page >> 1 | 2 | 3
| 4 | 5

ศ.ดร.ปรียา อิงคาภิรมย์ นักเขียน นักแปลในดวงใจ
สัมภาษณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2550 โดย Japankiku.com


"....ไม่อาจที่จะทิ้งความเป็นคนไทยได้ และไม่สมเหตุสมผลที่จะต้องเปลี่ยนสัญชาติ
เพื่อความก้าวหน้าทางการงาน ญี่ปุ่นจะต้องใจกว้างรับคนต่างชาติ อย่างไม่มีเงื่อนไข..."

.... ชีวิตวัยเด็ก ศ.ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์

อาจารย์เป็นคนจังหวัดอะไรคะ

จังหวัดกรุงเทพฯ ค่ะ

จากที่ได้ทราบประวัติการเรียนและการทำงานของอาจารย์ ทำให้ทราบว่าอาจารย์ต้องเป็นคนที่เรียนเก่งมาตั้งแต่เด็ก ๆ เลยใช่มั้ยคะ

อาจารย์ต้องขอโทษนะคะ เพราะไม่ค่อยเห็นด้วยกับการที่ว่าถ้า สอบได้ที่ดีในชั้นก็ถือว่าเรียนเก่ง

ถ้าจะเอาว่าสอบได้ที่เท่าไร เป็นเกณฑ์ตัดสินว่าเรียนเก่งก็คงจะตอบได้ว่า สอบได้เลขตัวเดียวมาตลอดมีอยู่เพียงครั้งเดียวที่ได้เลขสองตัว

อาจจะเป็นเพราะคุณพ่อคุณแม่มีจิตวิทยาที่ดีก็ได้  เวลาที่สอบได้ที่หนึ่งถึงที่สาม ก็จะมีรางวัลสมนาคุณ โดยที่ได้เงินจากคุณพ่อ ไม่มากนะคะ แล้วคุณแม่ก็จะซื้อกระโปรงใหม่ให้ค่ะ แต่จำได้ว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งที่สอบได้ที่ 1 ในห้องแล้วคงชะล่าใจ ครั้งต่อไปสอบได้ที่ 10 เลย พอเอาสมุดพกไปให้คุณพ่อดูคุณพ่อแทนที่จะดุ กลับประชดว่า เก่งมาก มีน้อยคนที่สอบได้ที่ 1 แล้วครั้งต่อไปสอบได้ที่ 10  ก็เลยจำได้ดี ธรรมดาคุณพ่อใจดี ไม่เคยมายุ่งกับเรื่องเรียนของลูก

ตั้งแต่เด็ก ชอบตื่นตีห้าครึ่งขึ้นมาทบทวนและอ่านหนังสือ พอคุณพ่อตื่นขึ้นมาเห็นเข้าจะถามว่า “ทำไมตื่นแต่เช้าไม่ต้องเรียนหักโหม “ คุณพ่อไม่เคยเข้ามายุ่งเรื่องเรียน ไม่เคยรู้ว่า ลูกเรียนอะไรด้วยซ้ำ เพราะคุณพ่ออ่านภาษาไทยไม่ได้ เลยโชคดี มีโอกาสเลือกเรียนที่ๆ ตัวเองอยากเรียน และอยากทำ ไม่มีการบังคับเรียน

คุณพ่อเป็นคนจีนที่หัวทันสมัย เพราะคุณพ่อบอกว่า ถึงจะเป็นลูกผู้หญิง แต่ถ้ารักเรียน เรียนได้เท่าไรเรียนไปเลย พ่อไม่ห้าม ขอบคุณคุณพ่อที่ทำให้ลูกมีโอกาสเห็นโลกกว้าง และมีการศึกษา

ช่วยเล่าเรื่องสมัยที่ยังไม่เข้ามหาวิทยาลัยให้ฟังได้มั้ยคะ

(ภาพ : ถ่ายกับพี่น้องตอนไปกินอาหารกลางวันที่กินรีนาวา สวนลุมพินีสมัยก่อน จะเป็นภัตตาคารบนอยู่เรือหลังใหญ่)

ขอเริ่มตั้งแต่เรียนชั้นประถมแถวบ้าน แล้วก็ไปเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา แทนที่จะได้เรียนชั้น ป 5 ต้องถูกซ้ำชั้น ป 4 เพราะเรียนจบจากโรงเรียนเล็ก ๆ แถวบ้านพื้นความรู้สู้อัสสัมฯ ไม่ได้

แต่โชคดีไม่ต้องเสียเวลาฟรีหนึ่งปี เพราะเรียนพาสชั้นจาก ป 1 กระโดดข้ามไปเรียนชั้นป 3 เลยไม่ต้องเรียน ป 2

ตอนที่ต้องสอบเข้าเตรียมอุดมศึกษา ตอนนั้นใคร ๆ ก็อยากสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา อาจจะเป็นเพราะเรียนโรงเรียนคาทอลิกมาตลอด ไปซื้อใบสมัครสอบที่โรงเรียนเตรียม ต้องขอโทษที่จะต้องบอกว่า ไม่ชอบบรรยากาศเลย มีแต่ตัวตึก นักเรียนใส่แว่น เดินไหล่เอียง เห็นแล้วกลัว แถมยังแบ่งเป็นห้องเป็นคิง ควีนส์ บ๊วย ก็เลยไม่ชอบ และทุกคนท่าทางคงแก่เรียนมาก

ปกติเป็นคนที่ไม่ชอบแข่งขันกับคนอื่น ถ้าจำเป็นต้องแข่งก็จะแข่ง แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะมีไม่กี่แห่งที่รับนักเรียนจากโรงเรียนอื่น

มีอยู่วันหนึ่ง เพื่อนชวนให้ไปดูโรงเรียนเซ็นฟรังซิสซาเวียร์คอนแวนต์ ไม่เคยไปมาก่อน แต่พอเข้าไปโรงเรียน ร่มรื่นมาก แล้วยังเห็นรูปปั้นพระแม่มารียืนอยู่ในสวนดอกไม้ที่ทางโรงเรียนทำไว้อย่างสวยงาม ทำให้เกิดความประทับใจที่ว่าโรงเรียนสะอาด เงียบสงบและ บรรยากาศอบอุ่นดี

ในใจตัวเองตอนนั้นรู้แล้วว่า จะต้องสอบเข้ามาเรียนที่นี่ให้ได้ แต่เขารับอยู่ไม่กี่คน เพราะมี มศ 4 ศิลป์ อยู่ห้องเดียว แต่รู้แต่ว่าจะต้องสอบเข้าที่นี่ให้ได้ ในที่สุด สอบเข้าได้สมใจ ตื่นเต้นดีใจมาก

ตอนนั้น กำลังวัยรุ่น ข้างๆ มีโรงเรียนเซ็นคาร์เบรียล มีจัดงานปาร์ตี้ มีการไปแข่งขันตอบคำถามอะไรมากมาย เป็นช่วงที่ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นเต็มที่ ตอนนั้น กำลังฮิต เนคไทเส้นใหญ่ๆ และกางเกงยาวถูพื้น ยังจำได้ถูกคุณพ่อล้อว่าที่บ้านไม่ต้องจ้างคนทำความสะอาดเพราะมี คนใส่กางเกงยาวๆ แบบนี้ทำความสะอาดบ้านไปในตัว

แต่เที่ยวไม่ค่อยได้เต็มที่เพราะทุกวันจันทร์ จะมีสอบภาษาฝรั่งเศส ทำข้อสอบผิดหรือผันกริยาผิด ก็ต้องคัดยี่สิบคำทุกครั้ง

ทำไมอาจารย์เลือกเรียนในคณะศิลปศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ วิชาโทภาษาญี่ปุ่นคะ

(ภาพ วันรับปริญญาตรีที่ธรรมศาสตร์ 1974)

เรื่องนี้ เล่าแล้วก็รู้สึกอายตัวเองเหมือนกันนะคะ เวลาที่เรายังอายุน้อยๆ คิดอะไรแปลกๆ ที่เลือกเรียนคณะศิลปศาสตร์ ก็เพราะว่า ไม่ชอบระบบ ซีเนียรี่ตี้ หรือ ระบบรุ่นพี่ รุ่นน้องแบบมหาวิทยาลัยอื่น

ชอบธรรมศาสตร์เพราะเราเป็นเพื่อนเท่าเทียมกัน ไม่มีระบบอาวุโสแบบมหาวิทยาลัยอื่น ไม่ชอบการถูกรุ่นพี่บังคับให้ทำอะไรที่ไม่ได้เรื่อง เพราะรู้ว่าตัวเองรับไม่ได้

ที่เลือกคณะศิลปศาสตร์ยังจำได้ดีว่า สมัยนั้น เวลาจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะมีสิทธิ์เลือก ได้ 6 สาขา ที่มหาวิทยาลัยไหนก็ได้ที่อยากเรียนมากที่สุดก็คือ คณะศิลปศาสตร์ เลือกเป็นอันดับหนึ่งแล้วก็เลื่อกสาขาอื่นๆในธรรมศาสตร์อีกสี่สาขา เหลืออีกช่องไม่รู้จะเลือกอะไร ก็เลยเลือกอักษรศาสตร์จุฬาไว้อันดับสุดท้าย จะได้ครบทุกช่อง

ตอนไปส่งใบสมัครที่ศาลาพระเกี้ยว ยังจำได้ดีว่า พี่ที่เรียนจุฬาตอนรับใบสมัครสอบถามว่ารู้หรือเปล่าว่าอักษรจุฬาคนเลือกอันดับแรกยังเข้าไม่ได้

page >> 1 | 2 | 3 | 4 | 5

 
ห้องเรียนภาษาญี่ปุ่น
 

柔道 ห้องยูโด ไวยากรณ์ คำช่วย คำกริยา คำคุณศัพท์ ฯลฯ

書道  ห้องศิลป - นิทานคันจิ , ความเป็นมาของคันจิ

剣道 ห้องเคนโด - สำนวนและ บทสนทนา ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

茶道  ห้องพิธีชงน้ำชา - วัฒนธรรม ประเพณี เกร็ดญี่ปุ่นเรื่องต่าง ๆ

生け花 ห้องอิเคะบะนะ - วรรณกรรมญี่ปุ่น

料理室 ห้องอาหาร  - เกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่น

一人の空間 มุมหลังห้อง สารพันเขียน คลายเครียด  เขียนจดหมาย  

富士山の見える部屋เล่าเรื่องที่พบเห็น ประทับใจ สงสัย  ประสบการณ์

新入生の部屋 ห้องนักเรียนใหม่ ยังไม่เคยสอบวัดระดับ เพิ่งเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น

ห้องพักครู

เจาะใจ ศ.ดร.ปรียา อิงคาภิรมย์

ワイトボード ไวท์บอร์ด - ฝากข้อความถึงครูประจำชั้น

ห้องสมุด
+ A Reference Grammar of Thai
+ ภาษาญี่ปุ่นเบื่องต้น 1
+ ภาษาญี่ปุ่นเบื่องต้น 2
+ プリヤーのタイ語会話
+ ภาพริมสระน้ำ
+ マイペンライ ( 2 )
+ มองแดนซากุระ
+ เอาตัวรอดในญี่ปุ่น
+ เอาตัวรอดและเรียนในญี่ปุ่น
+ ตำนานอาหารญี่ปุ่น
+ สนุกกับการเขียนภาษาญี่ปุ่น
+ เรียนและเอาตัวรอดในอเมริกา
+ โคะโคะโระ
+ กลยุทธการสนทนา ภาษาญี่ปุ่น 1
+ กลยุทธการสนทนา ภาษาญี่ปุ่น 2
+ สนุกกับภาษาญี่ปุ่น 1
+ สนุกกับภาษาญี่ปุ่น 2
+ สนุกกับภาษาญี่ปุ่น 3
+ สนุกกับภาษาญี่ปุ่น 4
+ สนุกกับภาษาญี่ปุ่น 5
+ เคล็ดลับการสนทนาภาษาญี่ปุ่น เล่ม 1
+ เคล็ดลับการสนทนาภาษาญี่ปุ่น เล่ม 2
+ เจาะลึกฟุคุชิ ( คำกริยาวิเศษณ์)
+ เจาะลึกกิเซโงะ และกิตะอิโงะ
+ ไวยากรณ์ภาษญี่ปุ่น

 

ข้อความในโรงเรียนวัดแห่งนี้ เป็นลิขสิทธิ์ของ ศ.ดร.ปรียา อิงคาภิรมย์
หากจะนำไปใช้ก็ช่วยทำลิ้งค์กลับมาให้เราด้วยนะคะ