一人の空間 มุมหลังห้อง
เรียน คุณครูประจำชั้น
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีครับอาจารย์

เรื่องของหน้ากากนะครับ

ผมเจอคำนี้ไปถึงกับ งง เลย    ก็รู้สึกเสียดายมันสมองเยาวชนไทยในปัจจุบันที่คิด อยากจะเลียนแบบ

แต่ อาจารย์ครับไม่ใช่ว่าผมจะก็อบเขามาซักหน่อย แต่ว่าแค่อยากรู้ขั้นตอนเท่านั้น เมื่อรู้ขั้นตอนแล้วก้จะได้มา

ดัดแปลงเป็นหน้ากากแบบใหม่ เพราะว่าเทคนิคและวิธีของคนญี่ปุ่นนั้นเป็นอะไรที่ละเอียดมาก ก็เลยอยากทราบเท่านั้น เมื่อเรารู้วิธีทำแล้วเราก้อจะได้ apply งานของเราได้ อย่างนี้เรียกว่าการพัฒนาตนเองไม่ใช่หรอครับ และผมก็ไม่ได้หวังพระเจ้าให้มาช้วยหรอกนะครับ แค่เห็นว่าเว็บนี้มีอะไรดีๆเกี่ยวกลับญี่ปุ่นเยอะดี ก็อยากให้เสนอแนะบ้าง แต่กลับโดนว่าก็อบปี้งานเข้า เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วครับ ผมผิดหวังจริงๆครับ ที่หวังว่าจะมีผู้ใหญ่ใจดีคอยช้วยชี้แนะแนวทางดีๆให้ แต่ยังไงก็ขอบคุณอาจารย์นะครับที่ยังสนใจบ้างในงานศิลป์ นะครับ

ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจาการที่มนุษย์ทำกันมาแล้วไม่ใช่หรอครับ แต่มันอยู่ใครจะพัฒนาไปเป็นแบบไหน หรือใครจาใหม่กว่า เจ๋งกว่า ใช่หรือป่าวครับ  ขอบคุณอาจารย์มากๆ ครับที่ให้ความชี้แนะ

โดย : ภาราดร วันที่ : 2008-09-28 14:42:01 อีเมล์ : IP : 58.10.3.86

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัด ภราดร

ส่งอีเมล์มาให้อาจารย์ที่ rabbitkung@mac.com

อาจารย์ลบอ้นแรกเกี่ยวกับหน้ากากของภราดรทีมีที่อยู่อีเมล์ออกไปแล้ว นึกว่ายังมีอยู่

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-09-30 10:12:08 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :


สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัดภราดร

ขอลบอันที่เกี่ยวกับการทำหน้ากากนะคะ

(ภราดร)สวัสดีครับ คนไทยทุกคนที่อยู่ญี่ปุ่น คือว่าตอนนี้ผมเรียนอยู่ที่ ม.ราชภัฎสวนสุนันทา คณะศิลปกรรมเอกออบแบบนิเทศน์ศิลปื ชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาก เพราะว่าญี่ปุ่นเป้นประเทศที่รักษาวัฒนธรรมไว้เป็นอย่างดีมากเลยทีเดียวครับนับถือพี่เขาจริงๆ งานก้อออกมาเนียบ ความคิดสร้างสรรค์อีก พระเจ้าอะไรจาเยี่ยมขนาดนั้น เวลาอาจารย์สั่งงานทีไรงานของผมจะออกมาสตายญี่ปุ่นเสมอๆ ครับ ผมจึงอยากรบกวนพี่ๆ ที่อยู่ญี่ปุ่น ช่วยหาวิธีการทำหน้ากาก ญี่ปุ่นให้หน่อยครับ เพราะผมอยากทำมากเลยครับ 

(ภราดร) ผมเจอคำนี้ไปถึงกับ งง เลย    ก็รู้สึกเสียดายมันสมองเยาวชนไทยในปัจจุบันที่คิด อยากจะเลียนแบบแต่ อาจารย์ครับไม่ใช่ว่าผมจะก็อบเขามาซักหน่อย แต่ว่าแค่อยากรู้ขั้นตอนเท่านั้น เมื่อรู้ขั้นตอนแล้วก้

จะได้มาดัดแปลงเป็นหน้ากากแบบใหม่ เพราะว่าเทคนิคและวิธีของคนญี่ปุ่นนั้นเป็นอะไรที่ละเอียดมาก ก็เลยอยากทราบเท่านั้น เมื่อเรารู้วิธีทำแล้วเราก้อจะได้ apply งานของเราได้ อย่างนี้เรียกว่าการพัฒนาตนเองไม่ใช่หรอครับ

(ครูประจำชั้น) ขอบคุณมากค่ะที่เขียนมาชี้แจงว่าคิดยังไง ขอให้ภราดร อ่านที่ตัวเองเขียนอีกที พระเจ้าอะไรจาเยี่ยมขนาดนั้น เวลาอาจารย์สั่งงานทีไรงานของผมจะออกมาสตายญี่ปุ่นเสมอๆ ครับ  อาจารย์ อ่านแล้วเกิดความรู้สึกเสียดายศักยภาพของภราดร และอีกหลายๆคนในบ้านเรา เพราะอาจารย์สัมผัสเด็กไทยเก่งๆเยอะมากเลย ที่สอนๆมาก ก็เลยเขียนไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย เมื่อเขียนมาชี้แจง อาจารย์เข้าใจและเห็นด้วยที่ว่า งานทุกอย่าง ของญีี่ปุ่นก็เอาของประเทศต่างๆมาทั้งนั้น แต่เขามีความพยายาม ไม่ได้เลียนแบบเฉยๆ แต่ปัจจุบันวัยรุ่นญี่ปุ่นเปลี่ยนไปแล้ว เลียนแบบเฉยๆเยอะมาก ไม่เหมือนสมัยก่อน อาจารย์อ่า่นแล้วก็เลยตอบไปว่า ไม่ได้มีพระเจ้าอะไรที่ไหนที่ช่วยทำให้เขาทำหน้ากากฝีมือเยี่ยม ออกมาหรอก เขามีความพยายามและศึกษากันค่ะ

(ภราดร)  และผมก็ไม่ได้หวังพระเจ้าให้มาช้วยหรอกนะครับ แค่เห็นว่าเว็บนี้มีอะไรดีๆเกี่ยวกลับญี่ปุ่นเยอะดี ก็อยากให้เสนอแนะบ้าง แต่กลับโดนว่าก็อบปี้งานเข้า เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วครับ ผมผิดหวังจริงๆครับ ที่หวังว่าจะมีผู้ใหญ่ใจดีคอยช้วยชี้แนะแนวทางดีๆให้ แต่ยังไงก็ขอบคุณอาจารย์นะครับที่ยังสนใจบ้างในงานศิลป์ นะครับ

(ครูประจำชั้น) ขอบคุณมาก อาจารย์ชอบนักศึกษาที่รู้จักแสดงความคิดเห็น เมื่ออาจารย์อ่่านที่ภราดรเขียนมาอยากช่วย แต่ก่อนจะช่วย อาจารย์ต้องเคลียร์ความเข้าใจก่อน ถ้าไม่เขียนมาแสดงความคิดเห็นก็จบแค่นั้นเอง

เพราะอาจารย์ชอบงานพวกศิลป์ มันเป็นงานที่สร้างสรรค์ และอยากจะบอกภราดรว่า ใช้หัวสมองของเรา คิด และดีไซน์ออกมา ยิ่งไม่เหมือนก็ยิ่งดี เป็นฝีมือตัวเอง ส่วนเรื่องที่อยากจะรู้เทคนิคการทำเป็นการเรียนรู้เทคนิค ไม่เกี่ยวกับความคิดสร้่างสรรค์ริเริ่มนัก คนละส่วน เมื่อได้ของเขามา นั่นแหละ เอามาคิดคู่กับสิ่งที่เราจินตนาการไว้ เราจะได้อะไรใหม่ๆของเราที่ไม่เหมือนใคร

อาจารย์ขอให้คำแนะนำ ถ้าคิดว่าคำแนะนำอาจารย์พอจะมีประโยชน์ ไม่จำเป็นต้องมาเชื่ออาจารย์นะคะ นี่คือวิธีการสอนของอาจารย์ อาจารย์จะคุยใหฟัง ศิษย์จะเห็นด้วยหรือไม่ เป็นอีกเรื่อง จะำนำไปคิดหรือไม่ก็เป็นเรื่องของคนๆนั้น อาจารย์ไม่บังคับ เพราะความเชื่อไม่มีเหตุผล

ที่อยากแนะนำคือ อาจารย์ คิดว่าเราทำงานศิลป์อะไร เราต้องการการจินตนาการอย่างมาก อย่าพยายามขีดกรอบตัวเองว่าจะต้องเหมือนคนอื่น ปล่อยความคิดของเราตามจินตนาการ วาดมันออกมาให้ได้ เพราะจินตนาการและความสร้างสรรค์ต้องมีควบคู่กัน

(ภราดร)  ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจาการที่มนุษย์ทำกันมาแล้วไม่ใช่หรอครับ แต่มันอยู่ใครจะพัฒนาไปเป็นแบบไหน หรือใครจาใหม่กว่า เจ๋งกว่า ใช่หรือป่าวครับ  ขอบคุณอาจารย์มากๆ ครับที่ให้ความชี้แนะ

(ครูประจำชั้น) ถูกต้องค่ะ การพัฒนาจะเกิดขึ้นได้ ถ้าคนที่ออกแบบไม่ได้คิดเพียงแต่จะเลียนแบบ แต่คิดต่อว่า ตัวเองจะทำให้แหวกแนวและดีกว่าของเก่าแค่ไหน แต่ต้องยอมรับในสิ่งที่คนอื่นทำมา และนับถือ การเป็นผู้บุกเบิก นั่นจึงจะเป็นคนที่ใจกว้าง รู้จักเคารพความสามารถของอีกฝ่าย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อาจารย์คิดว่า หลายๆประเทศยังขาดมาก เพราะอยากจะคิดว่าตัวเอง ทำเอง

ขอยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัีดๆ เช่น คันจิ อาจารย์เรียนมา อย่างที่ว่าน่าเบื่อมาก  มีวิธีการคนสอนเก่าๆสร้างมาเรียบร้อยแล้ว คือ เอานิ้วเขียนแล้วนับเส้นคันจิไป หรือไม่ก็บอกว่าให้หัดเขียนไปเรือยจนกว่าจะจำตัวคันจิได้ อันนี้เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าการเรียนค้นจิแบบนี้ มีคนคิดวิธีเรียนมาแล้ว

 

จากนั้น ก็มีอาจารย์ญี่ปุ่นที่เขียนเรื่องความเป็นมาของคันจิ อาจารย์หาซื้อมาอ่านนานแล้ว เนื่องจากคนเขียนเป็นคนญีปุ่น เขาไม่อาจถ่ายทอดให้นักเรียนไทย หรือคนไทย เรียนแล้ว นำไปใช้ได้มากนัก แต่ก็ดีกว่าแบบเก่า มาที่อเมริกานี่ เห็นคนอเมริกันเขียนคันจิ ก็ทำคล้ายๆกัน อาจารย์เห็นแล้ว ก็ถามตัวเองว่า แล้วจะไปเขียนเป็นตัวได้ยังไง คำตอบก็คือ ไ้ด้คอนเซ็ป แต่เขียนคันจิไม่ได้

 

อาจารย์ปรียาก็เลยต้องนั่่งค้นคิดค้นหาวิธีการเรียนแบบของอาจารย์ปรียาเลยแหละ ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ไม่มีหนังสือเล่าเรื่องคันจิมาก่อน ตามที่ภราดรเขียนมาถูกต้องค่ะ  แต่อาจารย์ไม่ได้อิงหรือเลียนแบบเขา แต่ถามตัวเองว่า ถ้าจะให้เด็กไทยเรียนคันจิให้สนุกและเข้าใจได้ความรู้เกี่ยวกับญี่ปุ่นด้วยจะทำยังไง อย่างน้อยตัวอาจารย์เองก็คือ หนูตะเภาเองเพราะเรียนมาแล้วด้วยวิธีต่างๆ และพอจะมีความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ อะไรตามเรื่้องเพราะชอบมานาน ก็เลยต้องคิดอะไรของตัวเองขึ้นมา เพราะความจำเป็นสำหรับนักเรียนไทยที่ทรมานกับการเรียนคันจิ และตัวเองสนุก เพราะต้อง อ่านต้องคิด เป็นต้น

 

อาจารย์เป็นนักภาษาศาสตร์ อาจารย์จิตใจอาจารย์คงเหมือนเด็กมากกว่า เพราะมันต้องสนุก และตัวเองอ่านแล้วต้องเข้าใจ เพราะตัวเองทำไป ก็เรียนไปด้วย  และค้นจิในเว็บของอาจารย์ ที่ต้องใส่ว่าเป็นลิขสิทธิ์เพราะเมื่อโพสคันจิใส่เว็บมีคนเอาความคิดการสอนคันจิอาจารย์ไปใช้ และเช่นที่เกิดในอดีต เอาชื่อหนังสือไปใช้หน้าตาเฉย คือ ชุบมือเปิบ เอาไปใช้ต่อ แต่ไม่มีการอ้างอิง ถึงหรือเข้่ามาอ่านบทความ หยิบไปใช้ เปลี่ยนแปลงนิดหน่อย  ไม่มีการอ้างอิงถึง เป็นเรื่องที่เสียมารยาทอย่างมาก และไม่เคารพมันสมองของอาจารย์ที่ให้เรียนให้อ่าน บ้านเราจึงมีแต่คนหวงวิชาไงล่ะคะ

 

สำหรับนักเรียน นักศึกษาไทย อาจารย์ขอประกาศให้ทราบว่านื่องจาก เว็บนี้เป็นเว็บที่ได้จากการค้นคว้าวิจัยต่างๆ และบทความที่ตัวอาจารย์เองเขียน

 

ใครที่ต้องการเอาที่อาจารย์เขียนไปใช้ในรายงานหรืออะไร ใช้อ้างอิงได้ ขอถือโอกาสสอนวิธีอ้างอิงไปเลยนะคะ เพราะในอเมริกาเริ่มเห็นมากแล้วการอ้างอิงจากเว็บที่มีสาระ มีคนเขียนนักวิชาการ เป็นต้น เพราะ การเรียนแบบใหม่ก็คือ การที่ไม่ต้องเรียนจากห้องเรียนอย่างเดียวแล้ว ตามที่อาจารย์ริเริ่มจากเว็บนี้ แต่อาจารย์เรียนแบบนี้มานานมากแล้ว

 

สิ่งที่ทำก็คือ ต้องอ้างว่า จากไหน เช่น ของอาจารย์คือ โรงเรียนเด็กวัดปรียา ห้วข้ออะไร วันที่เท่้าไรที่อาจารย์โพส และใส่ Html เข้าไปด้วยได้

 

ส่วนเว็บอื่นที่ไปเอาของคนอื่นมา หรือไม่มีคนเขียนและไม่ใช่วิชาการคงใช้อ้างอิงไม่ได้

 

อาจารย์ขอบอกว่า รายงานหรือการเขียนโดยที่ไม่มี การอ้างอิง เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ที่จะถือว่าเป็นงานทางด้านวิชาการ ดังนั้น ลูกศิษย์เคยถามว่า อ้างอิงไปก็โดนอาจารย์ญี่่ปุ่นว่าทำไมไปเอาของเขามา เราเอาของเขามาต้องมีเหตุผลเช่น เห็นด้วย สนับสนุน หรือไม่เห็นด้วยตรงไหน ไม่ใช่เอาไปเป็นแผงเฉยๆ ตัวเองจะได้ไม่ต้องคิด

 

(ครูประจำชั้น)  ขอบคุณอาจารย์มากๆ ครับที่ให้ความชี้แนะ

ขอบคุณมากเช่นกันที่เปิดโอกาสให้อาจารย์ได้รับรู้ความคิดที่แท้จริง แต่ขอให้เข้าใจว่า สิ่งพวกนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่แท้จริง ต้องกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น และอาจารย์ก็ดีใจที่ได้อ่านความตั้งใจจริง

ให้คำแนะนำเพิ่ม คำว่า หน้ากาก เป็นคำรวม ที่เหวี่ยงแห คงไม่มีใครช่วยหาให้ได้ เพราะหน้ากากที่ภราดรอยากได้วิธีทำคือ หน้ากากโนห์ หรือหน้ากากยักษ์ หรือหน้ากากอะไร ไม่ได้เขียนเลย

อ่านที่เขียนมาก็รู้ว่ายังไม่รู้ว่าจะยิงคำถามยังไง เข้ามาอ่านเข้ามาเรียนจะเห็นเด็กวัดบางคนเข้าใจถามคำถามและรู้ว่าตัวเองไม่เข้าใจอะไร เรียนรู้จากกันได้ค่ะ

โดย : ตรูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-09-28 22:58:02 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

--------------------------------------------------------------------------------------------------