茶道 ห้องพิธีชงน้ำชา
คติสอนใจ มองโลกอย่างมีความสุข ก็สุขใจ หาความสุขใจกันเองนะคะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

 

 

คติสอนใจของ みつを

 

 

                                     ศ.ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์

 

สวัสดีค่ะ แฟนๆหนังสือ และเด็กวัดทุกคน

 

         เรียนภาษาญี่ีปุ่นกับครูประจำชั้นปรียา ด้วยการเรียนนอกตำรา จะได้สนุกและจำไปใช้ได้ด้วย

 

       คำเตือนใจ หรือไม่บางคนก็คงจะเรียกว่า คติสอนใจ หรือสุภาษิตก็ตาม  เป็นสิ่งที่อาจารย์ชอบอ่าน ชอบเก็บมาใช้กับตัวเอง เพราะเหมือนแสงที่ส่องทางให้เรา

 

       สำหรับคนที่กำลังจะต้องเตรียมตัวสอบเข้าทำงาน สอบวัดระดับ หรือสอบกลางปีอะไรก็ตาม ดูหนังสือแล้วก็เครียด เพราะมัวแต่กังวลไม่รู้จะสอบผ่านหรือเปล่า จะทำข้อสอบได้หรือไม่ หรือสอบเข้าทำงาน เขาจะสัมภาษณ์อะไรเรา สารพันกังวล

 

      อาจารย์เขียนซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า แทนที่จะเอาเวลามากังวล สู้ำทำใจให้สบาย เตรียมตัวให้เต็มที่อย่างถูกวิธี ไม่ใช่นั่งแช่อิ่ม ทนอ่านทนทรมานดูหนังสือ ทั้งที่หัวไม่ยอมรับ เพราะเบื่อ ไม่ว่าจะใช้เวลากี่ชั่วโมงก็ไม่เรียนไม่เข้าหัว

 

      การเรียนภาษาญี่ปุ่นซึ่งถือว่าเป็นภาษาที่ค่อนข้างจะยาก และละเีอียดอ่อน เราต้องเข้าซึ้งถึงวัฒนธรรม ยิ่งสังคมนี้เป็นสังคมปิด ก็เลยยิ่งทำให้เรียนลำบากมากเข้าไปอีก แต่เราก็ต้องหาทาง

เรียนให้สนุก เพราะเราคงไม่ได้ต้องการเรียน ด้วยความตั้งใจที่จะต้องเป็นเหมือนคนญี่ปุ่น มีหลายคนคิดอยากเรียนเพื่อให้เหมือนคนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะทำยังไงก็ทำไม่ได้ และเขา

ก็ไม่มีทางยอมรับได้ และยังไม่ชอบหน้าคนที่ไม่มีเอกลักษณ์อยากเป็นคนญี่ปุ่นเหมือนเขาอีกด้วย

 

     เราจะต้องเรียนเพื่อให้สื่อสารกับอีกฝ่ายให้ได้ และเข้าใจภาษาญี่ปุ่นในระดับลึก ไม่ใช่รู้งูๆปลา เรียน พอเราเข้าใจก็เอาไปใช้ได้อย่างมั่นใจ เพราะการเรียนเก็บตกนอกห้องเรียน จากประสบการณ์ของตัวเอง อะไรที่อาจารย์ชอบ สิ่งที่เก็บตก จะช่วยทำให้อาจารย์เรียนภาษาต่างประเทศได้อย่างสนุก อาจารย์ไม่ค่อยชอบตำราเรียนเท่าไร มีหนังสือตำราเป็นพื้น แล้วก็ไม่หาอย่างอื่นมาเรียนเอง นอกตำราสนุกกว่าเยอะ

 

      เพราะการเรียนแบบนอกตำราเรียนนี้ ไม่เหมือนเรียนในห้องเรียน เพราะเรียนในห้องมันเครียด

ดีจัง และแถมยังเป็นการเรียนแบบเอาตัวรอดแบบไทยๆ คือ อาจารย์ในห้องสอนจากหน้าไหนถึงหน้าไหน เวลาสอบก็อัด แล้วก็ท่องจำให้ได้ หรือไม่ก็อัดเขียนคันจิตอนสอบให้ได้ก่อนสอบไม่ต้องนอนเลย เพื่อจะได้สอบให้ได้ นี่คือวิธีการเรียนที่ไม่เหลืออะไรหลังจากสอบ

 

      การสอบวัดระดับ เป็นการสอบ เพียงเพื่อต้องการมีตัววัดหรือเช็กว่า โดยทั่วไปทุกหมวด เราเข้าใจหรือไม่ และมีความสามารถถึงขั้นที่เขาคิดว่าใช้ได้หรือยัง แต่ไม่ได้หมายความว่า พอสอบผ่านวัดระดับ เราก็กลายเป็นเทวดา หรือเก่งกาจอะไรมากมาย  ถ้าสอบไม่ผ่านก็แสดงว่า ความรู้เรายังไม่ถึงระดับที่เขายอมรับให้ผ่าน ไม่ได้หมายความว่า เราโง่แต่อย่างไร ไม่ต้องอายด้วย สอบไม่ได้ ก็ต้องมาปรับปรุงตัวเอง และเรียนเพิ่มให้เต็มที่ เพื่อจะได้เข้าขั้นที่เขาต้องการ ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย หรือโลกจะต้องถล่มทลายก็หาไม่ แต่ถ้าคิดจะสอบก็ต้องเตรียมตัว ไม่งั้นก็เสียดายเงิน หรือก่อนสอบก็รู้ว่าไม่ผ่าน ไปสอบก็คงเสียเวลาเปล่าๆ จะสอบก็ต้องบอกตัวเองว่าจะทำให้ดีที่สุด ผ่านไม่ผ่านอีกเรื่อง

 

       การสอบวัดระดับ อาจารย์ไม่คิดว่า มันเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร มันเป็นเพียงตัววัด หรือสอบธรรมดาอย่างหนึ่้ง อาจารย์เห็นเด็กวัดหลายคนในโรงเรียนนี้ มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นในขั้นที่ใช้ได้ดีมากทีเดียว สำหรับคนที่อยากจะลองสอบเพื่้อทดสอบความสามารถ และเพื่ือจะได้บังคับให้ตัวเองเรียนอย่างเต็มที่ก็ดี แต่ถึงสอบไม่ได้ โลกก็ไม่ได้แตกสลาย และไม่ต้องอาย เพราะสอบได้เสมอกี่ครั้งก็ได้

 

    บางคนที่เรียนเก่งแต่วงๆ หรือเก่งข้อสอบปรนัย ก็คงทำข้อสอบได้ชำนาญแบบคนญี่ปุ่นที่จะต้องมีโรงเรียนกวดวิชา ไม่ต้องเน้นอะไร เน้นสอบให้ผ่าน และเรียนง่ายกว่า ไม่ต้องใช้สมองมากแต่ใช้กับวิธีการคิดค้นเอาตัวรอดตอนสอบเท่านั้น นั่นคือจุดบอดของการศึกษาของเอเชียและประเทศอื่นๆที่ยังเน้นการวัดผลการสอบด้วยการสอบปรนัย เพราะครูบาจารย์ไม่มีเวลามานั่งตรวจ นั่งอ่าน

 

    แต่คนที่ชอบคิดชอบเขียน หรือไม่ชอบเรียนแบบท่องจำ ก็คงลำบาก อาจารย์โชคดี ที่ไม่ได้เรียนแบบปรนัยมากเหมือนเด็กสมัยนี้ ที่อเมริกาก็เหมือนกัน คนที่สอบข้อสอบปรนัยเก่งๆติดอันดับหนึ่งของโรงเรียน พอเข้ามหาวิทยาลัยต้องทำรายงาน พวกเก่งๆพวกนี้ เอาตัวไม่ค่อยรอด เป็นเรื่องทีแปลกจริงๆ แต่เห็นได้ชัด  เพราะนักเรียนเอง บอกว่าเครียดมาก เรียนไม่ผ่านเพราะชินกับการเล่นเกมส์ตอบคำถาม เทคนิกการท่องจำ อะไรพวกนั้นมากกว่า ชอบอะไรที่วงๆมากกว่าคิด

    

    แน่นอน เมือชินกับการเรียนแบบสอบปรนัยนี้ ความคิดสร้างสรรค์หายไปหมด เขียนรายงานก็ยังไม่เป็น และเขียนไม่ค่อยเป็น คิดก็ไม่เป็น เอามาให้อาจารย์ช่วยอ่านช่วยดูให้ตกใจเลยว่า อาการหนัก แต่ตอนเรียนชั้นอุดมศึกษา อันดับหนึ่งของโรงเรียนเอกชนชื่อดังของที่นี่เลย แต่น่าสงสารตั้งหลายคน ตอนนี้รับการเรียนแบบคิด แบบเขียนไม่ไหว เรียนไม่จบการศึกษาปริญญาตรี และต้องขอพักการเรียน เพราะเครียด เรียนคิดไม่เป็น

 

    จึงอยากฝากมาให้พวกเด็กวัดที่ยิ่งทำงาน แล้วแบ่งเวลาไปสอบ เราต้องยอมรับความจริงว่า เราทำงาน และเราอยากสอบเพื่อ เป็นการวัดความสามารถ นอกจากนั้นยัง ใช้เป็นตัวกระตุ้น ให้เราเรียนอย่างเต็มที่ และเตรียมให้เต็มที่ ถ้าจะสอบก็ต้องเตรียมตัวและสนุกกับมัน สอบไม่ผ่านก็สอบใหม่ เพราะเป็นความสมัครใจที่ตัวเองอยากทดสอบตัวเองเท่านั้น

 

      วันนี้  อยากเอาคติเตือนใจที่อาจารย์ใช้กับตัวเอง เมาให้เด็กวัดที่กำลังเริ่มจะต้องเตรียมตัวสอบจะได้เรียนอย่างเต็มที่ สนุกๆ สบายๆ ของเรา แต่มากด้วยเนื้อหา พราะการที่เรามองโลกในแง่ที่สวยงาม มันก็จะเป็นพลังให้เราทำงานได้สนุก ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

 

 

あなたの

 

こころ

 

きれいから

 

なんでもきれい

 

見えるんだ

 

なあ

 

 

เพราะว่า

 

จิตใจของคุณนั้น

 

สวยงาม

 

ดังนั้น (จึงไม่แปลกใจ) ไม่ว่าอะไร

 

คุณก็เห็นสวยงามไปหมด

 

นั่นเอง

 

 

  เพียงแค่คติเตือนใจนี้ มีไวยากรณ์ที่น่าสนใจที่ต้องเข้าใจ มีคันจิให้หัดเขียนหนึ่งคำ  และสำนวนภาษาญี่ปุ่นที่ต้องเข้าใจ อีกเยอะในคติเตือนใจนี้

 

 

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-08-17 02:35:00 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ตอบกระทู้

--------------------------------------------------------------------------------------------------