สวัสดีค่ะ แฟน ๆ หนังสือทุกท่าน และท่านที่สนใจ
ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณ แอนซัง ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการที่จะสร้าง プリヤーの寺子屋 ปุริยา โนะ (โนะ แปลว่า ของ) เทะระ (เทะระ แปลว่าวัด) โคะ (โคะ แปลว่า เล็ก) ยะ (ยะ แปลว่า ร้าน หรือห้องก็ได้) โรงเรียนเด็กวัดปรียา ขึ้นมาเพื่อให้เด็กๆ ที่หิวโหยความรู้ จะได้มีที่เรียนภาษาญี่ปุ่น
ครูเองเพิ่งจะคิดว่า ได้สบายคราวนี้แล้ว ไม่ต้องไปยืนสอนหน้าชั้นให้เหนื่อยเหมือนตอนสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย แต่ที่ไหนได้ จากเวทีสมาชิก และจากการที่มีโอกาสดูเว็บต่างๆ เห็นว่ามีโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นต่างๆ เพิ่มเป็นดอกเห็ด แต่ละสถาบันสอนเป็นอย่างไร คนที่ไปเรียน หรือเคยไปเรียนแล้วเลิกเรียนคงมีคำตอบให้ตัวเอง ทำให้เด็กวัดแอนซังซึ่งบอกว่าเคยตกม้าจากการไปเรียนภาษาญี่ปุ่นตามที่ต่างๆ อยากจะให้ครูช่วยเปิดโรงเรียนวัด สำหรับคนที่สนใจภาษาญี่ปุ่นและเรื่องต่างๆ ของญี่ปุ่น จะได้ไม่ต้องตกม้าฟกช้ำดำเขียวมากเท่าแอนซัง
สำหรับโรงเรียนเด็กวัดปรียานี้ จุดประสงค์ที่ตั้งขึ้น ก็เพื่อเป็นที่พักพิงของคนที่หิวโหย และอยากแสวงหาความรู้ แต่ไม่มีเวลาไปเรียน หรือไปเรียนแล้วพลาดพลั้งตกม้า ฟกช้ำดำเขียว เพราะเจอม้าพยศ แต่ก็ยังไม่ล้มเลิกความหวังที่ว่า อยากขึ้นไปขี่ม้าให้ได้สักวัน โรงเรียนเด็กวัดปรียาจึงคิดว่า จะเปิดห้องไว้หลายห้อง สำหรับคนที่อยากเรียนภาษาญี่ปุ่น โดยเฉพาะการปูพิ้นฐานการเรียนที่ไม่เน้นการท่องจำ แต่เน้นการเรียนให้สนุกและเข้าใจ เนื่องจากครูสอนมีงานที่จะต้องขีดเขียนเป็นประจำทุกวัน อาจจะดูแลไม่ทั่วถึง จึงมีเด็กวัดที่มีน้ำใจจะทำหน้าที่เป็นเสมือนหัวหน้าห้องช่วยดูแลว่า การเรียนของแต่ละห้องเป็นอย่างไร หัวหน้าห้องประจำโรงเรียนเด็กวัดปรียา เป็นเด็กวัดที่หิวความรู้ และกระฉับกระเฉง ว่องไว มีความรับผิดชอบ จะทำหน้าที่คอยดูแลเวลาที่นักเรียนที่มาเรียนไม่สนใจ หรือมีปัญหาอะไร จะเป็นคนคอยแจ้งให้ทราบและเด็กวัดก็จะช่วยติวให้ด้วย เด็กวัดคนนั้น คือ แอนซัง
เนื่องจากโรงเรียนเด็กวัดปรียา เป็นโรงเรียนที่สอนเฉพาะคนที่หิวโหยความรู้ และต้องการแสวงหา เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เรียนจึงมีจำกัด สำหรับคนที่หิวจริงๆ เพราะเวลาที่หิวเราก็จะต้องช่วยกันดิ้นรนหาอาหารมาแบ่งปันกันกิน ซึ่งก็คือ ทุกคนจะต้องมีแบบเรียน มีหนังสือที่ใช้อ่าน เพื่อจะได้เตรียมตัวมาเรียนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเด็กวัดคนอื่นๆ เพราะถ้าไม่ร่วมมือกัน ก็คงไม่มีอาหารอะไรรองท้อง เพราะครูจะไม่ป้อนอาหารให้ หรือไล่ตามป้อนเหมือนที่บ้านเราให้แม่บ้านคอยป้อนข้าวเด็ก นักเรียนทุกคนจะต้องไปหาอาหารมาจุนเจือกันจึงจะอยู่รอดได้ ซึ่งก็คือ ต่างต้องกระตือรือร้นในการที่จะเข้าเรียนในแต่ละห้องเพื่อความรู้ของตัวเอง ไม่ใช่เข้าไปนั่งฟัง เป็นคนนั่งดูคนอื่นเรียน
นักเรียนคนไหนที่คิดว่าตัวเองหิวความรู้ และอยากแสวงหาความรู้กับโรงเรียนเด็กวัดปรียา เชิญเข้ามาเรียนได้เลย ไม่ต้องเสียเงิน เสียทอง นั่งรถไปเรียนให้เสียเวลา เพราะเรียนร่วมกันได้ที่โรงเรียนเด็กวัดปรียา แต่ทุกคนจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ด้วยการออกไปหาอาหารมาเข้าวัดจะได้ไม่อด และต้องสามัคคีรักกัน ช่วยกันออกความเห็นร่วมกัน และช่วยคนอื่นเวลาที่ไม่รู้ว่าจะไปหาอาหารได้ที่ไหน ให้เข้าใจและเอาตัวรอดได้ เพราะอยู่โรงเรียนวัดเดียวกัน
เนื่องจากโรงเรียนเด็กวัดปรียา เพิ่งจะเริ่มเปิดให้คนที่สนใจเข้ามาเรียนในโรงเรียน ครูคนเดียวก็ไม่รู้จะบริหาร และสอนให้นักเรียนเก่งๆ ได้อย่างไร คงจะต้องอาศัยความคิดเห็น และความเข้าใจร่วมกันว่า ทำอย่างไรจึงจะอยู่รอด โดยที่ครูจะพยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ส่วนนักเรียนก็ต้องทำหน้าที่เรียนให้ดีที่สุด จะได้ไม่เสียเวลาทั้งสองฝ่าย
ก่อนที่จะเข้ามาเรียน ถ้าใครที่ไม่หิว หรือท้องอิ่ม ครูคงจะต้องขอความกรุณา ขอให้ไปเรียนที่โรงเรียนอื่นที่เขาเก็บค่าเล่าเรียนนักเรียน จะได้ไม่ทำให้คนที่หิวความรู้ เสียกำลังใจ จึงขอให้ทุกคนก่อนที่จะเข้ามาเรียนถามตัวเองและทำความเข้าใจกับตัวเองให้ชัดเจนเสียก่อนว่า ต้องการจะเข้ามาที่โรงเรียนเด็กวัดปรียาเพื่อจุดประสงค์อะไรให้ได้เสียก่อน
ครูยังจำสิ่งที่เรียนตอนชั้นประถมได้ และอยากจะฝากคนที่จะมาเรียนที่โรงเรียนเด็กวัดปรียา ก่อนที่จะมาเรียนว่า
วิชาเหมือนสินค้าอันมีค่าอยู่เมืองไกล
ต้องยากลำบากไป
จึงจะได้สินค้ามา |
ถ้าใครที่อยากเรียนสบายๆ แม้โรงเรียนวัดปรียาจะเปิดสอนฟรี ก็คงไม่มีอาหารให้คนที่อยากสบายๆ และกินอิ่มท้องได้
จึงเรียนมาเพื่อทราบทั่วหน้ากัน ใครที่สนใจ ขอเชิญเข้ามาเรียนห้องไหนก็ได้ที่ตัวเองชอบ และอยากเรียน หัวหน้าเด็กวัดแอนซัง จะเอาขนมหวานพิเศษมาฝากให้นักเรียนทุกคนได้อ่านจะได้ไม่เบื่อกับการกินแต่อาหารอย่างเดียว เพราะต้องมีเวลาของว่างจะได้ไม่เลี่ยนเสียก่อนนะคะ
ปรียา อิงคาภิรมย์ |