบคุณมากๆอีกครั้งค่ะที่มาเล่าสู่กันฟัง เดี๋ยวจะกลับไปคุยให้พ่อกับแม่และญาติฟังค่ะ ให้ทุกคนพากันระวังตัว

ขอให้หายเร็วๆนะคะ เป็นกำลังใจให้คุณgeechan นะคะ ทำใจให้สบายนะคะ เชื่อว่าคุณgeechan ต้องดีขึ้นแน่นอนค่ะ ขอคุณพระศรีรัตนตรัยคุ้มครองคุณด้วยนะคะ

สวัสดีค่ะ

โดย : อิ่มอุ่น วันที่ : 2009-03-04 20:28:48 อีเมล์ : IP : 61.124.183.18

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัดแอ๋ม + Geechan

เรื่องสุขภาพสำหรับบ้านเรา ต้องระวังมากกว่าประเทศหนาว เพราะบ้านเราเมืองร้อน จากหนังสือเรื่องสุขภาพต่างๆที่อาจารย์อยู่ทุกวันเพราะออกมากเหลือเกินตอนนี้ ที่พอจะเล่าให้ฟังได้ก็คือว่า อาหารมีส่วนอย่างมากต่อสุขภาพ โรคต่างๆที่เกิดล้วนแล้วแต่จากอาหารที่เรากินเข้าไปทั้งนั้นแม่้แต่โรคมะเร็ง ก็เช่นกัน เท่าที่เขาเริ่มพบเพราะตอนหลังเขาทำวิจัยแบบข้ามประเทศไม่เหมือนสมัยก่อน ดังนั้น ใครที่มักง่ายกิน ขอให้อร่อยปากอย่างเดียวก็คงจะมีปัญหาตามมาเยอะ วัฒนธรรมการกินน้ำอัดลมในอเมริกานี่น่ากลัวมาก เขากินกันแบบถ้วยกระดาษยักษ์เลยในร้านอาหารขยะ ที่เข้าไปใช้ห้องน้ำเวลามีธุระผ่านไป แต่ไม่เคยกิน แค่ได้กลิ่นก็กินไม่ลง ยิ่งไปดูหนัง เขาจะต้องซื้อโค๊กและPop corn ไปดูกัน ทางนี้ก็ติดซื้อขนาดเล็กเข้าไป เค็มก็แสนจะเค็ม ส่วนน้ำอัดลมก็ขนาดยักษ์ ขนาดขอขนาดเล็กนะคะ สำหรับอาจารย์ จากนั้นเวลาไปดูหนัง จะเอาชาจากบ้านไป และเอาผลไม้ไปกินแทน ก็เลยเห็นว่าดีกว่าวัฒนธรรมที่เขาเอาเงินคนดู

อาหารเช้าสำคัญมากในญีปุ่นจาการสำรวจเด็กนักเรียนที่ไม่กินข้าวเช้า พอไปโรงเรียนจะไม่มีสมาธิในการเรียน และจะหงุดหงิด พอทำนานๆเข้าก็คือ กระเพาะกิน แล้วก็กินอะไรไม่ได้อีกเพราะจะปวดท้อง

เรื่องอาหารการกินบ้านเรา เรื่องความสะอาดคงเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว ที่ทำให้คนในบ้านเราในระยะยาวมีผลต่อสุขภาพเพราะเข้าไปสั่งสมในร่างกาย และยังไม่ชอบออกกำลังกายอีก คนเอเชีย ไม่ออกกำลังกาย เพราะไม่ได้ปลูกฝังเหมือนอ่านหนังสือ

เมื่อวานนี้ตอนที่กำลังออกกำลังกายตอนเช้า เห็นมีเชฟทำอาหารแบบใครกินแล้วไม่อ้วนก็คงผิดปกติ เขาทำมะโกโรนีเนย ใส่ทั้ง cheese +heavy cream+โรยหน้าด้วยเนยอีก แค่เห็นก็ยังสงสัยว่า แล้วจะมาบ่นว่าเป็นโรคฉุได้ยังไง กินอาหารประเภทนี้ทุกวันกัน

ตอนนี้โรคอ้วนฉุ และโรคเบาหวาน ความดันสูงตามมาเป็นสูตรแน่นอน  ระบาดอย่างมากและหนัก หาคนที่รูปร่างบอบบาง ปกติ ได้ยากมาก แม้แต่คนเอเชียที่นี่ก็ยังอ้วนฉุ ยิ่งเด็กๆฉุเยอะมากเลยค่ะ

เรื่องอาหารการกินเราช่วยตัวเองได้ ต้องกินให้เป็นเวลา และบ้านเราก็เหมือนที่นี่ ไม่ค่อยออกกำลังกาย ยิ่งทำงานหนักๆและเรียนมาทั้งวันก็เครียดแย่ถ้าไม่ออกกำลังกาย เอาแต่กินก็ไม่มีทางที่จะลดพุงได้

 และอีกอย่างผลจากการสำรวจวิจัย คนที่อ้วน และคิดว่าลดอาหารหรืองดไม่กิน วิธีพวกนี้ใช้ไม่ได้ผลเลย และมีแต่จะทำให้อ้วนมากขึ้นเพราะหลังจากนั้นจะหิวมาก จะกินเยอะ ตอนดึกบางครั้งหิวก็ห้ามกิน ติดนิสัย พอกินคืนเดียว คืนต่อไปร่างกายจะบอกให้เรากินอีก วิธีที่ดีที่สุดทานโกโก้ มีไฟเบอร์มาก แต่ที่วางขายมีแต่ใส่น้ำตาลอย่างมาก และช๊อคโกแล๊ต อาจารย์ต้องหาซื้อที่เป็นโกโก้แท้ มีไฟเบอร์มากจริงๆ

อีกอย่างที่ต้องระวังก็คือ ผลที่ได้จากการสำรวจ คนปัจจุบันในอเมริกา กินน้ำตาลเฉลี่ยคนละ ครึ่งปอนด์หรือ ประมาณสองขีดมังคะต่อวัน ฟังแล้วไม่น่าเชื่อ แต่ถ้าคนที่ชอบกินขนม กินเค็กก็เรียบร้อยอาจจะเกินครึ่งปอนด์

และจากการสำรวจปรากฏว่า คนในอเมริกา ปริมาณอาหารที่กินเข้าไปมากกว่าเมื่อห้าสี่สิบกว่าปีที่แล้ว

ปริมาณอาหารแต่ละมือ มากกว่าสมัยก่อนสามเท่าตัว แล้วจะไม่อ้วนได้ยังไง

บ้านเรา อาหารขยะ ขนมเค็กตอนนี้ขายเต็มไปหมด พิซซ่าที่ทั้งถูกและใส่รสเข้มข้น พอลิ้นชินก็กินอย่างอืนไม่ได้ แต่อาหารพวกนี้ไม่มีไฟเบอร์ มีแต่คาร์โบไฮเดรต อาหารไทยเราง่ายๆดีๆ แม้แต่เส้นหมี่ ก็ยังมีผักมีอะไรให้เรา และอาหารไทยใช้ผักเยอะ แต่ของฝรั่งไม่กินผัก เด็กฝรั่งไม่กินผักเพราะพ่อแม่พาไปกินพิซซ่าจนติด ไม่ก็ไก่ทอด เฟรนฟรายด์ อ้วนทั้งครอบครัวค่ะ อาหารญี่ปุ่นเช่น ราเมงก็จะมีแต่เส้น และเค็มมาก ต้องระวัง รวมทั้งประเภทต้มด้วยกระูดูกหมูัมันย่อง อร่อยปาก คนญี่ปุ่นชอบมาก แต่ปัญหาเรื่องสุขภาพตามมาเยอะค่ะ

ระวังรักษาตัวกัน พยายามให้ไกลหมอ ด้วยการดูแลตัวเอง แต่ต้องไปเช็กร่างกายทุกปี จะได้รู้ว่าร่างกายของตัวเองเป็นยังไง ต้องฝึกให้เป็นนิสัย ไม่งั้นเวลาเกิดอะไรขึ้น เราไม่มีข้อมูลไปคุยกับหมอ อาจจะวินิจฉันผิดๆได้ เราทำอะไรไม่ไดมากกว่านี้ แต่ก็ต้องพยายามทำให้ดีที่สุด จะได้มีสุขกายและใจที่ดีทุกคน

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-10-30 18:29:31 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ขอบคุณหนูแอ๋มค่ะ สมัยนี้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเราเปลี่ยนไปเยอะมาก ยิ่งคนวัยเรียนและวัยทำงานส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่หนูแอ๋มบอก คือไม่ค่อยให้ความสำคัญกับอาหารเช้า ยิ่งคนที่ใช้ชีวิตแบบฟาสต์ฟู้ดก็มีมาก ทำให้มีปัญหาสุขภาพกันเยอะ ใครที่พฤติกรรมแบบนี้ถ้าเปลี่ยนได้ก็ดีนะคะ เพราะโรคบางอย่างเป็นแล้วรักษายาก ค่ารักษาก็แพงซะด้วย ทางที่ดีก็ควรเอาใจใส่ดูแลสุขภาพและป้องกันไม่ให้จะป่วยจะดีกว่าค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ

โดย : geechan วันที่ : 2008-10-30 07:52:08 อีเมล์ : IP : 10.125.62.50, 1

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

เห็นด้วยค๊า...อยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพตัวเองให้มากๆ

 ยิ่งวัยรุ่น นอนดึก ตื่นสาย .กินหนักรอบดึก.ไม่ได้กินข้าวเช้า  ..ซึ่งเป็นมื้อที่สำคัญ  โรคกระเพา กับอ้วนลงพุงก็ถามหา  ในโรงเรียนวัดมีใครเป็นมั้ง (เอ๊ะหรือเราเป็นคนเดียว)

เราก็เป็นประจำ  แต่ตอนนี้ พยายามตื่นมากินข้าวเช้า เพราะเป็นโรคกระเพาะถึงขีดสุดแล้ว น้ำอัดลมกินไม่ได้แล้ว เห็นคนที่กินขวดโตๆ แล้วอดสงสัยไม่ได้ว่ากระเพาะเค้าทำด้วยอะไรน๊า ถึงได้ไม่เป้นอะไรเลย  อีกอย่างกลัวเป็นมะเร็ง   เห็นแม่ตอนเสียค่ายาแล้วสะเทือนใจ สงสารแม่ ค่ายาแพ๊งแพง... เอาไปใช้อย่างอื่นดีกว่านะเพื่อนๆ

ที่สำคัญ (อันนี้คิดเอาเอง) การที่ไม่ทำให้พ่อแม่ต้องเป็นห่วง จะทำให้เค้าเห็นเราโตซักที เชื่อในตัวเรามากขึ้น เพราะอย่างเรา อยากทำอะไร เค้าไม่ค่อยเชื่อใจ ไม่ค่อยอยากให้ทำ เพราะป่วยบ่อย  ตอนนี้ก็จะทำให้เค้าเห็นว่าไม่ต้องห่วงนะ ดูแลตัวเองได้แล้ว อิอิ  และมันก็เป็นผลดีต่อสุขภาพของเราด้วย ...

ถ้าเพื่อนๆคนไหนที่เป็นเหมือนกัน ก็มาปรับเปลี่ยนชีวิตด้วยกันนะ  เผื่อจะทำให้สมองเรารับและกักเก็บข้อมูลที่มีประโยชน์ได้เยอะขึ้น  เรียนภาษาญี่ปุ่นได้เข้าใจง่ายขึ้น   ^__________^

ขอบคุณGeechan  ที่มาเล่าสู่กันฟัง นะค๊า...ตอกย้ำความน่ากลัว

โดย : หนูแอ๋ม วันที่ : 2008-10-29 18:57:15 อีเมล์ : IP : 192.168.182.34

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ขอบคุณอาจารย์และคุณยูริสำหรับกำลังใจนะคะ Geechan จะรักษาสุขภาพและพยายามเรียนกับพวกเราต่อไปค่ะ

โดย : geechan วันที่ : 2008-10-29 07:30:49 อีเมล์ : IP : 10.125.62.50, 1

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ : สวัสดีครับอาจารย์ คุณ Geechan และเพื่อน ๆ เด็กวัด

ผมก็ว่าไม่เห็นคุณ Geechan มาตอบในโรงเรียนตั้งนานแล้ว นึกว่าหายไปไหน ไม่สบายเหรอ ดูแลตัวเองด้วยนะครับ

โดย : ยูริ วันที่ : 2008-10-29 03:11:58 อีเมล์ : IP : 58.8.170.46

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัด Geechan

อาจารย์ดีใจมากที่ เด็กวัด Geechan อาการดีขึ้น อาจารย์เป็นห่วง ตั้งแต่รู้ข่าวเมื่่อสองเดือนที่แล้ว ก็ได้แต่ภาวนาขอให้เด็กวัด หายวันหายคืน แต่พวกนี้ต้องเปลี่ยนที่ตัวเรา จะให้หมอช่วยเราอย่างเดียวไม่ได้ ยิ่งการทำงานที่หนัก กินไม่เป็นเวลา ร่างกายไม่ไหว ต้องให้เวลารักษาตัวเอง เป็นอะไรไป คนที่ลำบากคือตัวเรา และพ่อแม่ตลอดจนคนที่รักเรานะคะ

อาจารย์เพิ่งตื่นขึ้นมา เปิดคอมฯได้อ่านอันนี้ทำให้วันนี้เป็นอีกวันที่อาจารย์ดีใจ ที่เห็นเด็กวัดคนหนึ่งหายดีแล้ว ยังมีเด็กวัดอีกหลายคนที่กำลังรักษาร่างกาย ถ้าเด็กวัดมีโอกาสเข้ามาอ่านในโรงเรียนของเรา อาจารย์เอาใจช่วยทุกคน และหวังว่า พอหายดีคงจะเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น เรียนสนุกกับพวกเราอีกนะคะ เพราะเป็นเด็กวัดที่มีความกระตือรือร้นทั้งนั้น

ขอให้หายเร็วๆนะคะ เด็กวัดที่ป่วยและเด็กวัดที่แข็งแรงก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-10-28 20:14:07 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

--------------------------------------------------------------------------------------------------