料理室 ห้องอาหาร
กิน หมู ทุกวัน แต่รู้มั้ยว่า มีความเป็นมายังไง หาอ่านกันเองนะคะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ตำนานอาหารญี่ปุ่นฯ

 

 

สำหรับคนที่อยากอ่านประวัติความเป็นมา

ของผัก เนื้อๆ เครื่องเทศที่เรากิน

และวิธีทำอาหารญี่ปุ่น หาได้จากหนังสือนี้

 

(บทความนี้ตัดจากส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่องในหนังสือ)

 

เขียนโดย  ศ. ดร. ปรียา อิงคาิภิรมย์

โยะชิตะคะ ซะโต

豚肉(ぶたにく)

 

เนื้อหมู

 

 

ความเกี่่ยวดองของคนญี่ปุ่นกับเนื้อหมู

บรรพบุรุษของหมูก็คือ หมูป่า หมูก็คือ หมูป่าที่กลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านคน กล่าวกันว่า หมูป่าที่แปรสภาพมาเป็นสัตว์เลี้ยงมี 3 ชนิดคือ หมูป่าในยุโรป อินเดีย และเอเชีย เมื่อหมื่นกว่าปีที่แล้วหมูป่าในเมืองจีน เอเชียกลางและประเทศทางยุโรปแปรสภาพจากสัตว์ป่ามาเป็นสัตว์เลี้ยง หลังจากที่เวลาผ่านพ้นไปเป็นเวลานาน ตามท้องถิ่ิ่ินต่างๆเริ่มมีการผสมหมูป่าให้เป็นสัตว์เลี้ยง

 

ประเทศกรีกเป็นประเทศแรกในยุโรปที่เริ่มกินหมู ก่อนหน้านั้นในประเทศอียิปต์ มีีบันทึกเกี่ยวกับหมูที่เลี้ยงไว้ แต่ดูเหมือนคนอียิปต์จะไม่นิยมกินเนื้อหมูเหมือนประเทศกรีก จนเมื่อเข้าสู่สมัยโรมัน วิธีการเลี้ยงหมู การผสมพันธุ์หมูให้ได้พันธุ์ดี ตลอดจนเทคนิคในการปรุงอาหารที่ทำอย่างเป็นล่ำเป็นสันทำให้การกินหมูแผ่ขยายไปทั่วยุโรป

 

สำหรับประวัติวัฒนธรรมการกินเนื้อหมูนั้น จีนจะมีประวัติการกินเนื้อหมูที่ยาวนานกว่าญี่ปุ่น จีนเริ่มเลี้ยงหมูเมื่อประมาณ4,000 ปีที่แล้ว จากนั้นมาคนจีนก็เอาเนื้อหมูไปทำอาหารในรูปแบบต่างๆนับตั้งแต่ ต้ม ย่าง ปิ้ง ผัดหรือนึ่ง

 

           พูดง่ายๆก็คือ คนจีนจะกินทุกส่วนของหมูยกเว้นเสียงร้องหมูเท่านั้นที่กินไม่ได้้ ใน

ปัจจุบันร่องรอยกระดูกหมูที่เก่าแก่ที่สุดที่ค้นพบได้แก่ทางใต้ของจีน จากการขุดพบกระดูกหมูในถ้ำ

มีท้องถิ่นในญี่ปุ่น ที่ได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมการกินเนื้อหมูอย่างมากจากจีนท้องถิ่นที่ว่านี้ก็คือ จังหวัดโอะคินะวะ คนโอะคินะวะจะนิยมกินเนื้อหมูเป็นหลัก ขนาดที่มีคำกล่าวว่า อาหารประจำวันของคนโอะคินะวะ เริ่มต้นด้วยเนื้อหมูและจบลงด้วยเนื้อหมู คนโอะคินะวะจะกินเนื้อหมูและคุ้นเคยกับรสชาติของเนื้อหมูตั้งแต่เด็ก

 

          คนโอะคินะวะเริ่มกินเนื้อหมูตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 หรือในสมัยราชวงศ์หมิงโดยที่มีคนนำหมูเข้าไปในโอะคินะวะ สภาพภูมิประเทศของเกาะโอะคินะวะจะอยู่ใกล้กับจีน เกาะโอะคินะวะ มีการค้าที่เป็นเอกเทศของตัวเองกับจีนแล้วตั้งแต่สมัยก่อน ในสมัยริวคิวโอโจ เกาะโอะคินะวะเป็นคนละประเทศกับญี่ปุ่น ดังนั้น จึงมีการนำเข้าสินค้าต่างๆจากคาบสมุทรจีน อาหารประเภทเนื้อหมูของคนในโอะคินะวะแทนที่จะเป็นเนื้อส่วนเอว คนโอะคิ นะวะ กลับนิยมกินเนื้อซี่โครงติดมันมากกว่า

 

         ลักษณะพิเศษของการกินเนื้อหมูของคนโอะคินะวะก็คือ จะกินตั้งแต่ หูหมูจนถึงขาหมู แทบจะเรียกว่าไม่มีส่วนไหนที่ใช้กินไม่ได้ เช่นเดียวกับคนจีน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ว่าในสมัยนั้น ริวคิวซึ่งมีวัฒนธรรมของตัวเองถูกพวกคนที่อาศัยอยู่ในเขตซะทซึมะ หรือ คะโงะชิมะ ในปัจจุบันโจมตีและสูญสลายไปเมื่อเข้าสู่สมัยเมจิ (ปีค.ศ.1868-1912) แต่วัฒนธรรมการกินเนื้อหมูของริวคิวไม่ได้สูญสลายตามไปด้วย แต่กลับสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

 

        ในสมัยก่อนวิธีการปรุงอาหารด้วยเนื้อหมูมีชื่อเรียกเป็นภาษาญี่ปุุ่นว่าโซมีจันปุรุโดยการเอา เนื้อหมูทั้งชิ้นไปแช่เกลือ แล้วเอาหมูทั้งชิ้ินเข้าตู้เย็น และทิ้งไว้อย่างนั้น เวลาจะกิน จะเอาเนื้อหมูไปต้มจนเนื้อหมูนิ่มเพื่อให้มันหมูและเกลือแยกออกจากกันจะได้เนื้อหมูที่ี่มีรสเค็มอ่อนๆของเกลือ เวลาเคี้ยว เนื้อหมูจะกรอบ อร่อย เนื้อแน่น นุุ่มและไม่เละเพราะรสชาติของเกลือที่ซึมซับเข้าไปในเนื้อหมู ถ้าเอาเนื้อหมูนี้ไปผัดกับเส้นโซเมง*1 จะเป็นโซมีจันปุรุ ยิ่งในสมัยที่เครื่องปรุงอาหารยังไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนในปัจจุบัน เนื้อหมูบนโต๊ะอาหารถือว่าเป็นอาหารชั้นหนึ่งทีเดียว

 

 

เป็นยังไงบ้างคะ เราเกิดมาก็รู้จักกินหมู แต่เรื่องหมูดูเหมือนไม่ค่อยจะหมู เพราะส่วนใหญ่เราไม่เคยสนใจ หรือมีการศึกษาประวัติความเป็นมา ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ประเทศเรายังต้องการคนที่ศึกษาค้นคว้าเรื่องต่างๆอีกมาก ไม่งั้น เราก็เป็นประเทศที่เอาเงินซื้อของจากต่างประเทศ และเอารับทุกอย่างสำเร็จรูปมาใช้ โดยไม่มีอะไรของประเทศเราเลย คนไทยเราก็มีมันสมอง และความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่หรือ เด็กวัดเห็นด้วยมั้ยคะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-09-26 05:58:04 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ตอบกระทู้

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน และเด็กวัด wantima

ใช่ค่ะที่ มะทซึโมะโตะ น่าไปนะคะ โรงเรียนชั้นประถม ทำให้คิดถึง สมัยเด็กๆของอาจารย์ ไปเที่ยว พิพิทธภัณพ์ Hokusai ด้วยค่ะ ทำให้เกิดความคิดที่จะนำเอาภาพอุคิโยะเอะ มาแนะนำใช้เป็นปกในหน้งสือชุด ภาษาญี่ปุ่น สนุก ที่พิพิทธภัณฑ์มีภาพวาดฟินิกบนเพดาน ต้องนอนดูน่าทึ่งมากค่ะ  และไปเที่ยวปราสาทด้วยแต่ไปหลายครั้งแล้ว สำหรับปราสาท เพราะเพื่อนมีบ้านอยู่มะทซึโมะโตะ สมัยก่อนค่ะ ไปพักบ้านเขาด้วย

อาจารย์เคยต้องทำอะไรที่ฝืนใจตัวเอง ตอนอาจารย์จากญี่ปุ่นมาเยี่ยมสมัยยี่สิบกว่าปี อาจารย์ญี่ปุ่นอยากกิน lobster มากเพราะไม่มีโอกาสได้กินที่ญี่ปุ่น ที่นี่ไม่แพงมากเท่าญี่ปุ่น  ต้องต้มน้ำร้อนทั้งหม้อ ใส่มันทั้งตัวเขาไปต้มเ็ป็นทั้งที่มีชีวิตอยู่เพราะเป็นเจ้าของบ้านแขกอยากกิน พอเอามันใส่เข้าไป อาจารย์ทนไม่ไหว ได้ยินเสียงมันดิ้นไปมาในหม้อ บอกอาจารย์ญี่ปุ่นว่า ทำเองนะ ไม่ไหว ทรมาน เอามันต้มทั้งสดๆทารุณดีจังไม่อยากกิน

ถ้าไม่เห็นไม่ว่า อย่าให้เห็นแล้วกัน ปูขนที่ฮกไกโดอร่อยจัง ตอนนี้ที่อเมริกา อะวะบิ ตามร้านซุชิแทบจะไม่มีเลย แต่ฮิระเมะ เมื่อคืนก่อนกินกันเกือบกิโล ปอนด์กว่าๆ ไม่ถึง สี่ร้อยบาทบ้านเรา  แต่ไม่ใช่ฮิระเมะแบบญี่ปุ่นนะคะ คือจะกินแบบฝรั่ง ต้องมาทอดกินกับน้ำมัน คนอังกฤษจะกินบ่อย และเป็นปลาอย่างดีเช่นกัน อร่อยมากค่ะ Salmon จากคานาดา และของอลาสก้า ก็อร่อยมาก อยู่อเมริกา กินดีอยู่ดี แต่น่าสงสารคนชาตินี้ไม่ทำกับข้าวกัน กินแต่ของแช่เย็น อาหารขยะ เราเลยช่วยเอาของดีๆมาทำกินกันอร่อยไปเลย

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-10-09 11:46:45 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

มีโรงเรียนประถมแห่งแรกในญี่ปุ่นที่นางาโนะ หรือค่ะ ไม่เคยไปค่ะ เมื่อวานลองถามคุณแม่ และ สามีดู เขาก็ไม่เคยไปกันเหมือนกัน แต่บอกว่าน่าจะเป็นที่อำเภอ มัตซึโมโต  ตอนนี้เหลือไว้แต่อาคารเท่านั้น  จะใช่หรือไม่ เดี๋ยวต้องให้สามีหาข้อมูลให้และลองไปเที่ยวดู เพราะว่าไม่ไกลจากที่นี่สักเท่าไรค่ะ

อาจารย์เคยไปปีนปราสาท มัตซึโมโต มาแล้วใช่ไหมค่ะ บันไดมันชันมากเลยใช่ไหมค่ะ กว่าข้าศึกจะบุกขึ้นไปได้นี่  แต่สำหรับหนูแล้ว มันได้อารมณ์ร่วม หากเขาเป็นคนสมัยนั้นมันจะเป็นอย่างไร มากกว่า การไปปราสาทโอซาก้า ที่กลายเป็นลิฟท์ แทนบันได้    อ้าวจากเรื่อง อาหาร จาก เรื่องหมู กลายเป็นเรื่องอื่นไปเสียแล้ว

อยู่นางาโนะ ที่ไกลทะเลนิดหนึ่ง แต่ก็ได้กินปลาทะเลมากค่ะ เพราะว่าสมัยนี้การคมนาคมรวดเร็ว ปลาฮิราเมะ ที่นี่ก็แพงค่ะ  คุณแม่ชอบกิน   แต่หนู ชอบกินปูค่ะ   ปูขนนี่ชอบมาก  แต่เวลาซื้อปูเป็นๆ มาให้ทำ หนูจะรู้สึกโกรธมาก เพราะว่า มันน่าสงสารเวลาทำมัน เห็นแล้ว วันนั้นไม่อยากกินข้าวเลย  หอยอาวาบิ อีก ตอนเราล้างมัน มันเจ็บ มันทำท่าน่าสงสารมาก ไม่อยากทำเลย ทำไปน้ำตาจะไหลไป แต่คุณแม่ชอบกิน หนูก็โมโห โมโห ทำไปบ่นไป ว่ามันน่าสงสาร  ฉันไม่อยากทำเลย  แต่หูคุณแม่นี่ทวนลมไปเรื่อย เพราะเขาชอบกินอะไรสดๆ แต่แหม ไม่ทำเอง  ระบายค่ะ  

โดย : wantima วันที่ : 2008-10-09 11:29:11 อีเมล์ : IP : 220.152.91.204

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัดwantima

    อาจารย์เขียนให้เห็นภาพ ของอเมริกา เหมือนกัน หนูเองก็ไม่เคยไปเลย เคยถามสามีว่า เป็นอย่างไร อเมริกา (อยากไปแต่เขาห้าม บอกว่า ที่นั่นมันน่ากลัว

---ไม่ว่าที่ไหน ถ้าเราไม่ชิน ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ไปญี่ปุ่นก็ยิ่งน่ากลัว ภาษาก็ไม่รู้เรื่องแถมคนญี่ปุ่นยังแบ่งเขาแบ่งเรา อเมริกา ก็เหมือนบ้านเรา แถวไหน หรือตอนไหนที่จะออกไปเดินเองคนเดียวได้ไม่ได้ ต้องใช้สามัญสำนึกตัวเองด้วย แต่สบายใจ ไม่มายุ่มย่ามกับชีวิตเรา อากาศดี อาหารดี กินถูกว่าญี่ปุ่นมากมาย

 ไม่รู้ใครเป็นใคร ใครคิดอะไร แต่ปัจจุบันญี่ปุ่นก็เริ่มเป็นบ้างแล้ว

-----เป็นเยอะค่ะ ไม่ว่าที่ไหน สังคมที่พัฒนามาก คนก็จะเป็นมากค่ะ วัตถุและจิตใจไม่ได้ไปด้วยกัน

ที่นะงะโนะ มีโรงเรียนชั้นประถมแห่งแรกในญี่ปุ่น เคยไปมาไหมคะ ถ้าจำไม่ผิด พาลูกศิษย์ไปเที่ยว ประทับใจมาก เพราะแปลกและทำให้คิดถึง รรชั้นประถมบ้านเรา

เมื่อคืนกินปลา ฮิระเมะของที่นี่ ซึ่งเป็นปลาชั้นสูงราคาแพงญี่ปุ่น อยู่ที่นี่กินแทบทุกวัน คนละปอนด์หรือ เกือบครึ่งโล พร้อมผักสดง่ายๆ อร่อยมาก ไม่เหมือนอยู่ญี่ปุ่น กินฟุ่มเฟือยไม่ได้ จะซื้อผักทีต้องคิดแล้วคิดอีกเพราะแพงเหมือนทองเลย ในญีปุ่น ดีค่ะที่ปลูกผักเองนะคะ

ขอบคุณที่เขียนมาเล่าสู่กันฟังให้เด็กวัดคนอื่นได้รู้ไปด้วย สองประเทศ :-)

โดย : ตรูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-10-07 22:04:32 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะ อาจารย์ และ เพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่าน

    อาจารย์เขียนให้เห็นภาพ ของอเมริกา เหมือนกัน หนูเองก็ไม่เคยไปเลย เคยถามสามีว่า เป็นอย่างไร อเมริกา (อยากไปแต่เขาห้าม บอกว่า ที่นั่นมันน่ากลัว ไม่รู้ใครเป็นใคร ใครคิดอะไร แต่ปัจจุบันญี่ปุ่นก็เริ่มเป็นบ้างแล้ว ล่าสุดก็ขาวชายอายุ สี่สิบเจ็ดปี เกิดอาการเบื่อหน่ายชีวิต เป็นหนี้เป็นสิน ลูกเมียเลิก ติดการพนัน เลยเข้าไปพักที่พักราคาถูก ที่เป็นอินเตอร์เนต คาเฟ่ และ แหล่งเล่นการพนันม้าทางจอทีวีขนาดใหญ่ และแล้วก็คิดจะฆ่าตัวตาย เลยจุดไฟเผา ในห้องน้ำ แต่ตัวเองสำลักควัน ทนไม่ไหวก็วิ่งออกมา ผลคือคนอื่นตาย สิบเจ็ดคนหรือไงนี่ บาดเจ็บอีกเพรียบ)  ต่อเรื่องอเมริกาค่ะ  สามีบอกว่า พวกที่เคยทำงานด้วยกัน เจ็ดปีแล้ว ไม่ได้เจอกัน ผลว่าจำกันแทบไม่ได้ ตัวอ้วนใหญ่ พอกลับมาญี่ปุ่นเข้า ซุปเปอร์ ก็รู้สึกแปลกตาไป เพราะไปคุ้นตา กับ รถเข็นคันโตๆ    พวกคนอเมริกา ที่จนๆ ก็จะอ้วน เขาบอกว่าอย่างนั้น

      ตอนที่ผ่านมา มีข่าวว่าอาหารญี่ปุ่น พวกปลา นี่เริ่มขายดีในอเมริกา เพราะคนอเมริกา หันมาให้ความใส่ใจด้านสุขภาพ  สามีก็บอกว่า และก็ อเมริกา ก็ไปขยายธุรกิจ เฟรนชาย ขายไก่ทอด มันฝรั่งทอดที่บ้านเธอ   กลับไปบ้านเมื่อคราวก่อน ต้องตกใจ บ้านน้องชาย ตัวอ้วนๆ กันทั้งนั้น ไปร้านก๋วยเตี๋ยว เห็น อ้วนๆ อีกเพรียบ ตกใจ ตกใจ 

       เลือกรับประทาน อาหารร้านที่เชื่อใจได้ อย่างร้านแม่หนูที่เมืองไทยนี่ แม่ทำเองทุกอย่าง เครื่องแกง เครื่องสุกี้ พริก  แม่หมุน ทำโน่น ทำนี่ ชิมโน่น ชิมนี่ ตัวกลมเลยค่ะ(แต่สุขภาพดี ตับไตใจดีแต่กระเพาถามหา เพราะว่าอิ่มจากการชิม เลยกินไม่เป็นเวลา) ทุกอย่าง ต้องมั่นใจเพื่อลูกค้า เขียนไว้หน้าร้าน ร้านนี้ฉันขายไม่แพง แบ่งกันกิน    ขายดีค่ะ น่าสงสารคนทำเลย ไม่คิดค่าแรงตัวเอง กลับไปทีไร ต้องให้เงินแม่ไว้ใช้ทุกที    อันนี้แม่ทำเพราะใจรักค่ะ  ลูกค้าชม ชื่นใจ เจอร้านแบบนี้ ให้ทิปบ้างก็ดีนะค่ะ(ล้อเล่น แม่เขามีความสุข เราก็สุข)

       อะไรก็แล้วแต่ค่ะ ไม่เห็นกับตาไม่ได้ทำเอง เรื่องอาหารนี่ ไม่อยากเชื่อใจค่ะ  ร้านที่เมนูเยอะๆ นี่น่ากลัว เพราะว่า เอาอาหารแช่แข็งมา เวฟให้เรา (เรื่องไมโครเวฟ นี่ก็อันตรายค่ะ)   

ทุกวันนี้ ทำอาหาร ไม่เคยใส่ผงชูรส เพราะว่า ตัวเองนั้น ทำน้ำซ๊อส คือ เอาปลาแห้งต่างๆ และใส่ คอมบุ กับ เห็ดหอม  แช่ไว้ แล้วต้ม ใส่ โชยุ เวลาทำอาหาร ใช้เติมลงไป ได้รสชาติที่ดีค่ะ ไม่ติดลิ้น  (โชยุ หากไม่ดูส่วนผสมแล้วก็ ส่วนใหญ่จะใส่ อะมิโน ค่ะ ต้องดู)

         ดีนะค่ะ ที่อเมริกา ที่อาจารย์อยู่นี่ใกล้ ตลาดสด  สนุก ใช่ไหมค่ะ กับการไปจ่ายตลาด หนูก็สนุกเวลาไปร้านที่เขาขายผักสด  ปลาสด  สนุกกว่าไปซุปเปอร์      ที่นางาโนะ นี่มีร้านแบบนี้แยะค่ะ   และหนูก็ปลูกผักกินเอง เยอะเลย ไม่ใส่สารอะไรทั้งสิ้น ปลูกแบบว่าปลูก และ พรวนดินบ้างเท่านั้น ตั้งแต่ กระเทียม ขิง เมียวงะ นิระ โกยะ มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว ข้าวโพด ฟักทอง ถั่วลันเตา  เยอะแยะไปหมดเลยค่ะ วันนี้ไปเก็บไดอิก้อง มาค่ะ  ส่วนใบนั้นเราเอามาต้มเสียก่อน แล้ว ก็เอาไปผัดน้ำมันนิดเดียวนะค่ะ  ใส่เบคอน หรือ ว่า ปลาแท่ง ตามด้วย โกมะ และก็ใบผัก ปรุงด้วยซีอิ้ว มิริน นิดหน่อย ทานกับข้าว เป็นกับได้ดีทีเดียวค่ะhttp://www.baannokjapan.th.gs/   อันนี้เวปส่วนตัวค่ะ เขียนอะไรเล่นๆ ตอนนั้นว่างค่ะ

โดย : wantima วันที่ : 2008-10-07 13:28:54 อีเมล์ : IP : 220.152.91.204

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัด wantima

ไม่ทราบว่า เด็กวัดอาศัยที่ nagano ใช่มั้ยคะ ถ้าใช่เป็นเมืองที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างมาก อาจารย์เคยไปพักบ้านเพื่อน และไปอนเซง มีแทบทุกที่ และไปปีนปราสาทด้วย

เรื่องเกี่ยวกับ แหล่งผลิตที่มาของอาหารในอเมริกาจะมีเขียน แม้แต่ปลาต่างๆ เช่น จากคานาดา จากอเมริกาเอง แต่ทุกอย่างไม่เขียนว่า วันหมดอายุ อันนี้ไม่ชอบเลย

ปลาจากประเทศอื่นๆหรืออะไรที่ไม่ไว้ใจ ไม่เอาค่ะ กระเทียมส่งจากจีนเข้าญี่ปุ่นเยอะ ราคาจะถูก อาจารย์ซื้อตอนนั้น รสชาิติไม่เหมือนกับกระเทียมในญี่ปุ่นแต่แพงค่ะ ยิ่งปลาไหลตัวใหญ่ๆมันๆ ในร้านซุปเปอร์และเมืองไทยก็จากจีนทั้งนั้น อาจารย์ไม่เอาด้วย เพราะเคยซื้อมากิน มันย่องเลยค่ะ ยิ่งปลาซะบะย่างกองเต็มในบ้านเรา ไม่เอาเลยค่ะ ไม่สู้

อาจารย์จึงต้องพยายามซื้อของที่ทำอเมริกา และจะทำอาหารเองสามมื้อเลย โชคดีที่แถวนี้มีตลาดสด ที่ไม่ใช้ปุ๋ยทั่วไปที่อาจจะมีอันตรายต่อร่างกาย สดจริงๆ มะเขือเทศ แฮร์ลูม ในร้านปอนด์ละ ห้า หกเหรียญที่ตลาดสด สองเหรียญ ผลไม้ องุ่นหวานกรอบอร่อยจริงๆ และ แนคเทอร์รีนขาว พันธ์ใหม่อร่อยมาก ปอนด์ละ เหรียญครึ่ง  พอหลังเที่ยง จะเหลือเพียงหนึ่งเหรียญ ผักบุ้ง ผักคะน้า บวบ ผักชี  มัดละเหรียญถูกจริงๆ ดะอิคง ผักเอเชียพวกนี้ ในร้านซุปเปอร์ธรรมดาของอเมริกา ไม่มีขาย โชคดีกินดีอยู่ดีกว่าตอนอยู่ญี่ปุ่นมากๆๆ และถูกด้วยสดด้วย เปิดขาย สี่โมงเช้าถึงบ่ายโมง อาจารย์ซื้อทีสิบปอนด์เลย กินสบายมาก

อาหารขยะทั้งหลาย ไม่ได้เงินอาจารย์หรอก ไม่ว่าจะรณรงค์เปลี่ยนภาพพจน์ยังไง มันก็อาหารจานด่วน ยิ่งสะดวก ยิ่งถูก ก็ขอให้พึงสังวรณ์ไว้ว่า ต้นทุนเขาก็ต่ำ ของที่เอามาให้กินมาจากไหนก็คงคิดกันได้

ตอนนี้ ในอเมริกา ปัญหาหนักมากคือ เรื่องโรคอ้วนปัญหาทั่วโลก เพราะคนกินเกินพิกัดทั่วโลก ตามประกาศของ UN คนสมัยก่อนเป็นโรคขาดอาหาร ตอนนี้บางประเทศยังมีปัญหานี้ แต่ส่วนใหญ่จะสวาปามเกิน ทำให้อ้วนเป็นแถว แล้วก็ตามด้วยโรคต่างๆมากมายเป็นกระพรวน อยู่ที่นี่จึงต้องระวัง แต่เราไม่ซื้อของแบบที่คนที่นี่กินกัน เพราะคนที่นี่ก็เหมือนคนในกรุงเทพฯ ไม่มีเวลา มีก็ไม่ทำกับข้าวกันแล้ว อาหารตามร้านก็ ไม่มีผักให้กินเลย กินแต่ร้านแมคฯ หรือ พิซซ่า ร้านอาหารแม็กซิโก คาร์โบไฮเดรตทั้งนั้น ร้านจีนก็ข้าวพูนเต็มจาน ทั้งมัน ทั้งเค็ม ทั้งหวาน

ตอนนี้มีปัญหาเพราะคนเริ่มกล้วเรื่องอาหารขยะ จานด่วน junk food  ก็เลยต้องไปบุกที่ประเทศอื่นทั่วโลก คนไทยก็เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นกว่าก่อนเพราะเห่อกินอาหารฝรั่ง อาหารญี่ปุ่นก็มีปัญหา เพราะข้าวมาก บะหมี่ก็รสชาติเค็ม ยิ่งบะหมี่ที่ต้มด้วยน้ำซุปจากหมู มันอร่อย ที่คนญี่ปุ่นชอบกันนักชอบกันหนา อาจารย์ไม่เอาด้วย ถ้าทำกินที่บ้านจะเป็นคนละแบบ

อาหารที่กินได้ปลอดภัย อร่อยก็คือ อาหารไทย เพราะเราจะมีผัก และมีใบกระเพรา ใบอะไรที่ต่างชาติไม่กินเลย แถมมีน้ำเต้าหู้ ตอนนี้ในอเมริกาฮิตมาก กลับไปเมืองไทย จะไปเรียนวิธีทำเอง เพราะเห็นมีเครื่องทำ ทุกอย่างทำเอง สบายใจที่สุด

เพราะนมที่คิดว่าดีๆๆนั้น หมอก็ไม่กล้าบอกดังว่า ไม่ดี เพราะเรื่องผลประโยชน์ต่างๆ บ้านอาจารย์ไม่ได้กินนมมาสามปีแล้ว พอมาที่นี่เรารีบเปลี่ยน

เรื่องบุหรี่ในญี่ปุ่นทำให้การใช้ชีวิตในญี่ปุ่นของอาจารย์ทรมานมาก เพราะโทรไปจองที่นั่งตามร้านอาหารอิตาลีหรืออาหารร้านดีๆ เขาจะขอโทษเพราะไม่มีที่ไม่สูบบุหรี่ เขาได้แต่จะหามุมที่ไกลจากควันบุหรี่ แต่พอแขกมา พอก้นหล่นกับเก้าอี้ สิ่งแรกที่ทำก็คือ สูบบุหรี่และพ่นควันขโมงเลย

อาจารย์พอได้กลิ่นก็หายใจไม่ออก ต้องรีบกลับบ้าน แต่มาอเมริกา สบายมากไม่ต้องทรมานเรื่องนี้เลย

ส่วนเรื่องสาวญี่ปุ่นที่คิดว่า สูบบุหรี่แล้วไม่อ้วน ก็แสดงให้เห็นว่า เขาคิดถูกต้องคือ จะได้ตายด้วยมะเร็งเร็วที่สุดไงล่ะคะ ไม่ทราบว่างๆทำอะไรกัน อ่านหนังสือเรื่องเกี่ยวกับบุหรี คงจะไม่กล้าสูบแน่ๆ

ตอนนี้หนังสือเรื่องสุขภาพที่วิจัยใหม่ๆ ออกมามาก ไว้ว่างๆจะเขียนในห้องอ่านหนังสือให้อ่านกัน

ตอนนี้กำลังจะเข้า Halloween เข้าไปซุปเปอร์มาร์เกต แล้วขนลูกเพราะมีช็อกโกแลต ชิฟ น้ำอัดลม เต็มไปหมด กองเป็นพะเนิน นี่คือ สิ่งที่เขาทำให้คนรุ่นใหม่ที่วิ่งหาแต่เงิน ไม่มีเวลาดูแลตัวเองกินกัน

ใครที่มาเที่ยวอเมริกาเข้าไปในซุปเปอร์มาร์เกตจะตกใจมาก เพราะอาหารแช่แข็ง เช่น พิซซ่า หรืออาหารที่ทำสำเร็จรูปมียาวเหยียด ไม่ต้องทำอะไร กลับบ้านก็เอาเข้าไมโครเวฟ ทั้งแพงและไม่อร่อย ไม่รู้กินเข้าไปแล้วไม่สงสารท้องตัวเองหรือไง

อาจารย์มีความสุขที่สุดตอนกลับไปเมืองไทย กินเส้นบะหมี่บ้านเรา บอกไม่ใส่ผงชูรส ผักเยอะๆ ไม่กี่ตังค์ สบายใจเพราะเห็นทำร้อนๆจากครัว

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-10-06 21:02:57 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

อย่างนั้นหรือค่ะ  ขอบคุณค่ะ

เรื่องบุหรี่นี่ คนที่ติดนี่เลิกยากมากนะคะ แค่จะไม่สูบแค่อึดใจเดียวก็เหมือนจะตาย ผู้หญิงญี่ปุ่นที่นิยมสูบบุหรี่เขาบอกว่า เพื่อเลี่ยงไม่ให้อ้วนค่ะ  แต่ที่อ้วนก็เยอะ เมื่อคราวก่อนไปกินราเมง เป็นร้านเล็กๆ พอดี มีผู้หญิงมานั่งช่วงที่รออาหาร ก็ไม่นานหรอกน่ะ เธอควักบุหรี่มาพ่น  แม้หนูนี่โมโหมากเลย อยากจะลุกขึ้นยืนแล้ว ว่า ว่า ว่า เลย สามีเห็นตาหนูเข้า ก็เลยกลัวจะเกิดเรื่อง เลยบอกว่า เปลี่ยนที่นั่งกันไหม หนูก็บอกว่าไม่ต้อง แต่ตาหนูนี่จ้องเธอ เสียจนเสียต้องรีบดับ  (หนูนี่แต่งงานเพราะว่าตกบันได พลอยโจน รับรัก สามี เพราะว่า เธอยอมเลิกบุหรี่)  

เดี๋ยวนี่ เขารณรงค์ เลิกบุหรี่ค่ะ ในรถแท๊กซี่ นี่ก็ห้ามสูบ แทบจะหมดแล้วค่ะ ในรถไฟ นี่ห้ามหมด สถานที่หลายๆสถานนี่ประกาศห้ามค่ะ  ตอนนี้ก็ลำบากกันหน่อย เพราะว่าเครื่องขายบุหรี่อัตโนมัตนี่ก็ต้องไปทำบัตรแถบแม่เหล็กกันก่อน เพื่อไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า สิบแปดปี ซื้อกันได้ง่าย คิดว่าอาจารย์คงทราบ (แต่ว่าเพื่อเพื่อนๆ ที่ไม่ทราบเลย)

เรื่องอาหารเมืองจีนนี่ ก็น่ากลัว ที่ญี่ปุ่นนี่ เขาจะแสดงแหล่งกำเนิดสินค้า  สินค้าที่มาจากเมืองจีน นี่จะราคาถูก แต่แล้ว พวกพ่อค้า ก็บิดเบือน แหล่งกำเนิด เสียมากค่ะ เป็นข่าวหลายต่อหลายข่าวค่ะ อย่างเช่น อุนางิ ไก่ ถั่วแดง  อาหารจากเมืองจีนนี่เป็นข่าวบ่อย เกี้ยวซ่า นี่ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้   ก็ต้องระวังตัวกันเองแหละ อย่างที่อาจารย์บอกแหละ ตอนนี้ก็แก้ที่ต้นทางไม่ได้  เพราะว่า สังคมปัจจุบัน อยู่กันเพื่อเงินเสียมากแล้วค่ะ

บางทีที่นี่ นางาโนะ ถึงแม้จะเป็นที่ราบสูง แต่ ทรายแดงที่ลมพัดมาจากเมืองจีน ก็มาถึงนะคะ  นี่ก็น่ากลัวค่ะ มันมาได้ไกลมากเลยนะ   เวลามันมานี่เหมือนม่านหมอก มัวๆ น่ากลัว น่ากลัวค่ะ ยังดีที่ ที่นี่จะมีการบอกข่าวกันค่ะ  ทุกบ้านจะมีวิทยุส่งข่าวโดยตรงจาก ยาคุบะ เพื่อแจ้งข่าวสารในเมืองที่เราอยู่กันค่ะ

 

โดย : wantima วันที่ : 2008-10-06 12:19:00 อีเมล์ : IP : 220.152.91.204

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

 

สวัสดีค่ะเด็กวัด wantima

อาจารย์ไปโอะคินะวะมา อาจารย์ไม่คิดว่า การกินหมูแล้วจะทำให้ร่างกายยืน อ้วนแน่เลย

แต่คนโอะคินะวะ เขามีอากาศ มีภูมิประเทศที่คล้ายเมืองร้อน กินสัปปะรด และมีฟักขมเยอะ

ปัจจุบัน เรื่องอาหารการกินน่ากลัวมาก อ่านข่าวเรื่องนมของจีนแล้วไม่รู้ว่า มนุษยธรรม หรือจรรยามนุษย์หายไปไหนหมด อาจารย์ต้องระมัดระวังอย่างมาก ไม่กล้าไปฝากท้องข้างนอก แต่ก็ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาถูกจุด

ถ้าคนที่ทำอาหารหรือของกินไม่คำนึงว่า คนกินแล้วจะตายหรือไม่ ในอเมริกาสารที่จีนใส่ในนมห้ามใช้แม้แต่สัตว์หรือคน แต่ในเมืองจีน จะไปสนใจอะไร เรื่องคุณค่าชีวิต เด็กตำดำๆต้องตาย และอาการหนักอ่านแล้วเศร้าใจจริง อีกไม่นาน คนทั้งโลกก็คงเลิกซื้ออะไรของจีน เพราะแย่จริง อาจารย์ถ้าเห็นทำจากจีน ไม่เอาด้วยเลย จะถูกแค่ไหนก็ตาม

ทานผัก และปลาดีกว่าเยอะ แต่ก็อย่างว่า ญี่ปุ่นอยู่ใกล้จีน เขาก็กลัวจีนเรื่องมลพิษมากอยู่แล้ว ตอนนี้ก็คงยิ่งน่ากลัว  ไม่มีทางเลือก มนุษย์ทำจนสภาพสิ่งแวดล้อมพังหมด

ยิ่งอากาศในญ๊ปุ่นไม่เพียงแต่แย่เพราะคนแออัด ยังบวก ควันจากบุหรี่ที่เพิ่มมากขึ้นของชนชั้นใหม่คือ วัยรุ่นและสาวๆ ที่คิดว่าเท่ห์ ก็คงยิ่งอยู่ยากมาก อยากแวะไปญีปุ่น แต่พอเหยียบเข้า   นะริตะ อาการแพ้ควันบุหรี่ก็จะเริ่ม เลยไม่ค่อยอยากไปเลย ทรมานค่ะ เพราะว่าคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ มันปรับไม่ได้เลย หลังจากได้ควันบุหรี่ จะไอและระคายเคือง แฟนก็ไม่ยอมไป เพราะเรื่องควันบุหรี่ ประเทศจีนไม่ขอไป เพราะเรื่องพวกนี้ เกาหลีไปมาแล้ว แย่มากเรื่องบุหรี่เช่นกัน ป้ายห้ามสูบบุหรี่ติดอยู่ชัดๆ ยังสูบกันเลย งงมากค่ะ

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-09-26 21:21:42 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ความคิดเห็น ลบกระทู้นี้ทิ้ง

ข้อความ :

คนที่มีอายุสูงที่สุด คือ สูงกว่าร้อยปีนี่ ที่โอะคินาวะ นี่มีจำนวนมากใช่ไหมค่ะ  ไม่รู้ว่าคนพวกนี้กินหมูมากกว่าปลาหรือเปล่าค่ะ  แต่หมูสมัยนี้ ก็มีสารอะไรต่ออะไรปนมากับอาหารหมูมาก หากเราจะเริ่มที่หมูและจบที่หมู นี่น่ากลัว เราจะอ้วนเลยนะคะ  

      น่าเสียดาย ที่บ้านนี้แทบจะไม่มีเมนูหมูในอาหารเลย   เรื่องหมู นี่ไม่ได้กินกันหมูๆ นะคะ

 

โดย : wantima วันที่ : 2008-09-26 15:37:58 อีเมล์ : IP : 220.152.91.204

--------------------------------------------------------------------------------------------------