一人の空間 มุมหลังห้อง
สอนภาษาญี่ปุ่นเด็ก 6 ปี
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

อยากจะสอนภาษาญี่ปุ่นให้ลูก 6 ปี ควรเริ่มยังไงดีค่ะ และคุณครูมีหนังสือแนะนำไหมค่ะ หมายถึงแบบเรียนสำหรับเด็กของเด็กญี่ปุ่นค่ะ ตอนนี้ก็ฝึกให้ลูกเขียนฮิรางานะอยู่ค่ะ

ขอบคุณคะ

โดย : แม่อยากสอน วันที่ : 2008-10-10 12:12:21 อีเมล์ : IP : 125.24.23.78

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัดแม่อยากสอน

เว็บนี้เปิดให้คนที่ต้องการเรียนรู้ภาษาญีปุ่น วัฒนธรรม ความนึกคิดของคนญี่ปุ่น และเรียนรู้ว่า คนญี่ปุ่นเข้าไปทำอะไรกับบ้านเราบ้าง อะไรที่ดีก็ต้องเรียนรู้เอามาใช้ปรับปรุงประเทศไทยเรา จะได้สู้กับเขาได้ อะไรที่ไม่ดีก็ไม่ต้องขยันนำมาใช้

เว็บนี้มีความตั้งใจอยากให้คนที่เรียนภาษาญี่ปุ่น เรียนอย่างเข้าใจ รู้เขารู้เรา และมีความคิดที่แยกแยะ ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะเปิดเว็บนี้เพื่อให้คนเห่ออยากเป็นคนญีปุ่นหรือเห่อรับทุกอย่างที่บ้าสุดโต่งของคนญี่ปุ่น เพราะมีพวกเพี้ยนๆหลุดโลกเยอะไม่เหมือนใครที่ไหน หาได้เฉพาะที่ญี่ปุ่นเท่านั้นเพราะมีเยอะ จากความกดดันสังคมที่มีสูงมาก คนในสังคมญี่ปุ่นก็ยิ่งมีอาการหนักมาก

    แปลกที่ว่าของดีๆของเขาเอง คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ก็พยายามทิ้งกันจนจะไม่เหลือแล้ว แต่คนต่างชาิติกลับเห็นคุณค่า มาโด่งดังนอกประเทศ โดยเฉพาะวัฒนธรรมเก่าๆ วรรณกรรมเก่าๆ ถ้าคนรุ่นเก่าตอนนี้ที่ยังพยายามเป็นแนวหน้าช่วยๆกันอยู่ตายไป รุ่นต่อไปก็คงเหลือแต่ประเภทที่เก่งแต่ของฉาบฉวย และไม่อาจที่จะสร้างอะไรที่ทิ้งเป็นมรดกเหมือนรุ่นเก่าๆได้

ดูแล้วก็เห็นใจคนญี่ปุ่นรุ่นเก่าๆที่ตอนนี้พยายามอย่างที่สุดคงจะเป็นโค้งสุดท้ายที่ฝากไว้กับสังคมญี่ปุ่น แต่ก็คงลำบากทีเดียว เพราะมีช่องว่างอย่างมากระหว่างคนรุ่นเก่าที่สร้างอะไรทิ้งไว้มากมายให้กับสังคม และคนรุ่นใหม่ที่เกิดมาอย่างสบาย มีพร้อมทุกอย่างเหมือนคนรุ่นใหม่ในบ้านเรา รู้แต่ว่าอยากสบาย อะไรที่ง่ายๆยิ่งดีไม่ต้องลำบาก จนไม่รู้ว่า ในชีวิตนี้มีอะไรที่น่าสนใจและมีอะไรที่สร้างสรรค์ได้มากกว่านี้ เพราะคนรุ่นก่อนๆทำไปเกือบหมดแล้ว จะต้องไปลำบากทำไปทำไม เพราะไม่มีแม่แบบ และไม่มีความคิดอ่าน หรือความหิวเหมือนคนสมัยก่อนเสียแล้ว อยากสบายอย่างเดียว วันๆนั่งเล่นเกมส์ นั่งอ่านมังงะ และทำงานกินเงินเดือนให้พอกินไปวันๆก็พอ จะไปคิดอะไรกับการสร้่างสังคมให้มีคุณภาพที่ดีกว่านี้เพื่อชนรุ่นต่อไป ขอให้ตัวเองได้ดีก็พอแล้ว เพราะตอนนี้สังคมญี่ปุ่น มีปัญหามากจริงๆ

          วันนี้อาจารย์ไปห้องสมุดมาอีกเช่นเคย ตั้งแต่ห้องสมุดแถวบ้านเปิดมาได้หนึ่งเดือน แวะไปแทบทุกวัน เห็นแล้วก็รู้ว่า หนังสือภาษาญี่ปุ่นที่ทำออกมาขายในญี่่ปุ่นตอนนี้ เห็นชัดเลยว่า คนรุ่นใหม่ญี่ปุ่น อ่านหนังสือธรรมดาที่แต่ตัวหนังสือ โดยไม่มีภาพประกอบวาดเป็นการ์ตูนไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไรก็ตาม ตอนนี้ก็เหมือนบ้านเรา เพื่อความอยู่รอด คนผลิตอยากได้เงิน คนผลิตก็ต้องผลิตหนังสือที่คนอ่านอยากอ่าน เพื่อให้เข้ากับรสนิยมของคนสมัยใหม่ คือ ต้องมีภาพการ์ตูนประกอบ เต็มไปหมด ไม่ชอบอะไรที่ต้องอ่านและคิดมาก ไม่งั้นขายไม่ออก   

          นี่คือรุ่นใหม่ของญี่ปุ่นที่เกิดมาพอรู้ความก็อ่านแต่มังงะ เล่นเกมส์ที่มีภาพจนชิน อ่านอะไรที่ไม่มีภาพการ์ตูนไม่ได้อีกแล้ว เห็นได้ชัดเจนมาก จากความเปลี่ยนแปลง และธุรกิจใหม่ที่กำลังงอกเงยเอาให้คนรุ่นใหม่เสพย์เพราะติดกันงอมแงม

          คนรุ่นใหม่ที่นี่ก็เช่นกันอ่านหนังสือน้อยลงไปมาก บางรัฐฯในสหรัฐฯ ห้องสมุดต้องปิดทำการ เพราะไม่มีคนไปใช้ห้องสมุด หนังสือไม่ต้องอ่านมากเหมือนคนรุ่นก่อนๆ ปัจจุบัน แทนที่จะอ่านหนังสือ กลายเป็นสมัยไฮเทค ที่จะต้องออกมาในรูปซีดีมีคนอ่านทั้งเล่มให้ฟังแทนที่ตัวเองจะอ่านเอง สะดวกสบาย และไม่ต้องเสียสายตาด้วย ก็ดีนะคะ สำหรับพวกเรียนภาษาต่างประเทศ จะได้ช่วย แต่ที่น่าเสียดายก็คือ ไม่มีหนังสือประกอบมาให้ด้วย ไม่งั้น คงจะดีมาก แต่จุดประสงค์จริงๆก็คือ การพยายามที่จะหาวิธีั และหาทางส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่อ่านหนังสือนั่นเอง ไม่ว่่าวิธีไหน แต่ก็ยังสงสัยว่าจะได้ผลมากแค่ไหน

        อาจารย์ชอบศึกษา ชอบดูว่า แต่ละอย่างที่ทำออกมาสะท้อนให้เห็นอะไรในสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ที่น่าทึ่งคนอเมริกันที่นี่โดยเฉพาะในรัฐคาลิฟอร์เนียร์ ก็คือ สร้างห้องสมุดเยอะดีมาก เฉพาะเขตที่อยู่ไปได้สามสี่แห่ง มีหนังสืออย่างเดียว ของญี่ปุ่นทุกอย่าง ที่ต้องการเพราะคนญีปุ่นที่อยู่ที่นี่ เขาก็อ่าน และมีการบริจาคให้ห้องสมุด ห้องสมุดแห่งใหม่ที่เปิด เป็นห้องสมุดที่เรียกได้ว่าเป็นห้องสมุดสำหรับให้เด็กก็ว่าได้ มีที่นั่งขนาดเล็กให้เด็กเล่นคอมฯ มีคอมฯเต็มไปสามสี่สิบเครื่อง มีหนังสือเด็กเพียบ มีห้องหนังสือสำหรับวัยทีน มีคอมฯให้ใช้ในห้องโดยเฉพาะ เห็นพ่อแม่จูงลูกไปห้องสมุด มีห้องที่มีคนมาเล่านิทานให้เด็กฟัง ดูแล้วก็ถามตัวเองว่า ทำไมหัวคิดบ้านเรา กับของเขาต่างกันขนาดนี้ บ้านเราสร้างแต่มอลล์เต็มไปหมด นอกจากนั้นก็ยังมีหนังสือ ดีวีดี เพลงต่างๆ เยอะแยะเต็มไปหมด

        เราจะเดินไปกลับหนึ่งชั่วโมงทุกวัน เพื่อแวะไปห้องสมุด เป็นการเดินออกกำลังกายตอนเย็นไปด้วยแล้วก็แวะเข้าไปนั่งอ่านหาหนังสือเพื่อยืมกลับบ้าน ก็เลยมีโอกาสเห็นหนังสือใหม่ๆออกมาเต็มไปหมด ในรูปแบบต่างๆ แต่หนังสือที่นี่ก็ยังมีสาระ เยอะแยะไม่ว่า สุขภาพ คนที่มีอายุจะใช้เวลาให้มีประโยชน์อย่างไร ไม่มีคำว่าแก่เกินเรียน

เชิญตามสบายนะคะเด็กวัดแม่อยากสอน เข้าไปในห้องไหนก็ได้ แสดงความคิดเห็น ไม่เข้าใจอะไร หรืออยากรู้อะไรเขียนโพสได้ทุกเวลานะคะ ไม่ต้องเกรงใจ จะได้ถ่ายทอดเรื่องต่างๆให้ลูกฟัง

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-10-13 20:39:55 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ขอบคุณอาจารย์มากคะสำหรับคำแนะนำ ใช่คะเรื่องจิตวิทยาสำคัญมากเลยคะ กลัวว่ายัดเยียดไปแล้วลูกจะไม่ชอบ ก็เลยต้องมาสอบถามอาจารย์คะ

เรื่องร้านหนังสือญี่ปุ่นคิโนะคุนิยะ ค่อนข้างจะไกลบ้านมากคะ เพราะอยู่นนทบุรี แต่ถ้าเข้าเมืองจะลองแวะเข้าไปดูคะ ปกติไม่ค่อยจะฝ่ารถติดเข้าไปในย่านสีลม และสยามคะ เพราะทั้งสามีและลูกก็ทำงานและเรียนย่านชานเมือง

อยากให้อาจารย์กลับมาสอนจังคะ คุณครูดีๆที่มีจิตใจเป็นครูจริงๆหายากค่ะ ประเทศชาติจะได้พลเมืองดีๆ คิดดีและมีจินตนาการ ซึ่งอยากให้มีในเด็กรุ่นใหม่จังคะ

ส่วนภาษาญี่ปุ่นของแม่ก็ต้องเคาะสนิมอีกเยอะคะ เพราะตอนแรกว่าจะไม่ใช้ภาษาญี่ปุ่นแล้ว เพราะทำงานกับคนญี่ปุ่นแล้วรู้สึกว่าไม่โต ไม่เจริญก้าวหน้า ยังไงเขาก็เห็นเราด้อยกว่า กอปรกับไม่มีใครเลี้ยงลูกให้ ก็เลยตัดสินใจลาออกมาเลี้ยงลูกเอง ไม่ไว้ใจที่จ้างพี่เลี้ยงคะ  และคิดว่าการลงทุนกับลูกเป็นสิ่งมีค่ากว่าสิ่งใด พอได้เจอเว็บนี้ก็เลยกระตุ้นดิฉันว่าคนอื่นเขายังสนใจที่จะเรียนภาษาญี่ปุ่นเลย แล้วเราเรียนมาจะทิ้งมันไปทำไม ก็เลยมาเริ่มต้นใหม่

ต้องขอบคุณอาจารย์มากๆเลยสำหรับเว็บนี้ที่อุตส่าห์สละเวลามาตอบคำถาม และก็ตอบอย่างละเอียดและยาวมาก ทำให้ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งและขอบพระคุณคุณครูมากเลยคะ จะขอเป็นลูกศิษย์คุณครูด้วยคนคะ

โดย : แม่อยากสอน วันที่ : 2008-10-13 13:17:31 อีเมล์ : IP : 125.24.45.145

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแม่อยากสอนลูก

ขอบคุณสำหรับข้อมูล ที่ถามไปเพราะว่า จะต้องระวังอย่างมากเรื่องการเอาอีกภาษาหนึ่งให้เด็ก หรือ เวลาอาจารย์ที่สอนภาษาญี่ปุ่น ถ้าเริ่มไม่ดี ไม่เพียงแต่นักเรียนจะไม่เรียนเท่านั้น จะพลอยมีความรู้สึกไม่ดีไปด้วย

เรื่องจิตวิทยาสำคัญค่ะ วิธีที่ดีที่สุด อย่าพยายามให้ลูกรู้สึกว่าถูกบังคับให้เรียน และอย่าพยายามบังคับให้ลูกเรียน สิ่งที่อยากจะแนะนำก็คือ พาไปร้าน คิโนะคุนิยะ มีหนังสือของเด็กญีปุ่น จะเป็นภาพอะไร หรือคำศัพท์ก็ได้ แต่ไม่ใช่ให้อ่านการ์ตูนนะคะ

พาไปที่เกี่ยวกับหนังสือภาพสำหรับให้เด็กๆเรียน ช่วยกันดู แล้วก็ช่วยกันเลือก ถ้าเห็นอันไหนน่าสนใจ ก็ลองคุยกับลูก ถ้าลูกชอบก็ลองซื้อมา แล้วแม่ก็เรียนกับลูก แล้วก็ค่อยๆเรียนกันให้สนุกทั้งสองคน หาซื้อสมุดเปล่า อะไรให้เด็กได้ขีดเขียนตามใจ เด็กจะได้เป็นการระบายไปด้วย ลองทำดูว่าเป็นยังไง แล้วเขียนเล่าให้ฟังด้วยนะคะ ขอบคุณที่เขียนเล่ามาให้ฟัง แล้วคุณแม่เองก็เชิญตามสบายนะคะ เข้าไปแนะนำตัว อยู่กับลูกตัวเองก็ต้องพยายามจะได้ไม่ลืมความรู้ที่เรียนมานะคะ

มีอะไรเขียนมาคุยด้วยได้เสมอ ถ้ากลับไปเมืองไทย อยากไปสอนเด็กมากที่สุด จะสอนให้คิดเก่งๆ ให้รู้จักจินตนาการ คิดถึงเด็กๆที่สอนตอนนี้คงโต เห็นคุณแม่เล่าว่า เด็กที่สอนหลายคนเรียนเองเป็น ไม่ต้องเป็นห่วงเหมือนสมัยก่อน และมีคนหนึ่งที่คุณครูบอกว่ามีปัญหา แต่สำหรับอาจารย์ปรียา เด็กคนนี้เก่งจริง เรียนเก่ง เห็นส่งไปแข่งขันประจำของโรงเรียนคงโตขึ้นเยอะแล้ว เพราะจะไปหาหนังสืออ่านในห้องสมุด มาถามอาจารย์อยู่เรื่อย

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-10-13 12:00:01 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีคะคุณครูปรียา

พอดีพอมีความรู้ด้านภาษาญี่ปุ่นอยู่บ้างก็เลยอยากสอนลูกค่ะ ไม่ได้แต่งงานกับคนญี่ปุ่นหรอกค่ะ พอดีลาออกจากงานบริษัทญี่ปุ่นมาเลี้ยงลูกจนสนิมเกาะภาษาญี่ปุ่น(เลี้ยงอยู่6ปี) ก็เลยเอาออกมาเคาะ ปรากฎว่าลูกเห็นเราพูดอ่านเขียนก็เลยสนใจตาม ก็เลยเห็นว่าไหนๆลูกก็สนใจแล้ว แม่ก็ได้ที ยิงปืนนัดเดียว ได้นก2ตัว (แม่ก็ได้ทบทวน ลูกก็ได้ด้วย) แต่ไม่รู้จะเริ่มสอนเด็กยังไงดี เด็กจะได้ไม่เบื่อหรือรู้สึกยากเกินไป เลยมาค้นอินเตอร์เน็ทเจอเว็บนี้เข้า เลยถูกใจมากเลยค่ะ

แล้วอีกอย่างลูกก็ชอบดูโดเรมอน และกินเท็มปุระ แม่ก็เลยดันใหญ่ว่า ถ้าพูดญี่ปุ่นได้ก็ดีนะเวลาไปญี่ปุ่นจะได้คุยได้ และก็ฟังโดเรมอนภาษาญี่ปุ่นเองได้ เคยเปิดโดเรมอนจาก you tube ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นแล้วให้แม่แปลแล้วติดใจคะ แม่เลยอยากสอนเองค่ะ ไม่อยากไปเสียตังค์เรียนซึ่งเคยไปถามแล้วรู้สึกแพงจัง เอาเวลาตรงนั้นมาสอนลูกเองดีกว่า และก็ได้ความผูกพันธ์แม่ลูกด้วยคะ

โดย : แม่อยากสอน วันที่ : 2008-10-13 11:00:03 อีเมล์ : IP : 125.24.45.145

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ แม่อยากสอน

ก่อนที่จะตอบ ทำไมอยากสอนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่เด็ก มีเหตุผลอะไร แต่งงานกับคนญี่ปุ่น หรือว่ายังไง อยู่ที่ไหน เด็กสนใจ หรือว่ายังไงคะ ขอข้อมูลหน่อยค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-10-10 15:40:01 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

--------------------------------------------------------------------------------------------------