料理室 ห้องอาหาร
しとぎ、がんもどき คืออะไร หาคำตอบกันเองนะคะ
แจ้งลบกระทู้นี้
ย้ายหมวดหมู่
ลบกระทู้นี้ทิ้ง

สวัสดีค่ะแฟนๆหนังสือและเด็กวัดทุกคน

 

                                                  ถั่วเหลือง 大豆 ทำอะไรได้บ้าง

 

                                                                                          ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์

 

วันนี้อาจารย์ขอตอบไขข้อสงสัยของเด็กวัด Gee chan เกี่ยวกับคำว่า shitogi しとぎ (ไม่ใช่ shitoki しとき ) 

 

 

しとぎ ที่ทำจากถั่วเหลือง ไว้ถวายบนแท่นพระ

 

 

がんもどき เส้นด้ายสีดำคือ คมบุ ที่คนญี่ปุ่นเห็นว่า

เหมือนห่านป่ากำลังโผบิน ทีมาของชื่อ

 

 

 

がんもどき ที่ใส่ใน おでん

 

 

がんもどき เนื้อในคล้ายเต้าหู้ สีดำคือ ひじき

สาหร่ายทะเลอีกประเภทหนึ่ง และงาดำ

 

 

 

 

เทพฯ えびす นำโชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ใน

พืชพันธ์ธัญญาหาร

และเทพฯแห่งการประมง ที่คนญี่ปุ่นนับถือ

 

 

shitogi しとぎ เป็นชื่อของ mochi (もち) ที่คนญี่ปุ่นในสมัยก่อนนิยมทำ ถวายพระ


         
shitogiしとぎ ทำจากแป้งข้าวเจ้าผสมกับน้ำ แล้วก็นวดให้แป้งเป็นรูปเรียวยาวคล้ายไข่ไก่้ ในสมัยต่อมา คนนิยมเอาข้าวเหนียวมาทำ shitogiしとぎ แทนแป้งข้าวเจ้า แล้วนำไปนึ่ง และทำเป็นแผ่นวงรี  แต่สำหรับ しとぎ ที่เด็กวัด Geec han เอามาให้ดูในภาพนั้น ยังใช้ในความหมายดั้งเดิมที่ว่า ใช้ถวายพระ แต่จะทำจากถั่วเขียว และข้าวเหนียว ผสมกับแป้งข้าวเจ้า แล้วนวดคล้ายกับ mochi (もち)  เมื่อเอาไปย่างกินจะมีกลิ่นหอม

 

         shitogiしとぎ เป็นขนมที่ทำไหว้พระตามต่างจังหวัด โดยเฉพาะหมู่บ้านที่ครึ่งหนึ่งเป็นทั้งชาวประมง และเป็นหมู่บ้านเกตรกรรม ชาวบ้านมักจะต้องใช้ถั่วเหลืองเวลา ทำมิโซะไว้กินในครัวเรือน  ถั่วเหลืองจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับชาวบ้าน ดังนั้น วันที่ ธันวาคมของทุกปี จะมีวันฉลองเรียกว่า วันเทพฯเอะบิซึ「えびす(さま)() ซึ่งในวันนี้จะเป็นวันที่ชาวบ้านทำขนม shitogi しとぎที่ทำด้วยถั่วเหลืองแบบที่เด็กวัด Gee chan เอามาให้ดูในภาพ

      

        ตั้งแต่สมัยโบราณ คนญี่ปุ่นจะทำขนม shitogiしとぎ นี้ถวายพระ เพื่อเป็นการขอบคุณเทพเจ้า ที่ช่วยดลบันดาลให้พืชผล และผลิตผลอุดมสมบูรณ์ และทำให้มีร่างกายแข็งแรง แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ว่า ปัจจุบัน คนญี่ปุ่นไม่ค่อยมีใครรู้จัก shitogiしとぎ  และไม่ได้มีขาย นอกจากตามหมู่บ้านบางแห่งเท่านั้นที่้ยังทำขนม shitogiしとぎ ที่ทำจากถั่วเหลือง

      เทพฯเอะบิซึ ebisu sama えびす(さま)  ก็คือเทพที่นำความมั่งคั่งสมบูรณ์ และโชคลาภมาให้ ถ้าดูตามรูปก็จะเห็นเทพมีคันเบ็ด และมีปลา หรือเทพเจ้าแห่งทะลผู้ซึ่งนำความอุดมสมบูรณ์จากทะเลมา่ให้ชาวประมง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่แถวจังหวัดเฮียวโงะ จะมีการฉลองวันเทพเจ้า えびす ที่วัด นิชิโนะมิยะเป็นประจำทุกปี

 

     ภาพที่เห็นนี้ทำให้อดคิดถึง เต้าหู้ก้อน สี่เหลี่ยมสีขาวเนื้อจะแข็งกว่าเต้่าหู้ก้อนธรรมดาที่อาจารย์เคยซื้อในตลาดตอนเด็ํกๆ แต่ซื้อมาจะนำไปไหว้เจ้าเหมือนกัน และไม่ค่อยเห็นใช้กกินก่อนบ่อยนัก และจำได้ว่า เอามาไหว้เจ้าที่บ้าน คงจะคล้ายๆกัน แต่ตอนหลังไม่เห็นวางขายตามตลาดเหมือนสมัยก่อน

 

         ส่วน ganmodoki がんもどき อาจารย์อยู่ญี่ปุ่นจะซื้อมาทำใส่ในโอะเดง หรือในอาหารต้ม

คล้ายๆกับเต้าหู้ทอดเป็นก้อนที่ใส่ในเย็นตาโฟบ้านเรา แต่ข้างในจะมีเนื้อมากกว่าของบ้านเรา ผิวข้างนอกตามในรูปภาพ เราจะเห็นว่ามีงาดำ

 สำหรับ ganmodoki がんもどき นี้ แต่ดั้งเดิม เป็นอาหารเจที่ทำให้พวกพระกิน สำหรับชื่อของ ganmodoki がんもどきนั้นมีเรื่องเล่าหลายกระแส บ้างก็ว่า มาจากชื่อของ gan (かん)หรือ ห่านป่า โดยที่เล่ากันว่า คนที่ทำอยากจะทำให้มี ganmodoki がんもどきมีรสชาติคล้ายกับรสของห่านป่า ก็เลยติดปากเรียกชื่ออาหารนี้ว่า ganmodoki がんもどき

        บ้างก็เล่าว่าจากการที่คนเอาเนื้อไก่บด มาผสมกับไข่แล้วก็ปั้นเป็นลูกกลม แล้วนำไปต้ม หรือไปนึ่งนี้เอง คนก็เลยตามรูปร่างที่กลมนี้ว่า ganmodoki  がんもどき เพราะคำว่า gan がん ก็คือ  (まる)  หรือ กลมนั่นเอง

        บ้างก็เล่าว่า ganmodoki  がんもどき เนื้อข้างในของอาหารนี้ ที่จริงไม่ได้ใช้เห็ดหูหนูแบบที่ใช้้กันในอาหารจีน แต่เล่ากันว่า เป็นไส้ที่ทำจากคมบุราคาถูกๆต่างหากไม่ใช่เห็ดหูหนู และจากการที่ข้างในเป็นคมบุนี้เอง พอปั้นออกมาเป็นรูปกลมๆ ดูแล้วจะคล้ายเส้นด้ายของคมบุที่หั่นเป็นเส้นๆ จากการที่เห็นเส้นดำๆข้างนอกนี้เอง คนในสมัยก่อนก็เลยกล่าวกันว่า เส้นดำๆของคมบุนี้คล้ายกับห่านป่า หรือ  gan ที่กำลังบิน คนญี่ปุ่นก็เลยเรียกชื่อว่ ganmodoki がんもどき  

            พูดง่ายๆก็คือ สำหรับความเป็นมาของชื่อ ganmodoki がんもどきนั้น มีเรื่องเล่ามากมาย แต่จริงๆจะเป็นอะไรนั้น คงเป็นอีกประเด็นหนึ่งอยู่ที่ว่า ใครอยากจะเชื่อว่า อันไหนฟังแล้วเข้าท่ามากกว่ากัน แต่ที่แน่ๆก็คือ คนญี่ปุ่นยังคงใช้ ganmodoki がんもどきในชีวิตประจำวัน เช่น ในอาหารต้ม ในโอะเดง อาจารย์ก็มักจะซื้อมาใส่ ต้มในหม้อโอะเด้งตอนหน้าหนาว อร่อยดี

      ส่วน 大豆(だいず)の7変化(へんか) ที่เด็กวัด Gee chan เขียนว่า ไม่เข้าใจ เป็นเพราะอ่านคำอ่าน ผิดพลาดนะคะ ที่ถูกคือ henka 変化(へんか) ไม่ใช่  henke

        ขอบคุณเด็กวัด Geechan ที่เอาเรื่องต่างๆมาให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆได้เรียนและได้อ่านกัน และยังทำให้อาจารย์มีโอกาสไปหาข้อมูลเพิ่มให้พวกเราได้เรียนรู้ เพราะโรงเรียนเด็กวัดปรียาของเรา เราเรียนทุกอย่างที่เราอยากรู้ได้เสมอ ไม่มีการจำกัดขอบเขต ถ้าสิ่งนั้นจะช่วยทำให้เราเข้าใจ ประวัติ ความเป็นมา และเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่นได้ลึกซึ้งและถูกต้อง อาจารย์คิดว่าเป็นสิ่งที่ดี เป็นการเรียนแบบเก็บตก แต่น่าดีใจที่ว่า มักจะเก็บตกได้ของที่น่าสนใจทุกครั้ง

โดย : ครูประจำชั้นปรียา วันที่ : 2008-08-16 09:00:25 อีเมล์ : IP : 24.7.33.162

ตอบกระทู้

--------------------------------------------------------------------------------------------------